บทที่ 10 บทที่ 9 อย่ามาทำเหมือนยังรักกัน

บทที่ 9 อย่ามาทำเหมือนยังรักกัน

ลมหนาวพัดเอื่อยกระทบผิวแผ่วเบาจนขนลุกชัน กลับทำให้บรรยากาศหน้าร้านน้ำเต้าหู้เล็กๆริมถนนที่มีผู้คนมายืนมุงกันดูอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด

ช่วงที่อากาศหนาวน้ำเต้าหู้ก็จะขายดีกว่าฤดูอื่นๆ ไอร้อนจากหม้อน้ำเต้าหู้เดือดปุด ๆ ลอยคลุ้ง

ข้าวปั้นยืมดมกลิ่นหอมของถั่วเหลืองบดคละเคล้ากับกลิ่นปาท่องโก๋ทอดใหม่ ๆ ยั่วน้ำลายจนใครต่อใครที่เดินผ่านต้องแวะเวียนเข้ามาต่อแถว

น้ำเต้าหู้ใส่เครื่องของคุณยายอร่อยมาก ข้าวปั้นกินเกือบทุกเช้าเลย

“นี่ลูกโอ๊ตเหรอจ๊ะพี่บัว” สาย ลูกค้าประจำถามคุณนายบัวที่กำลังคีบปาท่องโก๋ใส่ถุงให้

คุณนายบัวละสายตาจากตรงหน้าและหันไปมองหลานชายด้วยรอยยิ้ม ไม่มีอะไรให้ต้องอายข้าวปั้นเป็นศูนย์รวมความรักของครอบครัว

“ไม่ใช่หรอกสาย ลูกข้าวหอมมันน่ะ”

คำตอบของคุณนายบัวทำเอาคนถามไปต่อไม่ถูก ทำหน้าเหวออ้าปากค้าง

“หระ...เหรอจ๊ะ”

สายตกใจเพราะไม่เคยได้ยินเลยว่าข้าวหอมมีลูก นี่แอบพากันไปเลี้ยงที่เมืองนอกมาสินะถึงได้กลับมาตอนโตขนาดนี้แล้ว

“นี่แอบไปคลอดเมืองนอกเหรอ พ่อเด็กมันทิ้งไปใช่ไหม” สายเอามือป้องปากและกระซิบถามแต่มันทำให้คนรอบข้างมองข้าวปั้นด้วยสายตาที่ทำให้เด็กน้อยผวา

ไอ้เราก็เห็นเป็นเด็กเรียน แต่มีลูกโตขนาดนี้ไม่ใช่ว่าท้องตั้งแต่ยังเรียนไม่จบหรอกนะ แบบนี้ต้องรีบขยายข่าว

“ป้าสายอย่ามัวแต่ยุ่งเรื่องของชาวบ้านชาวช่องเค้าเลย เอาเวลาไปสนใจลูกสาวป้าเถอะ ผมเห็นมันนั่งอยู่กับพวกไอ้ลอยที่บ้านมันนู่น”

เสียงของสายฟ้าดังขึ้นแทรกบทสนทนาของทั้งสองคน

ลูกสาวคนเล็กป้าสายอายุแค่สิบห้าดันไปติดพันกับไอ้ลอยเด็กเดินยา ไม่รู้ว่าจะโดนตำรวจรวบไปวันไหน

“เอ็งจะมาว่าลูกข้าได้ไง” สายว่ากลับสายฟ้าเสียงแข็ง

“แล้วป้าไปว่าลูกข้าวหอมได้ไง ลูกป้าป้าก็รักแล้วข้าวหอมไม่รักลูกหรือไง” สายฟ้าตวาดกร้าว

ปกติกูไม่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านหรอกนะ แต่นี่มานินทาว่าลูกกู ไอ้สายฟ้ายอมซะที่ไหน

วืดดด!

ที่คีบเหล็กอันยาวเท่าศอกลอยจากมือคุณนายบัวไปหยุดอยู่ตรงหน้าสาย อีกนิดเดียวก็โดนหน้าแล้ว

“เด็กมันจะมีพ่อหรือไม่มีข้าก็มีปัญญาเลี้ยง ไม่ต้องให้เอ็งมาใส่ใจหรอก” พูดเหมือนรำคาญและหันไปยิ้มให้สายฟ้า

สายฟ้าฉีกยิ้มให้ว่าที่แม่ยาย ไม่ใช่สิ อดีตว่าที่แม่ยายพร้อมกับยกนิ้วโป้งให้หนึ่งที

“ฟ้าไปนั่งก่อนเดี๋ยวป้าทอดปาท่องโก๋กระทะใหม่ให้”

คุณนายบัวพึ่งจะตระหนักได้ว่าที่สายฟ้ามาช่วยเธอทุกวันคงเป็นเพราะเรื่องของข้าวหอม

แต่เธอก็ไม่ได้ถือโทษหรือโกรธอะไรเด็กมัน

เรื่องคบๆเลิกๆเป็นเรื่องปกติ แต่ดูจากเหตุการณ์เมื่อครู่ก็ทำให้เห็นแล้วว่าสายฟ้าเป็นพ่อที่ดี ปกป้องลูกไม่ปล่อยผ่านแม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ

“ครับป้าบัว”

รอไม่นานน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋ก็มาเสิร์ฟ และพนักงานเสิร์ฟก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นข้าวปั้น

“มาลูกพ่อช่วยถือ” สายฟ้ารีบรับจานและแก้วมาถือไว้เองกับมือ กลัวว่าความร้อนจะโดนผิวลูกชาย

ความอบอุ่นที่สายฟ้ามอบให้ข้าวปั้นทำให้เด็กน้อยยิ้มกว้างอวดฟันขาว คุณพ่อใจดีกับข้าวปั้นมากข้าวปั้นชอบที่สุด

ข้าวหอมยืนหลบอยู่ด้านหลังของสายฟ้า เธอกวักมือเรียกลูกชายให้เดินเข้าไปหา ข้าวปั้นก็รีบวิ่งไปหาคุณแม่ทันที

“คุณแม่เรียกข้าวปั้นเหรอครับ” เสียงเจื้อยแจ้วกับใบหน้าน่ารักของเด็กน้อยทำให้คนแม่ทำหน้าเอ็นดู

“เอาซอสไปให้พ่อเขาหน่อยข้าวปั้น” ข้าวหอมหยิบขวดซอสพริกมาจากในบ้านและส่งให้ข้าวปั้น

“เอาไปให้ทำไมครับ” ข้าวปั้นเอียงคอคิ้วขมวด

ดวงตากลมโตเหมือนคนแม่กะพริบรัวๆด้วยความสงสัย

“คุณพ่อชอบกินครับ”

ข้าวหอมขยี้ผมลูกชายเบาๆ พอลูกหันหลังไปเธอก็ไปยืนแอบอยู่ที่เดิม

ข้าวปั้นวิ่งไปหาสายฟ้าอีกครั้งและวางขวดซอสพริกบนโต๊ะ คนเป็นพ่อทำหน้างง

“ข้าวปั้นเอามาให้พ่อเหรอครับ” สายฟ้าหยิบขวดซอสขึ้นมาดูและก็เห็นว่าคือซอสพริก

ความรู้สึกที่ใจกำลังเต้นแรงเพราะความหวั่นไหวจู่โจมไม่ทันตั้งตัว ถึงกับต้องเอามือไปกุมอกเอาไว้

“คุณแม่บอกว่าคุณพ่อชอบครับ”

“ขอบคุณครับ” สายฟ้ายิ้มเอ็นดูลูกชาย

มือที่ถือขวดซอสสั่นเบาๆ เจ้าตัวที่ควบคุมหัวใจตัวเองไม่ได้ก็รู้สึกเหมือนร่างกายมันไม่ฟังสมองอีกต่อไป

เขาเป็นคนที่ชอบกินซอสพริกมาตั้งแต่เด็ก ปาท่องโก๋ก็ยังจิ้มกับซอสพริก เรื่องนี้มีแค่ข้าวหอมที่รู้ ผ่านมาตั้งหลายปีแต่เธอก็ยังจำได้

มาทำแบบนี้จะไม่ให้เขาหวั่นไหวได้ไง เลิกรักกันไปแล้วก็อย่ามาทำเป็นจำได้สิว่าชอบกินอะไร คนรับมันทำใจลำบาก

ถ้ายังมาทำเหมือนมีใจคนเป็นผัวเก่ามันทำตัวไม่ถูกนะ เขาเองยังไม่รู้เลยว่าควรจะทำยังไงกับข้าวหอมดี

หากถามว่ายังรักน้องไหมตอบได้เต็มปากเต็มคำเลยว่ารักมากไม่เคยลืมน้องได้เลย แต่เพราะความกลัวที่ว่าข้าวหอมอาจจะไม่รักกันแล้วมันทำให้สายฟ้าสร้างกำแพงขึ้นมา

ทุกคำที่จิกกัดคนน้องไปนั่นก็เพราะสมองมันกำลังปกป้องหัวใจอยู่ ถ้าบังคับให้ตัวเองโกรธเกลียดข้าวหอมได้ใจเขาก็จะเจ็บน้อยลง

สายฟ้านั่งเหม่ออยู่นานจนน้ำเต้าหู้เย็นชืด คุณนายบัวที่กำลังว่างเพราะลูกค้าน้อยลงแล้วก็เดินมาดู

“เป็นไรไหมฟ้า”

เธอยังคงแสดงท่าทีเหมือนเดิมกับสายฟ้า แม้ว่าสถานะจะเปลี่ยนไปแล้วก็ถาม

“ห้ะ! อ๋อ ไม่เป็นไรครับป้าบัว”

สายฟ้าหลุดจากภวังค์เขาหยิบเอาขวดซอสเปิดฝาและบีบเอาตัวซอสออกมา

“ฟ้า! ไม่ใช่แล้วลูก”

คุณนายบัวร้องลั่นเมื่อเห็นสายฟ้ากำลังบีบซอสพริกใส่น้ำเต้าหู้แทนที่จะเป็นจานปาท่องโก๋

“เฮ้ย!” เสียงเข้มโวยวายเช่นกัน

แม่งเอ้ยมัวแต่คิดเรื่องข้าวหอมจนบีบซอสพริกใส่น้ำเต้าหู้เกือบหมดขวด แล้วจะทำไงล่ะทีนี้

“เดี๋ยวป้าไปเปลี่ยนให้ใหม่ดีกว่า” คุณนายบัวคว้าแก้วน้ำเต้าหู้เตรียมจะไปเททิ้ง

หมับ!

เขาไวกว่าคว้าแก้วมาและหลับตากระดกทีเดียวหมดแก้ว ทั้งร้อนและแสบคอแถมยังขมไปทั่วปากอีกต่างหาก

“ฟ้าทำอะไรลูก!”

“กินไม่ได้นะครับคุณพ่อ” ข้าวปั้นเขย่งตัวจะไปแย่งแก้วจากมือคุณพ่อแต่ก็ไม่ทัน คุณพ่อกินหมดแก้วแล้ว

“ไม่เป็นไรครับกินได้”

ยิ้มแหยๆเป็นคำตอบ ความขมและแสบร้อนยังคงเล่นงานเขาไม่หยุดแต่ก็พยายามเก็บสีหน้า

แค่ปล่อยไก่เมื่อกี้ก็อายมากแล้ว สายฟ้าจึงต้องรีบกระดกน้ำเต้าหู้ใส่ซอสพริกเข้าไปเพื่อกลบเกลื่อน

“หึๆ ฮ่าๆๆๆ” เสียงหัวเราะดังมาจากฝั่งที่ข้าวปั้นไปเอาซอสพริกมา

“คุณพ่อไม่เจ็บเหรอครับ” ข้าวปั้นมีสีหน้ากังวล

เด็กน้อยอายุยังไม่สี่ขวบดีบางครั้งก็ใช้คำพูดไม่ตรงกับสิ่งที่อยากจะสื่อสารนัก

ข้าวปั้นกลัวคุณพ่อสายฟ้าจะเจ็บลิ้น ซอสพริกยี่ห้อนี้เผ็ดมากๆ ข้าวปั้นเคยเอาไก่ทอดจิ้มทีนึงเผ็ดจนกินน้ำไปหลายแก้ว

ร่างสูงเบือนสายตามองไปยังต้นเสียง และก็เห็นเงาของคนคุ้นเคยกำลังหัวเราะจนตัวโยก

“คุณพ่อไม่เจ็บครับ” สายฟ้าบอกลูกแต่เสียงเริ่มแหบแห้ง

ทั้งชีวิตไม่เคยกินเลยน้ำเต้าหู้ใส่ซอสพริกเลย และก็ไม่คิดจะกินอีก ยิ่งได้ยินเสียงหัวเราะของเมียเก่ายิ่งอายเข้าไปใหญ่

ข้าวหอมรีบเดินหนีเข้าบ้านเมื่อสบตากับเขา

ล้างปากด้วยน้ำเปล่าแล้วก็เริ่มช่วยป้าบัวเก็บร้าน พอเสร็จก็เดินผ่านรั้วที่มีสุนัขสองตัวมองเขาด้วยสายตาอาฆาต

กรร!

เสียงขู่คำรามยังคงทำให้สายฟ้าเสียวสันหลังได้เสมอ

กว่าจะผ่านมาได้เล่นเอาเหงื่อท่วมตัว

“เฮียเข้ามาทำไม” ข้าวหอมพึ่งอาบน้ำเสร็จ

บนร่างกายขาวเนียนมีเพียงชุดคลุมอาบน้ำสวมปกคลุมเอาไว้ มือเรียวรีบยกขึ้นมาปิดส่วนหน้าอกเอาไว้

ใบหน้าเนียนแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย ถึงจะเคยคบกันมาหลายปีแต่เลิกกันไปนานแล้ว

“ห้ะ! อะไรนะ” เขาร้องตอบเสียงหลง

เมื่อกี้มัวแต่มองอะไรกลมๆนูนๆสองข้างจนน้ำลายแทบไหล ถึงข้าวหอมจะใส่ชุดคลุมแต่มันก็ยังเห็นสัดส่วนได้ชัดเจน

“ไอ้เฮีย!” ข้าวหอมโวยวายแทบอยากจะทุบให้หลังหัก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป