บทที่ 3 ค่าของเงิน
ตอนที่ 3 ค่าของเงิน
ที่ไร่ส่องหล้าเพียงแสงนั่งอยู่ในออฟฟิศ เธอวางมือจากโทรศัพท์มือถือแล้วหันไปหามัทนพรซึ่งกำลังนั่งทำงานอยู่ตรงโต๊ะทำงานของเธอ ซึ่งเป็นโต๊ะที่พิมพ์แขเคยนั่งทำงาน
“หม่อนจ๊ะ เดี๋ยวเย็นนี้จะมีลูกค้ามาพักที่บ้านวโรชา พอดีพี่ต้องไปข้างนอกกับคุณกาวิน หม่อนช่วยต้อนรับเขาแทนพี่หน่อยได้มั้ยจ๊ะ เพราะเขาเคยพาพนักงานมาพักและทำกิจกรรมที่นี่ พี่อยากให้เขาได้รับบริการที่ดี ต่อไปเขาจะได้มาอีก แต่ครั้งนี้เขามาคนเดียวคงจะไม่วุ่นวายอะไรมาก” เพียงแสงเอ่ยขึ้น
“ได้ค่ะ แล้วเขาชื่ออะไรเหรอคะพี่แสง” มัทนพรหมุนเก้าอี้ของตัวเองมาถามพี่สาวต่างบิดาของเธอ
“คุณอลงกรณ์ เขาเคยเป็นเจ้านายเก่าของพี่แขน่ะ” เพียงแสงตอบกลับไป
“อ้อ คนที่พี่แขเคยเล่าให้หม่อนฟังแน่ๆ เลยค่ะ ว่าเจ้าชู้แล้วก็เคยเป็นแฟนกับพี่แขด้วย หม่อนเกลียดนักเชียวผู้ชายแบบนี้” พูดจบเธอก็หันกลับไป
“เขาเป็นลูกค้าเรานะหม่อน เรายังไม่รู้จักเขาดีเลย อย่าเพิ่งอคติสิจ๊ะ” ผู้เป็นพี่สาวปราม
“ค่ะ พี่แสงไม่ต้องกลัวว่าหม่อนจะทำให้เขารู้ว่าหม่อนไม่ชอบเขาหรอกนะคะ เพราะยังไงเขาเป็นลูกค้า หม่อนก็ต้องดูแลเขาอย่างดีตามหน้าที่อยู่แล้วค่ะ” เธอหันไปบอกกับพี่สาวอีกครั้งพร้อมกับยิ้มให้ เพียงแสงยิ้มตอบ อย่างน้อยใบหม่อนก็ไม่ใช่เด็กสาวที่ดื้อดึงอย่างที่เธอเคยนึกกลัวว่าจะลอกเอานิสัยฝ่ายร้ายของบิดามาไว้กับตัว แต่เท่าที่สัมผัสมาหลายวัน เธอสังเกตเห็นว่าน้องสาวของเธอออกจะเป็นคนช่างคิดและเงียบขรึมเสียด้วยซ้ำ
เสียงเดินลงบันไดโค้งของห้องโถงหรูหราอย่างรีบเร่งพร้อมพับแขนเสื้อเชิ้ตไปพลางของผู้เป็นบุตรชายที่กึ่งวิ่งกึ่งเดินลงมานั้นทำให้เถ้าแก่ย้งหรือนายยืนยงต้องละสายตาจากจอทีวีเงยหน้าขึ้นไปมอง
“ลื้อจะรีบไปไหนอาล้ง” เสียงที่เอ่ยขึ้นทำให้อลงกรณ์ซึ่งลงมาถึงบันไดขั้นสุดท้ายพอดีหยุดกึกแล้วหันมามองผู้เป็นบิดา
“ผมจะไปลำปางน่ะป๊ะ เดี๋ยวป๊ะก็รอรับหน้าแอนนี่ให้หน่อยแล้วกัน จะตามผมไปด้วยให้ได้เลย เห็นบอกว่ากำลังมา ผมก็เลยจะออกไปก่อน” นายยืนยงส่ายหน้าก่อนบ่นพึมพำ
“ลื้อก็หาเรื่องมาให้ทุกที เมื่อไหร่ลื้อจะเลือกใครสักคนหืออาล้ง”
“โอย ป๊ะ ไม่ทันแล้ว ไว้ผมค่อยมาตอบวันจันทร์ก็แล้วกัน” พูดจบก็พุ่งพรวดออกจากบ้านไป ปล่อยให้ผู้เป็นบิดานั่งส่ายหัวยิกๆ แล้วหันมาดูทีวีต่อ ฝ่ายผู้เป็นบุตรชายไปถึงโรงรถก็สตาร์ทรถสปอร์ตสีเหลืองคันหรูพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว สวนกับรถเก๋งสีขาวที่เพิ่งขับผ่านเข้ารั้วบ้านมาพอดี
นายยืนยงต้องอยู่รับหน้าสาวสวยหน้าใสใบหน้างามที่ตอนนี้กำลังบูดบึ้งอยู่พักใหญ่ กว่าจะเกลี้ยกล่อมให้นางกลับไปได้ทำเอาแทบเสียสติไปด้วย ชายร่างอ้วนผิวขาวผ่องท่าทางดูมีอันจะกินกำลังยืนมองรถของหนึ่งในบรรดาผู้หญิงของบุตรชายที่กำลังขับออกไปจากบ้านแล้วถอนหายใจพร้อมส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนจะหันกลับมาเพราะได้ยินเสียงดังมาจากข้างหลัง
“ว่าไงคะ ลูกชายสุดที่รักของป๊ะ หาเรื่องมาให้อีกแล้วสิ” หญิงสาวรูปร่างสะโอดสะองผิวขาวผ่องใบหน้าเรียวงามนัยน์ตาเรียวรีแบบสาวเชื้อสายจีนแต่งกายหรูหราที่ยืนอยู่ข้างหลังถามขึ้นพร้อมกับเดินไปนั่งตรงโซฟา ผู้เป็นบิดาเดินไปนั่งตามก่อนจะตอบอย่างระอาด้วยสำเนียงจีนอย่างเนิบช้า
“อาหงส์ ลื้อนา อย่าไปว่าน้องมันเลย มันกำลังอยู่ในวัยหนุ่มคึกคะนอง เดี๋ยวมันอายุมากขึ้นมันก็เลิกไปเองแหละ” นายยืนยงส่ายหน้าไปมา
“ป๊า อาล้งมันจะสามสิบอยู่ไม่กี่วันนี้แล้วนะ อายุมันยังไม่มากพออีกเหรอ นี่เห็นเพิ่งซื้อรถใหม่อีกแล้วไม่ใช่เหรอคะ ราคาไม่ใช่น้อยเลยนะคะยี่ห้อนี้ กี่สิบล้านกันคะ” เสียงนั้นประชดประชันพร้อมหยิบหนังสือพิมพ์จากโต๊ะกลางขึ้นมาเปิดอ่าน
“กี่สิบล้านก็ช่างมันเถอะอาหงส์ มันหาของมันได้ มันจะใช้อะไรก็ให้มันใช้ไป เห็นปีที่ผ่านมาผลประกอบการมันได้กำไรตั้งเจ็ดสิบแปดสิบล้าน อั้วยกให้มันบริหารไปแล้วมันจะเอาไปซื้อหอกอะไรก็ช่างหัวมัน ว่าแต่ลื้อเถอะบริษัทเครื่องสำอางของลื้อเป็นยังไงมั่ง” ผู้เป็นบิดาย้อนถามกลับ
“ก็พอได้กำไรอยู่น่าป๊ะ ถึงไม่ได้เยอะเท่าของอาล้งก็มีเหลือเก็บมากกว่าอาล้งแล้วกัน เพราะหงส์ไม่ได้เอาไปซื้ออะไรบ้าบอคอแตกอย่างมัน” หทัยภัทรหรือหงส์ตอบผู้เป็นบิดาแต่ก็อดเหน็บแนมผู้เป็นน้องชายไม่ได้
“เออน่า ช่างมันเถอะอาหงส์ น้องชายลื้อมันจะซื้ออะไรก็ปล่อยมันไป ตราบใดที่มันยังหาเงินเลี้ยงตัวมันเองได้ก็ปล่อยมันไป อั๊วเบื่อจะยุ่งกับมันแค่เรื่องโรงงานบะหมี่สำเร็จรูปของอั๊วก็ยุ่งพออยู่แล้ว อั๊วจะออกไปดูโรงงานสักหน่อย ขี้เกียจจะทะเลาะกับลื้อ” ผู้เป็นบิดาลุกขึ้นยืน
“ไว้มันใช้เงินจนเกลี้ยงแล้วป๊ะจะรู้สึก ที่ไม่ยอมเตือนมันตั้งแต่เนิ่นๆ” หทัยภัทรเตือนไล่หลังมา ผู้เป็นบิดาหยุดกึกแล้วหันมาตอบกลับ
“ก็ช่างหัวมัน มันใช้เยอะๆ ก็ดี มันจะได้รู้จักคุณค่าของเงิน” นายยืนยงพูดจบก็หัวเราะหึหึ
“ใช้เงินเป็นใบไม้อย่างมันนี่นะป๊ะ จะรู้จักค่าของเงิน” ผู้เป็นบุตรสาวเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ
“อาหงส์ ลื้อรู้อะไรมั้ย เงินจะมีค่า ก็ต่อเมื่อมันเหลือน้อยลง” นายยืนยงพูดจบก็หัวเราะร่วนแล้วเดินจากไป ปล่อยให้ผู้เป็นบุตรสาวนั่งทำหน้าครุ่นคิดก่อนจะส่ายหน้าไปมาแล้วหยิบรีโมทขึ้นมาเปลี่ยนช่องทีวี
