บทที่ 10 ตอนที่ 10 ความอบอุ่นที่จางหาย

ตอนที่ 10 ความอบอุ่นที่จางหาย

ความตึงเครียดหลังเหตุการณ์ในห้องรับแขกยังคงแผ่ปกคลุมไปทั่วคฤหาสน์ ชาร์ลทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ทำงานในห้องนอนใหญ่ ปล่อยให้ความมืดมิดในยามค่ำคืนคืบคลานเข้ามาโดยไม่ยอมเปิดไฟ แสงจันทร์ที่ส่องผ่านหน้าต่างกระจกบานโตสะท้อนให้เห็นใบหน้าคมเข้มที่บึ้งตึง

คำว่า ‘ไม่มีสิทธิ์’ จากปากของแพทริเซียยังคงสะท้อนก้องอยู่ในหัวของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ชายหนุ่มยกมือขึ้นนวดขมับที่ปวดตุบๆ เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในเกมสงครามเงียบที่เธอเป็นคนขีดเส้นขึ้นมา

‘ย่อหย่อนเกินไปแล้ว... ฉันเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ เป็นคนกุมชีวิตเธอไว้ แล้วทำไมฉันต้องมารู้สึกกระวนกระวายเพราะสายตาของเธอด้วย!’ ชาร์ลสถบในใจ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ตัดสินใจเดินออกจากห้องตรงไปยังห้องนอนเล็ก ซึ่งเป็นห้องที่แพทริเซียใช้พักผ่อนตั้งแต่วันแรกที่ย้ายเข้ามา

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูที่หนักแน่นดังขึ้น แพทริเซียที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จและอยู่ในชุดนอนกระโปรงยาวสีขาวขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เธอเดินมาเปิดประตู และเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของชาร์ลยืนอยู่หน้าห้อง ร่างบางก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะรับรู้ถึงรังสีความหงุดหงิดที่ลอยอบอวลออกมาจากตัวเขา

“มีอะไรหรือเปล่าคะคุณชาร์ล?” แพทริเซียถามน้ำเสียงเรียบเฉย

ชาร์ลมองเรือนผมยาวที่ยังเปียกชื้นเล็กน้อยและใบหน้าหวานที่ไร้เครื่องสำอาง ความอบอุ่นและกลิ่นหอมสะอาดจากตัวเธอทำให้หัวใจเขาแล่นริ้วด้วยความวูบวาบ ทว่าแววตาเหินห่างที่มองเขาเหมือนคนแปลกหน้านั้นกลับจุดไฟโทสะขึ้นมาอีกครั้ง

“ฉันมาตรวจดูว่าเธอทำหน้าที่ภรรยาเรียบร้อยดีหรือยัง” ชาร์ลแทรกตัวเดินเข้ามาในห้องโดยไม่รอคำเชิญ สายตาคมกวาดมองไปรอบๆ ห้องนอนที่ตบแต่งอย่างเรียบง่าย ไม่มีข้าวของหรูหราใดๆ นอกจากหนังสือสองสามเล่มและแจกันดอกไม้สด

แพทริเซียมองตามหลังร่างสูงที่เดินสำรวจห้องของเธอ ก่อนจะหมุนตัวหันกลับมาเผชิญหน้า

“ค่ะ” แพทริเซียตอบรับคำพูดประชดประชัน ด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบไร้ร่องรอยแห่งความหวั่นไหว “แล้วเท่าที่คุณชาร์ลสำรวจดู... มีตรงไหนที่แพทบกพร่องในหน้าที่ภรรยาแต่งตามกฎหมาย หรือทำให้ตระกูลของคุณต้องเสื่อมเสียเกียรติบ้างไหมคะ?”

คำตอบรับอย่างเฉยชาบวกกับสรรพนามเน้นย้ำคำว่า ‘ภรรยาแต่งตามกฎหมาย’ ทำให้ชาร์ลชะงัก ชายหนุ่มหมุนตัวกลับมาสบตาเธอ ดวงตาคมฉายแวววูบไหวด้วยความหงุดหงิดปนไม่พอใจที่เห็นเธอยังคงตั้งปราการความเงียบใส่เขาอย่างแน่นหนา

“อย่ามาใช้คำพูดประชดประชันกับฉันแพทริเซีย!” ชาร์ลขู่เสียงต่ำ ก้าวเท้าเข้าไปหาเธอช้าๆ จนร่างบางต้องถอยหลังไปจนติดขอบโต๊ะเขียนหนังสือ “ทำไม? หรือว่ามันกล้ำกลืนฝืนทนมากนักหรือไง?”

แพทริเซียเชิดหน้าขึ้นสบสายตาคุกคามของเขาอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ในใจจะแปรปรวนด้วยความรู้สึกหลากหลายก็ตาม

“แพทไม่ได้คิดว่ากล้ำกลืนหรือฝืนทนค่ะ” เธอตอบอย่างตรงไปตรงมา “แต่คนนอกอย่างแพท ก็ทำหน้าที่ได้ดีแค่นี้ค่ะ ถ้าจะให้ดีไปกว่านี้ก็คงเป็นไปไม่ได้”

“คนนอกงั้นเหรอ?” ชาร์ลเค้นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนริมฝีปากคมเข้ม “เธอเป็นภรรยาที่มีตราประทับถูกต้องตามกฎหมายของตระกูลเซลิน่า แต่เธอกลับเรียกตัวเองว่าคนนอก... คิดจะใช้คำพวกนี้เรียกร้องความสนใจจากฉันไปถึงเมื่อไหร่?”

“แพทไม่ได้เรียกร้องความสนใจค่ะ” แพทริเซียเน้นย้ำทีละคำด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น “แพทแค่พูดตามความจริงที่คุณเคยตอกย้ำแพทมาตลอด และแพทก็เห็นด้วยว่ามันคือเรื่องจริง แพทมาที่นี่ในฐานะหมากทางการเมืองเพื่อล้างหนี้ให้ตระกูล ในเมื่อหน้าที่ตามกฎหมายแพทก็ทำครบถ้วน ไม่เคยละเลย การเว้นระยะห่างเรื่องส่วนตัวจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเราทั้งสองฝ่ายไม่ใช่หรือคะ?”

“หยุดใช้คำว่า ‘ดีที่สุด’ เพื่อแก้ตัวให้ความถือดีของเธอซะที!” ชาร์ลตวาดเสียงต่ำอย่างหมดความอดทน มือหนายื่นออกไปจับลาดไหล่บางของเธอไว้แน่น ออกแรงบีบพอให้เธอรู้สึกถึงความขุ่นเคืองที่จุกแน่นอยู่ในอก “เธอคิดว่าการทำตัวเป็นหินผา ไร้ความรู้สึก แล้วฉันจะยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ งั้นเหรอ? ในเมื่อเธอเปรียบตัวเองเป็นหมาก หรือเป็นของที่ถูกซื้อมา... งั้นของอย่างเธอก็ไม่มีสิทธิ์มาเลือกวิธีปฏิบัติตัวกับเจ้าของ!”

ความเย็นชาจากฝ่ามือหนาและความร้ายกาจในคำพูดของเขา ทำให้หัวใจของแพทริเซียวูบไหว ทว่าความชอกช้ำที่สะสมมาหลายวันกลับกลายเป็นเกราะป้องกันจิตใจที่แข็งแกร่ง หญิงสาวจ้องมองเข้าไปในดวงตาคู่คมของมาเฟียหนุ่มด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยวและว่างเปล่า

“คุณสั่งให้แพทยิ้มให้คุณได้ค่ะ...” แพทริเซียเอ่ยเสียงเบาแต่หนักแน่น “คุณสั่งให้แพทพูดจาอ่อนหวาน หรือแสร้งทำเป็นเอาอกเอาใจคุณเหมือนภรรยาที่ดีได้ค่ะ... ถ้าคุณชาร์ลต้องการละครฉากใหม่ พรุ่งนี้แพทจะยิ้มและทำตัวเป็นภรรยาที่แสนดีให้คุณดูตามสั่ง... แต่คุณรู้ใช่ไหมคะว่าข้างในของมัน จะไม่มีความรู้สึกจริงๆ เหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย”

คำพูดเรียบเย็นของเธอราวกับน้ำอุ่นจัดที่สาดเข้าใส่หน้าของชาร์ลอย่างจัง มือหนาที่จับไหล่เธออยู่แปรเปลี่ยนเป็นสั่นระริกเล็กน้อย นัยน์ตาคมเข้มวูบไหวด้วยความตกใจและปั่นป่วนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“เธอ...” ชาร์ลพูดอะไรไม่ออก ความรู้สึกจุกแน่นแล่นขึ้นมาทันที

สิ่งที่เขาเรียกร้องข่มขู่จะเอาคืนมาในตอนนี้ ไม่ใช่การยอมจำนนด้วยหัวใจ... แต่เป็นเพียงเปลือกนอกที่ไร้ชีวิตจิตใจตามที่เขาสั่งเท่านั้น

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว กรุณากลับห้องของคุณเถอะค่ะ” แพทริเซียเบือนหน้าหนีสายตาของเขา “แพทต้องการพักผ่อน พรุ่งนี้เช้าแพทต้องตื่นมาตระเตรียมอาหารเช้าตามหน้าที่”

ชาร์ลค่อยๆ ปล่อยมือออกจากไหล่บางของเธอ ร่างสูงใหญ่ยืนนิ่งอยู่กลางห้องเล็กๆ ราวกับก้อนหินที่ถูกสาป ชายหนุ่มจ้องมองใบหน้าหวานที่เย็นชาและเหินห่างด้วยความรู้สึกหลากหลายที่ตีรวนอยู่ในอก ทั้งโกรธ ความหงุดหงิด

“หึ! อยากทำตัวเป็นหุ่นเชิดก็ตามใจ!” ชาร์ลสถบเสียงห้วนพยายามกลบเกลื่อนความพ่ายแพ้ในใจ “อย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน!”

ร่างสูงหมุนตัวเดินออกจากห้องนอนเล็กไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงปิดประตูที่ดังลั่น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป