บทที่ 3 บทที่ 2 แฟนเก่าของใคร

บทที่ 2 แฟนเก่าของใคร

บ้านของข้าวหอมอยู่ทางภาคกลาง แต่อยู่ในพื้นที่ชนบท ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพชาวนาชาวสวนเป็นหลัก

ทำนาแต่ละครั้งชาวบ้านก็มักจะมากู้เงินจากแม่ของเธอเพื่อไปซื้อปุ๋ยซื้อยาต่างๆ พอถึงเวลาครบกำหนดคุณนายบัวก็จะเดินสายทวงหนี้

หลักๆก็จะมีผู้ช่วยของคุณแม่ที่คอยตามทวงหนี้ให้ แต่คุณแม่ของเธอก็ชอบที่จะออกไปเองด้วย

ข้าวหอมกลับมาอยู่ที่บ้านได้เกือบหนึ่งอาทิตย์แล้ว แต่เธอแทบจะไม่ออกไปไหนเลยเพราะไม่อยากตอบคำถามของคนอื่นที่มองเข้ามา

ถ้าหากคนอื่นมองเธอด้วยสายตาแปลกๆมันไม่ได้ทำให้ข้าวหอมสนใจ แต่ข้าวหอมไม่อยากให้ข้าวปั้นลูกของเธอต้องมาเจอเรื่องที่ทำร้ายจิตใจเด็กตัวเล็กๆ

“คุณแม่เลิกป้อนข้าวปั้นได้แล้วค่ะ ข้าวปั้นจะสี่ขวบแล้วกินเองได้แล้ว” ข้าวหอมบอกกับแม่แล้วก็ช่วยเช็ดปากให้ลูก

ทุกคนในบ้านพากันเห่อหลานเล่นกับข้าวปั้นทั้งวัน กลางคืนก็มาเอาไปนอนด้วย

ขนาดข้าวปั้นสามขวบเกือบสี่ขวบแล้วคุณแม่ของเธอยังอยากป้อนข้าวหลานอยู่เลย

“ข้าวหอมนั่นแหละลักพาตัวหลานแม่ไป แม่เลยไม่ได้เห็นข้าวปั้นตอนเกิดเลย”

คุณนายบัวมองค้อนลูกสาวเบาๆ

“หอมผิดไปแล้วค่าาา”

ข้าวหอมขยับตัวไปกอดแขนคุณแม่ของเธอไว้และเอาหน้าซบพลางถูไถไปมา

เรื่องที่เกิดขึ้นในวันแรกที่ข้าวหอมย้ายกลับมาบ้านถือว่าเป็นวันที่ทุกอย่างจบลงแล้ว

ป๊าและคุณแม่ไม่ได้ว่าอะไรเธออีก ข้าวหอมถึงได้สบายใจและกลับมาเป็นน้องข้าวหอมของคุณแม่เหมือนเดิม

“บ่ายนี้แม่กับพี่สุจะไปธุระในเมืองสักหน่อย หอมไปทวงเงินให้แม่ได้ไหม” พูดไปก็ป้อนข้าวหลานชายไปด้วย

คุณนายบัวอยากให้ลูกสาวได้ออกไปข้างนอกบ้าง

สิ่งที่ข้าวหอมกลัวก็มาถึง เธอไม่อยากออกไปข้างนอกเลยแต่ถ้าเป็นคำขอของคุณแม่ก็คงปฏิเสธไม่ได้

เม้มปากพิจารณาอยู่ไม่นานก็พยักหน้าตกลงพร้อมรอยยิ้ม

“ได้ค่ะคุณแม่”

ไหนๆก็ต้องออกไปข้างนอกแล้วข้าวหอมก็คิดว่าจะพาลูกไปเดินเล่นด้วยเลย

ปกติเกือบทุกสุดสัปดาห์ข้าวหอมจะพาน้องข้าวปั้นออกไปเดินเล่นสวนสาธารณะ และออกไปทานข้าวนอกบ้านเป็นประจำ

ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ข้าวปั้นต้องอุดอู้อยู่แต่ในบ้าน ยังดีที่หลังบ้านมีสวนและบ่อปลาคาร์ปให้ข้าวปั้นได้เล่นไปเพลินๆ

เสี่ยเปี๊ยกก็พึ่งสั่งให้คนสร้างสนามเด็กเล่นไว้ให้ข้าวปั้นตรงข้างบ้านที่เคยเป็นที่เก็บของ

“ข้าวปั้นอยู่กับแม่ข้าวหอมไปก่อนนะลูก เดี๋ยวตอนเย็นคุณยายจะซื้อขนมมาฝาก”

เอามือดันแก้มกลมๆนุ่มๆของหลานชายแล้วก็ต้องยิ้มกว้าง ข้าวปั้นน่ารักเกินไปจนยายทำใจรับไม่ทัน

“ครับคุณยาย” เด็กชายข้าวปั้นพยักหน้ารัวๆและรับข้าวคำสุดท้ายเข้าปาก

ช่วงบ่ายข้าวหอมก็เตรียมของใช้จำเป็นของลูกไปใส่ไว้ในเบาะหลังรถ พวกขวดน้ำ กระดาษทิชชูและยาของข้าวปั้น

ข้าวปั้นปีนรถขึ้นไปนั่งบนคาร์ซีทแล้วก็มองตามคุณแม่ข้าวหอมที่กำลังช่วยรัดเข็มขัดให้

ในรถยนต์มีกลิ่นหอมอ่อนๆที่ข้าวปั้นชอบ พอทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยรถยนต์คันสีขาวก็เคลื่อนตัวออกจากรั้วบ้านวรากุล

“เราจะไปไหนกันครับคุณแม่” ข้าวปั้นโน้มตัวมาข้างหน้าเพื่อมองหน้าคุณแม่ข้าวหอม

ใบหน้าของคุณแม่มีเครื่องสำอางอ่อนๆ ตามสไตล์สวยใสธรรมชาติและต้องมีความเป็นลูกคุณหนูของเธอ

ถึงจะมีลูกแล้วแต่คุณแม่ก็ยังแต่งตัวดูเป็นวัยรุ่น เหมือนพวกพี่สาวที่ข้าวปั้นเห็นบ่อยๆตอนคุณแม่พาไปเที่ยวข้างนอก

ตั้งแต่มาอยู่ที่บ้านใหม่ข้าวปั้นก็ไม่ได้ออกไปข้างนอกเลย มีเบื่ออยู่บ้างแต่ข้าวปั้นต้องเชื่อฟังคุณแม่

รถยนต์สีขาวพาข้าวหอมและลูกชายเข้าไปในซอยเล็กๆที่อยู่ใกล้กับตลาดที่ข้าวหอมชอบขอตามคุณแม่มาด้วยตอนเด็กๆ

มองตามข้างทางหลายๆอย่างดูเปลี่ยนไป เมื่อรถจอดสนิทข้าวหอมก็หันไปบอกกับข้าวปั้นให้ลูกรอในรถ

บ้านสังกะสีเก่าๆตั้งอยู่ตรงหน้าข้าวหอม ดวงตาคู่สวยกลมโตกะพริบถี่ เธอไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร

เคาะประตูบ้านอยู่หลายครั้งก็ยังไม่มีคนเปิดให้ แต่ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวจากด้านใน

ข้าวหอมเคยเห็นป้าแดงอยู่ไม่กี่ครั้ง ป่านนี้ก็คงจะแก่ตัวไปมากแล้ว

“ป้าแดงอยู่ไหมคะ” ข้าวหอมส่งเสียงดังพอสมควร

เสียงบางอย่างกระทบกับพื้นไม้ด้านใน คงจะเป็นเสียงไม้เท้าของป้าแดง

“ป้าแดง! ข้าวหอมเองค่ะ”

ข้าวหอมตะโกนเรียกอีกครั้ง

ผลัวะ!

ประตูสังกะสีถูกเปิดออกโดยคนด้านในบ้าน

ข้าวหอมรีบยกมือไหว้พร้อมรอยยิ้มหวานละมุนทันที

“สวัสดีค่ะป้าแดง แม่บัวให้หอมมาถามเรื่องเงินที่ยืมไป ป้าสะดวกหรือยังคะ”

ข้าวหอมเลือกที่จะใช้ไม้อ่อนก่อน

พฤติกรรมและนิสัยของข้าวหอมเริ่มเปลี่ยนไปตั้งแต่ที่มีน้องข้าวปั้นเข้ามาในชีวิต

จากคุณหนูที่ค่อนข้างเอาแต่ใจและอ่อนต่อโลกก็เปลี่ยนไปแบบแทบจะเป็นคนละคน

การต้องเลี้ยงน้องข้าวปั้นคนเดียวทำให้ข้าวหอมใจเย็นมากขึ้นกว่าเดิมมากๆ

“ป้ายังไม่มีเลยลูก หนูไปบอกแม่นะว่าถ้าเงินเดือนป้าออกป้าจะรีบเอาไปผ่อนคืนให้”

คนอายุเยอะกว่าบอกอย่างเชื่องช้าตามอายุ

“แต่ป้าแดงผลัดแม่มาหลายรอบแล้วนะคะ มันเลยกำหนดมาจะครบปีแล้วด้วย”

ข้าวหอมเม้มปากเบาๆ เป็นเธอเสียเองที่รู้สึกกดดัน

ไม่ใช่ว่าอยากจะใจร้ายกับคนแก่แต่เงินกู้ยืมไปก็ต้องคืน

ทุกคนมีเรื่องลำบากเป็นของตัวเอง ลูกหนี้ลำบากต้องหาเช้ากินค่ำ แต่เจ้าหนี้ก็ต้องกินต้องใช้เหมือนกันไม่ได้เสกเงินมาได้จากฟ้า

ถ้าเจ้าหนี้ใจดีกับลูกหนี้ทุกคนแล้วจะเอาเงินที่ไหนให้คนอื่นๆยืม

กลับกันถ้าเจ้าหนี้ไม่ให้ยืมตั้งแต่แรกคนที่เป็นลูกหนี้จะเอาเงินที่ไหนไปใช้จ่าย

บรื๊นนนน! เอี๊ยด!

เสียงรถดังขึ้นจากทางที่ข้าวหอมจอดรถ และตามมาด้วยเสียงเบรกแหลมบาดหู ซอยก็เล็กนิดเดียวขับเข้ามาเร็วขนาดนั้นไม่กลัวรถชนกับกำแพงตายหรือไง ข้าวหอมแค่บ่นในใจ

“ป้าแดง ! ”

เสียงทุ้มตะโกนดังลั่นมันทำให้ข้าวหอมตัวชาวาบ เสียงของคนที่เธอไม่ได้ยินมาเกือบสี่ปี

ลืมไปแล้วชั่วขณะว่าถ้ากลับมาอยู่ที่บ้านก็อาจจะเจอเขา พ่อของข้าวปั้น

สัญชาตญาณหวงลูกถูกปลุกขึ้นกะทันหัน

ข้าวหอมรีบหันไปมองทางรถยนต์ของเธอที่มีลูกนั่งเล่นอยู่ด้านใน พอเห็นว่าเขาเดินผ่านรถของเธอไปแล้วข้าวหอมก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก

โล่งใจได้ไม่นานข้าวหอมก็ต้องขนลุกเกรียวและชาวาบไปทั้งตัวเพราะปลายทางของเขาเหมือนจะมาทางเธอ

เมื่อกี้เฮียสายฟ้าตะโกนเรียกป้าแดงนี่ เขาก็ต้องมาหาป้าแดงสิ

“หนูเป็นอะไรหรือเปล่าลูก” ป้าแดงถามเธอเมื่อเห็นว่าข้าวหอมหน้าซีดและเงียบไป

ชายหนุ่มร่างสูงรูปร่างกำยำ กล้ามเนื้อแขนแน่นๆภายใต้เสื้อแขนกุดสีขาวเปรอะๆเดินเข้าไปในบ้านของป้าแดงอย่างคุ้นเคย

สิ่งที่ทำให้เขาต้องชะงักฝีเท้าเพราะด้านหลังของผู้หญิงที่ยืนอยู่กับป้าแดง

ถึงจะเป็นแค่แผ่นหลังแต่สายฟ้าก็ยังจำเธอได้ดี มองแค่แวบเดียวก็รู้ว่าเป็นข้าวหอม

บนโลกนี้มีเรื่องบังเอิญมากมายแต่ไม่เคยคิดเลยว่าจะเกิดขึ้นกับเขาในวันนี้

“มีแขกเหรอป้าแดง” เสียงเข้มทำเป็นไม่สนใจและพยายามคุมเสียงไม่ให้มันสั่น

สายฟ้ามั่นใจว่าน้องจำเสียงของเขาได้ แต่ข้าวหอมก็เลือกที่จะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เขาเองก็ไม่จำเป็นที่จะต้องทักทายเหมือนคนรู้จัก

“ลูกคุณนายบัวน่ะ เขามาทวงหนี้” ป้าแดงตะโกนกลับไป

“หึ เจ้าหนี้หน้าเลือด” สายฟ้าส่งเสียงเยาะถากถาง

คนที่ใจเย็นมาตลอดอย่างข้าวหอมรู้สึกเหมือนความพยายามตลอดสี่ปีกำลังจะพังทลาย

ไม่ว่าใครจะทำให้เธอต้องโกรธแค่ไหนแต่ข้าวหอมก็ควบคุมตัวเองได้ดีเสมอ แต่ไม่ใช่กับเฮียสายฟ้าเพราะเฮียเขามีวิธีพูดที่จะทำให้เธอของขึ้นได้ตลอด และตอนนี้ขีดความอดทนของข้าวหอมก็กำลังจะถึงขีดสุดแล้ว

“อย่าไปพูดแบบนั้นสิเอ็งนี่” ป้าแดงรีบห้ามลูกชายเจ้านายทันที

"ก็มันจริงนี่ป้า คนเขาลำบากจะตายอยู่แล้วไม่เห็นใจกันบ้างเลยหรือไง ตัวเองก็รวยจนเงินจะทับตายอยู่แล้ว"

สายฟ้าใช้น้ำเสียงกวนประสาทเต็มที่

ข้าวหอมนับหนึ่งถึงร้อยในใจเพื่อไม่ให้ตัวเองระเบิดอารมณ์ ถ้าเธอระเบิดตอนนี้อาจจะทำให้ข้าวปั้นตกใจ

“เจ็ดสิบสาม...เจ็ดสิบสี่” ข้าวหอมเริ่มนับออกเสียงต้องการกลบเสียงของอีกฝ่าย

“รู้อยู่ว่าเรียนเก่งไม่ต้องนับเลขโชว์หรอกใครๆเขาก็นับได้”

สายฟ้าสาวเท้าเร็วขึ้นจนไปยืนอยู่ข้างข้าวหอม หางตาชำเลืองมองใบหน้าคนน้องเป็นครั้งคราว

สติของข้าวหอมขาดผึงทันที เธอทนไม่ไหวแล้ว

“เฮียสายฟ้า!” ข้าวหอมสะบัดหน้ามองหน้าอีกฝ่ายและตะโกนชื่อเขาดังลั่น

ขนาดป้าแดงยังตกใจเอามือทาบอก ตกใจที่เด็กสองคนรู้จักกัน และตกใจที่ข้าวหอมตะโกนเสียงดัง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป