บทที่ 8 บทที่ 7 เปิดตัวลูกชาย

บทที่ 7 เปิดตัวลูกชาย

         ภายในร้านปิ้งย่างไม่ได้มีลูกค้าเยอะก็จริง แต่สายฟ้าแทบจะลุกขึ้นไปซัดไอ้พวกผู้ชายที่มันแอบมองข้าวหอมให้หน้าทิ่มไปกับเตาปิ้งย่าง

         ข้าวหอมในชุดเดรสเปิดไหล่สีชมพูแนบไปกับเรือนร่างที่ขาวผ่องอย่างพอดิบพอดี เนื้อผ้าบางเบาแต่งแต้มด้วยลวดลายกลีบกุหลาบช่วยเพิ่มความสดใส

         สายเดรสขับเน้นสัดส่วนของเธอทำให้เห็นลาดไหล่ขาวเนียนได้ชัดขึ้น ตัดกับลอนผมที่ปล่อยสยายลงมาดูสบายตา

         ข้าวหอมใช้มือสะบัดปลายผมเบาๆ แสงไฟในร้านกระทบกับกำไลข้อมือเพชรแบรนด์ดัง เผยให้เห็นความระยิบระยับชวนแสบตาที่ยิ่งทำให้ข้าวหอมดูโดดเด่น

         ข้าวหอมเป็นคนที่แสดงความอ่อนหวานและเย้ายวนได้ลงตัวพอดิบพอดี

         เห็นแล้วก็ยิ่งของขึ้น ไม่รู้จักเกรงใจลูกเต้า พาลูกมานั่งกินข้าวกับผู้ชายคนอื่นหน้าตาเฉย

         ทีเขายังไม่เคยเห็นข้าวหอมแต่งตัวแบบนี้เลย ก็ยอมรับแหละว่าสวยแต่มันจะต้องขนาดนี้ไหมแค่มากินข้าวเนี่ย

         เคร้ง!

         มือแกร่งโยนตะเกียบในมือไปมั่วๆระบายความโกรธ ทำเอาเพื่อนทั้งสองคนสะดุ้งเฮือก

         “เป็นอะไรของมึงวะไอ้ฟ้า” นทีเพื่อนสนิทของสายฟ้าโวยวายขึ้นมา

         พอมองหน้าเพื่อนก็เห็นว่าสายฟ้ามันมองไปทางอีกโต๊ะด้วยดวงตาที่วาวโรจน์

         นี่ถ้ามันเดินเข้าไปคว่ำโต๊ะนั้นได้มันคงทำไปแล้ว

         “นั่นดิวะ เป็นบ้าอะไรโยนเสียงดัง กว่ากูจะแอบเมียออกมาได้มึงช่วยทำหน้าให้ดีหน่อยได้ไหมวะ”

         โจ้เพื่อนสนิทอีกคนของสายฟ้าถามและทำหน้าเครียด นี่อุตส่าห์แอบเมียออกมาเลยนะ กลับไปโดนตีหัวแตกแน่

         ในอดีตโจ้ทำตัวเกเรเอาไว้เยอะ พอมาตอนนี้พูดอะไรเมียก็ไม่เชื่อคำพูดของเขาแล้ว ถึงจะบอกว่าจะไปทำความดีบริจาคของให้เด็กมันก็ไม่เชื่ออยู่ดี

         “อ๋ออออ” นทีลากเสียงยาวเมื่อมองไปทางเดียวกับเพื่อน

         ที่แท้ก็หึงเมียเก่านี่เอง ข้าวหอมโตขึ้นจากเมื่อสี่ปีก่อนมาก ตอนนั้นยังเป็นแค่นักศึกษาแต่งตัวน่ารักๆอยู่เลย ตอนนี้น้องแต่งตัวดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นทั้งน่ารักทั้งเซ็กซี่ไม่หึงสิแปลก

         ปากมันก็เอาแต่ด่าเมียเก่าตลอด แต่พอเห็นเค้าก็มานั่งหึงเค้าหน้าดำหน้าแดง

         “อ๋ออะไรของมึง” สายฟ้าทำเสียงหงุดหงิด

         “หึงเค้าก็ไปง้อดิวะ ไม่สิ! นั่นลูกข้าวหอมเหรอวะ” นทียังยิ้มได้อยู่ในประโยคแรก

         พอประโยคหลังถึงกับต้องขยี้ตามองเด็กผู้ชายตัวขาวๆน่ารักๆที่นั่งอยู่ข้างข้าวหอม

         “ก็เออดิวะ” สายฟ้ากระแทกเสียง

         “ลูกกับไอ้พีทเหรอ เอาเวลาตอนไหนไปท้องวะเด็กโตขนาดนี้แล้ว”

         “ลูกไอ้พีทที่ไหนมึงแหกตาดูดีๆ” สายฟ้ายิ่งของขึ้นมากกว่าเดิม นี่มันหยามกันชัดๆหาว่าข้าวปั้นเป็นลูกไอ้พีทได้ไง ดีเอ็นเออยู่บนหน้าลูกกูขนาดนั้น

         ทั้งนทีและโจ้หรี่ตามองเพ่งมองใบหน้าของเด็กคนนั้นอีกครั้ง ไม่ถึงห้าวินาทีก็ต้องตาเบิกกว้างผงะด้วยความตกใจ

         “นะ...นั่น...ไอ้ฟ้านั่นลูกมึงเหรอ” โจ้พูดตะกุกตะกักปากสั่นไปหมด

         นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะเนี่ย เด็กโตขนาดนี้แต่ไอ้ฟ้าไม่เคยบอกกูเลย นี่มันกำลังเล่นซ่อนแอบอยู่เหรอวะ

         “ห้ะ! จริงเหรอไอ้ฟ้า” นทีเผลออุทานเสียงดังจนโต๊ะรอบข้างหันมามองด้วยสายตาเคืองๆ

         สายฟ้ามองหน้าเพื่อนสลับกันและแสยะยิ้มภูมิใจในผลงานของตัวเอง เชื้อพ่อมันแรงถึงได้มองออกไวขนาดนั้น

         “หึๆ” เขาไม่ตอบแต่หัวเราะอย่างภาคภูมิใจ

         “งั้นรอยช้ำบนหน้ามึงก็ฝีมือไอ้โอ๊ตอ่ะดิ” นทีนึกบางอย่างขึ้นมาได้

         เมื่อเช้าถามตั้งหลายครั้งแต่มันไม่ยอมบอกว่าไปมีเรื่องกับใครมา แต่พอปะติดปะต่อเรื่องได้ก็ได้ผลสรุป

         “ก็เออดิวะเจ็บชิบเลย”

         นึกแล้วแม่งก็แค้นเล่นเอากูระบมนอนไม่หลับทั้งคืน

         “สมน้ำหน้าไอ้ควาย” นทีเบะปากใส่เพื่อนสนิท

         ถ้าเทียบกันแล้วข้าวหอมลำบากกว่าสายฟ้ามาก นทีเห็นใจและสงสารข้าวหอมที่กว่าจะผ่านความลำบากมาจนถึงตอนนี้

         “กูเพื่อนมึงนะไอ้นที” สายฟ้าโวยวาย

         เป็นเพื่อนกันแต่ไปเข้าข้างคนอื่น แบบนี้ต้องตัดเพื่อนแล้ว เนรคุณจริงๆอุตส่าห์ให้ลอกข้อสอบตั้งแต่ป.1

         “มึงไปทำน้องมัน มันไม่เอามึงตายก็ใจดีแล้วไหมวะ”

         ถ้าเป็นกูนะจะกระทืบให้จมดินเลย น้องสาวทั้งคนหนีไปอยู่ต่างประเทศไม่ยอมเจอหน้าครอบครัวเกือบสี่ปี กลับมาก็หอบลูกมาด้วย แล้วยิ่งข้าวหอมเป็นแก้วตาดวงใจของบ้านนั้นอีก

         “กูก็ไม่รู้ไหมวะ ลูกกูน่ารักขนาดนั้นกูก็อยากเลี้ยงมันเหมือนกันนะ”

         “พอๆ พวกมึงเลิกกัดกันได้แล้ว” โจ้รีบโบกมือห้ามเพื่อนทั้งสองคนที่เถียงกันไปมา

         “เฮ้อ แล้วนี่ไม่ใช่จะไปแย่งลูกมาใช่ไหม” นทีถอนหายใจก่อนจะถาม

         “กูไม่ได้เลวขนาดนั้น ข้าวหอมเลี้ยงลูกมาลำบากกูรู้”

         ข้าวหอมได้ยินเสียงคนเถียงกันจึงหันไปมองอีกฝั่งของร้าน และก็เห็นว่าเป็นเฮียสายฟ้ากับพวกพี่นทีและพี่โจ้

         ด้วยความที่ไม่อยากมีเรื่องมีราวข้าวหอมเลยให้ลูกรีบกินโดยอ้างว่าจะไปทำธุระต่อ

         เฮียสายฟ้ากับพี่พีทไม่ค่อยถูกกันมาตั้งแต่สมัยมัธยม ไม่รู้ว่าถ้ากลับมาเจอหน้ากันอีกจะทะเลาะกันอีกไหม ไม่เสี่ยงจะดีกว่า

กริ๊ง! กริ๊ง! กริ๊ง!

         เพี๊ยะ!

         “บ้านตัวเองจะกดกริ่งทำบ้าอะไรเฮีย” ข้าวหอมกัดฟันพูด

         ประสาทจะกินแต่ละวัน อีกไม่กี่ปีก็จะสามสิบแล้วยังชอบทำตัวเป็นเด็กๆอีก

         “เอาฤกษ์เอาชัยไงข้าวหอม นี่พาลูกเข้าบ้านครั้งแรกเลยนะก็ต้องนิดนึงไหมล่ะ”

         เมื่อเช้าพากันไปทำเรื่องรับรองบุตรมา โชคดีที่ข้าวหอมไม่ได้ให้คนอื่นพาทำแทนเขาไม่งั้นมีคนต้องเข้าโรงพยาบาลแน่

         กริ๊ง!

         “โอ๊ย! ใครมันมาตอนนี้วะ! รอหน่อยไม่ได้หรือไงกูแก่แล้วนะโว๊ยเดินเร็วไม่ได้” เสียงด่าดังลั่นมาตั้งแต่ในรั้วบ้าน

         สายฟ้าได้ยินเสียงนั้นก็มองซ้ายมองขวาหาทางหนี สุดท้ายก็ไปยืนก้มตัวอยู่ข้างหลังข้าวหอม

         เธออยากจะบอกเขาเหลือเกินว่าขนาดตัวของเรามันต่างกันมากยังไงก็หลบไม่พ้น

         “สวัสดีค่ะป้าฝน” ข้าวหอมยกมือไหว้เมื่อเห็นแม่ของแฟนเก่าพร้อมกับทักทายเสียงหวาน

         เจ๊สายฝนเจ้าของร้านวัสดุก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอเขาลาย คุณแม่สุดที่รักของสายฟ้า

         “อ้าว หวัดดีๆ ข้าวหอมกลับมาอยู่บ้านแล้วเหรอลูก” เจ๊ฝนยกมือรับไหว้และถามด้วยน้ำเสียงใจดี

         ผิดกับเมื่อครู่อย่างกับคนละคน พอเห็นว่าเป็นข้าวหอมแม่ของเขาก็เปลี่ยนท่าทางและน้ำเสียงทันที

         เพราะข้าวหอมเป็นแบบนี้ เป็นคนดีและเป็นที่รักของทุกคนเขาถึงไม่เคยคบใครใหม่ได้เลย

         “ค่ะป้าฝน พึ่งกลับมาได้ไม่นาน” ข้าวหอมตอบยิ้มแห้งๆ

         นี่ใจคอจะไม่ยอมออกมาจากข้างหลังกันเลยหรือไง จะกลัวแม่อะไรขนาดนั้น

         “เข้ามาก่อนลูก มากินน้ำกินขนมก่อน ป้ามีเรื่องอยากคุยกับหนูเยอะเลย” เจ๊ฝนกวักมือเรียกข้าวหอมให้เข้าไปด้านใน

         “คือ....”

         ข้าวหอมมีท่าทีลังเล เธอมองไปข้างหลังสลับกับมองหน้าแม่ของเขา

         “เอ๊ะ! ไอ้สายฟ้า!”

         เจ๊ฝนสังเกตเห็นเงาใหญ่ๆหลบอยู่ข้างหลังข้าวหอมก็จำได้ทันทีว่าเป็นลูกชายสุดที่รัก

         “จ๋าาา ว่าไงจ๊ะเจ๊สายฝน”สายฟ้าขานรับแม่เสียงหวาน นี่ไม่ได้กลัวนะเรียกว่าเกรงใจ แม่เขาโหดมากกว่าพ่อเยอะ

         “มึงไปหลบอยู่ข้างหลังน้องมันทำไม” เจ๊สายฝนดุลูกชาย

         สายฟ้าไม่ตอบแต่เดินกลับไปที่รถและอุ้มข้าวปั้นออกมา

         เจ๊ฝนมองตามลูกชายแต่ด้วยอายุที่เริ่มเยอะแล้วก็มองไม่ชัดนักว่ามันอุ้มอะไรมาด้วย

         “มีเรื่องอะไรหรือเปล่าลูก” เจ๊ฝนถามกับข้าวหอม

         “รอให้เฮียพูดเองดีกว่าค่ะ”

         ภาพตรงหน้าค่อยๆชัดขึ้นเรื่อยๆ ในอ้อมแขนของลูกชายมีเด็กคนหนึ่งอยู่

         “เอาหลานมาฝาก” สายฟ้าบอกหน้านิ่งเรียบแต่ในใจกลัวจนหัวหด

         เจ๊ฝนเบิกตากว้างอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน หน้าเด็กมันเหมือนกับสายฟ้าตอนเด็กๆไม่มีผิด

         พรึ่บ!

         ร่างของหญิงวัยกลางคนหงายหลังหมดสติ โชคดีที่ข้าวหอมรับไว้ได้ทัน เฮียสายฟ้าก็เหลือเกินทำให้มันดีๆก็ไม่ได้

         “ป้าฝน ได้ยินข้าวหอมไหมคะ ป้าฝน!”

         นอกจากที่จะไม่ช่วยดูแม่แล้วสายฟ้ายังหัวเราะเสียงดังด้วยความชอบใจอีก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป