บทที่ 2 Race road

“พะ... พี่เครย์!”

“อะไรอีกวะ! เลิกตะโกนซะที รำคาญ!!”

ฉันเบ้หน้า เพราะเสียงของนักเลงข้างๆ นั้นตวาดแว้ดขึ้นใกล้ๆ จนปวดหู ท่าทางเขาจะชอบตะโกนและขี้โวยวายน่าดูเลยนะ หูฉันแทบระเบิดอยู่แล้ว ไม่สงสารกันบ้างเลยรึไง คนเถื่อนนน!

“นักเลง เงียบหน่อยได้มั้ยอ่ะ ฉันจะเรียกพี่-ชาย-ฉันนนน” ฉันเน้นคำให้เขาพร้อมกับเอานิ้วทั้งสองข้างมาเกี่ยวขอบปากแล้วแลบลิ้นใส่ร่างสูง เขาชี้หน้าฉันค้างไว้เหมือนด่าไม่ออก ส่วนตานี่ก็จิกกันเหลือเกิน

“ยัย...!” เขากัดฟันกรอด ในขณะที่จะขับรถกระแทกกระทั้นอีกครั้งจนฉันหน้าคว่ำ แต่ไม่เป็นไรหรอก เพราะฉันคาดเข็มขัดนิรภัยเซฟตี้ตัวเองไว้แล้ว “ปากดีนัก เดี๋ยวฉันนี่แหละจะเป็นคนถีบเธอลงจากรถเอง!!”

“น่ากลัวจังเลย นักเลงจ๋า ~”

“ฉันชื่อคีดีน!”

“คีดีนเหรอ? ไม่เห็นจะเพราะเลยอ่ะ” ฉันขมวดคิ้วครุ่นคิดเสมือนว่ามันเป็นเรื่องหนักหนามาก ก่อนที่จะปิ๊งไอเดียอะไรบางอย่าง “นายชื่อขี้ดินดีกว่านะ น่ารักกว่าตั้งเยอะเลย”

เขาเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อหู “ว่ายังไงนะ”

“ขี้ดินไง คีดีนมันเรียกยากอ่ะ”

“Holy Shit!” เขาโวยวาย ก่อนที่จะทุบพวงมาลัยรถอย่างแรงเมื่อเคลื่อนตัวรถขนาบข้างรถของพี่เครย์ไปยังจุดสตาร์ทอะไรสักอย่าง ขี้ดินหันมาจิกสายตาใส่ฉัน ก่อนที่จะกระซิบลอดไรฟัน “แข่งเสร็จฉันจะมาคิดบัญชีกับเธอ รับรองเธออ่วมแน่ยัยเตี้ย”

อะ... อะไรนะ

“ฉันสูงร้อยหกสิบเก้า เข้าข่ายมาตรฐานหญิงไทยเลยนะ ไม่เตี้ยด้วย!” ฉันโวยวาย

“มาตรฐาน... ช่างกล้าพูดออกมาได้” แต่เขากลับเบ้หน้าพร้อมกับพูดค่อนขอดเสียอย่างนั้น

ฉันอมลมเข้าปากจนแก้มป่อง ส่วนหนึ่งก็เพราะโกรธเขามาก หมอนี่ช่างเป็นผู้ชายที่น่าโมโหแล้วก็ไม่ให้เกียรติ์ผู้หญิงเอาเสียเลย แถมยังสักแล้วก็หน้าโหดด้วย เรียกได้ว่าเขาเข้าสูตรนักเลงได้อย่างเต็มขั้นเลยล่ะ ผู้ชายแบบนี้ล่ะที่พ่อบอกฉันนักหนาว่าห้ามเข้าใกล้

แต่ถึงอย่างงั้นก็เถอะ ฉันเรียนมหาลัยแล้วนะ ถึงแม้จะโดนพี่เครย์กรอกหูอยู่บ่อยๆ ว่าฉันทำตัวเหมือนเด็กประถมก็เถอะ

แต่นั่นก็เพราะว่าฉันน่ารักเกินไปต่างหากล่ะ เชอะ!

“นายต้องบอกฉันก่อนว่าจะพาฉันไปไหน” ฉันต่อรองอีกครั้งเมื่อเห็นว่าขี้ดินเงียบไป สีหน้าของเขาดูเคร่งเครียดจริงจังมากในขณะที่มองไปยังถนนข้างหน้า

“แหกตาดูสิ คงไม่ยากนักหรอก” ฉันอ้าปากพะงาบๆ ทันทีที่หมอนั่นตอบออกมาแบบนั้น โกรธจนแทบหงายหลังเลยแหละ ฮึ้ยยย

“ขี้ดิน! ตอบดีๆ เดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นฉันจะหักพวงมาลัยให้รถนายตีลังกาสามร้อยหกสิบองศาเลย!” ฉันขู่ฟ่อ พร้อมกับตั้งท่าจะขย่มรถเขาด้วย ขี้ดินเลยเบิกตากว้างพร้อมกับขบฟันด้วยความโกรธ เขาหมุนพวงมาลัยกลมๆ ที่เหมือนโดนัทนั่นไปอีกทางจนมาถึงที่ๆ มีผู้หญิงใส่ชุดน้อยชิ้นคนหนึ่งยืนโบกธงไปมาไหวๆ

“ฉันบอกให้แหก-ตา!” เขาตะโกนใส่หน้าฉัน

“ไม่เอาอ่ะ เดี๋ยวตาฉันเจ็บ”

“นี่เธอ! อย่ากวนประสาทให้มากนักได้มั้ยวะ เห็นมั้ยว่าฉันประสาทแดกจะตายห่าอยู่แล้ว!!”

“งั้นเดี๋ยวฉันคลึงขมับให้ รับรองหายปวดหัวทันทีเลย” ฉันว่าอีก พร้อมกับยกมือทำท่าจะคลึงขมับให้เขาตามที่บอก แต่ขี้ดินกลับปัดมือฉันออกเสียอย่างนั้น

“ไม่ตลก!”

เอ้ะ เขานี่ขี้โวยวายจังเลยแฮะ

“แต่ว่าฉันจะคลึงขมับให้...”

“ไม่ต้อง!” ร่างสูงตะคอกใส่หน้าแทรกเสียงของฉันอย่างฉุนๆ พร้อมกับหันหน้าหนีไม่ยอมพูดไม่ยอมจาอะไรอีก เขาคงคิดแล้วล่ะว่าคุยกับฉันไปก็ปวดหัวแย่ ขี้ดินขยับโดนัทในมือนั่นอีกครั้ง แล้วรถก็พุ่งตัวไปข้างหน้า ฉันถึงได้ยินเสียงประกาศออกไมค์นั่นอย่างชัดเจน

‘การแข่งขันจะเริ่มภายใน...’

‘สาม’

‘สอง’

‘หนึ่ง... สตาร์ท!’

เดี๋ยวนะ...

นี่ฉันถูกจับมาเป็นตุ๊กตาหน้ารถงั้นเหรอเนี้ยยยย!!

“จับดีๆ ละกัน ยัยเตี้ย”

“ว่ายังไง... กรี๊ดดดดด!” ยังไม่ทันจะพูดจบดี ขี้ดินที่มองตรงไปยังทางด้านหน้าก็กดคันเร่งสุดแรงเกิดจนรถพุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วจนน่าหวาดเสียว ฉันหน้าคะมำไปข้างหน้าอย่างไม่เป็นท่าเลยทีเดียว พอเงยหน้าตั้งท่าจะแว้ดก็เห็นรถของพี่เครย์ที่พุ่งทะยานไปด้านหน้านำรถของขี้ดินอยู่

นี่เขาแข่งกับพี่เครย์เหรอ? ทำไมล่ะ เป็นศัตรูคู่อริกันงั้นเหรอ?

ไม่เห็นเข้าใจเลย!

“ขี้ดิน! ขี้ดิ๊นนนน อย่ารุนแรงมากสิ ฉันเจ็บบบบ” ฉันโวยวายลั่นรถเมื่อร่างสูงที่กำลังหงุดหงิดงุ่นง่านนั้นกระชากพวงมาลัยขับอย่างป่าเถื่อนจนฉันหน้ากระแทกเข้ากับคอนโซลหน้ารถดังโป้กใหญ่ มองเห็นดาวตกเต็มหัวไปหมด “ฉันเจ็บนะ! ได้โปรดดด อย่ารุนแรง...”

“เลิกพูดจากำกวม! ฉันต้องการสมาธิ!!”

เขาตะคอกลั่นรถแทรกเสียงแว้ดๆ กวนตะกอนอารมณ์ของฉัน ก่อนที่จะหมุนพวงมาลัยไปอีกทางเมื่อมาถึงทางเลี้ยวโค้ง รถของขี้ดินขนาบข้างกับรถของพี่เครย์ เสียดสีอย่างอวดดีจนรถของลูกพี่ลูกน้องฉันเป็นรอยใหญ่อย่างน่ากลัว ก่อนที่จะกดคันเร่งพุ่งไปด้านหน้า

“กรี๊ดดดด ว้ายยย!” ฉันกรีดร้องเมื่อหน้าคะมำซ้ำแล้วซ้ำอีกเพราะการขับรถสุดห่วยแตกของไอ้นักเลง เขาหันไปมองด้านหลังเป็นครั้งคราว พร้อมกับขบฟันแน่น

“ชิบ... ไอ้เวรนั่นมันต้องล้อเล่นแน่ๆ” เขาว่า จู่ๆ ก็เบรครถดังเอี๊ยดจนฉันต้องจูบกับคอนโซลหน้ารถอีกครั้ง คราวนี้มันกระแทกฟันฉันเต็มรักเลยด้วย! โอ้ยยย เจ็บอ่ะ! “ขยี้ให้แหลกท่าจะดี”

“... อะไรนะ” ฉันเบิกตากว้าง พร้อมกับเด้งตัวสบตากับขี้ดินที่มองไปด้านหลังอย่างตกใจสุดขีด ลืมความเจ็บปวดเมื่อครู่ไปเสียสนิท “ขี้ดิน เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ”

“อย่าแส่” เขาว่าอย่างฉุนๆ จนฉันหน้าตึงขึ้นมา ไวกว่าความคิด ฉันตะปบเข้าที่แขนของร่างสูงทันทีจนเขาเบิกตากว้างอย่างตกใจ ก่อนที่ฉันจะฉีกยิ้มนางมารร้ายออกมา ปลดเข็มขัดนิรภัยออกจากตัวพร้อมกับกระโดดขึ้นไปนั่งบนตักของเขาอย่างรวดเร็ว “เฮ้ย! ยัย...! ออกไปนะโว้ย!!”

“ไม่ออกไม่สนไม่ฟัง!!” ฉันตะโกนลั่น พร้อมกับเขี่ยเท้าที่ตั้งท่าจะกดคันเร่งของเขาออกไป แล้วส่งเท้าเล็กๆ ของตัวเองเข้าไปแทน แต่ก็ถูกดันจนหน้ากระแทกกับพวงมาลัยโดนัทอย่างรุนแรงเพราะขี้ดินทั้งโวยวายทั้งดิ้น “โอ้ยยย ขี้ดิน! มันเจ็บนะ”

“เรื่องของเธอ! ทุเรศ! มานั่งตักผู้ชาย ออกไปให้ไกลเลยยัยเด็กผี!”

“ก็เรื่องของขี้ดินสิ! ฉันจะขับอ่ะ จะทำไม” ฉันโวยวายบ้าง แล้วใช้หลังดันร่างสูงจนชิดกับเบาะคนขับอย่างแรง มือก็คว้าพวงมาลัยไปด้วย แต่ก็โดนขี้ดินคว้าหมับเข้าที่มือของฉันแล้วพยายามจะแกะออก แต่ฉันก็กำมันเอาไว้แน่นจนเขาต้องสบถออกมาอย่างหงุดหงิด

“งี่เง่าเอ้ย! เธอมีใบขับขี่รึไงวะ!”

“ไม่มี! แต่เคยเห็นพี่เครย์ขับ ก็จำๆ มา ก็ฉันเก่งงงง ~” ฉันพูดรัวๆ เร็วๆ ด้วยรอยยิ้มแป้นแล้น ก่อนที่จะหันหน้าไปด้านหลังเพื่อพูดข่มเขา แต่ความรู้สึกแรกที่รู้สึกก็คือจมูกของเราทั้งคู่ชนกันอย่างจัง ฉันเบิกตากว้าง ในขณะที่ขี้ดินเองก็เบิกตากว้างเช่นกัน

ลมหายใจของเขาที่เป่ารดลงมาบนหน้าทำให้ทั้งร่างของฉันแข็งทื่อเหมือนหินฟอสซิลก็ไม่ปาน ขี้ดินเองก็ตัวแข็งไม่ต่างกัน เขาจ้องมองฉัน ฉันก็เลยจ้องเขาบ้าง แล้วก็มองเห็นว่าดวงตาสีนิลคู่สวยคู่นั้นกำลังสั่น ก่อนที่ฉันจะกระพริบตาถี่ๆ แล้วรีบหันหน้าตรง แต่ตัวก็ยังแข็งอยู่

นี่มัน...

บรืนนนนนนน

ยังไม่ทันได้คิดอะไร เสียงรถยนต์ของลูกพี่ลูกน้องของฉันก็ดังไล่หลังมาติดๆ พร้อมๆ กับเสียงเฮลั่นของผู้ชมที่เพิ่งดังเข้าสู่โสตประสาท มารู้สึกตัวอีกทีก็เห็นว่ารถพี่เครย์วิ่งไปได้ไกลมากแล้ว

“แม่งเอ้ย!” เสียงขี้ดินสบถดังตามมาติดๆ ก่อนที่เขาจะคว้าหมับเข้าที่มือของฉัน ในขณะที่ถีบเท้าของฉันให้พ้นทาง พร้อมกับค้อมตัวลงจนกล้ามเนื้อของเขาดันหลังของฉันขึ้นมา แล้วมือทั้งสองข้างนั่น...

เหมือนขี้ดินกำลังกอดฉันอยู่เลย กรี๊ดดดด TOT!

“กรี๊ดดดด ขี้ดิน! ขี้ฉวยโอกาส... ว้ายยย!”

“หุบปาก!!” เขาโวยลั่น ก่อนที่จะกดสปีดเร่งความเร็วจนเฉียดใกล้รถพี่เครย์ติดๆ และทุกครั้งที่เขากดคันเร่ง แรงกระเทือนมันก็ทำให้เขาเข้าใกล้ฉันมากขึ้น จนใบหน้าของฉันร้อนเห่อจนแทบเอาไปทอดไข่ได้ “ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะพาเธอบี้อัดตรงนี้ เพราะฉันเซียน!”

แหวะ หลงตัวเองชะมัด

“ฉันหายใจไม่ออกนะ! แอ้ก...!” ฉันโวยวายเสียงสั่น แล้วก็โดนขี้ดินแกล้งจงใจอัดตัวใหญ่ๆ ของเขาทับลงมาแรงๆ ราวกลับจะทำให้ฉันสงบปากลงจนแทบกระอัก “ขี้... ดิน!!”

“ดี เอาให้ขาดอากาศหายใจตายห่าไปเลย” เขาว่า พร้อมกับเร่งตัวขึ้นอีกจนสามารถขนาบข้างกับรถของพี่เครย์ได้ ร่างสูงเลยใช้จังหวะนั้นกระแทกรถของเขาเข้ากับรถของพี่เครย์อย่างแรง

ปึง!!

“กรี๊ดดดดดด นายโกง! ขี้โกงชัดๆ!” ฉันโวยวาย ร้องกรี๊ดลั่นเพราะรถของพี่เครย์ถูกเขาบี้อัดจนติดกับผนังกั้นที่ด้านหลังเต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่พากับแหกปากส่งเสียงเชียร์ลั่นสนาม หัวใจของฉันก็เลยยิ่งเต้นถี่รัวเพราะความกลัว

“เงียบปาก! เงียบ!!”

ปึง!!

“พี่เครย์! พี่... ไอ้คนเถื่อน! ไอ้บ้า! ปล่อยพี่ชายฉันนะ ปล่อยยย” ฉันโวยวายลั่น อยู่ดีๆ ภาพพี่เครย์ก็ย้อนเข้ามาในหัว แล้วยิ่งได้ยินเสียงหัวเราะหึๆ ในลำคออย่างสะใจของขี้ดิน ฉันก็ยิ่งไม่อยากทนอยู่เฉย รีบคว้าแขนของเขาเอาไว้ ก่อนที่จะกัดมันจนจมเขี้ยว

“อ้าก!” เขาร้องลั่น พร้อมกับสะบัดแขนออกอย่างแรงจนฉันปวดหนึบๆ ที่เขี้ยวของตัวเองไปหมด แต่เพราะแรงสะบัดนั่นแหละ ทำให้รถที่เราทั้งคู่นั่งอยู่เบนไปอีกทาง แล้วรถพี่เครย์ที่หลุดพ้นก็แล่นเข้าเส้นชัยไปได้อย่างง่ายดาย

เอี้ยดดดด

วินาทีนั้นที่รถเราหยุดนิ่งเพราะขี้ดินเหยียบเบรกไว้จนสุดแรง ฉันก็อึ้ง ในขณะที่เขาเองก็ช็อกไปเลย

“พี่เครย์...”

ฉันมองรถสุดคุ้นตาของลูกพี่ลูกน้องนิ่ง ในใจรู้สึกหวั่นๆ ขึ้นมาเมื่อมือแกร่งของขี้ดินที่กำพวงมาลัยโดนัทข้างๆ ใบหน้าของฉันนั้นสั่นเทิ้มจนเส้นเลือดเต้นตุบๆ อย่างน่ากลัว ก่อนที่มืออีกข้างของเขาจะชกเข้าที่กระจกรถอย่างรุนแรงจนฉันแอบสะดุ้ง

ปึง!

“ยัยเด็กผี... เธอมัน...” เขาเค้นเสียงรอดไรฟันเหมือนด่าไม่ออก ในขณะที่ฉันเองก็นั่งตัวแข็งทื่อ ไม่กล้าหันไปสบตากับร่างสูงเลย แล้วก็เห็นว่ามือที่กำพวงมาลัยไว้เลื่อนมาบีบคางฉันอย่างแรงจนกระดูกแทบหัก ก่อนที่เขาจะดันหน้าฉันให้เงยขึ้นอย่างกระแทกกระทั้น พร้อมกับก้มหน้าลงมาถลึงตาใส่ “เธอไม่ได้ตายดีแน่... ฉันสาบาน”

เชื่อมั้ยว่าฉันเห็นเขี้ยวยักษ์ที่พ้นออกมาจากฟันขาวๆ ของเขาด้วย ฮืออออ TOT

“คะ... คือว่าฉัน... ฉันไม่อยากให้นายทำร้ายคนอ่ะ” ฉันแถสีข้างถลอกสุดๆ พร้อมกับคลี่ยิ้มเจื่อนๆ ออกมาเมื่อเห็นว่าเขาถลึงตาจนลูกตานั่นแทบถลนตกใส่หน้าฉันอยู่แล้ว “ฆ่าคนมันบาปนะ ติดคุกด้วย แล้วกะ... โอ้ย!”

“อ้าง!!” เขาบีบกรามฉันแรงขึ้นจนพูดต่อไม่ได้ ในขณะที่แทบจะเขมือบหน้าฉันเข้าปากของเขาอยู่แล้ว น่ากลัวชะมัดเลยอ่ะ “ถ้าเธอเป็นผู้ชายนะ รับรองได้ว่าฉันจะต่อยปากเธอให้อ่วม!”

“แง... นายมันโหดร้าย” 

“เออ!” เขาตะโกนลั่น ก่อนที่จะเงียบไป เมื่อได้ยินเสียงเฮลั่นดังขึ้นมาอีกระลอก ร่างสูงคลายมือที่บีบคางฉันออกนิดๆ ก่อนที่จะชะเง้อคอมองไปด้านหน้า รถของขี้ดินอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกับเส้นชัยสักเท่าไหร่ แล้วนั่นก็ทำให้เขามองเห็นรถของพี่เครย์ที่หยุดนิ่ง พร้อมกับร่างสูงที่ยืนยิ้มพร้อมถ้วยรางวัลในมือ

เท่านี้ล่ะ เขาก็ยิ่งบีบคางฉันแน่นราวๆ กับอยากระบายอารมณ์จนต้องเบ้หน้าพูดเสียงอู้อี้ “อี้อิน อั้นเอ็บอ้ะ!”

“หุบปาก! เพราะเธอ... ไอ้เวรนั่นมันเลยชนะ มันแย่งทุกอย่างของฉันไปหมด!!” เขาโวยวายลั่นรถ ในขณะที่สะบัดหน้าฉันออกอย่างแรงจนกระดูกส่งเสียงดังกึก ฉันอ้าปากพะงาบๆ น้ำตาเล็ดด้วยความเจ็บ

“ขี้ดิน... เจ็บนะ เจ็บบบ!” ฉันงอแงใส่เขา ดิ้นไปดิ้นมาจนร่างสูงทนไม่ไหว เขาปลดล็อกประตูพร้อมกับกระชากประตูเปิดออกสุดแรง ถีบฉันออกไป แล้วเดินฟึดฟัดตามออกมา พร้อมกับกระแทกประตูปิดเสียงดัง

ปึง!!

“คราวนี้ล่ะ...” เขาคว้าแขนของฉันไว้แล้วบีบแน่นจนเป็นรอยแดงแล้วมันก็เจ็บมาก ก่อนที่จะสำรวจร่องรอยถลอกที่ข้างรถของเขาไปด้วยอย่างน่ากลัว

“...”

“ฉันจะให้เธอได้ชดใช้อย่างสาสมเลยล่ะ ยัยเด็กผี!!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป