บทที่ 4 บทที่ 3 ไม่ใช่ลูกเฮียแต่เป็นลูกหมา
บทที่ 3 ไม่ใช่ลูกเฮียแต่เป็นลูกหมา
พอคนน้องตะโกนเรียกชื่อตัวเองสายฟ้าก็แสยะยิ้มร้าย เมื่อกี้ยังทำเมินเขาอยู่เลย
“เรารู้จักกันเหรอครับ” สายฟ้ามองหน้าน้องตรงๆและเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งเพื่อกวนประสาทน้อง
ชั่ววูบหนึ่งที่ใจของสายฟ้ามันกระตุกรุนแรงจนคิดว่าหัวใจจะวาย ตลอดสี่ปีที่ผ่านมาเขาโกรธข้าวหอมมากก็จริง
แต่พอได้เจอหน้าชัดๆแบบนี้สายฟ้าก็ได้รู้ว่าความโกรธเป็นแค่เปลือกนอก เขาคิดถึงข้าวหอมมากจริงๆ
ข้าวหอมกัดฟันกรอดมองด้วยแววตาเอาเรื่อง เขาทำให้เธอหัวร้อนได้เสมอ
ผ่านมาตั้งสี่ปีก็ยังปากหมาเหมือนเดิม ตอนมาจีบก็พูดดีข้าวหอมจ๊ะข้าวหอมจ๋า แล้วดูตอนนี้สิมันน่านัก!
“เฮียสายฟ้าลูกกำนันชัยใครจะไม่รู้จักคะ ชื่อเสียงลือลั่นขนาดนี้” ข้าวหอมทำเป็นฉีกยิ้มกวนเขา
“หึ ยังไงก็คงไม่เท่าเจ้าหนี้หน้าเลือดแบบคนแถวนี้หรอก”
สายฟ้ากอดอกและใช้สายตาก้มลงมองคนน้อง ความสูงของทั้งสองต่างกันราวเกือบยี่สิบเซนติเมตร
“หน้าเลือดตรงไหน เป็นหนี้ก็ต้องใช้สิ เจ้าหนี้ไม่ใช่ธนาคารแห่งประเทศไทยนะจะได้ผลิตเงินเองได้”
ข้าวหอมยืนท้าวสะเอวไม่ยอมให้เขามาตราหน้าเธอเสียๆหายๆ
“คนเขาชีวิตลำบากก็สงสารกันหน่อยไม่ได้หรือไง” เขาทำหน้ายียวนใส่น้อง
“ทุกคนก็ลำบากด้วยกันทั้งนั้น ถ้ายอมให้คนนึงเดี๋ยวคนอื่นก็จะมาขอให้ยกหนี้ให้อีก คุณแม่ให้ยืมก็ใจดีมากแล้วเหอะ”
ใบหน้ารั้นเบะปากโค้งขึ้น ข้าวหอมจ้องตาเขาอย่างไม่ยอมแพ้ เขาจะว่าเธออย่างไรข้าวหอมยังพอทนได้แต่นี่มันกระทบคุณแม่ของเธอด้วย
ป้าแดงเอาที่ดินของบ้านหลังนี้มาค้ำประกัน คุณแม่ก็ใจดีให้กู้ทั้งๆที่ที่ดินตรงนี้มันไม่มีใครอยากซื้อเอาไว้เพราะที่มันทำเลไม่ดี
ดอกเบี้ยก็ไม่ค่อยจ่ายแบบนี้ยังไม่เรียกว่าสงสารอีกหรือ
“ไม่รู้เหรอว่าป้าแดงเอาเงินไปจ่ายค่าเทอมหลานที่แม่เสียไปแล้ว”
“แล้วเฮียรู้ไหมว่าการที่ป้าแดงไม่คืนเงินมันทำให้พี่กุ้งเจ้าของสวนลำไยไม่มีเงินไถ่ที่คืนจนจะโดนยึดแล้ว” ข้าวหอมเริ่มมีสีหน้าเคร่งเครียด
เงินที่มีไว้หมุนเวียนในธุรกิจเงินกู้ของคุณแม่นั้นถูกตั้งวงเงินไว้จำกัด เพื่อไม่ให้มันกระทบธุรกิจอื่นๆของครอบครัว
ป้าแดงค้างจ่ายมานานมากทั้งต้นและดอก คุณแม่มาทวงก็หลายครั้งแต่ก็ได้แต่คำตอบว่ายังไม่มี
พี่กุ้งเอาสวนของตัวเองไปค้ำประกันเงินกู้กับธนาคาร แต่เพราะปีที่ผ่านมาผลผลิตขายได้ราคาต่ำทำให้ไม่มีเงินจ่ายดอก ไหนจะเงินต้นที่ใกล้กำหนดจะต้องไถ่ถอนแล้ว
“มันเกี่ยวกันตรงไหนไม่ทราบ” สายฟ้าขมวดคิ้ว
เขาไม่เข้าใจว่าน้องเอาสองเรื่องนี้มาเกี่ยวกันได้ยังไง ในใจก็รู้ว่าที่ป้าแดงทำมันผิดแต่เขาก็แค่อยากพูดให้ข้าวหอมเจ็บบ้างไม่ทันได้คิดหน้าคิดหลังให้ดี
“ช่างมันเถอะ พูดไปเฮียก็คงไม่เข้าใจ”
ข้าวหอมโบกมือตรงหน้าตัวเองเหมือนรำคาญ และหันกลับไปหาป้าแดงอีกครั้ง
“หอมรู้ว่าป้าแดงมีเรื่องลำบากแต่ว่ายืมเงินก็ต้องคืนนะคะ ถ้าวันนั้นคุณแม่ไม่ให้ยืม คุณแม่กับหอมก็คงไม่ดูเป็นคนใจร้ายขนาดนี้” ข้าวหอมพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นและทำท่าจะเดินหนี
“เดี๋ยวก่อน!”
สายฟ้าคว้าข้อมือข้าวหอมไว้ คำพูดของข้าวหอมมันรุนแรงมากแม้จะไม่มีคำหยาบ ป้าแดงก็อายุมากแล้วทำไมถึงได้พูดจาใจร้ายขนาดนั้น
ด้วยความที่ป้าแดงทำงานเป็นแม่บ้านที่โรงสีของเขามานานเป็นสิบๆปี สายฟ้าถึงเอาแต่เข้าข้างป้าแดง
ตึก! ตึก! ตึก!
ข้าวหอมพยายามสะบัดแขนตัวเองที่โดนเขาจับไว้ เพราะลูกชายของเธออยู่ดีๆก็เปิดประตูและวิ่งมาทางนี้หน้าตาตื่น
“อย่าเข้ามา!” ข้าวหอมตะโกนห้ามลูกแต่ข้าวปั้นไม่ฟัง
พรึ่บ !
เด็กชายตัวป้อมๆวิ่งมาหยุดตรงกลางระหว่างทั้งสองคน
ข้าวปั้นกางแขนกางขาสุดความยาวเพื่อที่จะปกป้องคุณแม่ข้าวหอม คนไม่ดีกำลังแกล้งแม่ข้าวหอม ข้าวปั้นยอมไม่ได้
“อย่ามาแกล้งแม่ของข้าวปั้นนะ”
เสียงของเด็กน้อยวัยสามขวบดังขึ้นทำเหมือนจะดุ แต่มันก็ได้แค่เหมือน
ข้าวหอมใจเต้นแรงขึ้นมาทันที เธอช้าเกินไปคว้าลูกไว้ไม่ทัน เมื่อเงยหน้ามองเฮียสายฟ้าก็เห็นว่าเขากำลังจ้องหน้าของข้าวปั้นอยู่
“ข้าวหอมนี่ลูกหอมเหรอ” เสียงสั่นๆถามราวกับไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้เห็น
เขาทั้งอึ้งทั้งช็อกที่ได้เห็นหน้าเด็กคนนี้ ตัวป้อมๆอวบๆที่กำลังปกป้องแม่ของตัวเองสุดชีวิต ทำให้สายฟ้านึกถึงใบหน้าของตัวเองในภาพเมื่อตอนยังเด็ก
นี่มันสายฟ้าจูเนียร์ชัดๆ นอกจากดวงตาที่กลมโตเป็นประกายเหมือนข้าวหอมแล้วไม่มีส่วนไหนเลยที่เด็กคนนี้ไม่เหมือนเขา
“ข้าวปั้นมานี่เร็วลูก”
ข้าวหอมอาศัยจังหวะที่เฮียสายฟ้าเผลอสะบัดข้อมือออก
เธอรีบอุ้มลูกเข้าอ้อมออกและรีบเดินหนีจะไปที่รถยนต์ที่จอดอยู่ข้างหน้า
เสียงคนวิ่งตามมาข้าวหอมก็ยิ่งเร่งฝีเท้า แต่จะวิ่งเร็วกว่านี้ก็กลัวว่าจะล้มแล้วทำลูกเจ็บตัว
ในใจเต้นระส่ำจนมันจะกระเด็นนออกมา เธอไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจมาเพื่อรับกับสถานการณ์นี้
“หยุดนะข้าวหอม”
สายฟ้าวิ่งไปขวางหน้าคนน้องเอาไว้และพยายามแย่งเด็กในอ้อมแขนของน้องมาอุ้มแทน
สองคนยื้อยุดฉุดกระชากกันไปมา ข้าวปั้นที่ตกใจก็เริ่มหน้าเบะน้ำตาคลอ
“แงงงงง” เสียงร้องของข้าวปั้นทำให้ทั้งสองคนตกใจ
สายฟ้ารีบปล่อยมือที่กำลังแย่งเด็กมาออกทันที
ข้าวหอมเองก็รีบกอดลูกเอาไว้แน่น เธอเผลอทำให้ลูกต้องเจ็บ
“โอ๋ๆ แม่ขอโทษนะครับ ขอโทษนะลูก”
ข้าวหอมไม่สนใจแล้วว่าเฮียสายฟ้าจะคิดยังไง
สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือจิตใจของลูก
“ตอบเฮียมาว่าเด็กคนนี้เป็นลูกหอมใช่ไหม” สายฟ้าเปลี่ยนเป็นการตั้งคำถามแทนการใช้กำลังแย่งเด็กมา
ความจริงเขาไม่ต้องถามต่อด้วยซ้ำว่าพ่อของเด็กเป็นใคร ทุกอย่างบนหน้าของข้าวปั้นมันฟ้องความจริงทั้งหมด
“ใช่” ข้าวหอมตอบสั้นๆเพื่อดูเชิงว่าเฮียสายฟ้ารู้อะไรบ้าง
“ทำไม่ไม่เคยบอกเฮีย”
ความโกรธและความสับสนตีรวนจนอยากจะร้องไห้ ไม่ต้องถามหรือตรวจดีเอ็นเอเลยว่าเด็กเป็นลูกใครถ้าจะหน้าเหมือนเขาขนาดนี้
สี่ปีที่ผ่านมาสายฟ้าไม่เคยรับรู้เลยว่าบนโลกใบนี้มีเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาอยู่หนึ่งคน
ทั้งโกรธข้าวหอมและเสียใจที่ไม่มีโอกาสได้เห็นลูกตอนเกิด ไม่ได้เลี้ยงดูเค้าด้วยความรัก
ไหนจะที่ข้าวหอมหอบลูกหนีไปอย่างเมืองนอกอีก ไม่รู้ว่าข้าวปั้นเคยรู้ไหมว่าตัวเองมีพ่อ
“ข้าวปั้นเป็นลูกของหอมคนเดียวไม่เกี่ยวกับเฮีย”
“ตอนทำก็ทำด้วยกันแล้วมันจะไม่เกี่ยวกับเฮียได้ไง” สายฟ้าตะคอกคนน้องกลับไป
ตอนทำเขาก็บรรจงทำสุดความสามารถ พอออกมาเป็นตัวเป็นตนขนาดนี้ยังกล้าพูดอีกว่าไม่เกี่ยวกับเขา
แม้ตอนนั้นสายฟ้าจะใส่ถุงยางป้องกันตลอดก็จริง แต่การคุมกำเนิดไม่มีวิธีไหนที่มันจะคุมได้เต็มร้อย
“หน้าเหมือนเฮียขนาดนี้ยังจะบอกว่าเป็นลูกคนอื่นอีก”
“ไม่ใช่ลูกเฮียลูกหมาต่างหาก” ข้าวหอมปิดหูลูกก่อนจะตอกกลับไป
“เรามาคุยกันดีๆได้ไหม”
สายฟ้าเปลี่ยนท่าทีของเขา เมื่อมีลูกเข้ามาเป็นตัวแปรเขาก็ต้องคิดให้รอบคอบมากขึ้น
ยังไม่รู้ว่าอนาคตควรจะทำอย่างไรดี แต่ตอนนี้สายฟ้าอยากเข้าไปมีส่วนในชีวิตของลูกเขาไม่อยากให้ลูกรู้สึกขาดพ่อ
“ไม่!” ข้าวหอมพูดจบก็วาดขาขึ้นมากลางอากาศ
ปึ้ก !
“โอ๊ย !”
สายฟ้าทรุดตัวลงและกุมลูกชายของเขาเอาไว้ มันเจ็บจนจุกไปหมด ใบหน้าคมเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำเพราะความจุก
“แบร่!”
ข้าวหอมแลบลิ้นสะใจและรีบอุ้มลูกขึ้นรถหนีไปทันที ไม่หันไปมองคนเจ็บที่ยังนอนตัวคุดคู้อยู่กับพื้น
ป้าแดงได้แต่อึ้งแล้วอึ้งอีกกับสิ่งที่เห็นและได้ยิน
ช่วงนี้มีข่าวว่าลูกคุณนายบัวกลับมาอยู่บ้านพร้อมกับเด็กที่ไปแอบคลอดตอนไปเรียนต่อเมืองนอก พอได้เห็นเด็กก็คิดได้ว่าข่าวลือเป็นเรื่องจริง
คนก็คาดเดากันไปมากมายว่าพ่อของเด็กจะเป็นใคร แต่เหมือนตอนนี้ป้าแดงจะกลายเป็นผู้กุมความลับของทั้งสองคนไปแล้ว
“เป็นไงบ้างฟ้า ให้ป้าโทรเรียกรถพยาบาลให้ไหม”
ต้องลืมเรื่องก่อนหน้าไปเมื่อลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเจ้านายยังนอนกุมเป้ากางเกงลุกไม่ขึ้น
