บทที่ 1 บทนำ
บทนำ
สาเหตุที่คนเราจะเลิกกันนั้นมีอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องร้ายแรงอย่างเช่นการนอกใจหรือเรื่องเล็กๆและอารมณ์ชั่ววูบที่ทำลายความสัมพันธ์ให้แหลกสลาย
เรื่องที่ทำให้ผู้ชายอกสามศอกอย่างธันวาต้องเลิกกับแฟนสุดที่รักคนล่าสุดนั้นช่างเป็นเรื่องไร้สาระที่เขาก็ยังนึกคลางแคลงใจจนถึงทุกวันนี้ ถึงแม้ว่ามันจะผ่านมาเกือบสี่ปีแล้วก็ตาม
สี่ปีที่เลิกกันสายฟ้าหรือนายธันวาไม่เคยคบกับผู้หญิงคนอื่นอีกเลย และเหตุการณ์ที่เลิกกันยังทำให้เขาฝันถึงมันซ้ำๆ
เมื่อสี่ปีก่อนสายฟ้าและข้าวหอมแฟนสาวของเขานั่งอยู่ในรถเก๋งสีดำเงาวับที่กำลังจอดนิ่งสนิทอยู่ริมถนน ใจกลางกรุงเทพฯเวลาเกือบเที่ยงรถติดจนแทบไม่ขยับ
คนขับก็เริ่มหงุดหงิดที่ต้องใช้สมาธิขับรถและเถียงกับข้าวหอมแฟนสาวสุดสวยที่นั่งอยู่ข้างกัน จึงตัดสินใจจอดมันข้างทางและพูดกันให้รู้เรื่อง
“เฮียสายฟ้า! หอมบอกแล้วไงว่าอยากกินชาบู” ข้าวหอมหรือรมิดานั่งกอดอกและเบะปากอย่างเอาแต่ใจ
ราวกับไฟและน้ำมันทั้งสองอยู่ในอารมณ์คุกรุ่นไม่มีใครยอมให้กัน และนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สายฟ้าต้องอกหักครั้งแรกในชีวิต
“แต่เฮียอยากกินบะหมี่เกี๊ยวเจ๊หยก เมื่อวานก็กินชาบู เมื่อวันเสาร์ก็กินชาบูมันน่าเบื่อข้าวหอมไม่เข้าใจเฮียเหรอ”
สายฟ้าเริ่มใช้น้ำเสียงที่หงุดหงิด นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนพวงมาลัยรถยิ่งทำให้บรรยากาศแย่กว่าเดิม
ดวงตาคู่สวยของข้าวหอมเริ่มมีน้ำตารื้น เป็นแบบนี้ทุกครั้งเลย เขาจะชอบพูดเหมือนสิ่งที่เธอพูดหรือทำมันเป็นเรื่องน่ารำคาญ
เฮียสายฟ้าชอบพูดเหมือนข้าวหอมเป็นคนที่ไม่ยอมเข้าใจอะไรสักอย่าง ทั้งๆที่เฮียก็เป็นเหมือนกัน
“สิ่งที่เฮียเบื่อไม่ใช่ชาบูหรอกแต่เป็นหอมมากกว่า”
น้ำเสียงแสนงอนพร้อมกับแววตาตัดพ้อไม่ได้ทำให้เขาใจเย็นลงได้แม้แต่น้อย
สายฟ้าถอนหายใจแรงก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสนจะเย็นชาและไร้เยื่อใย
“เอางี้ ถ้าหอมอยากกินชาบูมากขนาดนั้นก็ไปเลยเฮียจะไปกินบะหมี่เกี๊ยว”
สายฟ้าไม่อยากจะทะเลาะกับน้องอีกแล้วถึงได้พูดคำนั้นออกไปอย่างไม่ใส่ใจ
หลังจากประโยคนั้นทั้งรถก็ตกอยู่ในความเงียบงัน ข้าวหอมเพียงแค่มองเขาด้วยสายตาตัดพ้อและมันมีชั่ววูบหนึ่งที่สายฟ้าไม่ทันสังเกต
แววตาที่ข้าวหอมไม่อยากให้เขาเห็นมัน มันเป็นความอาลัยอาวรณ์ที่ความรักครั้งนี้กำลังจะจบลง
“หอมไปเองก็ได้!” ข้าวหอมกระชากเสียงและสูดหายใจเข้าแรงๆเพื่อกลั้นน้ำตาที่มันเอ่ออยู่ตรงขอบตา
“เออ! จะไปก็ไปเลย โคตรงี่เง่า” สายฟ้ากระแทกเสียงพร้อมกับหันหน้าหนีไปอีกทาง
ข้าวหอมตัดสินใจหยิบข้าวของและเปิดประตูรถ
ปั้ง !
