บทที่ 7 บทที่ 6 ช้าไปก้าวเดียวก็ถือว่าแพ้
บทที่ 6 ช้าไปก้าวเดียวก็ถือว่าแพ้
ภายในบ้านวรากุลมีแขกคนสำคัญเดินทางมาถึง ข้าวหอมและข้าวปั้นช่วยกันเปิดประตูบ้านพร้อมรอยยิ้มกว้าง
ข้าวปั้นพุ่งตัวไปฝั่งคนขับรถทันทีที่ประตูรถถูกเปิดออก
“ลุงพีทททท” ข้าวปั้นตื่นเต้นวิ่งไปกระโดดกอดลุงพีทจนเขาเกือบล้มไปด้านหลัง
“หืม อ้วนขึ้นหรือเปล่าข้าวปั้น แอบคุณแม่กินขนมอีกแล้วใช่ไหม”
พีทถามหลานรักด้วยเสียงใจดีอบอุ่น ข้าวปั้นเป็นหลานรักของลุงพีท และลุงพีทก็เป็นคุณลุงที่ข้าวปั้นชอบที่สุด
ลุงพีทหล่อและก็ใจดีกับข้าวปั้นมาก ข้าวปั้นชอบอยู่กับลุงพีท แต่ข้าวปั้นก็กลัวคุณพ่อสายฟ้าจะน้อยใจ
“ข้าวปั้นไม่ได้ทำน้าาา”
ข้าวปั้นลากเสียงยาวและเอนหัวซบกลางอกแกร่ง
“เข้าบ้านก่อนเถอะค่ะพี่พีท”
ข้าวหอมยิ้มเอ็นดูทั้งสองคน อะไรจะตัวติดกันขนาดนั้น
ด้วยความที่โตมากับแม่เลี้ยงเดี่ยว ผู้ชายคนเดียวที่น้องข้าวปั้นสนิทด้วยก็คือลุงพีท แต่ตอนนี้ข้าวปั้นมีคุณพ่อ คุณตาและลุงข้าวโอ๊ตแล้ว
เมื่อก่อนเวลาคุณแม่ออกไปเรียนข้าวปั้นต้องอยู่กับพี่เลี้ยงก็เหงาอยู่บ่อยๆ แต่ตอนนี้มีทุกคนข้าวปั้นไม่เหงาเลย ข้าวปั้นชอบมากที่มีคนอยู่ในบ้านเยอะๆ
พีทอุ้มข้าวปั้นไว้ในอ้อมแขนและเดินตามข้าวหอมเข้าไปในบ้าน ขับรถมาสี่ชั่วโมงเมื่อยไปทั้งตัวแต่ก็ยังยอมตามใจหลาน
“อ้าวพีท มาหาหลานเหรอ” โอ๊ตที่กำลังจะออกไปหาซื้ออะไรกินสวนกับพีทพอดี
ทั้งสองคนอายุพอๆกัน ถึงพีทจะแก่กว่าเกือบปีแต่ก็นับถือกันเป็นเพื่อนมากกว่า
“ใช่ รบกวนหรือเปล่า”
“ไม่ๆ ตามสบายเลย”
ถ้าเทียบพีทกับสายฟ้าแล้ว ข้าวโอ๊ตสนิทกับพีทมากกว่า เพราะข้าวโอ๊ตไม่ชอบหน้าสายฟ้า
“หล่อขึ้นนะมึงอ่ะ” พีทพูดยิ้มๆ
“เออ รู้ตัวว่ะ” ข้าวโอ๊ตยิ้มกว้างจนแทบถึงใบหู
ไอ้พีทมันรู้จักเข้าหาคน เวลาพูดจาก็เข้าใจพูดทำให้คนชอบมันเยอะ
พอเขาได้เห็นสายตาที่พีทมองข้าวหอมแล้วก็ต้องคิดหนัก พ่อของลูกก็ยังคาราคาซังแล้วนี่ยังมีไอ้พีทเข้ามาอีก
น้องสาวกูจะเนื้อหอมไปไหนวะ เดี๋ยวไอ้สายฟ้าเดี๋ยวไอ้พีท คงเป็นกรรมที่น้องหน้าตาดีเหมือนพี่ชายสุดหล่อ
“ลุงข้าวโอ๊ตเป็นอะไรครับ” ข้าวปั้นเอียงคอสงสัย
เมื่อกี้ลุงข้าวโอ๊ตขมวดคิ้วแล้วก็ยิ้ม แปปๆก็ทำหน้าเครียดอีก ข้าวปั้นกลัวว่าคุณลุงจะไม่สบาย
ข้าวปั้นไม่ชอบป่วย ถ้าป่วยจะโดนคุณลุงหมอฉีดยาเจ็บมากๆ ถึงคุณลุงหมอจะใจดีแต่ก็ยังฉีดยาเจ็บอยู่ดี
“คุณลุงไม่ได้เป็นอะไรครับข้าวปั้น คุณลุงแค่นอนน้อยไปหน่อยลูก” ข้าวหอมบอกกับลูกระบายยิ้มบางๆ
หัวจะปวดกับพี่ชายที่ชอบทำตัวประหลาด พอๆกับเฮียสายฟ้าเลยรายนั้นก็แปลกคนพอกัน
คุณลุงที่โดนว่าก็มองค้อนแม่ข้าวปั้นตาแข็งเลย
“คุณลุงไปธุระก่อนนะครับ เดี๋ยวคุณลุงซื้อขนมมาฝาก”
ข้าวโอ๊ตเดินออกไปแล้วในบ้านเหลือแค่สามคนคือข้าวปั้น ลุงพีทและข้าวหอม ทั้งสามคนนั่งเล่นตัวต่อด้วยกัน
ของเล่นที่ข้าวปั้นชอบอันดับต้นๆต้องมีตัวต่ออยู่ในนั้น ข้าวปั้นชอบเอามาต่อกันเป็นรูปต่างๆ ลุงพีทเล่นตัวต่อเก่งมากๆ
“พี่ว่าจะย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านแล้วนะข้าวหอม” พีทพูดขึ้นมาในตอนที่กำลังช่วยข้าวปั้นต่อตัวต่อ
ข้าวหอมเงยหน้ามองด้วยความแปลกใจ
ไม่เคยเห็นพี่พีทพูดมาก่อนเลยว่าจะย้ายกลับมาอยู่ที่บ้าน แต่ก็ดีเหมือนกันข้าวปั้นจะได้เจอลุงพีทบ่อยๆ
“แล้วคลินิกที่กรุงเทพฯล่ะคะ”
พี่พีทเปิดคลินิกทันตกรรมที่กรุงเทพฯตั้งแต่เรียนจบได้สักพัก เห็นว่ากิจการใหญ่โตขยายสาขาไปหลายที่แล้ว
“เพื่อนพี่จะดูแลต่อน่ะ ถือโอกาสขยายสาขามาที่นี่ด้วย”
ตั้งใจว่าจะกลับมาลองทำตามหัวใจสักครั้งหลังจากที่พลาดไปครั้งหนึ่งแล้ว พีทจัดการธุรกิจของตัวเองจนเข้าที่เข้าทางถึงได้กลับมาที่นี่
“ลุงพีทเคยเห็นคุณพ่อน้องข้าวปั้นไหมครับ” ข้าวปั้นฉีกยิ้มกว้างจนเกิดลักยิ้ม
ตุบ!
สิ่งที่เด็กน้อยพูดทำให้พีทตกใจจนเผลอทำของเล่นหลุดมือ เขาค่อยๆหันไปสบตากับข้าวหอม
คนโดนมองก็ได้แต่ยิ้มแหยๆเป็นคำตอบ เธอยังไม่ได้บอกพี่พีทว่าข้าวปั้นรู้ความจริงแล้ว
พี่พีทคือคนที่อยู่เป็นเพื่อนเธอตั้งแต่ข้าวหอมเริ่มตั้งครรภ์ พาไปโรงพยาบาลทุกครั้งที่หมอนัด ไปเฝ้าตอนเธอคลอด แม้กระทั่งตอนที่ข้าวปั้นป่วยเข้าโรงพยาบาลเขาก็นั่งเครื่องบินไปหาอย่างไม่ลังเล
ทุกอย่างที่เขาทำให้เธอและลูก ส่งผลให้ข้าวหอมกำลังรู้สึกผิดที่ลืมเล่าเรื่องพ่อของลูกให้เขาฟัง
“ลุงก็ไม่แน่ใจครับ น้องข้าวปั้นชอบคุณพ่อไหมครับ”
“ชอบครับ ชอบมากๆ” ข้าวปั้นพยักหน้ารัวๆ
คุณพ่อสายฟ้าทั้งหล่อทั้งตลก แล้วคุณพ่อสายฟ้าก็ชอบซื้อขนมที่คุณแม่ไม่ยอมซื้อให้ข้าวปั้นกินด้วย
ความไร้เดียงสาของเด็กทำให้พีทเลือกที่จะมองข้ามมันไป ไม่ว่าอนาคตเขาจะคว้าหัวใจของข้าวหอมมาได้หรือไม่แต่สุดท้ายพ่อของข้าวปั้นก็คือสายฟ้า มันเป็นเรื่องที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
“ลุงพีทจะมาเปิดคลินิกที่นี่ ข้าวปั้นก็จะได้มีคุณหมอดูแลฟันให้พอดีเลย” ข้าวหอมเปลี่ยนเรื่องเพื่อให้บรรยากาศมันหายอึดอัดเสียที
“จริงเหรอครับ ลุงพีทจะมาอยู่ที่นี่ด้วยเหรอครับ” ข้าวปั้นตาวาวเป็นประกาย
“ครับผม ลุงพีทจะได้มาเล่นกับข้าวปั่นบ่อยๆดีไหมครับ”
พีทคว้าตัวน้องข้าวปั้นมานั่งบนตักและหอมแก้มซ้ายขวา เจ้าตัวดิ้นไปมาเพราะจักจี้
เสียงหัวเราะของข้าวปั้นทำให้บรรยากาศที่เคยอึดอัดกลับมาเป็นปกติได้อย่างง่ายดาย
ข้าวหอมรู้สึกขอบคุณพี่พีทมากๆที่เขาช่วยเหลือเธอมาตลอด ถ้าไม่มีพี่พีทข้าวหอมเองก็ไม่รู้ว่าจะผ่านมาได้ยังไง
“พวกเราไปกินข้าวข้างนอกกันดีว่าฉลองที่ลุงพีทจะมาอยู่ที่นี่ดีไหมครับ” ข้าวหอมเสนอความคิด
“ข้าวปั้นอยากกินหมูย่าง!” ข้าวปั้นทำเสียงตื่นเต้นและมองหน้าคุณแม่กะพริบตาเรียกความสงสาร
หมูปิ้งที่ข้าวปั้นหมายถึงมันคือร้านปิ้งย่างชื่อดัง ตอนที่กลับมาไทยข้าวหอมเคยพาลูกไปกิน ข้าวปั้นติดใจมากขอให้คุณแม่พาไปอยู่หลายครั้ง
“พี่พีทโอเคไหมคะ” ข้าวหอมไม่ลืมที่จะถามเขาก่อน
“พี่โอเคอยู่แล้ว ข้าวปั้นอยากกินอะไรลุงพีทเลี้ยงเอง เอาเค้กด้วยดีไหม”
“ข้าวปั้นอยากกินทาร์ตไข่ด้วย” ข้าวปั้นแทบจะน้ำลายหยดเมื่อนึกถึงสัมผัสนุ่มๆเวลากัดโดนไส้ข้างในของมัน
“ได้เลย!”พีทอุ้มข้าวปั้นไปขึ้นรถ ข้าวหอมเดินตามทั้งสองคนไปพร้อมรอยยิ้ม
กว่าจะมาถึงห้างก็ใช้เวลาไปประมาณเกือบหนึ่งชั่วโมง ทั้งสามคนพากันเดินเข้าไปนั่งในร้าน
วันธรรมดาคนไม่ได้เยอะนักรอแปปเดียวอาหารก็มาเสิร์ฟ ข้าวหอมคีบหมูลงเตาและยื่นถ้วยข้าวผัดกระเทียมให้ลูก
พีทช่วยเทน้ำใส่แก้วให้ทุกคน เสร็จแล้วก็รอหมูสุก
ทั้งสามคนกินกันอย่างเอร็ดอร่อย มีข้าวปั้นคอยสร้างเสียงหัวเราะ โดยที่ไม่รู้เลยว่าอีกมุมหนึ่งในร้านมีคนสามคนกำลังนั่งมองอยู่
สายฟ้าได้รับสายจากเพื่อนให้ออกมาช่วยซื้อของไปบริจาคให้โรงเรียนแถวบ้าน พวกเขามาแวะกินข้าวกันก่อน
แต่แล้วก็ต้องมาเห็นภาพบาดตาบาดใจ เห็นแล้วของขึ้นแต่ก็ทำอะไรไม่ได้
เชื่อแล้วว่าคนเราพอมีลูกแล้วจะเป็นผู้ใหญ่และมีสติมากขึ้น นี่ถ้าไม่กลัวลูกตกใจนะวิ่งเข้าไปใส่หน้าไอ้พีทให้ฟันร่วงแล้ว
มันนี่แหละตัวดีพาข้าวหอมหนีไปจากเขา สายฟ้ามารู้ทีหลังจากการไปถามยามหน้าหอพัก
เสียงหัวเราะของข้าวปั้นและไอ้พีทดังก้องเข้าไปในสมองของสายฟ้า มันช่างบาดตาบาดใจลูกเมียเขารักคนอื่นมากกว่า ไม่ใช่สิ เมียเก่าต่างหากชอบใช้คำผิดอยู่เรื่อยเลยกู
