บทที่ 6 Damn, Did not intend to protect you
ฉันกลัวอ่ะ... ยอมรับเลยว่าตอนนี้ฉันกลัวมาก
ฉันไม่เคยถูกกับคนแปลกหน้ามาตั้งแต่ประถม วางตัวไม่ถูก ไม่รู้จะทำยังไงดี ถึงจะทำตัวซุกซนยังไงก็ไม่เคยชินเวลามีใครมาทักทาย ฉันรู้ว่าตัวเองขี้กลัวเกินไป แต่ยอมรับว่าพอขึ้นมหาลัย ทัศนคติต่อคนแปลกหน้าของฉันก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นเยอะเลย ถึงแม้ว่ามันจะยังพอมีหลงเหลืออยู่บ้างก็ตามแต่
ยิ่งมาเจอกับขี้ดิน... ฉันก็รู้สึกว่า เอ้อ เขาคือคนที่ฉันรู้สึกสนุกทันทีที่ได้เห็นหน้านะ
ยิ่งคุยก็ยิ่งรู้สึกถูกชะตา ไม่รู้ทำไมเหมือนกันอ่ะ แต่ฉันรู้สึกว่าตอนนี้ฉันหัวเราะออกมาเต็มเสียงเพราะเขา ทั้งๆ ที่เพิ่งเจอหน้าเขาแค่ไม่กี่ชั่วโมง และโดนเขาตวาด ตะคอก ทำร้ายสารพัดสิ่ง
แล้วยิ่งเขาทำแบบนี้...
“ปล่อยแขนดิ”
ร่างสูงไม่ได้ตะคอกออกมา แต่แค่ปรายตามองคู่สนทนาที่มีผมสีแดงเพลิงนิ่ง มือของผู้ชายแปลกหน้าคนนั้นบีบแขนของฉันแน่นจนต้องเบะปากเพราะรู้สึกเจ็บ แต่ใบหน้าเขากลับประดับไปด้วยรอยยิ้ม แต่ฉันกลับกำชับแขนอีกข้างที่กอดคอของขี้ดินเอาไว้แน่นอีกเช่นกันด้วยความรู้สึกที่แม้แต่ตัวเองก็ไม่เข้าใจ
“ไม่เอาน่าเพื่อนรัก พาฉันเข้าไปสนทนากับนายในห้องดีกว่า ฉันมีข้อเสนอดีๆ นะ” ไม่พูดเปล่า เขายังจับมือฉันเอาไว้แน่นขึ้นอีกไม่ยอมปล่อยอีกด้วย
“ฮือ...” ฉันส่งเสียงออกไปเบาๆ ผ่านท้ายทอยของเขา ยังคงเกี่ยวขาเข้ากับเอวของขี้ดินแน่น มันอึดอัดอ่ะ แล้วฉันก็ไม่ชอบด้วย “ขี้ดิน...”
“เออ อย่ากระซิบดิวะ ฉันรำคาญ” ร่างสูงกระซิบเสียงหนัก แต่ฉันกลับเห็นว่าใบหูของเขาแดงขึ้นมาอย่างน่าตกใจ
เกิดอะไรขึ้นกับหูของขี้ดิน?
“ไง สนใจมั้ย? ฉันมาโดยสันตินะ”
“ปล่อยยัยนี่ก่อน” ขี้ดินไม่สนใจในสิ่งที่ผู้ชายคนนั้นพูดเลย เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหาเรื่องพร้อมกับผลักไหล่ผู้ชายอีกคนจนไหล่เบี่ยงไปด้านหลังนิดๆ อาจจะเพราะเขาขืนตัวไว้ “ไอ้แฟรงก์ บอกให้ปล่อย”
ผู้ชายคนนี้ชื่อแฟรงก์งั้นเหรอ?
“อ่า... หึงเหรอ ไม่น่าใช่นะ” ยังไม่ทันที่ฉันจะทำความเข้าใจกับชื่อของเขาดี ผู้ชายที่ชื่อแฟรงก์พูดจากำกวมขึ้นมาจนไหล่ของขี้ดินกระตุก ส่วนฉันเองก็หน้าร้อนเห่อขึ้นมาซะเฉยๆ หึงเหรอ! ขี้ดินจะมาหึงฉันทำไมอ่ะ ไม่ช่ายยยย ไม่ยอมรับบบ TOT “ผู้หญิงคนนี้เมียแกเหรอคีดีน?”
มะ... เมีย! หมายถึงผู้หญิงที่โดนผู้ชายปั่มปั้มแล้วน่ะเหรอ!!
“เรื่องของฉัน” เสียงของขี้ดินแข็งขึ้นอีกระดับ ทีนี้เขาปัดมือแฟรงก์ออกอย่างแรงเลยล่ะ แล้วมือเรียวนั่นก็หลุดออกจากแขนของฉันอย่างง่ายดาย
ฉันถอนหายใจอย่างโล่งอก แล้วทีนี้ก็เลยกอดคอขี้ดินแน่นกว่าเขาจนเขาต้องสบถออกมา
“เวร! แกรีบไสหัวกลับที่ชอบๆ ของแกเลยนะ!” ร่างสูงตะคอกใส่ผู้ชายตรงหน้าพร้อมกับพยายามแกะมือฉันออกไปด้วยอย่างน่าผิดปกติ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นเขายังไม่ทักท้วงอะไรอยู่เลย
“Damn! นี่ฉันมาโดยสันตินะ!!” แฟรงก์ตะคอกกลับบ้าง ส่วนขี้ดินที่ไม่สนใจจะฟังอีกต่อไปก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตาจะแกะมือของฉันที่คล้องคอของเขาอยู่ออกแรงๆ จนฉันต้องครางออกมาด้วยความเจ็บ แต่ก็ไม่ยอมเอามือออกอยู่ดีเพราะกลัวตก ยื้อหยุดกันอยู่อย่างนั้นจนสุดท้ายเขาก็เอามือของฉันออกได้สำเร็จ
ส่วนฉันน่ะเหรอ?
“กรี๊ดดดดด ขี้ดิ๊นนนน TOT!”
ก็หงายหลังห้อยหัวเพราะขายังเกี่ยวเอวของเขาได้มั่นยังไงเล่า!
“เฮ้ย!!” และวินาทีนั้นแหละ ทันทีทีฉันห้อยหัวลงมาด้านหลังขี้ดินแล้วมองลอดระหว่างขายาวๆ ของร่างสูงไป ฉันก็เห็นว่าคนที่ชื่อแฟรงก์เองก็กำลังมองฉันอยู่ ก่อนที่เขาจะเบิกตากว้างอย่างตกใจ
“นี่เธอ... น้องสาวของไอ้พี่เครย์!”
“ทำไมน้องสาวของไอ้พี่เครย์ถึงอยู่กับแก?”
เสียงเรียบๆ ที่ไม่มีแววทะเล้นของแฟรงก์ดังขึ้นจากโซฟาฝั่งตรงข้าม หลังจากที่เขาตะโกนออกมาด้วยความตกใจแบบนั้น แฟรงก์ผู้เต็มไปด้วยคำถามก็จัดการลากทั้งฉันและขี้ดินเข้าไปในห้องทันที แล้วก็จบตรงที่เราทั้งคู่โดนคาดคั้นแบบนี้
“เรื่องอะไรที่ฉันจะบอก” ขี้ดินว่าพร้อมกับปรายตามองฉันที่นั่งเหงื่อตกด้วยแววตาขุ่นขวาง อารมณ์แบบว่าเธอคือทุกสิ่งที่ทำให้ฉันซวย อะไรประมาณนั้น T_T
“มันคือเรื่องที่แกสมควรบอก ไอ้คีดีน”
“ไม่บอก!”
“งั้นเดี๋ยวฉันจะโทรหาไอ้พี่...”
“เออ! ยัยนี่เป็นเมียฉันเอง!!” ฉันที่นั่งอยู่ข้างๆ เขาถึงกับสะดุ้งโหยงเมื่อทันทีที่แฟรงก์ยกมือถือขึ้นมาทำท่าจะกดโทรหาพี่เครย์ จู่ๆ ขี้ดินก็ตะโกนขึ้นมาชนิดไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย และไม่ถงไม่ถามเรื่องสุขภาพของฉันเลยสักคำ!
มะ... เมีย! เมียเลยเหรอ!
“ว่าไงนะ”
แฟรงก์เองก็เบิกตากว้างอย่างตกใจไม่ต่างกับฉัน ในขณะที่ขี้ดินเองก็เบ้ปากพร้อมกับจ้องมองฉันที่หันหน้ากลับไปสบตาเขาด้วยแววตาตกตะลึง สีหน้าเขาเหมือนบอกทุกอย่างว่าจำใจพูดไปแบบนั้น ก่อนที่ร่างสูงที่ทำท่าพะอืดพะอมเต็มแก่จะโอบเอวฉันให้เข้ามาใกล้ๆ
มือเขาบีบเอวฉันแรงมาก นี่กะจะให้กระดูกของฉันป่นไปเลยใช่มั้ยเนี้ย TOT!
“เออ เมียฉันเอง ไอ้เวรนั่นก็รู้” เขาว่าอีก พร้อมกับจูบขมับฉันหนักๆ สาธิตไปด้วย ส่วนฉันเองก็หน้าร้อนไปหมด นั่งทำหน้าเอ๋อกินอยู่อย่างนั้นจนแฟรงก์ต้องยื่นมือมาดีดนิ้วเป๊าะเพื่อเรียกสติ
“อะ... เอ่อ!” จะว่ายังไงดี ฉันไม่ได้เป็นเมียขี้ดินนะ TOT!
“เธอยังเด็กอยู่เลยนี่ แล้วไอ้พี่เครย์ก็หวงน้องสาวจะตาย แกหนีตามเธอมารึไง”
“แกควรจะพูดสลับกัน ไอ้เวร... แล้วยัยนี่ก็ไม่ใช่เด็ก ถึงจะเหมือนอยู่”
หนอยแน่ะ นี่ขี้ดินประชดฉันเหรอ!
“เออ! และฉันก็จะบอกไอ้พี่เครย์ หมอนั่นต้องอยากรู้แน่ๆ เห็นตามน้องสาวซะทั่วเลยหลังจากที่ไอ้เวรหน้าไหนไม่รู้พาเธอหนีหายไป” พูดพร้อมกับปรายตามองมาที่ฉันจนต้องแอบสะดุ้งเล็กๆ ไปด้วย “แล้วไอ้เวรนั่นก็คือแกไง... คีดีน”
“แล้วไง?”
“ถามหน้าด้านๆ ฉันจะพาน้องสาวแกกลับไปหาไอ้พี่เครย์ไงวะ!”
“คิดว่าทำได้เหรอวะ มั่นใจขนาดนั้นเลย!” ขี้ดินผุดลุกขึ้นยืนทันทีด้วยสีหน้าโมโหจัด ฉันเองก็ทำหน้าตื่นเมื่อแฟรงก์เองก็ลุกขึ้นเหมือนกัน พวกเขาทั้งคู่ยืนประจันหน้ากัน เหมือนจะแอบเห็นสายฟ้าแล่นเปรี้ยะๆ ผ่านตาของทั้งสองคนนี้ด้วยแฮะ “กูจะพูดให้มึงฟังอีกครั้ง ยัยนี่เมียกู แล้วกูจะไม่มีวันให้ใครมาลากเมียกูกลับไปหน้าด้านๆ!!”
ขี้ดินตวาดลั่น เปลี่ยนสรรพนามอย่างร้ายกาจแล้วกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน แต่ฉันแอบเห็นว่าท้ายประโยคเขาทำปากเบะด้วย นี่ขยะแขยงกันขนาดนี้เลยรึยังง๊ายยยย TOT!
“แต่มึงทำไม่ถูก นี่กูมาเจรจาด้วยสันติ ยังไงกูก็จะเอาน้องสาวไอ้พี่เครย์กลับ!”
“สันติอะไรวะ! กูไม่สน มึงจะเดือดร้อนเรื่องของมันก็ช่างหัวมึง!” ขี้ดินตวาดพร้อมกับผลักไหล่แฟรงก์แรงๆ อย่างหาเรื่อง ฉันก็เลยเริ่มลุกขึ้นบ้าง ทำท่าจะห้ามขี้ดินหน่อย แต่เขากลับชี้หน้าผู้ชายตรงหน้าอย่างรวดเร็วจนฉันแอบผวาอยู่กับที่ “ไสหัวกลับไป!”
“ไอ้คีดีน!!”
“ไส-หัว-กลับ-ไป! อ้อ... แล้วอย่าลืมแจ้นไปบอกไอ้เวรเครย์ด้วยนะ” เขาว่าพร้อมกับลากแขนฉันที่ยืนเหวออยู่ข้างๆ เข้าหาตัว คว้ามือของฉันให้โอบเอวสอบของเขาเอาไว้แน่น แล้วจู่ๆ ขี้ดินก็โน้มใบหน้าลงมา... กดจูบหนักๆ กันหน้าด้านๆ เลย! “ว่าแน่จริงอย่าส่งลูกน้องดาษๆ มา เจอกับกูตัวๆ ดีกว่า!”
“ไอ้เวรคีดีน!!”
“ขี้ดิน... อื้อ!” ฉันอ้าปากจะพูดพอเขาผละริมฝีปากออกไป แต่ก็ถูกประกบปากอีกครั้ง ได้ยินเสียงสบถจากปากของแฟรงก์ที่ดังขึ้นจากด้านหลัง ฉันหลับตาปี๋ หน้าร้อนเห่อขึ้นมาเมื่อโดนบีบแก้มเอาไว้แน่น ยกมือขึ้นตั้งท่าจะทุบเขา แต่ขี้ดินกลับถอนริมฝีปากออกไปซะก่อน อ้าว...
“จะอยู่ดูไง?” เขาว่าเสียงเรียบๆ แต่ริมฝีปากนั้นชิดอยู่ตรงขมับของฉันพอดิบพอดี จะว่าไงดีล่ะ เวลาขี้ดินพูดที ปากนิ่มๆ ของเขาก็แตะเข้ากับหน้าผากของฉันทุกจังหวะเลย แงงงง ฉันจะตายแล้ว T_T!
“เรื่องนี้ได้ถึงหูไอ้พี่เครย์แน่นอน... กูสาบาน” แฟรงก์กระซิบเสียงลอดไรฟัน แล้วขี้ดินก็แยกเขี้ยวกลับไป ฉันถึงได้ยินเสียงประตูที่จงจงกระแทกปิดอย่างรุนแรงของแฟรงก์ และลมหายใจร้อนๆ ที่รินรดใบหน้าจังๆ เมื่อขี้ดินถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย
“บัดซบ...” เขาสบถออกมาเบาๆ แต่พอเห็นว่ายังกอดฉันอยู่ แล้วใบหน้าของเราก็อยู่ใกล้กันมากกว่าที่คิด ขี้ดินก็เบิกตากว้าง จู่ๆ ใบหูที่เต็มไปด้วยต่างหูหลากหลายห่วงนั่นของเขาก็แดงเถือกขึ้นมา ก่อนที่เขาจะผลักฉันออกอย่างแรง
เป็นการรู้สึกตัวที่เชื่องช้ามาก แถมยังเจ็บตัวฟรีด้วย แม่เจ้า... ฉันล่ะอยากจะร้องไห้เหลือเกินนนน TOT!
“... เวร”
ฉันแหงนหน้ามอง ผ่านไปร่วมครึ่งชั่วโมงแล้วหลังจากที่แฟรงก์ออกไป ขี้ดินก็เอาแต่เอามือประสานกันแล้วทำสีหน้าเคร่งเครียดอยู่อย่างนั้นตลอดเวลา
ครืด ครืด...
จนกระทั่งตอนนี้... โทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกใสของของเขาก็สั่นขึ้นมา ร่างสูงเงยหน้าออกมาจากข้อมือของตัวเอง แล้วจ้องมองมันอย่างหงุดหงิด ก่อนที่จะคว้ามากดรับสายอย่างกระแทกกระทั้น
“ไร!!” กดรับสายไม่ทันไร ดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง พร้อมกับหันกลับมามองฉันที่จ้องมองเขาตาปริบๆ ก่อนที่ขี้ดินจะกัดฟันดังกรอด “มึงอีกแล้วเหรอ! ... ว่าไงนะ”
“...”
อะไรอ่ะ? แล้วเขาหันกลับมามองฉันด้วยสายตาแปลกๆ แบบนั้นทำไมกัน
“มาหามึง? ... บ้าไปแล้วเหรอวะแม่ง!” เขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ชายหางตามองฉันอีกครั้งอย่างฉุนจัด ก่อนที่จะเงยหน้ามองนาฬิกา... สี่ทุ่มครึ่งพอดิบพอดีเลย เพราะฉันหันไปมองตามสายตาเขาแหละ “มึงคิดว่ากูไม่กล้าไง?”
“...”
“เออ! เดี๋ยวมึงกับกูได้เจอกัน ไอ้เวร!!” หลังจากพูดคำนั้นจบ เขาก็เขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้งไปทางอื่นด้วยความโมโหทันที ฉันอ้าปากค้าง โฮกกกก โทรศัพท์นั่นมันคงไม่ใช่ราคาน้อยๆ แน่เลย!
“ขี้ดิ๊นนนน อันตรายนะ! วันหลังอย่าปาโทรศัพท์สิ เสียดายแทนพูดเลย TOT” ฉันว่า พร้อมกับก้มลงไปเก็บโทรศัพท์สีดำที่ชิ้นส่วนแตกกระจายไปคนละทางให้เขาอย่างแสนเสียดาย แต่ขี้ดินกลับสาวเท้าเร็วๆ เข้ามาคว้าแขนของฉันไว้ แล้วกระชากเข้าหาเขาอย่างรุนแรงจนฉันต้องเบ้หน้าอย่างเจ็บปวดเพราะไม่ทันได้ตั้งตัว
“ไปกับฉัน... เดี๋ยวนี้เลย!!”
@ S.U.C.K PUB
นะ... นี่มันอะไรกันเนี้ย TOT!
“ขะ... ขี้ดิน เอิ่ม ที่นี่...” ฉันปากสั่นคอสั่นไปหมดเมื่อได้เห็นสถานที่ตรงหน้า เพราะมันคือผับ! ถึงอายุของฉันจะบรรลุนิติภาวะและผ่านเข้าไปได้แล้วก็จริง แต่ตั้งแต่เกิดมาจน ณ ปัจจุบันนี้ ฉันยังไม่เคยมาเหยียบที่นี่มาก่อนเลย!
ให้ตายเถอะ ให้ตายยยย ขี้ดินพาฉันมาที่นี่ทำไม!
“เดี๋ยวก็รู้เอง ตามฉันมา” ฉันยืนเหลอหลา จ้องมองแผ่นหลังกว้างของเขาที่ล้วงกระเป๋าเดินห่างออกไป แต่ก็ขาก็สั่นพับๆ ไม่ยอมก้าวตามเขาไปสักที จนร่างสูงต้องหันมาตวาดใส่อย่างโมโห “เร็วๆ!!”
โฮกกกกก TOT
“ขี้ดิน คือ... ฉันไม่เคยมาที่นี่เลยอ่ะ” ฉันเดินตามไปรั้งชายเสื้อของเขาไว้ จนร่างสูงต้องหันกลับมามองด้วยสีหน้าบูดบึ้ง “ฉันกลัว... จริงๆ นะ ตั้งแต่คนที่ชื่อแฟรงก์มาแล้ว”
“กลัวมาก?”
“ใช่ๆ กลัวมากๆ เลย...” ฉันพยักหน้าหงึกหงักรับคำเสียงอ่อย
หมับ!
“งั้นก็จับมือไว้ แล้วไม่ต้องพูดอีก รำคาญ!” ฉันเหวอ เมื่ออยู่ดีๆ ร่างสูงก็คว้าข้อมือของฉันมากำแน่น แถมมีการใช้มือที่ยังว่างอีกข้างบังคับให้ฉันจับมือของเขาตอบด้วยอีกต่างหาก ฉันเงยหน้ามองขี้ดินอย่างตกใจทันที แต่ก็เห็นแค่แผ่นหลังของเขาเท่านั้น
“ขี้ดิน... ว้าย!” ฉันตั้งท่าจะบิ้วต์อารมณ์ซึ้งซะหน่อยแท้ๆ เลย T_T! แต่ก็โดนเขาตัดบทด้วยการกระชากแขนให้เดินตามเข้าประตูมาซะเฉยๆ ตอนแรกก็คิดว่าการ์ดเฝ้าประตูผับจะเขม่นฉันซะอีก ที่ไหนได้...
“เชิญครับ”
พอเห็นหน้าถมึงทึงของขี้ดินเท่านั้นล่ะ เราก็ได้เดินเข้าไปอย่างง่ายดาย
แปลก! แปลกเกินไปแล้ว!
“ไอ้เวรนั่นมันอยู่ไหนวะ...” เขาพึมพำหลังจากลากฉันเดินเข้ามาด้านในเรียบร้อยแล้ว เสียงเพลงที่ดังกระหึ่มพร้อมกับแสงสปอร์ตไลท์ที่สาดไปมารอบๆ ตัวทำฉันแสบตาสุดๆ มองไปทางไหนก็มีแต่คน... เอิ่ม กันทั้งนั้น น่ากลัวอ่ะ
มิน่าล่ะ... แบบนี้ไงฉันถึงโดนพี่เครย์กรอกหูว่าเหมือนเด็กอยู่ตลอดเวลา TOT
แต่น่าสนใจจังนะ... พวกนี้ไม่อายสายตาชาวบ้านชาวช่องเลยอ่ะ อุ้ย นั่นก็ด้วย จูบกันไม่แคร์สายตาใครเลย ว่าแล้วก็จ้องสักหน่อยดีกว่า เผื่อจะรู้สึกตัว
“แม่ง... ต้องอยู่ชั้นวีไอพีแน่ๆ” ขี้ดินพึมพำมาอีกคำแล้วมองขึ้นไปชั้นบนที่เป็นชั้นสอง ชั้นนั้นดูสงบดีนะ แต่ไม่ล่ะ ที่ฉันสนใจในตอนนี้คือคู่รักที่อยู่ตรงหน้าต่างหาก
โอ้ะ! จู่ๆ ผู้หญิงก็กระโดดเอาขาไขว้รอบเอวผู้ชายคนนั้นเฉยเลย ทำไมอ่ะ? อยากเป็นลิงกันเหรอ หรือเขาจะสู้กันตรงนี้ แปลกอ่ะ ฉันไม่เข้าใจจริงๆ นะ
“เดี๋ยวเราจะไปข้างบนกัน”
“...”
“ยัยเด็กผี”
“...”
“ยัยเด็กผี!!”
“... อู้ว”
“... นี่! จะจ้องอะไรนักหนาวะ!” ฉันสะดุ้ง ผละสายตาจากคู่นั้นที่เริ่มจะมีถงมีถอดเสื้อกันแล้วไปทางขี้ดินแทน เขากำลังหงุดหงิดล่ะ หงุดหงิดมากๆๆ ด้วยอ่ะ “ชอบแบบนั้นรึไง!”
“ก็... ไม่ชอบอ่ะ แต่ฉันเพิ่งได้มาเปิดหูเปิดตา ปรับโลกทัศน์ก็วันนี้แหละ”
“อะไร! เธอไม่เคยเห็น?”
“ก็ไม่เคยน่ะสิ นี่ขี้ดินคิดว่าฉันเป็นคนยังไงเนี้ย!” ฉันแว้ดขึ้นมา พร้อมกับทุบแขนเขาไปแรงๆ จนขี้ดินต้องทำสีหน้าฉุนเฉียวนั่นขึ้นมาอีกครั้ง เขานี่หงุดหงิดง่ายเนอะ เหมือนผู้หญิงประจำเดือนมาตลอดเวลาเลยอ่ะ
“เรื่องของเธอ มันไม่สำคัญ มานี่!” เขาตวาดใส่หน้าจนฉันสะดุ้ง พร้อมกับกระชากแขนฉันให้ตามไปด้วยอีกครั้ง แล้วฉันก็เบ้ปาก แล้วยอมเดินต้อยๆ ตามแรงจับจูงของเขาไปอย่างยอมแพ้
ก็ด้ายยย! ฉันก็แพ้เขาตลอดนั่นแหละ เจ็บใจ TOT!
“ไง... ไอ้หมาลอบกัด”
ฉันตกใจ ไม่คิดว่าทันทีที่ขี้ดินลากฉันขึ้นมาชั้นบนแล้วจะได้เจอพี่เครย์ยืนกอดอกใบหน้าถมึงทึงอยู่ด้านบนเลย ถึงเขาจะกำลังพูดจาค่อนขอดขี้ดินอยู่ แต่ฉันกลับไม่ได้ฟังเลย มัวแต่ทำสายตาซึ้งใส่เขาอยู่ แงงงงง นี่ฉันไม่ได้เห็นหน้าพี่เครย์มาหลายชั่วโมงแล้วนะ คิดถึงจังเลย TOT
“พี่เครย์ ฮือออ” ฉันปล่อยโฮออกมา อยู่ดีๆ ก็บ่อน้ำตาตื้นขึ้นมาซะเฉยๆ พร้อมกับอาศัยจังหวะที่ขี้ดินเผลอปล่อยมือโผเข้ากอดเขาเต็มรักทันที “คิดถึงพี่ที่สุดเลยอ่ะ!”
“เฮ้ย! ไอ้คีดีน นี่มึงทำอะไรน้องกูวะ!!” พี่เครย์เบิกตากว้างอย่างตกใจ พร้อมกับลูบหลังฉันที่สะอึกสะอื้นน้ำมูกย้อยไปด้วย ฉันมองตาม ก็เห็นว่าขี้ดินกำลังทำสีหน้าเบื่อโลกอยู่ สงสัยจะเลี่ยนความรักระหว่างพี่น้องของเรา ใจร้ายที่สุด ฮึก TOT “แล้วยังไง! ที่ว่ามึงพูดว่าน้องกูเป็นเมียมึงน่ะ ยังไง!!”
โอ้ะ...
“เออ หมาคาบข่าวไปบอกมึงเร็วดีว่ะ” ขี้ดินล้วงกระเป๋ากระตุกยิ้มแบบสบายๆ พร้อมกับถลึงตามองฉันไปด้วย อ้าว นี่ฉันเกี่ยวอะไรเนี้ย! “แล้วไง? ที่ว่าจะให้กูพิสูจน์”
“เออ! กูให้มึงพิสูจน์แน่” พี่เครย์ที่มีสีหน้าบูดบึ้งว่า พร้อมกับหันมาจ้องเขม็งมาทางฉันที่คลายกอดออกแล้วด้วยแววตาจ้องจับผิด “ยัยหวา แกโดนไอ้เวรนี่ข่มขืนใช่มั้ย?”
หะ... หา!!
“อะไรนะพี่!”
“ฉันถามว่าแกโดนไอ้เวรนี่ข่มขืนใช่มั้ย ตอบ!!” ฉันอ้าปากค้างพะงาบๆ เมื่อพี่เครย์ก็ถามอะไรที่แปลกของแปลกสุดๆ ฉันรีบหันขวับกลับไปมองขี้ดินทันที แล้วก็เห็นว่าเขาเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้มอย่างไม่สบอารมณ์ ส่วนแววตาที่ขุ่นขวางนั่นก็จ้องมองฉันนิ่งงันไปด้วย แต่ก็ไม่ยอมพูดอะไรเลย! อ้ากกกก “ว่าไงไอ้น้องไม่รักดี ตอบฉันสิวะ!”
“เอิ่ม คือแบบว่า...” ฉันอึกอัก ความจริงจะปฏิเสธก็ได้ แต่สายตาขี้ดินมันกดดันอ่ะ TOT “คือ... คือ... คือแบบ...”
“เออ! ยัยนี่เมียกูเอง พอใจยังวะ!” ทั้งฉันและพี่เครย์อ้าปากค้างแทบจะพร้อมกัน เมื่อขี้ดินที่เริ่มรำคาญกับท่าทีอึกอักของฉันโพล่งขึ้นมา พร้อมกับก้าวฉับๆ เข้ามาคว้าแขนของฉันแล้วกระชากเข้าหาตัวเขาอย่างแรง “กูขอน้องสาวมึง พอมั้ย!”
“ไอ้คีดีน!!”
“ขี้ดิ๊นนนน! เดี๋ยวๆ คือฉันว่า...”
“หุบปาก!!” เขาตวาดใส่หน้าฉันทันทีที่อ้าปากจะพูด ฮือ T_T “กูรักน้องสาวมึง กูรักเมียกู โอเคมั้ยวะ!”
แว้กกกกกกก TOT!!
“กูไม่โอเค! เพราะงั้นกูถึงจะพิสูจน์มึงไง ไอ้สารเลว!!”
“พิสูจน์? พิสูจน์ห่าไร”
“พิสูจน์ว่ามึงรักน้องสาวกูจริงมั้ยไง! เพราะงั้น... อุ้มยัยหวาซะ เดี๋ยวนี้เลย!!”
อ้ากกกกก เดี๋ยวๆ นี่พี่เครย์เล่นมุขนี้เลยเหรออออ TOT!
