บทที่ 5 บทที่ 4 ดุทั้งคนทั้งหมา

บทที่ 4 ดุทั้งคนทั้งหมา

         ธันวาหรือสายฟ้าใช้เวลาหนึ่งวันเต็มๆเพื่อไตร่ตรองเรื่องราวทั้งหมด เขาต้องตัดสินใจครั้งใหญ่

         แต่คิดไปคิดมาก็ยังคิดไม่ออกว่าตัวเองต้องการอะไรกันแน่ เขาอยากได้แค่ลูกหรือจะต้องเอาแม่ของลูกมาด้วย

         เรื่องการฟ้องร้องสิทธิ์เลี้ยงดูบุตรนั้นลืมไปได้เลย ถึงเขาจะยังโกรธข้าวหอมอยู่แต่ก็ไม่ได้เป็นคนใจร้ายถึงขนาดจะแย่งลูกมาจากคนเป็นแม่

         อย่างน้อยเขาก็แค่อยากให้ลูกได้รู้ว่าเขาคือพ่อ และอยากเฝ้ามองการเติบโตของลูก

         วันนี้เขาตัดสินใจว่าจะไปพูดคุยเพื่อตกลงกับข้าวหอมให้รู้เรื่อง เมื่อรู้แล้วว่าบนโลกใบนี้มีเด็กคนนี้เขาก็อยากจะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตลูก

         ร่างสูงเดินไปยังโรงจอดรถของบ้านและวาดขาขึ้นคร่อมบิ๊กไบค์คู่ใจเสร็จแล้วก็สวมหมวดกันน็อก

         “ไปหาลูกครั้งแรกก็ต้องสร้างความประทับใจหน่อยวะ”

         ครั้งแรกที่เจอหน้ากันเขาดันทำให้ลูกเห็นภาพพจน์ที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก วันนี้จึงทำทุกอย่างที่คิดว่าลูกน่าจะชอบ

         เด็กผู้ชายถ้าได้เห็นรถบิ๊กไบค์ก็คงต้องตื่นเต้นแน่นอน ไหนจะขนมและของเล่นที่เขาไปเหมามาจ้างห้างสรรพสินค้าในตัวเมืองเมื่อวานอีก

         แค่คิดจะซื้อใจลูกก็หมดเงินไปหลายหมื่น แต่เงินแค่นี้ไม่ทำให้ลูกชายกำนันชัยเจ้าของโรงสีขนหน้าแข้งร่วงสักเส้น

         รถของสายฟ้าเคลื่อนตัวเข้าสู่ถนนที่รอบข้างเต็มไปด้วยร้านค้าต่างๆ จนมาถึงหน้าร้านน้ำเต้าหู้ก็จอดและดับรถ

         “ป้าบัวหวัดดีครับ” สายฟ้ายกมือไหว้แม่ของข้าวหอมเหมือนทุกครั้ง

         รู้สึกผิดในใจที่เมื่อวานเขาประชดข้าวหอมจนพูดจากระทบคุณนายบัว อีกฝ่ายเป็นเจ้าหนี้ที่ใจดีมากที่เขาพูดไปก็แค่อยากทำให้ข้าวหอมรู้สึกเจ็บบ้าง

         “มาแล้วเหรอฟ้า มาๆ ป้าพึ่งทอดใหม่ๆร้อนๆเลย” คุณนายบัวบอกเสียงใจดี

         มือที่เริ่มมีรอยเหี่ยวย่นคว้าเอาจานใบหนึ่งมาถือไว้

         คีบปาท่องโก๋ลงไปจำนวนสิบชิ้น แล้วก็ตักน้ำเต้าหู้ใส่แก้วที่มีลายสายฟ้า

         ด้วยความที่สายฟ้ามาช่วยที่ร้านทุกวันเขาจึงมีจานและแก้วเป็นของตัวเองและคุณนายบัวก็จะทำแบบนี้ให้เขาทุกวัน

         “ขอบคุณครับป้าบัว” สายฟ้าผงกหัวและรับทั้งสองอย่างมาถือไว้

         หาที่นั่งกินเงียบๆคนเดียว กินไปก็ชะเง้อคอมองในบ้านคุณนายบัวไปด้วยว่าข้าวหอมตื่นหรือยัง

         เด็กที่วันนั้นวิ่งมาแอบที่ใต้โต๊ะก็คงเป็นข้าวปั้น เพียงแต่วันนั้นไม่ทันได้มองหน้าให้ชัดๆ

         “ไอ้โอ๊ตอยู่ไหมครับป้าบัว” สายฟ้าเอี้ยวไปถามป้าบัว

         เขาจะต้องดูลาดเลาก่อน แค่หมาบ้านนี้ก็ดุชิบแล้วแต่เจ้าของมันดุยิ่งกว่าหมาหลายเท่า

         โอ๊ตเป็นพี่ชายที่หวงน้องสาวมากๆ ข้อนี้สายฟ้าเคยเห็นมากับตาด้วยตัวเอง

         สมัยที่ข้าวหอมอยู่มัธยมปลายไอ้โอ๊ตมันต้องคอยไปรับไปส่งน้องถึงห้องเรียนตลอดเกือบทุกวัน

         พอมีข่าวว่ามีคนมาจีบข้าวหอมไอ้โอ๊ตมันก็ยกพวกไปขู่เค้าทำให้ข้าวหอมไม่เคยมีแฟนจนเข้ามหาวิทยาลัย ไม่รู้ว่าข้าวหอมจะรู้ตัวหรือเปล่าว่าลับหลังพี่ชายตัวเองทำอะไรไปบ้าง รายนั้นยิ่งหัวอ่อนไม่ทันคนอยู่ด้วย

         “ข้าวโอ๊ตไม่อยู่หรอกฟ้า จะไปเล่นกับไอ้สองตัวก็เข้าไปได้เลยลูกอยู่ในบ้านนั่นแหละ”

         ป้าบัวพูดเสร็จก็หันไปคุยกับลูกค้าที่ต่อคิวหน้าร้าน

         “เดี๋ยวผมออกมาช่วยเก็บร้านนะครับขอเข้าไปเล่นกับคุกกี้ก่อน”

         สุนัขพันธุ์เยอรมันเชพเพิร์ดสองตัวของไอ้โอ๊ตมัน ชื่อมูมู่กับคุกกี้ ตั้งชื่อซะน่ารักแต่แม่งดุสุด

         ซื้อทั้งขนมและของเล่นไปฝากมันก็ตั้งหลายครั้ง แต่เวลาเห็นหน้าเขาทีไรก็แยกเขี้ยวทำเสียงขู่ตลอด

         “ตามสบายเลยลูก”

         คุณนายบัวตะโกนตอบสายฟ้า ทั้งปาท่องโก๋และน้ำเต้าหู้ใกล้หมดแล้ว พอสายฟ้าออกมาก็น่าจะพอดีกัน

         สายฟ้าเดินไปเก็บจานและแก้วก่อนจะเดินเข้าไปในบ้าน

         ลานด้านซ้ายมือจะเป็นสนามหญ้าโล่งๆมีรั้วกั้นไม่ให้สุนัขทั้งสองตัวแอบออกมา

         กรร! กรร! โฮ่ง!

         ยังไม่ทันจะโผล่หน้าให้เห็นก็มีเสียงขู่และเห่าดังขึ้นก่อนแล้ว พอมองเข้าไปก็เห็นว่าเป็นเจ้ามูมู่ที่ยืนส่งเสียงที่ประตูรั้ว แต่เขายังไม่เห็นเจ้าคุกกี้

         “ฮ่าๆ พี่คุกกี้อย่าเลีย ฮ่าๆๆมันจักจี้” เสียงเล็กๆดังขึ้นเรียกความสนใจจากสายฟ้า

         พอมองเข้าไปที่ด้านในก็เห็นว่าข้าวปั้นกำลังนอนเอาหัวหนุนคุกกี้อยู่ โดยมีคุกกี้ที่คอยเลียหน้าเลียตัว

         ภาพที่ลูกกำลังหัวเราะมีความสุขทำให้สายฟ้าแทบจะหยุดหายใจ เป็นความรู้สึกที่เหมือนโดนมนต์สะกด

         เขายืนนิ่งมองอยู่นานจนรับรู้ได้ว่าบริเวณแก้มทั้งสองมีความเปียกชื้น สายฟ้ากำลังร้องไห้โดยที่เจ้าตัวก็พึ่งจะรู้ตัว

         มันเป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่สุดในชีวิตของเขาเลยก็ว่าได้ สายฟ้าไม่เคยสัมผัสกับความรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต

         โฮ่งๆๆๆ

         มูมู่ทำหน้าที่ปกป้องน้องได้เป็นอย่างดี มันทั้งเห่าและส่งเสียงขู่เขาตลอดเวลา

         “มูมู่นี่ขนมเห็นไหม ให้พี่เข้าไปโอเคไหม” สายฟ้าหยิบขนมที่เป็นของโปรดของสุนัขทั้งสองตัวและโยนเข้าไปด้านในรั้ว

         ฟึ่บ!

         มูมู่เอียงหัวทำเหมือนกำลังใช้ความคิดและสุดท้ายก็ยอมละสายตาจากเขาและเดินไปหาขนมแทน

         ส่วนอีกตัวที่กำลังเล่นกับข้าวปั้นไม่ดุเท่ามูมู่ สายฟ้าจึงเดินเข้าไปหาข้าวปั้นช้าๆ

         “พี่ชายสุดหล่อเป็นใครครับ อย่าเข้ามานะ!” ข้าวปั้นโวยวายเสียงดัง

         เรียกเขาว่าพี่ชายสุดหล่อแต่ก็ระวังตัวเต็มที่ น่ารักเกินไปแล้วลูกชายพ่อ

         “ข้าวปั้นจำพี่ได้ไหมครับ” สายฟ้าพยายามใช้โทนเสียงที่ดูอบอุ่นที่สุดเพื่อให้ลูกไม่กลัว

         “คุณแม่! คุณแม่! ใครก็ไม่รู้เข้ามาบ้านเรา” ข้าวปั้นตะโกนโวยวาย

         ตามมาด้วยเสียงคนวิ่งมาทางที่ข้าวปั้นและสายฟ้าอยู่

         “เฮีย!” ข้าวหอมแทบจะเปลี่ยนจากคำว่าเฮียเป็นอีกคำทันทีที่เห็นหน้าเขา

         ลูกยังไม่รู้เลยว่าเฮียสายฟ้าเป็นพ่อ จู่ๆก็เข้ามาทำให้ลูกกลัว คนเป็นแม่ย่อมไม่พอใจอยู่แล้ว

         กรร!

         มูมู่และคุกกี้มายืนขวางหน้าสายฟ้าทันทีที่น้องข้าวปั้นเหมือนจะกลัวเขา

         “เฮียอย่าขยับ อยู่เฉยๆ” ข้าวหอมยกมือห้ามแฟนเก่าตัวดีของเธอ เจ้าสุนัขทั้งสองทำท่าเหมือนจะเอาจริงขึ้นมา

         “หอม! ช่วยเฮียด้วย” สายฟ้าเรียกคนน้องหน้าเสีย

         สุนัขตัวโตเต็มวัยทั้งสองตัวยืนขู่แยกเขี้ยวส่งเสียงคำราม เจอขนาดนี้เป็นใครก็ต้องมีเสียวสันหลังกันบ้างแหละ

         “มูมู่! คุกกี้!” ข้าวหอมทำเสียงดุๆจนเจ้าสุนัขทั้งสองหูลู่และส่งเสียงหงิงๆยอมหลบทางให้สายฟ้า

         “ทีเมื่อกี้ยังขู่กูอยู่เลย” สายฟ้าทำหน้าหมั่นไส้พวกมัน

         “ก็เฮียมาทำลับๆล่อๆมันก็ต้องปกป้องข้าวปั้นสิ”

         “ก็อุตส่าห์ให้ขนมไปแล้วไง” สายฟ้ามองพวกมันตาแข็ง

         เขามาหาพวกมันออกจะบ่อย ถึงแม้จะโดนพวกมันทั้งขู่และเห่าอยู่บ่อยๆแต่ก็ไม่น่ากลัวขนาดนี้

         “ข้าวปั้นเข้าบ้านกันก่อนลูก”

         ข้าวหอมเดินไปจูงมือลูก และไม่ลืมที่จะหันไปมองแฟนเก่าด้วยหางตาเป็นการบอกว่าให้เขาเดินตามมา

         รู้สึกเหมือนเธอมีลูกสองคนเลย แต่คนโตดื้อกว่าคนเล็กมากๆ ทำเอาปวดหัวแต่เช้า

         พาลูกไปนั่งที่โต๊ะอาหารและจัดแจงจานและช้อนให้เสร็จสรรพ ข้าวปั้นกินข้าวเองได้เธอจึงวางใจและหันไปคุยกับเฮียสายฟ้า

         เห็นเขาแอบเหล่มองลูกกินข้าวอยู่หลายครั้งก็นึกสงสาร เฮียสายฟ้าคงช็อกมากที่ได้รับรู้ความจริงเรื่องลูก

         “เฮียจะมาแย่งลูกหอมเหรอ” ข้าวหอมทำหน้าไม่ไว้ใจและถามตรงประเด็น

         เธอกลัวมาตลอดว่าถ้าวันหนึ่งที่เขารู้แล้วจะมาแย่งข้าวปั้นไปจากเธอ อย่างน้อยเธอก็มีความผิดที่ปิดบังเรื่องลูก

         หากต้องแย่งสิทธิ์การเลี้ยงดูลูกขึ้นมาจริงๆ ข้าวหอมก็คงต้องสู้ให้สุดกำลัง ข้าวปั้นคือแก้วตาดวงใจของเธอ

         “เฮียไม่ได้จะแย่ง แค่อยากใช้เวลากับลูกบ้าง”

         สายฟ้าใช้ความประนีประนอมสุดชีวิตเท่าที่จะทำได้ ไม่เคยนึกเลยว่าเขาจะต้องมานั่งพูดจาหวานๆกับข้าวหอมอีกครั้ง ถ้าไม่ใช่เพื่อลูกนะไม่มีทางลงให้หรอก

         “จริงนะ” ข้าวหอมหรี่ตาจับผิดท่าทีของเขา

         “เฮียสาบาน” สายฟ้ายกแขนขึ้นมาชูนิ้วสาบาน

         ข้าวปั้นมองพี่ชายสุดหล่อที่กำลังคุยกับคุณแม่อยู่แล้วก็ทำหน้างง เมื่อวานพี่ชายสุดหล่อยังดุคุณแม่อยู่เลย

         “ถ้าเฮียอยากเจอลูกก็มาหาลูกได้ตลอด หรืออยากจะไปรับไปส่งลูกที่โรงเรียนก็ได้”

         ข้าวปั้นใกล้จะต้องเข้าโรงเรียนแล้ว หากเขาอยากทำหน้าที่เธอก็ไม่ขัด

         “เฮียขอคุยกับลูกได้ไหม” ไม่ว่าระหว่างเขาและข้าวหอมจะมีปัญหาอะไร แต่สายฟ้าจะยอมลงให้เรื่องลูกเท่านั้น ช่วยไม่ได้ที่ตอนนี้เขาต้องใช้ข้าวหอมเป็นสะพานเข้าหาลูก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป