บทที่ 7 อยากได้พรจากคุณ

“เอ่อ ผมไม่ได้เอามาครับ จะมาหาซื้อเสื้อผ้าที่นี่” ตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก จะเอามาได้อย่างไรกัน เพราะแค่จะเอาตัวเองมาให้ถึงลำปางก็แทบจะไม่ทัน ถ้ามัวเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าแม่นางแบบสาวนั่นได้ตามเกาะติดมาถึงที่นี่แน่ ถ้าแค่แก้เหงาชั่วครั้งชั่วคราวก็พอไหว แต่ตามติดแจแบบนี้ผู้ชายรักอิสระแบบเขาก็ต้องรีบหาทางชิ่งเหมือนกัน

“งั้น เอ่อ ตามฉันมาเลยค่ะ” หญิงสาวเดินนำไปข้างหน้า อลงกรณ์รีบก้าวเท้าตาม

“เดี๋ยวสิครับคุณ ผมไม่ได้รีบร้อนอะไรสักหน่อย ไม่ต้องเดินเร็วขนาดนั้นก็ได้” เดินตามมาพลางตะโกนเรียกพลาง 

‘เฮ้อ! นายไม่รีบแต่ฉันรีบย่ะ อยู่ใกล้นายแล้วฉันรู้สึกว่าอากาศมันไม่สะอาด รีบเข้าที่พักให้เสร็จ ๆ เถอะ จะได้หมดหน้าที่กันไป’ เธอคิดในใจแล้วหยุดเดินก่อนจะหันมายิ้ม

“เอ่อ ฉันคิดว่าคุณเดินทางมาไกลคงอยากจะพักผ่อนเร็ว ๆ” ชายหนุ่มอมยิ้มก่อนจะตอบกลับ “ผมไม่ได้เหนื่อยอะไรเลยครับ ว่าแต่คุณจะไม่แนะนำตัวเองให้ผมรู้จักหน่อยหรือครับ เผื่อผม เอ่อ ผมมีปัญหาอะไรจะได้ตามตัวคุณได้ถูก” ถามชื่อขึ้นมาดื้อ ๆ คนถูกถามถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะบอกชื่อของตัวเอง

“ดิฉันชื่อมัทนพรค่ะ”

“มัทนพร แปลว่าอะไรเหรอครับ” ถามแล้วอดงุนงงกับตัวเองไม่ได้ นึกสงสัยว่าคนอย่างเขาอยากรู้ความหมายชื่อคนอื่นขึ้นมาได้อย่างไร เรื่องจุกจิกแบบนี้ไม่เคยเข้ามาอยู่ในสมองของเขาเลยนักนิด แถมยังมีความรู้สึกตื่นเต้นแปลก ๆ ปนมาด้วยจนไม่รู้จะหาเรื่องอะไรมาพูดกับเธอ ในที่สุดก็คิดว่าคุยเรื่องชื่อไปก่อนก็แล้วกัน ก่อนจะจ้องมองหน้าหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างหน้า ใบหน้าของเธอไม่ได้มีท่าทีเขินอายยามโดนจ้องมองเหมือนที่เขาเคยเห็นผู้หญิงส่วนใหญ่จะสะเทิ้นเขินอายหากได้ถูกมองอย่างสนใจแบบนี้

“มีพรคือความรักค่ะ” เธอตอบกลับมาวางสีหน้าเรียบสนิท

“อะไรนะครับ แปลว่าอะไรนะครับ ผมฟังไม่ถนัด”

“แปลว่า มี พร คือ ความรักค่ะ” เธอตอบเน้นคำ อลงกรณ์พยักหน้าน้อย ๆ รอยยิ้มกะลิ้มกะเหลี่ยที่เคยมีหดหายไปเมื่อเจอสีหน้าจริงจังจากใบหน้าหวานของหญิงสาวตรงหน้า

“ผมอยากได้พรจากคุณจัง” แต่ปากเจ้ากรรมมันก็ดันโพล่งออกมาอย่างไม่ทันคิด

“ไปขอจากพระแล้วกันค่ะ ศักดิ์สิทธิ์กว่าพรจากฉันเยอะ” พูดจบเธอก็หันหลังเดินนำไปข้างหน้า

‘ไอ้ตี๋หน้าปลวกเอ้ย ชีกอสมคำร่ำลือจริง ๆ ให้ตายเถอะ’ อดด่าในใจไม่ได้ จะว่าหน้าปลวกก็ไม่ถึงขั้นหรอก ก็ยังพอดูได้อยู่บ้าง รูปร่างก็สูงดูมีสง่าราศีสะอาดสะอ้าน แต่งตัวดี ดูมีฐานะ ใบหน้าก็น่าจะพอพาไปวัดไปวาได้อยู่หรอก ถ้าไม่ชีกอและลื่นเป็นปลาไหลแบบนี้

‘เฮ้ย หล่อนคิดอะไรนี่ยายหม่อนคิดไปได้ถึงขั้นจะพาไปวัดไปวา สงสัยจะประสาทเสีย’ หญิงสาวสะบัดศีรษะอย่างลืมตัวก่อนจะหันไปหาคนที่เดินตามมา

“ถึงแล้วค่ะ บ้านวโรชา เป็นบ้านที่มองเห็นวิวสวยงามที่สุดของไร่ส่องหล้ารีสอร์ต” เธอพูดไปตามหน้าที่ที่ได้รับการฝึกมาอย่างคล่องแคล่ว

“ครับ ผมทราบ” ชายหนุ่มอมยิ้มให้อย่างเอ็นดูกับท่าทางเอาจริงเอาจังนั้น

“อ้อ ฉันลืมไป ว่าคุณเคยมาพักที่นี่แล้ว งั้นนี่ค่ะกุญแจ ฉันคงไม่ต้องแนะนำอะไรมาก เพราะทุกอย่างเหมือนเดิมค่ะ เรายังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง” เธอส่งกุญแจบ้านพักให้แล้วทำท่าจะเดินกลับ

“อ้าว คุณจะไม่เปิดประตูให้ผมหน่อยเหรอครับ ครั้งก่อนที่มาพนักงานเขายังเปิดประตูให้แถมพาผมไปแนะนำการใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ ในห้องนี้ด้วยนะครับ”

“ก็ทุกอย่างยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไงค่ะ เมื่อกี้คุณก็บอกว่าทราบแล้วนี่คะ ฉันเกรงว่าจะปล่อยไก่ไปบอกเรื่องที่คุณรู้แล้ว คิดว่าที่นี่เป็นบ้านของคุณก็แล้วกันนะคะ ฉันจะให้พนักงานเอาอาหารเย็นตามที่แจ้งไว้ในแพ็กเกจมาเสิร์ฟที่นี่ ขอตัวก่อนนะคะ” พูดจบเธอก็ก้าวเท้าฉับ ๆ ออกไป อลงกรณ์มองตามร่างบางที่เดินจากไปก่อนจะอมยิ้มน้อย ๆ

“โคตรน่ารักเลย แบบนี้ค่อยชุ่มชื่นหัวใจหน่อย ถึงจะดูหยิ่ง ๆ ก็เถอะ แต่ก็ท้าทายไปอีกแบบ” พึมพำเบา ๆ แล้วไขกุญแจเข้าไปยังบ้านพัก หยิบรีโมทเครื่องปรับอากาศขึ้นมากดปุ่มเปิดให้เครื่องทำงาน ก่อนจะวางเสื้อแจ็กเก็ตที่พาดแขนไว้ลงบนเตียงนอนสีขาวแล้วนั่งลงบนเตียงนั้น

“เฮ้อ เอาไงดีล่ะ เสื้อผ้าก็ไม่มีเปลี่ยน ใกล้ค่ำแล้วด้วย” มองนาฬิกาข้อมือแล้วบ่นกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะเอนกายลงบนที่นอนเพื่อผ่อนคลายความเมื่อยขบจากการนั่งขับรถมาหลายชั่วโมง

“เดี๋ยวกินข้าวเสร็จแล้วออกไปตระเวนหาซื้อในเมืองแล้วกัน” พึมพำเบา ๆ แล้วแววตาเจ้าเล่ห์ก็ฉายวับ ก่อนที่จะได้ยินเสียงเคาะประตู ชายหนุ่มลุกขึ้นไปเปิดประตูซึ่งเป็นไปตามที่คาดหมายไว้ พนักงานนำอาหารมาเสิร์ฟให้ อาหารถูกจัดวางไว้บนโต๊ะรับประทานอาหารริมระเบียง แล้วพนักงานก็เดินออกไป

อลงกรณ์นั่งลงบนเก้าอี้พร้อมมองวิวทิวทัศน์ยามเย็นที่แสนสบายตา พลางมองไปยังเก้าอี้ว่างเปล่าที่อยู่ฝั่งตรงข้าม “เฮ้อ ถ้ามีแม่สาวน้อยเมื่อสักครู่นี้มานั่งกินด้วยก็คงดีไม่น้อย แต่เธอดูจะหยิ่งไม่ใช่เล่น เอาน่า อีกไม่นานหรอก มีเหรอนายอลงกรณ์ลงมือจีบผู้หญิงคนไหนแล้วจะไม่สำเร็จ” พูดกับตัวเองแล้วรีบจัดการกับอาหารตรงหน้าอย่างรีบ ๆ ให้ทันเวลาก่อนพลบค่ำ เพื่อจะออกไปหาซื้อเสื้อผ้าในห้างสรรพสินค้าที่ตัวเมืองลำปาง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป