บทที่ 12 ตอนที่ 12 รอยร้าวในใจมาเฟีย

ตอนที่ 12 รอยร้าวในใจมาเฟีย

หลังจากเดินหนีออกมาจากร้านคาเฟ่ด้วยอารมณ์ที่เดือดดาล ชาร์ลก็ตรงกลับไปที่ตึกใหญ่ของเครือเซลิน่าทันที บรรยากาศในห้องทำงานประธานบริหารชั้นสูงสุดตึงเครียดจนพนักงานไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงๆ

ชายหนุ่มทิ้งตัวลงบนเก้าอี้หนังราคาแพง เอนหลังพิงด้วยความเหนื่อยล้าที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ดวงตาคมเข้มจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานโตที่มองเห็นวิวเมืองหลวง ทว่าในหัวกลับมีแต่ภาพใบหน้าเรียบเฉยและแววตาว่างเปล่าของแพทริเซียวนเวียนอยู่ไม่หยุด

คำว่า ‘คนเดียว’ และคำรับคำสั่งสั้นๆ อย่าง ‘ค่ะ’ ของเธอยังคงตรึงอยู่ในความทรงจำ ราวกับเหล็กแหลมที่ทิ่มแทงหัวใจของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“นายครับ... รายงานเรื่องการตรวจสอบสายสืบฝั่งตะวันออกครับ” มาร์คเดินเข้ามาในห้องอย่างระมัดระวัง วางแฟ้มเอกสารสีดำลงบนโต๊ะ

ชาร์ลปัดแฟ้มนั้นออกไปข้างๆ อย่างไม่ใส่ใจ

“กูไม่ได้อยากรู้เรื่องนั้น”

มาร์คชะงัก ชายหนุ่มมองผู้เป็นนายที่ตอนนี้ดูไร้ความเด็ดขาดและแฝงไปด้วยความปั่นป่วนในจิตใจ ชายหนุ่มที่คอยอยู่ข้างกายชาร์ลมาหลายปีถอนหายใจยาวๆ ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยขึ้นเบาๆ

“เรื่องคุณแพทริเซีย...”

“กูบอกตอนไหนว่าอยากฟังเรื่องของเธอ!” ชาร์ลตวาดเสียงห้วน ตวัดสายตาคมมามองลูกน้องคนสนิททันที “ถ้ามึงยังมีเวลาว่างมาเพ้อเจ้อเรื่องผู้หญิงคนนั้น ก็ออกไปจัดการพวกที่ท่าเรือซะ!”

“เอ่อ...” มาร์คยังคงยืนหยัดสบตาผู้เป็นนายอย่างกล้าๆ กลัวๆ “ผมรับใช้นายมานาน ผมดูออกครับว่านายสับสน... เรื่องสายสืบฝั่งตะวันออก คุณแพทริเซียไม่ได้เกี่ยวข้องจริงๆ ตระกูลส่งเธอมาล้างหนี้ก็จริง แต่เธอไม่เคยคิดร้ายกับนายเลยสักนิด วันที่นายโดนยิง คนที่นั่งร้องไห้กุมมือนายทั้งคืนก็คือเธอ แล้วทำไม...”

“พอได้แล้ว!” ชาร์ลลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กระแทกฝ่ามือลงบนโต๊ะทำงานเสียงดัง ความเจ็บปวดที่ไหล่ซ้ายแปรปรวนขึ้นมาอีกครั้ง แต่เขากลับมองข้ามมันไป “มึงรู้จักผู้หญิงดีแค่ไหน พวกเธอก็แค่เสแสร้ง! ละครฉากนั้นที่เธอนั่งร้องไห้ ก็แค่อยากให้กูใจอ่อนและหลงกล!”

“ถ้านายคิดแบบนั้นจริงๆ ... แล้วทำไมตอนนี้ นายถึงดูไม่มีความสุขเลยล่ะครับ?” คำถามเรียบๆ ของมาร์คเหมือนลูกศรที่พุ่งแทงเข้ากลางใจอย่างจัง “ตอนที่คุณแพทริเซียคอยดูแล คอยยิ้มให้ นายก็ปฏิเสธและผลักไส พอตอนนี้เธอถอยออกมา ทำหน้าที่แค่ภรรยาตามกฎหมายตามที่นายต้องการ... นายกลับหงุดหงิดจนแทบบ้าคลั่ง นายไม่ได้กลัวเธอทรยศหรอกครับ แต่นายกำลังกลัว... กลัวว่าเธอจะไม่รักนายอีกต่อไปต่างหาก”

“ไอ้มาร์ค!!” ชาร์ลตวาดเรียกชื่อลูกน้องคนสนิทเสียงดัง นัยน์ตาคมเข้มสั่นระริกด้วยความโทสะที่ถูกอ่านใจออกอย่างทะลุปร่างโปร่ง “อย่าคิดว่ามึงเป็นคนสนิท แล้วกูจะไม่กล้าลงโทษมึง!”

“ขอโทษครับนายที่พูดตรงไป แต่ถ้านายยังเอาแต่ถือทิฐิและใช้คำพูดร้ายๆ ตอกย้ำเธอแบบนี้ สักวัน... นายอาจจะสูญเสียเธอไปจริงๆ และถึงตอนนั้น ต่อให้ใช้เงินทั้งหมดที่มี หรือใช้อำนาจข่มขู่แค่ไหน นายก็ไม่มีวันได้หัวใจของเธอคืนมาแล้วนะครับ”

พูดจบ มาร์คก็ค้อมหัวเคารพแล้วหมุนตัวเดินออกจากห้องทำงานไป ทิ้งให้ชาร์ลยืนนิ่งเงียบอยู่เพียงลำพัง

ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องทำงานใหญ่อีกครั้ง ชายหนุ่มค่อยๆ ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ มือหนายกขึ้นกุมหน้าตัวเองไว้แน่น คำพูดของมาร์คก้องอยู่ในหัว

‘นายกำลังกลัวว่าเธอจะไม่รักนายอีกต่อไปต่างหาก’

‘ฉันเนี่ยนะ... จะไปรักผู้หญิงไร้ค่าตระกูลนั้น ไร้สาระ!’ ชาร์ลสถบในใจ พยายามปฏิเสธความจริงที่กำลังกัดกินจิตใจของเขาอย่างหนักหน่วง

เวลา 19:23 น.

ชาร์ลเดินทางกลับมาถึงคฤหาสน์เซลิน่า บรรยากาศในบ้านยังคงเงียบสงบเหมือนเดิม เขาเดินขึ้นไปยังชั้นสอง ตรงไปยังห้องนอนใหญ่ ทว่าสายตากลับเหลือบไปมองทางฝั่งห้องนอนเล็ก แสงไฟจากใต้ประตูห้องของแพทริเซียยังสว่างอยู่

ชายหนุ่มเดินไปยังห้องนอนของแพทริเซียอย่างลืมตัว เขาหยุดยืนอยู่หน้าประตู ยกมือขึ้นจะเคาะประตูห้อง แต่ฝ่ามือหนากลับชะงักค้างอยู่กลางอากาศ

‘เคาะแล้วจะพูดอะไร? จะไปขู่เธออีกเหรอ? หรือจะไปสั่งให้เธอยิ้มให้ดู?’ ชาร์ลแค่นหัวเราะในลำคอด้วยความสมเพชตัวเอง เขาละมือลง จากนั้นก็ค่อยๆ หมุนลูกบิดประตูเปิดออกเบาๆ

ภายในห้องนอนเล็ก หญิงสาวนั่งอยู่ตรงโต๊ะเขียนหนังสือริมหน้าต่าง เธอสวมชุดนอนกระโปรงยาวสีขาว เรือนผมยาวสลวยทอดตัวลงมาบังใบหน้าหวาน แสงไฟจากโคมไฟส่องกระทบใบหน้าเนียนที่ดูอ่อนล้า หญิงสาวกำลังนั่งพับกระดาษเป็นรูปดาวดวงเล็กๆ ใส่ไว้ในขวดแก้วทรงสูง รอยยิ้มจางๆ ปรากฏบนริมฝีปากของเธอในยามที่เธอมองดาวกระดาษแต่ละดวงที่พับเสร็จ

มันเป็นรอยยิ้มที่สงบและอบอุ่น... รอยยิ้มแบบเดียวกับที่เขาเคยเห็นนอกบ้าน

ชายหนุ่มยืนทอดสายตามองภาพนั้นผ่านช่องประตูที่เปิดแง้มไว้ ความรู้สึกอบอุ่นวิ่งผ่านหัวใจของเขาอย่างประหลาด ชายหนุ่มเผลอก้าวเท้าขยับเข้าไปด้านในเล็กน้อย ส่งผลให้ประตูห้องเกิดเสียงดัง จนคนตัวเล็กสะดุ้งเล็กน้อย

เธอรีบหันกลับมามองตามเสียงนั้นทันที และเมื่อเห็นว่าเป็นชาร์ลยืนอยู่ตรงหน้าประตู รอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าหวานพลันหายไปในทันตา เหลือเพียงสีหน้าเรียบเฉยและแววตาเหินห่างเหมือนเดิม

“คุณชาร์ล...” แพทริเซียลุกขึ้นยืนทันที “มีอะไรหรือเปล่าคะ?”

ความรู้สึกอึดอัดแล่นขึ้นมาจุกอยู่ที่คอของชาร์ลทันที การได้เห็นรอยยิ้มของเธอสลายไปต่อหน้าต่อตาเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ในวันนี้ มันทำให้เขาแทบคลั่ง ทว่าครั้งนี้ ชายหนุ่มกลับไม่ได้ตวาดหรือใช้คำพูดร้ายๆ เหมือนทุกครั้ง

ชาร์ลเดินเข้ามาในห้องช้าๆ สายตาคมมองขวดแก้วใส่ดาวกระดาษบนโต๊ะ ก่อนจะตวัดสายตากลับมามองใบหน้าหวาน

“เธอพับดาวพวกนี้ทำไม?” ชาร์ลเอ่ยถาม น้ำเสียงทุ้มต่ำและติดจะห้วนเล็กน้อย ทว่าไร้ร่องรอยแห่งความดุดันเหมือนก่อนหน้านี้

แพทริเซียนิ่งไปเล็กน้อยกับน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปของเขา แต่เธอก็ยังคงตอบด้วยความเรียบร้อย

“ตอนเด็กๆ เวลาที่แพทรู้สึกไม่สบายใจ หรือรู้สึกเหงา แม่เคยบอกว่าให้ลองพับดาวแล้วอธิษฐานค่ะ มันช่วยให้จิตใจสงบลงได้”

คำว่า ‘ไม่สบายใจ’ และ ‘เหงา’ ทำให้ชาร์ลขมวดคิ้วแน่น ชายหนุ่มก้าวเข้าไปใกล้เธออีกหนึ่งก้าว ดวงตาคมเข้มจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอ

“เธอเหงา... ทั้งที่อยู่ที่นี่งั้นเหรอ?”

“แพทไม่ได้เรียกร้องอะไรค่ะ” แพทริเซียเอ่ยตอบน้ำเสียงเรียบ “แพททราบดีว่าที่นี่ไม่ใช่บ้านของแพท และแพทก็มาอยู่ที่นี่ในฐานะอะไร เพราะฉะนั้น ความรู้สึกเหงาหรือเสียใจ มันเป็นเรื่องส่วนตัวของแพท คุณชาร์ลไม่จำเป็นต้องใส่ใจหรอกค่ะ”

คำพูดที่ตัดร่อนและสร้างปราการกั้นระหว่างเขาและเธออย่างชัดเจน ทำให้ชาร์ลรู้สึกเหมือนกำลังถูกลงโทษ ชายหนุ่มยื่นมือออกไปจับข้อมือบางของเธอไว้อย่างแผ่วเบา ไร้ซึ่งแรงบีบข่มขู่เหมือนครั้งก่อนๆ มีเพียงความอุ่นร้อนจากฝ่ามือหนาที่ส่งผ่านไปถึงผิวเนียน

แพทริเซียชะงัก ชายตามองมือของเขาด้วยความประหลาดใจกับท่าทีที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

“แพทริเซีย...” ชาร์ลเค้นเสียงเรียกชื่อเธอในลำคอ นัยน์ตาคมกริบวูบไหวด้วยความสับสนและความถือดีที่กำลังพังทลายลงทีละน้อย “ถ้าฉันสั่งให้เธอ... เลิกทำหน้าเรียบเฉยแบบนี้ใส่ฉันล่ะ?”

“แพทบอกคุณชาร์ลไปแล้วไงคะ...” หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นๆ “ถ้าคุณชาร์ลสั่ง แพทจะทำตามตามหน้าที่ค่ะ แพทจะยิ้มให้คุณ จะเอาอกเอาใจคุณ... แต่ข้างในของแพท มันจะไม่มีความรู้สึกจริงๆ เหลือให้อีกแล้ว”

คำพูดนั้นราวกับนกเป็ดน้ำที่ดิ่งลงสู่ห้วงน้ำลึก ชาร์ลยืนนิ่งเงียบ คำพูดร้ายกาจทั้งหมดที่เคยเตรียมไว้สลายไปในอากาศ มือหนาที่กุมข้อมือเธอไว้เริ่มสั่น ชายหนุ่มปล่อยมือออกจากเธอช้าๆ ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวด้วยความรู้สึกพ่ายแพ้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป