บทที่ 1 เเม่พันธุ์มนุษย์ตัวสุดท้าย
ความรู้สึกแรกที่แล่นขึ้นมาคือ…เย็น
เย็นชิบหาย! เย็นทะลุรูขุมขน เย็นจนเหมือนหัวจมอยู่ในถังน้ำแข็งแล้วมีคนเอาเท้าเหยียบไว้ไม่ให้โผล่
วินาทีที่สติเริ่มกลับมา เขาก็รับรู้ได้ถึงเสียงอื้ออึงคล้ายกับน้ำวนรอบตัว ติดอยู่ในหูเหมือนกำลังจมอยู่ใต้ทะเลลึก แต่แปลก...เพราะตัวเขากลับไม่รู้สึกเปียกเลยสักนิดเดียว
"อือ..."
เขากระพริบตาถี่ๆเพื่อให้ม่านตาปรับแสงอย่างช้าๆ และเมื่อภาพตรงหน้าชัดเจนขึ้น เขาก็พบว่าตัวเองลอยอยู่ในหลอดแก้วขนาดมหึมา
นี่มัน...น้ำสีเขียวเรืองแสงไหลเอื่อยล้อมรอบอยู่ทุกทิศทาง ร่างเปลือยเปล่าของเขาถูกกักไว้กลางของเหลวข้นหนืด ผนังโค้งใสแวววาวสะท้อนเงาของตัวเองแบบกลับด้าน ส่วนเพดานด้านบนก็เต็มไปด้วยสายท่อกลมหยักที่เชื่อมต่อเข้ากับเครื่องจักรประหลาดจำนวนมาก
"....!!"
มันดูไม่ใช่โลกที่เขาคุ้นเคย และยิ่งไม่ใช่สถานที่ที่ควรจะตื่นมาได้เลยด้วยซ้ำ
“แค่ก…!
เขาพยายามขยับตัวด้วยแรงที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด เเต่สุดท้ายก็ขยับได้เพียงปลายนิ้วเท่านั้น ร่างกายเหมือนชาวาบไปทั้งแผ่นหลัง เสียงหัวใจเต้นดังรัวราวกับมันกำลังจะทะลุออกจากอก
เกิดอะไรขึ้น…!?
และในชั่วขณะที่เขาพยายามประมวลผลกับความจริงตรงหน้า ภาพบางอย่างก็กะพริบซ้อนเข้ามาในหัว เหมือนเทปย้อนความทรงจำฉายซ้ำอัตโนมัติโดยไม่ต้องรอคำสั่ง
ท้องฟ้า…
ฝนตก…
เขายืนอยู่ริมตึกชั้นสิบสอง ขอบปูนเปียกน้ำเหมือนจะลื่นทุกวินาที และเสียงในหัวก็ตะโกนว่า...
“พอเถอะเว้ย กูเบื่อแล้ว ไอ้โลกสัปรังเคนี่กูไม่อยากอยู่ตั้งนานเเล้ว!”
จากนั้น…เขาก็กระโดดลงไป เเต่ว่าเขาน่าจะตายไปเเล้วนี่นา?
ความทรงจำสุดท้ายคือร่างของเขาดิ่งลงจากตึก ความเย็บเฉียบของสายฝนเเละมวลอากาศรอบๆยังคงชัดเจนอยู่ในความทรงจำส่วนลึก
แต่แล้วทำไมตอนนี้…
“พระเจ้า! ตั้งใจเล่นตลกกับผมใช่มั้ย?…”
เขาบ่นกระปอดกระเเปดในใจ เพราะตอนนี้เขาทั้งสับสนเเละมึนงงจนเเยกไม่ออก
ให้ตายเถอะ!
ถ้านี่ไม่ใช่นรกก็ต้องเป็นสถานีสืบพันธุ์ของมนุษย์ต่างดาวแน่ๆ เพราะสิ่งที่เห็นตรงหน้านั้นเต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยราวกับหลุดออกมาจากหนังไซไฟ เเละเมื่อเขาสำรวจตัวเองก็พบว่าสามารถหายใจได้ปกติ สายน้ำรอบด้านไม่ได้ทำให้เขาสำลักหรือหายใจลำบากเลยสักนิด
ราวกับว่า...มันคืออ็อกซิเจน?
เเต่ที่สำคัญสุดคือร่างกายของเขาเปลือยเปล่า แบบไม่มีอะไรปกปิดเลยนอกจากฟองอากาศจิ๋วๆที่ลอยวนอยู่รอบตัว สายตาเริ่มสอดส่ายไปมาอย่างลนลาน มือที่ยังชาก็พยายามกำเข้าหากันแน่นแล้วทุบลงบนผนังแก้วใสอย่างสุดกำลัง
ปึง! ปึง! ปึง!
แม้จะเจ็บร้าวไปถึงเเขนแต่เขาก็ไม่ยอมหยุดทุบ เพราะความหวาดกลัวเป็นเเรงผลักดันให้เขาคิดหนี ยังไงเขาก็ไม่ยอมลอยตัวอยู่โหลบ้าๆนี่เด็ดขาด!
“อย่าให้กูออกไปได้นะพวกมึง…กูจะฟาดให้หมอบทั้งยานเลยคอยดู!”
เขาสบถในใจเพราะพูดออกมาไม่ได้ ทุกครั้งที่อ้าปากน้ำเขียวๆก็ทะลักเข้ามาในลำคอจนอยากขย้อน
ซึ่งในระหว่างที่เขาทุบอย่างเอาเป็นเอาตายนั่นเอง เเสงสว่างวาบบนเพดานก็ทำให้เขาต้องหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนจะเห็นเงาลางๆกำลังเคลื่อนไหวอยู่เหนือหลอดเเก้ว เเละเมื่อเพ่งสายตามองดีๆก็พบว่าเป็นจอมอนิเตอร์สำหรับสอดส่องเรื่องชาวบ้านโดยเฉพาะ
"อึ่ก!"ความตื่นตระหนกเเละความหงุดหงิดทำให้ความอดทนของเขาหมดลงในชั่วพริบตา ยามเขาใช้กำปั้นทุบผนังหลอดเเก้วอีกครั้งอย่างรุนเเรง
เปรี๊ยะ!
เสียงแหลมบาดเเก้วหูดังขึ้นอย่างกระทันหัน ตามมาด้วยรอยร้าวสายแรกบนกระจก เห็นดังนั้นเขาจึงทุบซ้ำโดยไม่ลังเล แม้จะรู้ว่ามันเจ็บโคตรๆ แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการหนีออกไปจากที่นี่อีกแล้ว
เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!
รอยร้าวเริ่มลามเป็นวงกว้าง ก่อนที่เสียงกระจกแตกจะดังสะท้อนไปทั่วทั้งห้อง
"....."
ฉับพลัน...แรงดันของเหลวสีเขียวก็ทะลักออกมาอย่างรุนแรง พาเอาร่างของเขาพุ่งตามออกมาเหมือนลูกชิ้นเด้งหลุดออกจากตะเกียบ
ตึง!
เขากระแทกพื้นเสียงดังสนั่น ร่างกายเปลือยเปล่าถูกของเหลวเหนียวหนืดอาบชโลม วินาทีนั้นลมหายใจของเขาขาดห้วงอย่างรุนแรง อุณหภูมิรอบข้างลดต่ำจนกล้ามเนื้อหดเกร็ง
“แค่ก…แค่ก แค่ก!!”
เขาพ่นของเหลวออกจากปาก ก่อนจะพลิกตัวนอนคุดคู้บนพื้นเหล็กเย็นเฉียบ มือสองข้างกอดตัวเองเอาไว้เเน่นเเละสั่นระริกอย่างน่าสงสาร
แต่ยังไม่ทันจะได้ตั้งสติ เสียงกล้องวงจรปิดบนเพดานก็หมุนกึกกึก ไฟจากจอมอนิเตอร์กระพริบถี่ๆเเละสว่างวาบในที่สุด ทำให้เขาต้องเงยหน้ามองด้วยสายตาเคียดเเค้น
เหอะ!
“คอยดูเถอะ! กูจะทุบให้พังสักวัน!” เขาได้แต่กัดฟันดังกรอดเพราะหมดแรงด่า และก่อนที่เขาจะทันได้ลุกหนีจากสภาพอนาถ เสียงใสๆก็ดังขึ้นมาจากที่ไหนสักแห่ง
ติ๊ง!
จากนั้นแผ่นโฮโลแกรมก็ปรากฏขึ้นเหนือหัว พร้อมข้อความที่ทำให้เขาอยากกัดลิ้นตัวเองตายอีกครั้ง
“ขอต้อนรับสิ่งมีชีวิตรหัส: M001
สถานะ: พร้อมฟักไข่
เพศ: แม่พันธุ์สมบูรณ์ (99.9999%)
อุณหภูมิร่างกาย: สูงทะลุเพดาน
ความเครียด: ระดับ ‘พร้อมระเบิดยานแม่ได้ในอีก 3 นาที’
ดวงตาของเรย์เบิกโพลง ใบหน้าซีดลงเมื่อรับรู้ว่าตัวเองยังไม่ตาย แต่กลายเป็น “แม่พันธุ์”หายากระดับจักรวาล
และคำที่หลุดออกจากปากของเขาก็คือ….
“ฟักแม่มึงสิ!!!”
พื้นโลหะเย็นเฉียบยังคงดูดความร้อนจากร่างกายเปลือยเปล่าของเรย์อย่างต่อเนื่อง แม้เขาจะพยายามยืดตัวขึ้นนั่งแล้วก็ตาม แต่มันก็ไม่ง่ายเลยเมื่อร่างทั้งร่างยังเปียกโชกและสมองยังเบลอไปกับคำว่า “แม่พันธุ์” ที่กระแทกหน้าอย่างไร้ความปรานี
“โอ๊ยยยยย กูแค่โดดตึก! กูไม่ได้ขอให้ตื่นมาในฐานะเเม่พันธุ์นะโว้ยยย!!…”
เสียงโวยวายของเขาดังสะท้อนในห้องกว้าง และมันก็ดังพอที่จะดึงดูดใครบางคน
