บทที่ 4 ระบบเลี้ยงดูเเม่พันธุ์(2)
“มึงถอยไปเลยนะ ถ้ามึงเอาไอ้นั่นมาเเหย่กู กูฆ่ามึงเเน่!”
“แค่ตรวจเบื้องต้นเท่านั้น ฉันจะไม่ทำให้เธอเจ็บ...มาก”
ราซีลตั้งใจเว้นวรรคให้เเม่พันธุ์มนุษย์ตกใจเล่น เเละดูเหมือนว่ามันจะได้ผล...
"คำว่ามากของมึงนั่นแหละที่กูรับไม่ได้!!”
เรย์ถอยกรูดจนหลังติดผนัง แต่แล้วจู่ๆห้องทั้งห้องก็เปลี่ยนสีโดยอัตโนมัติ แสงไฟเปลี่ยนเป็นสีฟ้าสดใส กลิ่นคล้ายลาเวนเดอร์ลอยเข้าจมูกพร้อมกับเสียงกล่อมเด็กเบาๆดังมากจากที่ไหนสักแห่ง
ในตอนนั้นเองที่เรย์ตระหนักได้ถึงสัญญาณอันตราย
“มึงล๊อกห้องใช่ไหมเป๊ปโป้… มึงล็อกกกห้องงงงงงง!”แดเนียลเเผดเสียงดังลั่นด้วยความโกรธจัด แต่เป๊ปโป้ดันตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงสดใสดังเดิม
“ถูกต้องค่ะ! เพื่อความปลอดภัยในการตรวจร่างกายเบื้องต้น ไม่อนุญาตให้แม่พันธุ์หนีออกไป”
“พ่องงงง!!!”
เรย์พยายามมองหาทางหนีทีไล่ แต่ไม่ว่ามองไปทางไหนก็มีเเต่ห้องโล่งๆกับเอเลี่ยนเต็มไปหมด
ให้ตายเถอะ! เขาเป็นผู้ชาย เขาไม่ได้มีมดลูก และเขาก็ไม่อยากให้ใครก็ตามสำรวจร่างกายโดยไร้ความยินยอม แต่ดูเหมือนว่าด็อกเตอร์ราลซีลจะไม่เข้าใจคำว่าพื้นที่ส่วนตัวเลยแม้แต่น้อย
มันก้าวเข้ามาใกล้เรย์ในระยะหนึ่งช่วงแขน ดวงตาเรืองแสงเล็กน้อย แล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ
“เซลล์ร่างกายของคุณได้รับการดัดแปลงแล้ว มดลูกถูกฝังไว้ใกล้กับระบบทางเดินอาหารส่วนล่าง เพื่อให้ไม่กระทบโครงสร้างเดิมของแม่พันธุ์”
“กูจะอ้วก!!”เรย์เบะปาก เอามือทาบอกด้วยความขยะแขยง ส่วนอีกข้างสำรวจด้านล่างของตนด้วยความหวั่นวิตก
“ไอ้เหี้ย พวกมึงฝังมดลูกไว้ในท้องกูเหรอ!? อยู่ใกล้ไส้ติ่งเหรอ!? ใกล้ลำไส้มั้ย!? หรืออยู่ข้างถุงลมปอด!?”
“…อยู่ต่ำกว่านั้น” ด็อกเตอร์ราลซีนตอบกลับมาด้วยสีหน้าจริงจัง แต่มันทำให้เรย์สติแตกกมากกว่าเดิมเสียอีก
“โอ๊ยยยยยยยย!…”
เรย์ระเบิดเสียงกรีดร้องจนแก้วหูแทบแตก ขณะเดียวกันก็พยายามวิ่งหนีรอบห้องอย่างไร้ศักดิ์ศรี เบื้องหลังมีแขนหุ่นยนต์ของราลซีนพยายามไล่ตามอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่เรย์กลับคลานหนีเข้ามุมพร้อมตะโกนอย่างบ้าคลั่ง
“มึงอย่าแตะตัวกูนะเว้ย! ใครแตะตัวกู กูจะกัดให้หลังคอหลุดเลย!”
ทันใดนั้น…ก็มีเงาร่างสูงใหญ่เดินมาคั่นกลางระหว่างแม่พันธุ์กล้ามเป็นมัดๆกับเอเลี่ยนบ้าวิจัยเสียก่อน
“หยุดก่อน…เขากำลังกลัว”เรย์เหลือบมองไปยังเเซร์กด้วยสายตาเว้าวอน หากแต่มองกลับมายังราลซีนด้วยสายตาเกี้ยวกราด
“กูไม่ได้กลัวว้อย!! กูโกรธ! ใครเข้ามาใกล้กูถีบหมดแหละ!”
แซร์กมองหน้าเรย์เงียบๆโดยไม่พูดอะไร ก่อนจะเดินเข้ามาหา แล้วใช้ผ้าคลุมของตัวเองห่มร่างแน่งน้อยเอาไว้ทั้งตัว
“ไว้รอให้เขาพร้อมก่อนค่อยตรวจ”ราลซีนขมวดคิ้วเบาๆแล้วถอนหายใจออกมาด้วยความผิดหวัง ก่อนจะหันหลังเดินออกจากไปห้อง พร้อมกับแขนกลที่หดกลับอย่างแช่มช้า
กระทั่งเสียงประตูปิดลงเบาๆ เรย์ก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเคียดเเค้น
“ถ้าพวกมึงทำแบบนี้อีกนะ…กูจะจุดไฟเผายานพวกมึงให้วอด”
แต่ใครจะคาดคิด เอเลี่ยนหน้าโง่อย่างแซร์กจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ถ้ามันช่วยให้เธอหายเครียด…จะจุดก็ได้”
“…..”
เรย์เงียบไปสามวินาทีก่อนจะถอนหายใจออกมาหนักๆ พลางเหลือบมองบรรดาเอเลี่ยนรอบห้องด้วยสายตาเหนื่อยใจ
.
.
.
ภายในห้องพักฟื้นที่ดูสะอาดสะอ้านราวกับห้องทดลอง
เรย์นั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงพลาสติกเรืองแสงที่ถูกออกแบบมาให้รองรับสรีระของสิ่งมีชีวิตพันธุ์พิเศษโดยเฉพาะ
แต่สำหรับเรย์แล้ว...นี่ไม่ใช่ที่พักฟื้น มันคือกรงจำกัดอิสระภาพในการใช้ชีวิตของเขา
เเม่ง! ไอ้พวกชิบหาย!!
แววตาคมเหลือบมองผนังโค้งที่ไร้รอยต่อ ความคิดในหัวสับสนวุ่นวาย แต่ภายใต้ใบหน้าเคร่งเครียดนั้นมีเป้าหมายชัดเจนหนึ่งอย่างที่กำลังเดือดพล่านขึ้นเรื่อยๆ
เขาจะหนี!...
ไม่ว่าจะต้องทำยังไง ไม่ว่าจะต้องหลุดเข้าไปในดงเอเลี่ยนหน้าตาอัปลักษณ์แค่ไหน เขาก็ต้องหนีออกจากที่นี่ให้ได้ เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาจึงขบกรามแน่น นัยน์ตาไหววูบราวกับความอดทนใกล้หมดลงเต็มที ก่อนจะหันไปมองเจ้า AI เป๊ปโป้ที่ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ
หึ! ตั้งแต่ขู่ว่าจะเตะมันออกนอกยานก็เงียบเป็นเป่าสากเลยนะ
“เดี๋ยวได้เจอดีเเน่ๆ …” เขาพึมพำในลำคอด้วยความหงุดหงิด แต่สายตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นช่องเสียบข้อมูลฉุกเฉินข้างเตียงพอดี มันถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนใต้แผงรองรับเครื่องช่วยหายใจ ถ้าไม่ใช่คนเคยผ่านงานคลังสินค้าและติดตั้งอุปกรณ์มาเป็นปีคงมองไม่เห็น
เสร็จโจร…เรย์ขยับตัวเบาๆ ก่อนค่อยๆดึงสายสำรองข้อมูลออกมา จดจ้องไปยังช่องเล็กๆด้านหลังของอีกฝ่ายแล้วเล็งทันที
ปิ๊บ!...
เสียงเเหลมดังขึ้นเพียงช่วงสั้นๆ ฉับพลัน…ดวงตาของเป๊ปโป้ก็กระพริบถี่ๆแล้วดับลงในที่สุด
“ฮ่าๆ เป็นอิสระแล้วโว้ยยยยย!!…” เขากระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ ริมฝีปากฉีกยิ้มกว้างและดวงตาโค้งเป็นประกาย จากนั้นจึงค่อยๆลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบออกจากห้อง มองหาตู้เก็บอุปกรณ์ฉุกเฉินที่เคยเห็นแวบๆตอนถูกหิ้วเข้ามา พร้อมทั้งหยิบชุดซ่อมบำรุงขึ้นมาสวมอย่างรวดเร็ว
“เอาวะ! ดีกว่าเดินออกไปโทงๆ ห้คนอื่นจับได้” เรย์ก้มมองชุดสีเงินสะท้อนแสงหลวมโพรกจนเหมือนขโมยชุดพ่อแม่มาใส่ แถมหมวกนิรภัยทรงโดมยังครอบหัวลงมาจนมิด เขาจึงต้องเดินแหงนหน้าและจับปีกหมวกให้เปิดขึ้นเล็กน้อย
โอ้โห…ทุเรศกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว
แม้จะดูพิลึกพิลั่นในสายตาคนทั่วไป แต่ก็เพียงพอสำหรับใช้ “พรางตัว” ออกจากเขตแม่พันธุ์ได้อยู่ดี
“ด็อกเก้า…ชั้นล่างสุด…ยานฉุกเฉินต้องจอดอยู่แถวนั้นแน่” เขาพึมพำเบาๆขณะเดินไปตามเส้นทางทอดยาวราวกับไร้ที่สิ้นสุด ทุกย่างก้าวต้องระวัง ไม่ให้สะดุดเครื่องตรวจจับแม่พันธุ์ที่ซ่อนอยู่ตามพื้น นั่นเพราะยานแม่ลำนี้ถูกออกแบบมาให้ควบคุมและเลี้ยงดูสิ่งมีชีวิต “ใกล้สูญพันธุ์ของจักรวาล”
