บทที่ 11 ตอนที่ 11 แสงสว่างด้านนอก

ตอนที่ 11 แสงสว่างด้านนอก

เช้าวันใหม่

เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับอากาศที่แจ่มใส ทว่าบรรยากาศภายในคฤหาสน์เซลิน่ายังคงเงียบงันและอึดอัดจนป้าแมรี่กับพวกคนรับใช้พากันทำตัวไม่ถูก ชาร์ลออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อไปจัดการงานที่ตึกใหญ่และประชุมกับคู่ค้าต่างชาติ โดยไม่เอ่ยปากพูดอะไรกับใครแม้แต่คำเดียว แต่สิ่งหนึ่งที่เขาเลี่ยงไม่ได้คือความทรงจำเกี่ยวกับแววตาว่างเปล่าและคำพูดของแพทริเซียเมื่อคืนที่ยังคงรบกวนจิตใจเขาตลอดทั้งคืน

ส่วนแพทริเซีย หลังจากตื่นมาเตรียมอาหารเช้าและดูแลความเรียบร้อยในบ้านตามหน้าที่ เธอก็ทิ้งตัวลงนั่งพักบนเก้าอี้ไม้ตรงระเบียงหลังบ้าน คนตัวเล็กทอดมองออกไปไกลอย่างไร้จุดหมาย ป้าแมรี่ที่เดินถือถาดชาร้อนเข้ามาเห็นเข้าก็รู้สึกสงสารจับใจ

“คุณแพทคะ... ป้าว่าวันนี้คุณแพทออกไปเที่ยวข้างนอกบ้างดีไหมคะ?”

แพทริเซียชะงัก ช้อนสายตากลับมามองป้าแมรี่

“ออกไปข้างนอกเหรอคะ?”

“ค่ะ ตั้งแต่ย้ายเข้ามา คุณแพทก็เอาแต่อยู่แต่ในบ้าน ไม่เคยได้ออกไปผ่อนคลายจิตใจที่ไหนเลย” ป้าแมรี่ส่งรอยยิ้มอบอุ่นให้ “ลองออกไปเดินเล่น ช้อปปิ้ง ดูเสื้อผ้าสวยๆ หรือนั่งจิบกาแฟที่ห้างในเมืองดูสิคะ ป้าจะให้คุณมาร์คเตรียมรถและจัดคนดูแลให้ค่ะ”

แพทริเซียนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ภาพความอึดอัดและกำแพงหนาหนักในบ้านหลังนี้ทำให้เธอรู้สึกหายใจไม่สะดวก การได้ออกไปเจอผู้คนและแสงแดดข้างนอกอาจช่วยให้จิตใจที่เหนื่อยล้าของเธอได้ผ่อนคลายลงบ้าง หญิงสาวจึงพยักหน้ารับเบาๆ

“ถ้าอย่างนั้น... แพทขอออกไปสักครู่แล้วกันค่ะ ขอบคุณนะคะ”

ณ ห้างสรรพสินค้าหรู

บรรยากาศกว้างขวางและคึกคักไปด้วยผู้คนที่มาจับจ่ายใช้สอย แพทริเซียในชุดกระโปรงผ้าฝ้ายสีฟ้าพาสเทลสบายตา เรือนผมยาวปล่อยสลวย ปราศจากความเครียดกดดันจากคฤหาสน์เซลิน่า ทำให้ใบหน้าหวานของเธอแลดูมีเลือดฝาดและสดใสขึ้นมาเล็กน้อย

หญิงสาวเดินดูร้านหนังสือ ร้านขายของตกแต่งบ้าน และแวะเดินชมชุดสวยๆ ในโซนเสื้อผ้าแบรนด์เนมอย่างไม่เร่งรีบ ความรู้สึกอิสระเล็กๆ ที่ได้สูดอากาศภายนอกทำให้หัวใจที่หนักอึ้งค่อยๆ ผ่อนคลายลง แพทริเซียตัดสินใจแวะเข้าไปในร้านคาเฟ่สไตล์มินิมอลที่มีกระจกบานใหญ่ริมระเบียงห้าง เธอสั่งชาผลไม้รสเปรี้ยวหวานกับเค้กวานิลลาชิ้นเล็กมานั่งทานเงียบๆ สายตาทอดมองลงไปยังลานน้ำพุเบื้องล่าง รอยยิ้มจางๆ ที่ไม่ได้เห็นมาหลายวันปรากฏขึ้นบนริมฝีปากบางโดยไม่รู้ตัว

ทว่า รอยยิ้มสดใสนั้นกลับตรึงสายตาของร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มที่กำลังก้าวเดินเข้ามาในคาเฟ่

ชาร์ลยืนนิ่งอยู่ตรงทางเข้าร้าน ดวงตาคมเข้มจ้องมองใบหน้าหวานที่กำลังแย้มยิ้มให้กับบรรยากาศรอบตัว ความรู้สึกแปลกประหลาดวิ่งปะทุขึ้นมาในหัวใจ รอยยิ้มแบบนี้ มุมปากที่ยกขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติแบบนี้ คือสิ่งที่เขาเคยเห็นในวันที่เธอคอยดูแลบาดแผลให้เขา ทว่าในช่วงสามวันมานี้ เธอกลับปิดกั้นมันไว้และมอบให้เขาเพียงใบหน้าเรียบเฉยที่ไร้ชีวิตจิตใจ

ความหงุดหงิดปนความอิจฉาอย่างประหลาดทำให้ร่างสูงก้าวตรงเข้าไปหาเธอทันทีโดยไม่ทันคิด

เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นหยุดลงข้างโต๊ะ หญิงสาวที่กำลังจิบชาผลไม้เงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณ และเมื่อเห็นว่าเป็นใคร ดวงตากลมโตก็ฉายแววประหลาดใจไปครู่หนึ่ง ก่อนที่รอยยิ้มบนใบหน้าจะหายวับไปทันที

“คุณชาร์ล...” แพทริเซียเอ่ยเสียงเรียบ ค้อมหัวให้เล็กน้อย “มาทำอะไรที่นี่เหรอคะ?”

การเห็นรอยยิ้มของเธอเลือนหายไปต่อหน้าต่อตา ทำให้ชาร์ลขบฟันแน่น ชายหนุ่มดึงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามแล้วทิ้งตัวลงนั่งอย่างถือดี

“ห้างนี้เป็นหนึ่งในธุรกิจเครือเซลิน่า ฉันจะมาตรวจงานแล้วแวะมา มันแปลกตรงไหน?” ชาร์ลแค่นเสียงตอบ เอนหลังพิงเก้าอี้กอดอก สายตาคมประเมินมองแก้วชาและขนมบนโต๊ะ “ปล่อยให้ออกมาผ่อนคลายหน่อย ทำเป็นระเริง... นึกว่าย้ายออกมาอยู่คนเดียวแล้วหรือไง?”

แพทริเซียประสานมือไว้บนตัก สบสายตาคมของเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง

“แพทไม่ได้ระเริงค่ะ แพทแค่ออกมาเดินเล่น และแพทก็ไม่ได้ลืมสถานะของตัวเอง ถ้าการที่แพทมานั่งอยู่ที่นี่ทำให้คุณชาร์ลไม่พอใจ หรือรู้สึกว่าแพททำตัวไม่เหมาะสม แพทจะเช็คบิลแล้วกลับบ้านเดี๋ยวนี้ค่ะ”

หญิงสาวทำท่าจะยกมือเรียกพนักงาน แต่ชาร์ลกลับยื่นมือหนาไปจับข้อมือบางของเธอไว้อีกครั้ง แรงบีบไม่ได้หนักหน่วงเหมือนเมื่อคืน แต่กลับแฝงความตึงเครียดและอารมณ์ที่ควบคุมไม่ได้เอาไว้

“ฉันสั่งให้เธอกลับหรือยัง?” ชาร์ลกดเสียงต่ำ นัยน์ตาคมเข้มวูบไหวด้วยความโมโหที่เธอเอาแต่ผลักไสและพร้อมจะเดินหนีเขาตลอดเวลา “นั่งลงเดี๋ยวนี้แพทริเซีย!”

แพทริเซียชะงัก ชายตาหลุบมองข้อมือที่ถูกเขาพันธนาการไว้ ก่อนจะเงยหน้าสบตาเขาด้วยความเรียบเฉย

“คุณต้องการอะไรกันแน่คะคุณชาร์ล?” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “เมื่อคืนคุณก็เข้ามากดดันแพทถึงในห้อง พอแพทออกมาข้างนอก คุณก็ยังตามมากวนใจ แพททำตามที่คุณต้องการทุกอย่างแล้ว ทั้งเว้นระยะห่าง ทั้งไม่เข้าไปวุ่นวายเรื่องส่วนตัวของคุณ... แล้วทำไมคุณถึงยังดูหงุดหงิดไม่พอใจแพทอยู่อีกคะ?”

คำถามตรงไปตรงมาราวกับลูกศรที่พุ่งแทงเข้ากลางอกของชาร์ลอย่างจัง

เจ้าพ่อมาเฟียถึงกับชะงักคำพูดไป ชายหนุ่มอ้าปากจะตวาดคำดูถูกหรือคำพูดปากร้ายออกไปเหมือนทุกครั้ง ทว่าเมื่อได้เห็นแววตาว่างเปล่าที่ราบเรียบของเธอ คำพูดเหล่านั้นก็กลับจุกอยู่ในลำคอ ไม่สามารถเปล่งออกมาได้เลยแม้แต่คำเดียว

ความเงียบปกคลุมโต๊ะกาแฟริมระเบียงกระจกไปครู่หนึ่ง เสียงผู้คนและดนตรีคลอเบาๆ ภายในห้างหรูกลับไม่สามารถทลายความอึดอัดตรงหน้าได้ ชาร์ลทำได้เพียงแค่นั่งจ้องหน้าแพทริเซีย ฝ่ามือหนาที่เกาะกุมข้อมือบางไว้เริ่มสั่นระริกเล็กน้อยจากอารมณ์สับสนปั่นป่วนที่พุ่งขึ้นมาปะทะในหัวใจ

เขาอยากจะพูดคำว่า ‘ขยะ’ หรือ ‘หมากทางการเมือง’ เพื่อตอกย้ำให้เธอรู้ว่าเธอนั้นไม่มีค่า แต่สายตาเด็ดเดี่ยวที่ไร้ร่องรอยความหวาดกลัวของเธอกลับขู่ให้เขาต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

“แพทถาม... คุณชาร์ลตอบไม่ได้เหรอคะ?” หญิงสาวเอ่ยถามย้ำ บิดข้อมือออกจากการจับกุมของเขาอย่างช้าๆ และรอบนี้ ชาร์ลกลับปล่อยให้เธอถอนมือกลับไปได้อย่างง่ายดายราวกับคนสูญเสียเรี่ยวแรง

“ฉัน...” ชาร์ลเค้นเสียงห้วนพยายามดึงความถือดีกลับคืนมา

แพทริเซียมองหน้าเขานิ่งๆ ก่อนจะยกแก้วชาผลไม้ขึ้นจิบ ท่าทางเรียบร้อยและกิริยาไร้ซึ่งความสะทกสะท้านของเธอ ยิ่งเหมือนการตบหน้าชาร์ลด้วยความเงียบ

“ถ้าอย่างนั้น ต่อไปนี้แพทจะไม่ยิ้มให้ใครเห็นอีกค่ะ จะทำหน้าเรียบเฉยตามที่คุณชาร์ลต้องการ จะได้ไม่เป็นที่น่ารำคาญตาของคุณ” แพทริเซียเอ่ยตอบ นัยน์ตาคู่สวยสบตาเขาสะท้อนความเหินห่าง “แต่ถ้าคุณชาร์ลตรวจงานเสร็จแล้ว กรุณาให้แพทได้นั่งดื่มชาตรงนี้เงียบๆ คนเดียวเถอะค่ะ”

คำว่า ‘คนเดียว’ ถูกเน้นย้ำอย่างชัดเจน ชาร์ลลุกขึ้นยืนเต็มความสูงทันทีด้วยความขุ่นเคืองที่แทบจะระเบิด เก้าอี้เลื่อนถอยหลังส่งเสียงดังจนคนในร้านหันมามอง แต่เขาก็ไม่ได้สนใจในสายตาของผู้คน

ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาใกล้เธอ โน้มตัวลงมากระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงเข้มและดุดัน

“อย่าคิดว่าเธอจะหนีฉันพ้นแพทริเซีย! ต่อให้เธอจะทำตัวเย็นชาใส่ฉันแค่ไหน เธอก็ยังเป็นภรรยาของฉัน... เป็นคนที่ต้องอยู่ใต้คำสั่งฉันไปตลอด”

“ค่ะ”

ชาร์ลกำหมัดแน่น เขารู้สึกพ่ายแพ้อย่างราบคาบให้กับความเงียบและความเหินห่างของเธอ ชายหนุ่มหมุนตัวเดินออกจากร้านคาเฟ่ไปด้วยฝีเท้าที่หนักแน่นและอารมณ์เดือดดาล ทิ้งให้มาร์คที่ซุ่มดูอยู่ห่างๆ ได้แต่ถอนหายใจยาวๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป