บทที่ 6 KARMA 5 | เด๋อด๋า
“ตีหนึ่ง? ไม่อยากมีผัวเป็นนักเลง แต่อยากมีผัวเป็นคนขับแท็กซี่?”
คำพูดของเขาทำเอาพันนาราหน้าชา กระชับกรอบแว่นเข้ากับหน้าแก้เก้อ รู้สึกว่าตัวเองงี่เง่าและคิดน้อย ไม่เหมาะกับการอยู่ข้างนอกลำพังอย่างที่เขาว่า ส่วนคนที่เพิ่งรู้ตัวว่าปากพล่อยก็พยายามใจเย็น มองหน้าเล็กจิ้มลิ้มที่ยังซีดเผือด ก่อนจะไล่สำรวจที่ข้อมือเล็กและต้นขาส่วนที่เดรสพลิ้วสีขาวปิดไม่มิด
“ทำแผลก่อนละกัน เดี๋ยวพี่ไปส่ง”
น้ำเสียงที่เปลี่ยนไปทำให้คนตัวเล็กรู้สึกกระตือรือร้นและโล่งใจที่ไม่ถูกอีกฝ่ายดุด่า รีบรวบรวมแรงที่เริ่มกลับมาของตนเองยกขาเตรียมลงจากรถมอเตอร์ไซค์คันโต แต่แล้วเจ้าของรถกลับรีบพุ่งตัวมารวบร่าง อุ้มเธอนั่งบนเก้าอี้ยาวหน้าร้าน
“นั่งเฉยๆ อย่าเดินเพ่นพ่าน”
เขากลับมาดุอีกแล้ว จากนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปในมินิมาร์ตทิ้งนักศึกษาสาวไว้กับความงุนงง คนตัวเล็กจึงใช้โอกาสนี้ถอดแว่นออกเช็ดหน้าเช็ดตา ตามด้วยการเปิดกระเป๋าหยิบโทรศัพท์ เนื่องจากมันสั่นไม่หยุดตั้งแต่ตอนอยู่บนรถกระทั่งตอนนี้
‘Tonhorm Calling...’
“ฮะ ฮัลโหล...”
(น้องพั้นช์!! กรี๊ดดด เธอปลอดภัยไหม ฉันกับบีน่าวิ่งไปถึงปากซอยให้คนช่วยได้ก็รีบให้เขาช่วยขับรถมาหาแก แต่เขาบอกไม่เจอใครเลย ฮือๆ)
เสียงต้นหอมลุกลี้ลุกลน ตามด้วยการประสานเสียงร้องไห้ของเพื่อนสองคนจากปลายสาย ทำให้คนที่ผ่านเรื่องเลวร้ายมานั่งร้องไห้เช็ดน้ำตาไม่ทัน เบะปากฟ้องเพื่อน
“กะ เกือบแย่น่ะสิ ฮึก... ดีนะมีพี่ใจดีมาช่วยพั้นช์เอาไว้”
(กรี๊ดดด!! พรุ่งนี้ไปแจ้งความ ฉันจะหยุดเรียนตอนเช้าไปหากล้องวงจรปิด)
“มะ ไม่เอา... พั้นช์กลัวคุณพ่อกับคุณแม่รู้” เธอกลัวถูกดุ กลัวถูกสั่งให้กลับบ้าน
(ยัยน้องพั้นช์!!)
ต้นหอมกับบีน่าประสานเสียงกันแหวลั่นใส่โทรศัพท์ แต่ก่อนจะถูกเพื่อนต่อว่าให้กับความขี้ขลาด เสียงออดประตูมินิมาร์ตก็เตือนให้รู้ว่าคนที่เข้าไปซื้อของออกมาแล้ว
“แค่นี้ก่อนนะ ค่อยคุยกันพรุ่งนี้”
นิ้วเล็กรีบจิ้มตัดสาย ยัดโทรศัพท์กลับเข้ากระเป๋าตามเดิมนั่งนิ่งไม่แสดงพิรุธ คนตัวสูงที่เพิ่งออกมาจากร้านสะดวกซื้อทรุดตัวนั่งอีกฝั่งของม้านั่งยาว ก่อนจะยื่นถุงร้านสะดวกซื้อในมือให้
“เอ้า! ทำแผล”
พันนารารับมันมาถือแต่ไม่ได้เปิดดู กำลังจะตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกรอบก็ถูกเจ้าของรถบิ๊กไบค์เอ่ยดักคอเอาไว้ก่อน
“อย่าบอกนะว่าจะเปิดกูเกิ้ลทำแผล”
คนถูกล้อเลียนค้อนขวับ เม้มปากเหมือนอยากจะร้องไห้ใส่ บ้าหรือเปล่า ยุคนี้ใครจะยังเสิร์ชกูเกิ้ล
“จะถาม Germini ค่ะ”
นี่มันยุคของเอไอ สาวน้อยเจนซีอย่างพันนาราตอบฉะฉาน ส่วนคนที่เพิ่งจะปล่อยแก่ก็หน้าชาตามระเบียบ
“เหอะ เอามานี่”
ปากเขาบอกว่าเอามานี่ แต่มือใหญ่กลับฉวยมันออกจากมือของเธอไปอย่างรวดเร็ว เริ่มต้นด้วยการใช้น้ำเกลือล้างทำความสะอาดบาดแผลทีละจุด ทั้งต้นขา น่อง ศอก และฝ่ามือ ตามด้วยการหยิบสเปรย์บางอย่างมาเขย่าแล้วฉีดทับแผลของคนตัวเล็ก
“โอ๊ย!” คนเจ็บสะดุ้งชักเท้าหนีตามสัญชาตญาณ
กัดริมฝีปากมองคนทำแผลให้พร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า สีหน้าบ่งบอกว่ากำลังโกรธที่เขาทำเธอเจ็บ
“อดทน สเปรย์สมานแผล”
“ก็พั้นช์เจ็บ”
คนตัวเล็กตีความว่าการแสบคือความเจ็บปวด
“หึ โดนอย่างอื่นเจ็บกว่านี้”
เขาหัวเราะใส่หน้า คนอายุน้อยกว่าไม่ค่อยเข้าใจว่าหมายถึงอะไร แต่กลิ่นน้ำหอมผู้ชายลอยมาปะทะจมูกระยะประชิดกลับเบี่ยงเบนความสนใจจนเธอไม่คิดถาม ความจริงพันนาราได้กลิ่นตั้งแต่ตอนที่ถูกเขาจับนั่งคร่อมนั่งมอเตอร์ไซค์ แต่ตอนนั้นมัวแต่ตกใจจนลืมไปเสียสนิท... ว่าเขาคือผู้ชายคนแรกที่เธอให้ความใกล้ชิด หากไม่นับบิดาและพี่ชาย
“ขอบคุณอีกครั้งนะคะ พั้นช์ไม่รู้จะตอบแทนยังไง”
มือเล็กประนมก้มศีรษะไหว้เขาอีกรอบ รู้สึกดีใจจนร้องไห้ออกมา ก่อนจะรีบยกฝ่ามือถูขอบตาและพบว่า...
“ฮือออ~ พั้นช์แสบตา”
ลืมเสียสนิทว่ามีสเปรย์ที่เขาพ่นไว้บนฝ่ามือ ตอนนี้นักศึกษาสาวน้ำตาไหลพรากยิ่งกว่าเดิม ตามด้วยการได้ยินเสียงหัวเราะทุ้มออกมาเบาๆ ข้างใบหู
“ยะ อย่าหัวเราะ ช่วยด้วยค่ะ T_T”
คนมองไม่เห็นได้ยินเสียงถุงพลาสติกดังก๊อบแก๊บ และร่างบอบบางของคุณหนูพันนาราก็ถูกคว้าเอวหิ้วตัวลอยไปที่ไหนสักแห่ง ตามด้วยเสียงเปิดน้ำ มือเล็กๆ คลำหาก๊อกน้ำที่ว่า จากนั้นก็ล้างหน้าล้างตาจนเปียกไปถึงคอ
“ดีขึ้นไหม” เสียงทุ้มที่ดังอยู่ไม่ไกลถามด้วยความเป็นห่วง
พันนาราตอบไม่ได้ หน้าเปียกจนน้ำไหลเข้าปาก พยายามจะถอดเสื้อคาดิแกนเช็ดหน้าตนเอง แต่มือเจ้ากรรมก็ดันเลิกชายชุดเดรสขึ้นจนมือหนาพุ่งเข้ามาช่วยดึงมันลงแทบไม่ทัน
“หึ เปิดให้พี่ดูสองครั้งแล้วนะ...”
เขาหัวเราะขบขันกับความกะเปิ๊บกะป๊าบของคนตรงหน้า เธอที่ยังไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไรก็เอาแต่พยายามใช้มือควานหาเสื้อคาดิแกนจากมือฝ่ายชายขึ้นมาเช็ดหยาดน้ำบนใบหน้าตนเองออก และเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่ากำลังปล่อยให้คนแปลกหน้าเห็นในสภาพหน้าสดแถมยังมอมแมมขนาดนี้
นักศึกษาสาวรีบก้มหน้างุดสวมแว่นสายตาคืน ยืนกอดเสื้อคลุมแน่นเพราะรู้สึกอับอายพฤติกรรมเหมือนเด็กไม่โตของตนเอง พันนาราคงจะไม่รู้สึกแย่ขนาดนี้ หากอีกฝ่ายไม่ได้หล่อและหน้าตาดีตรงไทป์ที่คนตัวเล็กชอบ
หล่อ สะอาด เหมือนคนอาบน้ำแร่วันละสิบรอบ
ผู้ชายในฝันของพันนาราคือคนโตกว่าและพึ่งพาได้เหมือนพี่ชายตนเอง ซึ่งเขาก็เหมือนคนทำงานแล้ว แถมยังอาจจะเป็นนักธุรกิจเพราะดูจากนาฬิการาคาหลักล้านที่ข้อมือ แบรนด์เดียวกันกับพวกผู้บริหารพาร์ตเนอร์ของบิดามักจะซื้อมาเป็นของสะสมกัน
“หายแสบตาแล้วก็ไปจัดการตัวเองให้เรียบร้อย พี่จะพาไปส่งที่คอนโด”
ยังไม่ทันกระจ่างกับคำพูดกำกวมแรก ประโยคคำสั่งจากคนตัวสูงกว่าก็สร้างความงุนงงให้คนตัวเล็กจนต้องเอียงคอสงสัย
พันนาราก้มมองตนเองหัวจรดเท้า
แผลก็ทำแล้ว หน้าก็ล้างแล้ว ยังเหลืออะไรให้เธอจัดการตัวเองอีก
“อะไรคะ”
“ต้องให้พูด?”
ใบหน้าใสซื่อใต้แว่นสายตาเป็นนัยว่าไม่เข้าใจประโยคอ้อมค้อมที่เขาพยายามบอกทำให้คนตัวโตกว่าถอนหายใจ หยิบของชิ้นหนึ่งออกมาจากถุงร้านสะดวกซื้อ หันด้านหน้าที่แสดงชื่อสินค้าสิ่งให้เธอดู
คนตัวเล็กหัวใจเต้นเร็วและหน้าแดงแป๊ด...
มันคือกางเกงชั้นในผ้าฝ้ายของผู้หญิงสีขาวสะอาดตา
เธอตกใจหลายเรื่องจนลืมไปว่าตนเอง... ไม่ได้สวมกางเกงใน
นั่นแปลว่าในตอนที่เธอพยายามจะยกขาลงจากรถ และอีกฝ่ายพุ่งเข้ามารวบตัวอุ้มเธอลงจากบิ๊กไบค์คันใหญ่อย่างรวดเร็วไม่ใช่เพราะเห็นว่าเธอเจ็บ แต่เขาเห็นว่าเธอไม่ใส่กางเกงใน!
รวมถึงการช่วยดึงชายกระโปรงเมื่อกี้ด้วย
พั้นช์น้อยออกมายืนยิ้มต่อหน้าเขาถึงสองครั้งสองครา โอ้มายก็อด...
“พนักงานบอกว่ามันเป็นฟรีไซซ์ ยืดได้ถึงสี่สิบสี่นิ้ว พี่คิดว่าน้องพั้นช์คงใส่ได้” ดวงตาคมหลุบมองสะโพกผายของคนตัวเล็ก ตามด้วยการส่งยิ้มเป็นนัยเล็กน้อย
เขาด่าว่าเธอก้นใหญ่หรือเปล่า! หรือแอบไปกะขนาดกางเกงในของเธอจากตอนที่เห็นเธอยกขาลงจากรถ
“ฮึก! พะ พั้นช์ไม่ได้ตั้งใจให้ดูนะคะ”
“แปลว่าพี่เห็นก่อนได้รับอนุญาต?”
คิ้วเข้มเลิกขึ้นเชิงตั้งคำถาม ขยับตัวเขามาใกล้จนพันนารารีบถอยออกห่าง
“ถอยทำไม โกรธ? ให้พี่รับผิดชอบด้วยการเป็นแฟนไหม”
นักศึกษาสาวได้ยินเสียง ‘ฉ่า’ ที่แก้มราวกับเหล็กร้อนถูกน้ำราด เพราะเผลอทำตัวเด๋อด๋าจนถูกคนอายุมากกว่ากลั่นแกล้งให้อับอายซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“หึ!”
แถมยังหัวเราะเยาะใส่หน้าเธออีกนับครั้งไม่ถ้วนด้วย!
ความอับอายที่ได้รับทำให้นักศึกษาสาวรีบคว้าห่อกางเกงในคืนจากมือหนา จากนั้นจึงรีบเดินกะเผลกหนีเข้าห้องน้ำที่ใกล้ที่สุดจัดการตนเอง
「 ✦ –ʕ·ᴥ·ʔ–✦ 」