เสียงประตูรถปิดรุนแรงจนสายฟ้ากลัวว่าประตูจะหลุดติดมือข้าวหอมไปด้วย
บรื้นนน!
เสียงรถยนต์กระชากตัวออกไปดังกระหึ่ม เหมือนทุกอย่างเป็นใจให้เรื่องราวมันแย่ลง การจราจรที่เคยติดขัดก่อนหน้านั้นกลับดูเบาบางลงและสามารถเคลื่อนตัวได้อย่างรวดเร็ว
“ใจร้าย!” ข้าวหอมทำเสียงเล็กจวนจะร้องไห้
ดวงตาของเธอมองตามหลังรถยนต์ของเขาไปจนสุดสายตา เขาไม่สนใจเลยว่าเธอจะรู้สึกยังไง จะกลับหอพักยังไง ข้าวหอมเดินเข้าไปในซอยเล็กๆที่เป็นทางลัดไปร้านชาบูร้านโปรด เธอนั่งลงเงียบๆพร้อมกับหยิบใบรายการอาหารขึ้นมาขีดเขียนตัวเลขลงไป
ร้านนี้เป็นร้านยอดฮิตกว่าจะได้กินก็รอคิวไปเกือบสามชั่วโมง แต่เพราะความเสียใจก่อนหน้าจึงทำให้ข้าวหอมไม่ได้รู้สึกหิวมากเท่ากับตอนแรก
มือเรียวใช้ตะเกียบคีบหมูสามชั้นของโปรดจากหม้อมาใส่ชามตรงหน้า ควันลอยอบอวลกลิ่นคงจะติดตัวเธอไปด้วย
โต๊ะรอบข้างแอบลอบชำเลืองมองข้าวหอมเป็นระยะ มักจะเป็นเช่นนี้เสมอ แต่ถ้าเฮียสายฟ้ามาด้วยเขาก็จะคอยทำหน้ายักษ์ใส่หนุ่มๆที่มาส่งสายตาให้ข้าวหอม
หลังจากนี้คงจะไม่มีอีกแล้ว พอคิดถึงอนาคตก็รู้สึกใจหวิวแปลกๆ ข้าวหอมเป็นคนเลือกทางเดินนี้เองแต่เธอก็ยังทำใจไม่ได้
“ไม่เคยรู้สึกเลยว่ากรุงเทพฯมันเงียบแบบนี้มาก่อน” ข้าวหอมงับหมูเข้าปากพอเคี้ยวเสร็จก็พูดเบาๆ
ตอนที่เดินมาระหว่างทางก็มีความคิดแวบเข้ามาว่าเขาอาจจะตามเธอมา แต่สุดท้ายก็ต้องผิดหวังแต่เป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว
หลังจากที่ทั้งสองคนทานอาหารของตัวเองเสร็จสายฟ้าเลือกที่จะไปกินเหล้ากับเพื่อนต่อเพราะไม่อยากกลับไปทะเลาะกันแฟน รอให้น้องใจเย็นกว่านี้แล้วค่อยไปง้อ
ข้าวหอมจ่ายเงินและนั่งรถไฟฟ้ากลับหอทันที
มือเรียวเล็กลงมือเก็บข้าวของทุกอย่างที่เป็นของเธอ กดโทรศัพท์หาพี่พีทซึ่งเป็นพี่แถวบ้านที่รู้จักกันมานานเพื่อให้เขามารับเธอไปในเย็นวันนั้น
“จะไม่บอกมันสักคำเหรอ” พี่พีทถามเสียงแผ่วไม่มั่นใจ
ข้าวหอมไม่ได้เอ่ยคำใดเพียงแค่พยักหน้าช้าๆ ปล่อยให้น้ำตามันไหลอยู่อย่างนั้น
“แล้วนี่จะเอายังไงต่อเหลืออีกตั้งหนึ่งเทอมกว่าจะจบ”
พีทถามน้องสาวคนสนิทที่เขาแอบหลงรักมาหลายปีด้วยความเป็นห่วง
ตั้งแต่รู้จักกันมาข้าวหอมเป็นคนสดใสและร่าเริง พอได้มาเห็นในมุมที่น้องอ่อนแอแบบนี้เขาก็อยากจะชกไอ้สายฟ้าให้ฟันร่วง
“หอมจะย้ายไปอยู่หอเพื่อนค่ะ คงไม่ได้เจอหน้ากันง่ายๆ” ข้าวหอมตอบเสียงเรียบ
ข้าวหอมวางแผนไว้แล้วว่าจะพยายามหลีกหนีเขาทุกวิถีทาง ทั้งหมดนี้มันก็เพื่ออนาคตของเขาเอง
ภายในผับร้านดังถนนทั้งเส้นมีแต่สถานบันเทิง ร่างสูงของสายฟ้ากำลังนอนฟุบกับโต๊ะหลังจากที่ดื่มไปหลายแก้วจนเลิกนับไปนานแล้ว
“พามันกลับเถอะว่ะ”
เพื่อนของสายฟ้าทั้งสองคนหิ้วคนเมาออกจากร้านและพากลับไปส่งที่หอพัก
ยามที่หน้าหอคุ้นหน้าตากันเป็นอย่างดีก็ปล่อยให้พวกเขาเข้าไป
ตุบ!
เขาถูกโยนให้นอนลงบนโซฟาห้องนั่งเล่น สายฟ้าค่อยๆปรือตามองเพดาน
“เมียมึงไปไหนวะสายฟ้า” นทีเพื่อนสนิทของเขาถาม
“เออนั่นดิ ทำไมห้องมึงดูโล่งๆวะ” เพื่อนอีกคนก็ถามขึ้น
ความรู้สึกเจ็บที่หน้าอกเล่นงานจนต้องยกมือขึ้นมากุม
เมื่อได้มองรอบห้องความเมามายก่อนหน้าก็หายไปในฉับพลัน ของใช้ของข้าวหอมไม่เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว
“กุญแจรถ เอากุญแจรถกูมา” สายฟ้ารีบลุกขึ้นและเดินไปขอกุญแจรถจากนที
“มึงเมามากแล้วสายฟ้า ขับรถตอนนี้อันตรายพรุ่งนี้เช้าค่อยโทรหาน้องมันก็ได้”
นทีรีบร้องห้ามเพราะกลัวว่าเพื่อนจะเกิดอุบัติเหตุ
สายฟ้ายังคงไม่ยอมฟังความ เขาค้นตัวเพื่อนจนเพื่อนอีกคนต้องมาล็อกตัวเขาไว้
ทั้งสองอยู่เฝ้าสายฟ้าจนเช้าก็ให้เพื่อนอาบน้ำล้างหน้าล้างตาก่อนจะขับรถวนรอบมหาวิทยาลัยเพื่อตามหาข้าวหอม
ขับรถทั้งวันไปหาเพื่อนทุกคนของข้าวหอมที่สายฟ้ารู้จักแต่ไม่มีใครรู้ว่าข้าวหอมอยู่ที่ไหน
เขาทั้งโวยวายและฟูมฟายราวกับคนเสียสติ
ทุกเช้าและบ่ายสายฟ้าจะรีบไปดักรอน้องที่หน้าตึกคณะ
ถึงแม้จะได้เจอหน้าแต่ก็โดนเพื่อนของข้าวหอมกันเขาออกไปตลอด วนอยู่อย่างนี้อยู่เกือบเดือนจนสายฟ้าเริ่มถอดใจ
เขาไม่เคยเข้าใจเลยว่าเราเลิกกันด้วยเรื่องอะไรกันแน่ แค่เพราะว่าเขาไม่ยอมกินชาบูด้วยหรือเพราะว่าเขาปล่อยให้น้องต้องเดินคนเดียว
สายฟ้าไม่เคยเข้าใจเลย ทุกอย่างยังค้างคาในใจแต่ไม่มีโอกาสได้ไขข้อสงสัย
สิ่งที่สำคัญกว่าสาเหตุที่ทั้งสองคนเลิกกันแต่เขาไม่มีโอกาสได้รับรู้ตลอดหลายปีนั้นเป็นเรื่องที่จะทำให้เขาเสียใจหนัก
หลังจากที่เลิกกันได้ไม่นานข้าวหอมก็ได้รับรู้เรื่องที่ทำให้เธอต้องเซอร์ไพรส์ นั่นคือเธอตั้งท้องได้เดือนกว่าแล้ว
หญิงสาววัยเพียงยี่สิบเอ็ดปีต้องหอบร่างกายอวบๆพร้อมกับลูกในท้องไปเรียนและไปสอบเพื่อเรียนให้จบในเทอมสุดท้าย
โชคดีที่มีเพื่อนๆคอยดูแลและพาข้าวหอมไปฝากครรภ์ จนเจ้าตัวน้อยออกมาลืมตาดูโลกอย่างปลอดภัย
ด้วยความที่กลัวว่าพ่อแม่จะอับอายชาวบ้าน ข้าวหอมตัดสินใจไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ และใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นจนเกือบครบสี่ปี
