บทที่ 4 โชคดีของผม

อินทรยืนอยู่หน้าป้ายชื่อฟาร์ม ไอ.พี ออร์คิด ซึ่งช่างเพิ่งทำเสร็จสด ๆ ร้อน ๆ ก่อนวันงานเพียงวันเดียว พร้อมประดับประดาด้วยกล้วยไม้หลากหลายชนิดที่กำลังออกดอกชูช่อสลอน  ช่างทดลองเปิดน้ำพุที่ประดับไว้ด้านข้างของป้ายชื่อทั้งสองด้าน น้ำพุพุ่งขึ้นสูง ๆ ต่ำ ๆ อย่างมีจังหวะลีลาดูสบายตา ชายหนุ่มยิ้มอย่างพึงพอใจก่อนจะละสายตาจากป้ายชื่อแล้วเดินกลับเข้าไปยังเรือนกล้วยไม้ ไปหยุดยืนอยู่ที่โต๊ะนั่งเล่นก่อนถึงเรือนกล้วยไม้ เพราะเห็นพิมพ์แขนั่งทำอะไรบางอย่างก้ม ๆ เงย ๆ อยู่ตรงนั้น

“ทำอะไรครับ” ชายหนุ่มถามขึ้นจากด้านหลัง หญิงสาวสะดุ้งก่อนจะหันไปตอบ

“อุ้ย คุณอินทรมาไม่ให้สุ้มให้เสียงเลยนะคะ แขตกใจหมด”

“แล้วทำอะไรอยู่ล่ะครับ คุณแขเอาสีมาทำอะไรเยอะแยะเลยครับนี่” ถามพร้อมกวาดสายตามองสีทาบ้านหลากหลายสีสันที่เหลือจากที่ช่างเอามาทาสีบ้านแล้วทิ้งเอาไว้ที่นี่วางอยู่บนโต๊ะ

“แขเห็นสีมันเหลือเยอะ ก็เลยลองเอามาเพ้นท์กระถางดูน่ะค่ะ นี่ไงคะ เสร็จแล้วใบนึง” เธอชี้ให้ดูกระถางที่วางอยู่บนกระดาษหนังสือพิมพ์ตรงเก้าอี้ตัวยาวที่เธอนั่งอยู่

“โอ้ สวยมากเลยครับ ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าคุณแขมีฝีมือทางศิลปะด้วย” อินทรพูดพลางเอื้อมมือไปจะหยิบกระถางที่วางไว้ขึ้นมา

“อย่าค่ะ สียังไม่แห้ง” เธอรีบห้าม

“ไม่ทันแล้วครับ มันเลอะมือผมไปแล้ว ทำยังไงดีครับเนี่ย” พูดพลางวางกระถางลงบนโต๊ะ

“อ้อ ไม่เป็นไรค่ะ เป็นรอยเลอะนิดเดียวเองค่ะ เดี๋ยวแขลงสีซ่อมมันนิดหน่อยก็สวยเหมือนเดิมแล้วค่ะ” หญิงสาวก้มลงมองรอยเลอะเทอะตรงลวดลายดอกกล้วยไม้ที่เธอเพ้นต์บนกระถางดินเผานั้น

“เอ่อ ผมหมายถึงมือผมครับ มันเลอะหมดแล้ว”  พูดพลางกางนิ้วที่ติดสียื่นให้ดู

“อ้าว แขนึกว่าคุณหมายถึงกระถาง มันเป็นสีน้ำมันด้วยสิคะ ล้างยากหน่อย ต้องใช้น้ำมันสนค่ะ เดี๋ยวแขไปเอาให้นะคะ เห็นวางอยู่ตรงโน้นขวดนึง” พูดจบก็เดินไปหยิบน้ำมันสนที่วางรวมไว้กับกองกระป๋องสี

“ไปล้างที่อ่างล้างจานแล้วกันนะคะ เอาน้ำมันสนเทใส่มือแล้วขัดสีออก แล้วเอาน้ำยาล้างจานล้างอีกทีก็สะอาดแล้วค่ะ” เธอยื่นน้ำมันสนให้พร้อมบอกวิธี

“เอ่อ คุณแขไม่ไปช่วยผมล้างหน่อยเหรอครับ” พูดเสียงออดอ้อน หญิงสาวส่ายหน้าน้อย ๆ ก่อนตอบกลับอย่างอดหมั่นไส้ไม่ได้

“เปื้อนแค่นิดเดียวเองไม่เห็นต้องให้แขช่วยเลยค่ะ”

“โธ่ ไม่โรแมนติกเลยคุณแขนี่ งั้นผมไปล้างมือก่อนนะครับ” รับขวดน้ำมันสนมาแล้วเดินเข้าไปในบ้าน พิมพ์แขมองตามก่อนจะนั่งลงแล้วหันมาดูรถกะบะสีดำก็ขับเข้ามาจอด พิมพ์แขลุกขึ้นยืนอีกครั้ง กาวินลงมาจากรถ ปิดประตูแล้วเดินเข้ามาหา พร้อมกวาดสายตามองไปโดยรอบ

“อินทรไม่อยู่เหรอครับคุณแข” กาวินถามหาเพื่อนทันทีที่เดินมาถึง

“อยู่ค่ะ เข้าไปล้างมือในบ้าน เดี๋ยวคงออกมา นั่งก่อนสิคะ” กาวินนั่งลงฝั่งตรงข้ามตามคำเชิญก่อนจะมองไปยังกองสีและกระถางต้นไม้ที่พิมพ์แขกำลังวาดลวดลายลงไป

“คุณแขวาดเองเหรอครับ สวยจัง” กาวินมองกระถางสีน้ำเงินที่วาดเป็นลายดอกกล้วยไม้สีขาวเป็นช่อพาดรอบกระถางที่วางอยู่บนโต๊ะ

“ค่ะแขวาดเอง เมื่อกี้มันสวยกว่านี้ แต่ตอนนี้เลอะเทอะไปหน่อย ฝีมือคุณอินทรค่ะ แขบอกไม่ทันว่าสียังไม่แห้ง เขาเอามือไปจับซะก่อน ตอนนี้ก็เลยต้องเข้าไปล้างมืออยู่ในบ้านโน่นแน่ะค่ะ” กาวินอมยิ้มให้กับความโชคดีของตัวเองที่หดมือทัน

“เป็นโชคดีของผมจริง ๆ ที่คุณแขบอกซะก่อน ไม่งั้นก็คงจะหยิบมันมาดูเหมือนกัน แต่ผมไม่ยักรู้ว่าคุณแขชอบศิลปะด้วย”

“แหม เห็นแขสร้างเรื่องแย่ ๆ เป็นอย่างเดียวเหรอคะ เรื่องดี ๆ แขก็พอทำได้บ้างเหมือนกันนะคะ คุณกาวินก็...” เธอพูดไปยิ้มไปพลางวาดลวดลายบนกระถางไปพลาง

“ผมไม่ได้คิดอย่างนั้นครับ แค่เห็นว่าคุณแขออกจะทำอะไรกระฉับกระเฉง ไม่คิดว่าจะชอบทำอะไรที่ต้องใช้ความละเมียดละไมแบบนี้ด้วย มันยากนะครับ ที่ทำให้คนที่เข้าข่ายไฮเปอร์แอ็คทีฟมาทำอะไรที่ต้องใช้สมาธิสูงแบบนี้” กาวินว่า พิมพ์แขเงยหน้าจากชิ้นงาน

“เอ่อ คือแขไม่ค่อยแน่ใจเลยค่ะ ว่ามันเป็นคำชม” กาวินหัวเราะแล้วหันไปมองผู้เป็นเพื่อนที่เดินออกมาจากบ้าน

“อ้าว กาวิน นึกยังไงถึงแวะมา” อินทรเอ่ยทักก่อนที่ตัวจะเดินมาถึง กาวินลุกขึ้นยืนพร้อมกับยิ้มให้

“พอดีเข้าไปซื้อของในเมืองมา ผ่านมาก็เลยแวะมาดูซะหน่อย เห็นพรุ่งนี้จะเปิดแล้ว ทุกอย่างพร้อมหมดแล้วสินะ” กาวินตอบเสร็จก็ถามกลับ

“ก็ถือว่าพร้อมแล้วละ แค่งานเลี้ยงเล็ก ๆ ทำพอเป็นพิธี เชิญแขกแค่ไม่กี่คน ส่วนใหญ่ก็แขกพ่อกับแม่ทั้งนั้น” อินทรตอบกลับพร้อมทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวยาวข้างพิมพ์แข

“ตรงทางเข้าจัดซุ้มป้ายชื่อไว้สวยดี เห็นทีฉันคงต้องสั่งกล้วยไม้นายไปจัดที่ไร่ฉันสักหน่อยแล้ว อยากเอาไปปลูกติดไว้กับต้นไม้แบบที่นายทำ สวยดี ไร่ฉันก็ต้นไม้ใหญ่เยอะเหมือนกัน เอากล้วยไม้ไปประดับไว้บ้าง คงดูสดชื่น ว่าแต่มันจะออกดอกสวยแบบนี้ทั้งปีรึเปล่าก็ไม่รู้ เพราะฉันเคยซื้อมาตอนอยู่ในร้านก็ออกดอกสวยดีแต่พอมาอยู่กับฉันได้ดูแต่ใบไม่เคยเห็นดอก” พูดพลางหัวเราะเบา ๆ อินทรอมยิ้มก่อนตอบ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป