บทที่ 1 ตอนที่ 1 งานแต่งงาน
ตอนที่ 1 งานแต่งงาน
งานแต่งงานแห่งปีที่ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ โรงแรมหรูระดับห้าดาวใจกลางเมืองถูกเนรมิตไปด้วยดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์นับหมื่นดอก เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงแผ่วเบาสร้างบรรยากาศ แสงไฟทอดลงบนชุดเจ้าสาวผ้าลูกไม้ฝรั่งเศสตัวยาว
แพทริเซีย หรือ แพท หญิงสาววัยยี่สิบหกปีผู้งดงามราวกับรูปสลัก
ทว่าภายใต้ความเลิศหรูและสายตาชื่นชมของแขกเหรื่อระดับมหาเศรษฐีและผู้มีอิทธิพล บรรยากาศภายในงานกลับแฝงไปด้วยความตึงเครียดที่หนักอึ้ง
แพทริเซียก้าวเดินไปตามทางเดินผ้ากำมะหยี่สีแดง สายตาของเธอจ้องมองไปที่ชายหนุ่มในชุดสูทสากลตัดเย็บอย่างประณีต สีดำสนิทที่ยืนรออยู่ตรงหน้า
ชาร์ล เซลิน่า เจ้าพ่อมาเฟียทรงอิทธิพลวัยสามสิบเจ็ดปี ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาราวกับพระเอกนิยาย แต่ดวงตาคู่นั้นกลับเรียบเฉย เย็นชา และฉายแววเหินห่างชัดเจน
หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกๆ มือที่ถือช่อดอกลิลลี่สั่นเทาเล็กน้อย ลึกๆ ในใจของเธอ การแต่งงานครั้งนี้ไม่ใช่แค่ข้อตกลงทางการเมืองเพื่อความสงบศึกของสองตระกูล
แต่มันคือโอกาสที่เธอจะได้เข้าใกล้ชายหนุ่มที่เธอแอบรักและประทับใจมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กหญิงตัวเล็กๆ
แต่สำหรับชาร์ล... เธอรู้ดีว่าเธอเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งบนกระดานธุรกิจที่เขาถูกบังคับให้เดิน
บาทหลวงผู้ทำพิธีเปิดพระคัมภีร์ ก่อนจะเริ่มเอ่ยคำสาบานตนที่ศักดิ์สิทธิ์
“คุณชาร์ล เซลิน่า คุณจะรับคุณแพทริเซีย เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย จะรัก ให้เกียรติ และดูแลเธอทั้งในยามสุขและยามทุกข์ ยามป่วยและยามสบาย หรือไม่”
ชาร์ลเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาคมกริบมองสบตาแพทริเซียที่เงยหน้ามองเขาด้วยความหวัง รอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าของเจ้าสาวตึงเครียดขึ้นทันที เมื่อเห็นสายตาที่ปราศจากความรู้สึกของเขา
“ครับ” ชาร์ลเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เรียบเฉย ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ ราวกับกำลังอ่านข้อตกลงสัญญาทางธุรกิจ
บาทหลวงหันมาทางเจ้าสาว
“คุณแพทริเซีย คุณจะรับคุณชาร์ล เซลิน่า เป็นสามีที่ถูกต้องตามกฎหมาย จะรัก ให้เกียรติ และดูแลเขา ทั้งในยามสุขและยามทุกข์ ยามป่วยและยามสบาย หรือไม่”
แพทมองชายตรงหน้า แม้ดวงตาของเขาจะเย็นชาจนจับขั้วหัวใจ แต่เธอกลับเอ่ยออกมาด้วยความสัตย์จริงจากใจทั้งหมดที่มี
“รับค่ะ”
พิธีสวมแหวนแต่งงานหมุนวนผ่านไป ท่ามกลางเสียงปรบมือยินดีจากแขกเหรื่อ แต่ไม่มีสักวินาทีเดียวที่ชาร์ลจะคลี่ยิ้มออกมา เขาเพียงแค่ทำตามขั้นตอนอย่างจำนน จนกระทั่งถึงช่วงเวลาที่บาทหลวงเอ่ยประโยคสุดท้าย
“ขอเชิญเจ้าบ่าวจูบเจ้าสาวได้”
แพทริเซียหัวใจเต้นรัวทันที เธอสบตาเขาด้วยความหวังเล็กๆ ในใจ
ชาร์ลโน้มตัวลงมาใกล้ มือหนาจับไหล่เธอไว้หลวมๆ ทว่าแทนที่จะเป็นจูบที่เร่าร้อนหรืออบอุ่นตามที่ใครต่อใครคาดหวัง ทว่าริมฝีปากหนากลับเพียงแค่สัมผัสริมฝีปากเล็กของเธออย่างแผ่วเบา รวดเร็วราวกับขยะแขยง ก่อนจะผละออกอย่างทันที
“เสร็จพิธีสักที” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ที่ได้ยินกันเพียงสองคนเท่านั้น
เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายชั่วโมง หลังจบงานเลี้ยง ขบวนรถสปอร์ตและรถคุ้มกันสีดำติดฟิล์มมืดสนิทเคลื่อนตัวเข้ามาจอดที่หน้าคฤหาสน์ตระกูลเซลิน่า คฤหาสน์หรูสไตล์ยุโรปที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนเนินเขา บรรยากาศเงียบสงบจนน่ากลัว เงาของต้นไม้ใหญ่ทอดผ่านตัวตึกให้ความรู้สึกมืดมนและอึดอัด
ชาร์ลเดินนำเข้ามาในคฤหาสน์โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองหรือช่วยแพทริเซียที่กำลังพยุงชุดเจ้าสาวสุ่มพองหนาหนักด้วยความยากลำบาก ลูกน้องในชุดสูทหลายคนค้อมหัวทำความเคารพชาร์ลอย่างนอบน้อม
“นายครับ ให้ยกกระเป๋าของคุณแพทริเซียไปไว้ที่ห้องนอนใหญ่เลยไหมครับ?” มาร์ค มือขวาคนสนิทเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ
ชาร์ลหยุดก้าวเดิน เขายืนหันหลังให้แพทริเซีย มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง ก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“ไม่ต้อง” ชายหนุ่มหมุนตัวกลับมา สายตาคมกริบจ้องมองแพทที่ยืนถือช่อดอกไม้ด้วยความเหนื่อยล้า “จัดห้องฝั่งตะวันออกให้เธอ”
หญิงสาวชะงักไปเล็กน้อย คิ้วสวยขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย
“ห้องฝั่งตะวันออก? แต่ว่า... นั่นมันคนละฝั่งกับห้องของคุณไม่ใช่เหรอคะคุณชาร์ล”
ชาร์ลปาเสื้อสูทตัวนอกให้ลูกน้องรับไว้ ก่อนจะปลดกระดุมคอเสื้อเชิ้ตสีขาวออกสองเม็ดอย่างหงุดหงิด เขาก้าวเท้าเข้ามาหาแพทริเซียช้าๆ กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นซิการ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาลอยมาแตะจมูก
“ใช่” เขาตอบเสียงเรียบ “คนละฝั่ง”
“ทำไมล่ะคะ?” เธอเอ่ยถาม พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น “เราแต่งงานกันแล้วนะคะ วันนี้คือคืนเข้าหอของเรา”
“เข้าหอ?” ชาร์ลแค่นหัวเราะในคอ เสียงหัวเราะเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน “แพทริเซีย... เธออายุยี่สิบหกแล้ว ไม่ใช่เด็กหญิงสิบสองขวบ อย่าทำเป็นไร้เดียงสาไปหน่อยเลย”
“ฉันไม่ได้ทำเป็นไร้เดียงสานะคะ” ร่างเล็กเม้มริมฝีปากแน่น มองหน้าผู้เป็นสามีอย่างไม่ยอมแพ้ “ฉันแค่คิดว่า อย่างน้อยเมื่อแต่งงานกันแล้ว เราควรจะคุยกันดีๆ และปรับตัวเข้าหากัน”
“ฟังฉันให้ดีนะ” ชาร์ลยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนแพทริเซียรู้สึกได้ถึงลมหายใจร้อนๆ สายตาของเขาดุดัน
“การแต่งงานครั้งนี้มันเกิดขึ้นเพราะพ่อของเธอคุกเข่าขอร้องผู้ใหญ่ในตระกูลฉัน เพราะบริษัทตระกูลเธอใกล้จะเจ๊ง! มันเป็นแค่ข้อตกลงทางธุรกิจ... เพื่อแลกกับความคุ้มครองและเงินทุน”
คำพูดที่ตรงไปตรงมาและไร้ซึ่งการรักษาน้ำใจทำเอาแพทริเซียเจ็บจี๊ดไปถึงขั้วหัวใจ เธอกำมือแน่นจนเล็บแทบจมลงไปในเนื้อ
“ฉันรู้ค่ะว่าตระกูลของฉันได้ประโยชน์...” เธอสบตาเขาอย่างไม่ลดละ ดวงตากลมโตฉายแววเด็ดเดี่ยว “แต่ฉันไม่เคยเห็นการแต่งงานครั้งนี้เป็นเรื่องเล่นๆ ฉันเต็มใจที่แต่งงานกับคุณ”
“เธอเต็มใจ เพราะเธอไม่มีทางเลือกต่างหาก!” ชาร์ลสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มขึ้น “แล้วจำไว้ด้วยนะแพทริเซีย ฉันไม่เคยต้องการภรรยา ไม่เคยต้องการผู้หญิงคนไหนเข้ามาวุ่นวายในชีวิต และที่สำคัญที่สุด... ฉันไม่เชื่อเรื่องความรักไร้สาระพวกนั้น”
“ทำไมคุณถึงปิดใจขนาดนี้คะ” แพทก้าวเข้าหาเขาหนึ่งก้าว “ความรักมันไม่ใช่เรื่องไร้สาระ...”
“เงียบ!!” ชาร์ลตวาดเสียงดังลั่น จนทำให้ร่างเล็กเผลอสะดุ้งตกใจเล็กน้อย “อย่ามาสอนฉันเรื่องชีวิต! อยู่ในที่ของเธอ ทำตัวให้เงียบที่สุด อย่าสร้างปัญหา และอย่าล้ำเส้นเข้ามาในพื้นที่ของฉัน”
“แล้วถ้าฉันอยากดูแลคุณในฐานะภรรยาล่ะคะ?” แพทถามย้ำ แม้ในใจจะบอบช้ำ แต่ความอดทนและจิตใจที่เข้มแข็งของเธอยังคงทำงาน “ฉันทำอาหารเป็น ฉันดูแลบ้านได้...”
“ฉันมีแม่บ้าน มีคนรับใช้” ชาร์ลพูดขัดขึ้นทันที สายตาของเขาเย็นชา “ฉันไม่ต้องการ ‘ภรรยา’ มาคอยเดินตามหรือดูแลอะไรทั้งนั้น หน้าที่ของเธอคืออยู่เฉยๆ เป็นนายหญิงแค่ในนามบนกระดานข่าวสังคม... แค่นั้นพอ”
แพทริเซียมองหน้าชายหนุ่มที่เธอแอบรักมาเนิ่นนาน ชายคนที่เคยยิ่งใหญ่และอ่อนโยนในความทรงจำวัยเด็กของเธอ ทว่าตอนนี้ตรงหน้าเธอเหลือเพียง ‘ชาร์ล เซลิน่า’ เจ้าพ่อมาเฟียที่ไม่ยอมเปิดรับใครหน้าไหนทั้งสิ้น
“คุณใจร้ายมากเลยนะคะคุณชาร์ล” แพทริเซียเอ่ยพึมพำ น้ำตาคลอเบ้า แต่เธอสูดหายใจเข้า พยายามกลั้นมันไว้ไม่ให้ไหลร่วงลงมาต่อหน้าเขา
“ฉันเตือนเธอแล้ว” ชาร์ลพูดเสียงเย็น “แล้วอย่าออกมาให้ฉันเห็นหน้าในคืนนี้”
“ถ้าฉันปฏิเสธล่ะคะ?” แพทยกกอดอก สบตาเขาอย่างดื้อรั้น “ถ้าฉันอยากจะนอนห้องเดียวกับสามีของฉันตามสิทธิ์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย?”
ชาร์ลยกยิ้มร้าย เขาเดินเข้ามาใกล้จนชิดตัวแพทริเซีย มือหนายื่นออกไปแตะที่ปลายคางของเธอ บังคับให้เธอเชิดหน้าขึ้น สายตาของเขาจ้องมองเข้ามาในดวงตาของเธอ
“อย่าพยายามใช้สิทธิ์นั้นเลยแพทริเซีย...” น้ำเสียงของเขาเบาลง แต่กลับฟังดูอันตรายยิ่งกว่าเดิม “เพราะถ้าเธอขืนดื้อรั้นเข้ามานอนห้องเดียวกับฉัน... ฉันไม่รับประกันนะว่าเธอจะตื่นขึ้นมาในสภาพไหน และฉันเชื่อว่าผู้หญิงอ่อนแออย่างเธอ คงทนรับความใจร้ายของฉันไม่ได้หรอก”
เขาสลัดมือออกจากคางของเธออย่างไม่แยแส ก่อนจะหมุนตัวเดินขึ้นบันไดวนไปทางฝั่งตะวันตกของคฤหาสน์ โดยไม่หันกลับมามองเธออีกเลยแม้แต่วินาทีเดียว
หญิงสาวยืนนิ่งอยู่กลางโถงคฤหาสน์ที่กว้างใหญ่ ความเงียบและความเย็นเยือกของบ้านหลังนี้กัดกินหัวใจของเธอทีละน้อย
