บทที่ 6 คนเลวตายยาก
“ชมเกินไปแล้วค่ะ ไม่อายหม่อนบ้างเหรอคะ” เธอเงยหน้าขึ้นมามองสบตาที่มองมาอย่างหวานฉ่ำนั่น
“ชมภรรยาตัวเอง ต้องอายทำไมล่ะครับ ไปเถอะครับใกล้เวลางานเลี้ยงแล้ว กว่าจะถึงโรงแรมก็คงได้เวลาพอดี” กาวินงอข้อศอกให้ภรรยาเกาะ
“ค่ะ” เพียงแสงสอดมือคล้องแขนสามีแล้วเดินเคียงคู่กันออกไป
“อ้อ หม่อนอย่าลืมช่วยต้อนรับคุณอลงกรณ์แทนพี่ด้วยนะ” กาวินหันมาสั่ง
“ค่ะ พี่กาวิน” มัทนพรรับคำพร้อมมองตามพี่สาวกับพี่เขยที่ผลักประตูกระจกของออฟฟิศออกไป แล้วความคิดในใจของเธอก็ผุดขึ้นมา จะมีผู้หญิงสักกี่คนที่จะได้รับความรักแสนหวานจากผู้ชายแสนดีอย่างที่พี่สาวได้รับจากพี่เขยของเธอ แต่ผู้หญิงคนนั้นมันคงไม่ใช่เธอหรอกนะ เธอคงไม่โชคดีขนาดนั้น
ก่อนหน้านี้เธอไม่ได้ยินดียินร้ายอะไรกับพี่สาวสักนิดที่ได้แต่งงาน เพราะสำหรับเธอแล้วการแต่งงานคือการสร้างปัญหาใหม่ให้กับชีวิตต่างหาก!
ภาพพ่อกับแม่ที่ทะเลาะทุบตีกันตั้งแต่เธอยังเด็กจนโตเป็นสาวยังฝังรากลึกอยู่ในใจ หากแต่เธอกลับยอมรับผู้ชายที่ชื่อกาวินซึ่งเป็นพี่เขยของเธอได้ทีละน้อย ด้วยเขาเอาใจใส่ครอบครัวของเธอไม่ได้ขาดตกบกพร่อง ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้เธอเมินหน้าหนีผู้ชายทุกคนที่อยู่รอบข้าง
ใช่! เธอไม่เคยมีแฟน จะมีได้อย่างไร ในเมื่อเธอออกจะขยะแขยงมนุษย์ผู้ชายมากขนาดนั้น และบ่อยครั้งที่เธอยอมรับกับตัวเองว่าเธอเกลียดผู้เป็นบิดาที่คอยทำร้ายแม่ เกลียดผู้ชายที่เจ้าชู้ เล่นการพนัน แถมยังทำร้ายทุบตีผู้หญิงอย่างที่พ่อของเธอเคยกระทำ
บ่อยครั้งที่ใครต่อใครถามว่าเมื่อไหร่เธอถึงจะมีแฟน เธอทำได้แค่ยิ้มให้แทนคำตอบพร้อมกับความคิดในใจว่า ฉันไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งนี้หรอกนะ ไม่ได้เกิดมาเพื่อแสวงหาผู้ชายห่วย ๆ แต่งงาน มีลูก แล้วก็โดนผู้ชายพวกนั้นมันทรยศหักหลัง เมินซะเถอะ ฉันจะอยู่ให้ผู้ชายมันเสียดายเล่นก็ไม่เห็นจะเป็นไร
รถที่ขับออกไปของพี่สาวและพี่เขยทำให้มัทนพรสะบัดศีรษะเบา ๆ ขับไล่ความคิดอันไร้สาระทั้งมวลที่เริ่มจะไหลทะลักเข้ามาในสมองของเธอ หญิงสาวนั่งลงตรงโต๊ะทำงาน ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเย็นนี้จะมีลูกค้าพิเศษที่พี่สาวสั่งไว้ว่าจะมาพักที่นี่
มัทนพรยิ้มเยาะบนใบหน้าเมื่อนึกถึงลูกค้าพิเศษที่รับปากพี่สาวเอาไว้ว่าจะดูแลให้อย่างดี เธอหยิบกระดาษที่พี่สาวพิมพ์มาจากอินเทอร์เน็ตที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานขึ้นมาดู ซึ่งเป็นรายละเอียดคร่าว ๆ เกี่ยวกับลูกค้า ซึ่งเธอควรจะรู้
“อาหารที่ไม่ชอบรับประทาน คือ ปลา หึ...คงจะยกเว้นปลาไหลล่ะมั้ง ไอ้ผู้ชายเจ้าชู้” เธออ่านรายละเอียดไปพลางแขวะไปพลางพร้อมอมยิ้มอย่างขำขันที่จู่ ๆ นายอลงกรณ์ที่เธอไม่เคยเห็นหน้ากลายเป็นคู่ปรับในมโนสำนึกของเธอไปแล้ว ก่อนจะวางกระดาษแผ่นนั้นลงแล้วเดินออกไปยังส่วนต้อนรับ เพื่อจะบอกกับฝ่ายต้อนรับว่าให้มาตามเธอที่ออฟฟิศด้วยหากลูกค้าพิเศษคนนี้มาถึง
อลงกรณ์จอดรถสปอร์ตสีเหลืองคันหรูด้านหน้าของส่วนต้อนรับ ท่ามกลางสายตาจับจ้องของผู้คนที่อยู่แถวนั้น ชายหนุ่มเปิดประตูรถลงมาแล้วหันไปคว้าเสื้อแจ๊กเก็ตสีน้ำเงินเข้มในรถขึ้นมาพาดแขนก่อนจะถอยออกมาแล้วปิดประตูรถ พร้อมกับหันหน้าไปทางส่วนต้อนรับ แล้วสายตาของเขาก็ต้องสะดุดตรงหญิงสาวที่กำลังเดินมาจากอีกฝั่งหนึ่งซึ่งกำลังจะเลี้ยวซ้ายไปยังฝ่ายต้อนรับเช่นกัน
สาวน้อยร่างบางในเดรสกระโปรงสั้นสีน้ำเงินเข้มแขนยาว ตรงชายกระโปรงต่อด้วยผ้าสีขาวปล่อยชายย้วยและพริ้วไหวไปมาตามจังหวะการเดิน สวมรองเท้าส้นสูง และท่าเดินที่กระฉับกระเฉงนั่นสะกดให้เขาจ้องมองอย่างพึงพอใจ
ใบหน้าของเธอไม่ได้สวยเลิศระดับนางแบบที่เขาเคยคบหา แต่มีโครงหน้าที่อ่อนหวานแบบไทยแท้ซึ่งดูมีเสน่ห์อย่างประหลาด อะไรบางอย่างทำให้เขารู้สึกอยากรู้จักเธอผู้นั้นขึ้นมาทันที อลงกรณ์อมยิ้มนิด ๆ ก่อนที่จะเดินไปยังส่วนต้อนรับ ซึ่งเขามั่นใจว่าเธอคนนั้นที่เขากำลังสนใจก็คงจะไปที่นั่นเหมือนกัน เพราะเธอเดินตรงดิ่งไปยังเคาน์เตอร์
อลงกรณ์รีบก้าวเท้ายาว ๆ ไปที่นั่นทันทีเช่นกัน
“เอ่อ ถ้ามีลูกค้าชื่อคุณอลงกรณ์มาถึง แอนช่วยไปตามพี่ที่ออฟฟิศด้วยนะจ๊ะ เพราะเป็นแขกพิเศษของคุณกาวิน” มัทนพรบอกกับพนักงานสาวที่ยืนอยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์
เสียงที่แว่วมาเข้าหูทำให้เจ้าของชื่อที่อยู่ด้านหลังถึงกับนึกกระหยิ่ม ก่อนจะยักไหล่น้อย ๆ ใช่สิ คนอย่างเขาต้องพิเศษอยู่แล้ว ตั้งแต่เกิดมาเขาก็มักจะได้อภิสิทธิ์ที่เหนือกว่าพี่น้องคนอื่นในครอบครัว ไปที่ไหนก็มีแต่คนคอยพะเน้าพะนอเอาใจเพราะเป็นลูกชายคนเล็กของเจ้าสัวใหญ่เจ้าของธุรกิจบะหมี่สำเร็จรูปและอาหารบรรจุกระป๋องสำเร็จรูปที่มีผลประกอบการปีละหลายพันล้านบาท มีเงินมันดีอย่างนี้นี่เอง อมยิ้มมุมปากนิด ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปยืนเคียงข้างหญิงสาวที่เขาคิดว่าอย่างไรก็ตามเธอก็ต้องเห็นเขาพิเศษกว่าใคร ๆ
“ผมอลงกรณ์ครับ” เสียงทุ้มที่เอ่ยขึ้นด้านข้างทำให้มัทนพรหันขวับมามอง เห็นสายตาแปลก ๆ ที่มองมายังเธอนั่นแล้วเธอขนลุกซู่อย่างอดขยะแขยงไม่ได้จริง ๆ จนอดคิดไม่ได้ว่าคนเลว ๆ นี่ตายยากเสียจริง เพราะแค่พูดถึงก็มาให้เห็นทันที แม้จะมีอคติกับผู้ชายท่าทางน่าหมั่นไส้คนนี้นัก แต่ก็ต้องเก็บความรู้สึกนั้นไว้ ก่อนจะยิ้มบาง ๆ แล้วยกมือไหว้
“อ้อ สวัสดีค่ะ คุณอลงกรณ์ คุณกาวินให้เตรียมบ้านวโรชาไว้ให้แล้วค่ะ เชิญทางนี้ค่ะ แล้วกระเป๋าคุณอยู่ที่ไหนคะ ดิฉันจะให้พนักงานยกเข้าไปให้” มัทนพรกล่าวเชิญก่อนจะถามหากระเป๋าเดินทางเพราะไม่เห็นกระเป๋าเดินทางที่ลูกค้าจะต้องมีติดตัวมาด้วยตามปกติของการเข้าพัก
