บทที่ 5 ชมเกินไปแล้ว

“กล้วยไม้ตระกูลหวายออกดอกได้เรื่อย ๆ ดูแลให้ดีหน่อยก็จะได้เห็นดอกสวยทั้งปีละ ราคาก็ไม่สูงด้วย ถ้าสนใจฉันจะให้คนงานไปช่วยจัดการให้ ส่วนที่นายซื้อมาอาจเป็นสายพันธุ์อื่นซึ่งออกดอกปีละครั้งตามฤดูกาลของมัน พอดอกโรย นายต้องรออีกปีนึงมันถึงจะแทงดอกใหม่ หรือไม่นายก็ดูแลไม่ถูกวิธี หรือบางทีนายอาจซื้อสายพันธุ์ที่ไม่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่นายอยู่ เพราะกล้วยไม้บางสายพันธุ์ไม่สามารถปลูกในสถานที่ที่ต่างจากแหล่งกำเนิดของมันได้” พ่อเลี้ยงหนุ่มอธิบาย

“อืม ถ้านายรับรองแบบนี้พรุ่งนี้วันงานฉันจะให้คุณแสงมาช่วยเลือก ฉันเองก็เลือกไม่ถูกไม่รู้เธออยากได้แบบไหน”

“เอาสิ ลูกค้าพิเศษอย่างนายฉันจะส่งคนงานไปดูแลให้เป็นพิเศษ” อินทรว่า

“แล้วยายแสงทำไมไม่มาด้วยล่ะคะ” พิมพ์แขวางกระถางที่วาดลวดลายเสร็จอีกใบไว้ตรงหน้าอย่างเบามือแล้วถามขึ้น

“คุณแสงงานยุ่งครับ พอดีผมออกไปซื้อของเสร็จผ่านมาก็เลยแวะมาดูเท่านั้นเอง คุณแสงไม่รู้ว่าผมจะแวะมาที่นี่ ไม่งั้นคงจะมาด้วยละครับ” ตอบพลางมองลวดลายของดอกกล้วยไม้สีน้ำเงินที่วาดลงไปบนพื้นสีขาวของกระถางอย่างทึ่ง ๆ

“คุณแขวาดฟ้ามุ่ยเหรอครับ สวยจัง” อินทรก้มมองกระถางแล้วเงยหน้าขึ้นมองคนรักอย่างไม่อยากเชื่อว่าหญิงสาวก๋ากั่นแปลก ๆ ที่เขาเคยรู้จักจะกลายเป็นศิลปินวาดรูปได้งดงามถึงขั้นนี้ เขารู้จักเธอน้อยไปจริง ๆ สิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ในตัวเธอไม่ใช่แค่ความสดใสร่าเริงและความคิดแปลก ๆ แผลง ๆ อย่างที่เขาเคยเห็นเสียแล้วสิ คิดแล้วก็อดยิ้มอย่างภูมิใจไม่ได้

“ค่ะ แขวาดฟ้ามุ่ย ก็สีที่เหลือไว้มีแค่สีขาว น้ำเงิน เหลือง เขียวเองค่ะ อยากวาดสายพันธุ์อื่นบ้างเหมือนกันแต่สีมันมีแค่นี้นี่คะ” เธอเงยหน้ามาตอบ

“งั้นผมจะซื้อสีมาให้คุณแขอีกนะครับ เอามาให้ครบทุกสีเลย ถ้าคุณแขชอบวาด” อินทรพูดพลางมองกระถางใบแรกที่เขาจับจนทิ้งรอยนิ้วมือไว้บนดอกสีขาวนั่น

“กระถางนี้ก็ช้างเผือกใช่ไหมครับ” อินทรถามกลับ

“ค่ะ ช้างเผือก แขนึกว่าคุณจะมองไม่ออกซะอีกค่ะ ว่าแขวาดดอกอะไร”

“มองไม่ออกได้ยังไงล่ะครับ เหมือนของจริงซะขนาดนี้” อินทรมองอย่างทึ่ง ๆ

“อะไรกันเหรอ ฟ้ามุ่ย ช้างเผือก” กาวินถาม

“ฟ้ามุ่ย ก็เป็นชื่อของกล้วยไม้ เป็นกล้วยไม้ตระกูลแวนด้าสายพันธุ์ไทยเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศเพราะมีสีน้ำเงินซึ่งเป็นสีที่หายาก และมีลวดลายเหมือนตารางอยู่ที่กลีบดอก จะเรียกว่าเป็นราชินีของกล้วยไม้ในตอนนี้เลยก็ว่าได้ ส่วนช้างเผือกก็เป็นกล้วยไม้สายพันธุ์ช้างแต่เป็นสีขาวล้วน ” อินทรอธิบาย

“อ้อ” กาวินพยักหน้ารับรู้

“คุณกาวินจะกินข้าวกับเราที่นี่ก่อนไหมคะ เดี๋ยวแขจะไปทำอาหารเย็นแล้วค่ะ เอ่อ คือแขกะว่าวันนี้จะหัดทำน่ะค่ะ แขซื้อตำรามาแล้ว” เธอหันมาชวน

“เอ่อ หัดทำเหรอครับ คือ...ผมก็อยากลองชิมฝีมือคุณแขเหมือนกันนะครับ แต่ว่าวันนี้ตอนเย็นผมต้องไปงานเลี้ยงงานแต่งงานเพื่อนในเมือง นัดคุณแสงไว้แล้วด้วย ป่านนี้เธอคงแต่งตัวรอแล้วล่ะครับ ให้อินทรรับกรรม เอ๊ย กินฝีมือคุณแขคนเดียวไปก่อนนะครับ ไว้วันหลังผมจะแวะมาชิม” กาวินแกล้งออกตัวอย่างร้อนรนเชิงหยอกเย้า จนพิมพ์แขอดค้อนใส่อดีตเจ้านายไม่ได้

“คุณกาวินกลัวฝีมือทำอาหารของแขขนาดนี้เลยเหรอคะ ดูร้อนรนพิกล”

“เปล่าเลยครับ ผมว่าบางทีอินทรเขาคงอยากจะดินเนอร์กับคุณแขสองคนมากกว่า สำหรับอินทรแล้วอะไรที่คุณแขทำเขาก็อร่อยทั้งนั้นละครับ ใช่ไหมเพื่อน” ตอบพิมพ์แขเสร็จก็หันไปตบไหล่เพื่อนเบา ๆ

“อ้อ เอ้อ ครับ” อินทรรับคำอย่างงง ๆ ที่อยู่ ๆ เรื่องก็ลอยมาลงที่ตัวเองอย่างไม่ทันตั้งตัว

“งั้น ฉันกลับก่อนนะอินทร ไม่อยากให้คุณแสงรอนาน แล้วกลับไปเจอกันที่ไร่นะครับคุณแข” ตบไหล่เพื่อนอีกครั้งแล้วลุกขึ้นยืน

“ค่ะ” พิมพ์แขรับคำ

“โอเค งั้นฉันเดินไปส่ง” อินทรลุกขึ้นแล้วเดินตามไปส่งกาวินที่รถ พิมพ์แขมองตามชายหนุ่มสองคนที่รูปร่างสูงไล่เลี่ยกันเดินคุยออกไปที่รถก่อนที่จะก้มหน้าก้มตานั่งวาดลวดลายดอกไม้ลงบนกระถางใบใหม่

มัทนพรมองพี่สาวต่างบิดาของตัวเองที่อยู่ในชุดราตรียาวสีฟ้าอ่อนอย่างพินิจพิจารณา เธอยอมรับว่าพี่สาวของเธอไม่มีใบหน้าเหมือนเธอเลยสักนิด ตั้งแต่ผมสีน้ำตาลเข้ม นัยน์ตาเป็นสีน้ำตาล จมูกโด่งเป็นสันคล้ายฝรั่ง ริมฝีปากอิ่มเป็นกระจับ ผิวขาวจัด ในขณะที่ตัวเธอเองใบหน้าไทยแท้ ผมยาวตรงสีดำ นัยน์ตาสีนิล ผิวไม่ถึงกับคล้ำแต่ก็ไม่ได้ขาวจัดเท่ากับพี่สาวของเธอ และตัวเธอก็เตี้ยกว่าเล็กน้อย หากแต่พี่สาวต่างบิดาของเธอช่างคล้ายคลึงกับมธุรินน้องสาวของเธอเสียเหลือเกิน

“สวยจังเลยค่ะพี่แสง หม่อนอิจฉาจัง” มัทนพรอดเอ่ยชมไม่ได้ เพียงแสงยิ้มรับคำชมแล้วอดเอื้อมมือไปลูบศีรษะน้องสาวไม่ได้เช่นกัน

“ถ้าหม่อนแต่งแบบนี้ หม่อนอาจจะสวยกว่าพี่ก็ได้นะ ไก่งามเพราะขนคนงามเพราะแต่งไงจ๊ะ” เธอบอกกับน้องสาว

“ไปกันรึยังครับ” กาวินซึ่งอยู่ในชุดสูทสีดำเปิดประตูออฟฟิศเข้ามาแล้วมองภรรยาอย่างชื่นชม

“แสงพร้อมแล้วค่ะ” เพียงแสงหันกลับไปตอบแล้วเอี้ยวตัวไปหยิบกระเป๋าสีเงินใบเล็กที่ส่องแสงเล่นไฟระยิบระยับเหมาะแก่การถือไปงานเลี้ยงตอนค่ำในโรงแรมหรู

“ว้าว วันนี้ผมได้ควงเจ้าหญิงออกงานหรือครับนี่ สวยจังครับ” ถึงจะแต่งงานกันมาเป็นเดือนแล้ว แต่กาวินก็อดรู้สึกชื่นชมผลงานของตัวเองไม่ได้อยู่ดี ที่ทุกวันนี้ภรรยาของเขาผอมเพรียวแต่ดูสดชื่นเปล่งปลั่ง เพียงแสงอดส่งค้อนให้สามีอย่างเขินอายไม่ได้

“ชมเกินไปแล้วค่ะ ไม่อายหม่อนบ้างเหรอคะ” เธอเงยหน้าขึ้นมามองสบตาที่มองมาอย่างหวานฉ่ำนั่น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป