บทที่ 13 ตอนที่ 13 กำแพงที่มองไม่เห็น
ตอนที่ 13 กำแพงที่มองไม่เห็น
ความเงียบสงบในเช้าวันใหม่ของคฤหาสน์เซลิน่ากลับกลายเป็นความอึดอัดที่หนักอึ้งยิ่งกว่าเดิม แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างห้องอาหาร
ทว่าบรรยากาศรอบโต๊ะอาหารตัวยาวกลับเย็นยะเยือกราวกับไร้ซึ่งชีวิต ชาร์ลนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะในชุดสูทสีเข้มเตรียมพร้อมสำหรับการทำงาน นัยน์ตาคมเข้มฉายแววโรยแรงและมีรอยคล้ำใต้ตาอย่างเห็นได้ชัดจากการนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน
เสียงฝีเท้าดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของแพทริเซีย หญิงสาวเดินถือถาดกาแฟและอาหารเช้าเข้ามาในห้องอาหารด้วยท่าทางสำรวมและเรียบร้อย เธอวางจานอาหารและแก้วกาแฟลงตรงหน้าเขาอย่างเบามือที่สุด ก่อนจะขยับถอยหลังไปก้าวหนึ่งพร้อมกับค้อมหัวให้อย่างมีมารยาท
“อาหารเช้าเรียบร้อยแล้วค่ะ” แพทริเซียเอ่ยน้ำเสียงเรียบ สายตามองต่ำไปยังขอบโต๊ะ โดยไม่ยอมสบตาเขาตรงๆ แม้แต่วินาทีเดียว
ชาร์ลจ้องมองใบหน้าหวานที่ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามกดข่มอารมณ์สับสนในหัวใจ แล้วเค้นเสียงพูดออกไปอย่างยากลำบาก เสียงที่ไร้ซึ่งความดุดันหรือคำขู่บังคับเหมือนทุกครั้ง
“แล้วเธอ... ไม่กินด้วยกันเหรอ?”
คำถามสั้นๆ ที่หลุดออกมาจากปากเจ้าพ่อมาเฟียทำเอาป้าแมรี่และมาร์คที่ยืนคอยรับใช้อยู่ห่างๆ ถึงกับชะงักด้วยความประหลาดใจ แพทริเซียเองก็ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตเงยขึ้นสบตาเขาครู่หนึ่ง ทว่าแววตาคู่นั้นกลับยังคงราบเรียบและเหินห่าง
“แพททานเรียบร้อยแล้วค่ะ” หญิงสาวตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่อบอวลไปด้วยกำแพงหนา “คุณชาร์ลต้องการอะไรเพิ่มเติมไหมคะ? ถ้าไม่มี... แพทขอตัวไปช่วยป้าแมรี่ดูแลงานในครัวนะคะ”
ชาร์ลขบฟันแน่น มือหนากำช้อนในมือไว้จนเกร็ง การประเคนคำตอบตามมารยาทของเธอ มันคือการสร้างกำแพงที่มองไม่เห็นเพื่อกั้นเขาให้อยู่ภายนอก ชายหนุ่มวางช้อนลงกระทบจานเสียงดัง ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโดยไม่แตะต้องอาหารแม้แต่คำเดียว
“ไม่ต้อง! ฉันจะไปทำงานแล้ว”
ชาร์ลแค่นเสียงห้วน คว้าเสื้อสูทตัวนอกแล้วเดินตึงตังออกจากบ้านไปทันที ทิ้งให้แพทริเซียมองตามหลังแผ่นหลังกว้างนั้นไปด้วยสายตาที่อ่านความรู้สึกไม่ออก
ตึกใหญ่เครือเซลิน่า
ตลอดทั้งวันในตึกใหญ่เครือเซลิน่า บรรยากาศในการทำงานเต็มไปด้วยความตึงเครียด ชาร์ลหักโหมทำงานอย่างหนักเพื่อดึงความคิดของตัวเองออกจากเรื่องของแพทริเซีย
ทว่าอารมณ์สับสน ความเดือดดาล และความรู้สึกพ่ายแพ้ที่สะสมมาหลายวันกับแผลเก่าจากการถูกยิงที่ไหล่ซ้ายซึ่งยังไม่หายดีเท่าไหร่นัก ยิ่งส่งผลให้ร่างกายของชายหนุ่มเริ่มรับไม่ไหว
ใบหน้าคมเข้มเริ่มซีดเผือด หยาดเหงื่อผุดซึมตามไรผม คิ้วหนาขมวดแน่นด้วยความเจ็บปวดจากพิษไข้ที่เริ่มซ่านไปทั่วร่างกาย มาร์คที่เดินถือเอกสารเข้ามาเห็นอาการของผู้เป็นนายก็รีบก้าวเข้าไปหาด้วยความห่วงใยทันที
“นายครับ! นายหน้าซีดมากเลยนะ แผลอักเสบหรือเปล่าครับ?” มาร์คเอ่ยถามเสียงร้อนรน
“กูไม่เป็นไร...” ชาร์ลเค้นเสียงตอบพยายามจะยันตัวลุกขึ้นยืน แต่ความเวียนหัวอย่างรุนแรงกลับทำให้เขาร่างกายโงนเงนจนต้องยึดขอบโต๊ะไว้แน่น
“ไม่เป็นไรได้ยังไงครับ ตัวร้อนเป็นไฟขนาดนี้” มาร์คประคองแขนผู้เป็นนายไว้ “กลับบ้านเถอะครับ วันนี้พักผ่อนก่อน ผมจะโทรเรียกหมอประตระกูลไปดูอาการที่คฤหาสน์”
ชาร์ลพยายามจะปฏิเสธ แต่ความอ่อนล้าและพิษไข้ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้เขาไม่มีเรี่ยวแรงจะขัดขืน ชายหนุ่มถูกประคองขึ้นรถและตรงกลับคฤหาสน์เซลิน่าทันที
เวลา 17:30 น.
รถยนต์คันหรูจอดลงหน้าประตูคฤหาสน์ มาร์คประคองร่างสูงใหญ่ที่ตอนนี้ไร้ซึ่งสติสมบูรณ์ ใบหน้าคมแดงซ่านด้วยพิษไข้ ร่างกายร้อนระอุราวกับกองไฟ แพทริเซียที่กำลังช่วยป้าแมรี่รดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้านเห็นเข้าก็รีบวิ่งเข้ามาดูด้วยความตกใจ
“เกิดอะไรขึ้นคะ? คุณชาร์ลเป็นอะไรไป!” แพทริเซียเอ่ยถาม เสียงหวานที่เคยเรียบเฉย ทว่าตอนนี้ฉายแววตื่นตระหนกขึ้นมาอย่างลืมตัว
“นายไข้ขึ้นสูงมากครับ แถมแผลเก่ายังอักเสบจนตัวร้อนเป็นไฟ” มาร์คตอบด้วยสีหน้าร้อนรน “ช่วยประคองนายขึ้นไปบนห้องหน่อยครับ”
แพทริเซียไม่ลังเลแม้แต่น้อย เธอรีบเข้าไปช่วยประคองแขนอีกข้างของชาร์ล กลิ่นอายความร้อนและเสียงหายใจรวยรินของชายหนุ่มทำให้หัวใจของเธอวูบไหว แม้เธอจะพยายามสร้างกำแพงกับเขาแค่ไหน แต่ความห่วงใยที่เคยมีให้เขากลับไม่สามารถตัดขาดออกไปได้เลย
เมื่อช่วยกันประคองชาร์ลขึ้นมานอนบนเตียงกว้าง หมอประจำตระกูลก็เดินทางมาถึงพอดี หลังจากตรวจอาการและทำแผลที่อักเสบเรียบร้อยแล้ว หมอก็ให้ยาฉีดและกำชับให้คอยเช็ดตัวลดไข้อย่างใกล้ชิดตลอดทั้งคืน
ป้าแมรี่ทำท่าจะอาสาอยู่ดูแล แต่แพทริเซียกลับเอ่ยขัดขึ้นมาเสียก่อน
“ป้าแมรี่ไปพักผ่อนเถอะค่ะ วันนี้ป้าเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว คืนนี้แพทจะดูแลคุณชาร์ลเอง”
“แต่คุณแพทคะ...” ป้าแมรี่มองด้วยความเกรงใจ
“ไม่เป็นไรค่ะป้า แพทดูแลได้ค่ะ” หญิงสาวส่งรอยยิ้มอ่อนโยนให้
เมื่อทุกคนออกจากห้องไป ความเงียบสงบก็กลับมาปกคลุมห้องนอนใหญ่อีกครั้ง แพทริเซียนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง ชุบผ้าในกะละมังน้ำอุ่น บิดให้หมาดๆ แล้วค่อยๆ เช็ดไปตามใบหน้า ลำคอ และแผงอกกว้างของชายหนุ่มอย่างเบามือที่สุด ความทรงจำในวันที่เธอเคยนั่งดูแลเขาตอนโดนยิงหวนคืนกลับมาอีกครั้ง
ขณะที่ผ้าอุ่นกำลังซับลงบนหน้าผาก มือหนาที่ร้อนผ่าวของชาร์ลก็ไขว่คว้าขึ้นมากุมข้อมือบางของเธอไว้แน่น ทำให้แพทริเซียสะดุ้งเล็กน้อย พยายามจะดึงมือออก แต่แรงบีบจากคนเพ้อไข้กลับแน่นหนาเกินกว่าจะหลุดพ้น ชาร์ลขมวดคิ้วแน่น ใบหน้าคมเข้มแสดงความเจ็บปวดและทรมาน ชายหนุ่มพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าจากพิษไข้
“แพท... แพทริเซีย”
หญิงสาวชะงัก ชายตามองใบหน้าของคนที่กำลังเพ้อ
“คุณชาร์ล... ปล่อยแพทก่อนค่ะ แพทจะเช็ดตัวให้”
“อย่า... อย่าไป” ชาร์ลเพ้อเสียงแผ่ว ละเมอออกมาราวกับเด็กที่กำลังจะสูญเสียของรัก นัยน์ตาคมที่ปรือขึ้นเล็กน้อยจากพิษไข้สะท้อนความเจ็บปวดลึกๆ ในจิตใจ “อย่า...”
คำขอร้องที่แผ่วเบาแต่บาดลึกจากปากของเจ้าพ่อมาเฟียใหญ่ ทำเอาหัวใจของแพทริเซียกระตุกวูบอย่างแรง นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ยินน้ำเสียงแสดงความเว้าวอนและอ่อนแอจากเขา
แพทริเซียนิ่งเงียบไปนาน นัยน์ตาคู่สวยมองมือหนาที่กำข้อมือเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปไหน ความรู้สึกขมขื่นและสงสารวิ่งปะทุขึ้นมาในหัวใจอีกครั้ง หญิงสาวถอนหายใจยาวๆ ออกมาเบาๆ ก่อนจะใช้มืออีกข้างวางลงบนหลังมือหนาของเขาอย่างแผ่วเบา
“คุณชาร์ลคะ...” แพทริเซียเอ่ยเสียงอ่อนโยน “คุณเป็นคนสั่งให้แพทเว้นระยะห่างเองนะคะ... คุณเป็นคนทำลายความรู้สึกของแพทด้วยมือของคุณเอง แล้วตอนนี้ คุณจะมาขอร้องให้แพทกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ยังไง?”
ไม่มีคำตอบจากคนที่สติหลุดลอยไปเพราะพิษไข้ มีเพียงแรงบีบที่ข้อมือที่ค่อยๆ ผ่อนลงตามความอ่อนเพลีย ชาร์ลหลับตาลงอีกครั้ง พร้อมกับเสียงหายใจที่เริ่มสม่ำเสมอ
แพทริเซียค่อยๆ ถอนมือออก เธอจัดแจงห่มผ้าให้เขา เช็ดตัวให้ชายหนุ่มซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดทั้งคืน จนกระทั่งไข้ของเขาเริ่มลดลงในช่วงเช้าของวันใหม่
เช้าวันรุ่งขึ้น
แสงรุ่งอรุณของเช้าวันใหม่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ชาร์ลค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาช้าๆ ความปวดร้าวในร่างกายลดน้อยลงไปมาก ความเย็นสบายจากผ้าเปียกบนหน้าผากทำให้เขารู้สึกสดชื่นขึ้น ชายหนุ่มค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นนั่ง สายตาคมเหลือบไปเห็นร่างเล็กของแพทริเซียที่กำลังฟุบหลับอยู่ข้างเตียง มือข้างหนึ่งของเธอยังคงกำผ้าเช็ดตัวไว้แน่น
ความทรงจำในยามเพ้อไข้เมื่อคืนไหลเวียนกลับเข้ามาในหัว แม้เขาจะจำได้ไม่หมด แต่เขารู้ดีว่าความอบอุ่นและคนที่คอยดูแลเขาตลอดทั้งคืนคือใคร
ชาร์ลยื่นมือออกไป หวังจะสัมผัสเรือนผมนุ่มของเธอด้วยความรู้สึกขอบคุณ ทว่าเพียงแค่นิ้วมือของเขาแตะลงบนเส้นผมเบาๆ แพทริเซียก็ขยับตัวและตื่นขึ้นทันที
หญิงสาวเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตสบสายตาเขา และในเสี้ยววินาทีนั้น แววตาที่อบอุ่นอ่อนโยนยามที่เธอมองคนป่วย พลันหายวับไปในอากาศ
“ตื่นแล้วเหรอคะ?” แพทริเซียลุกขึ้นยืนทันที “ไข้ลดลงแล้ว เดี๋ยวแพทจะไปแจ้งป้าแมรี่ให้เตรียมอาหารเช้าและยามาให้นะคะ”
พูดจบ หญิงสาวก็หมุนตัวเดินออกจากห้องไป โดยไม่เปิดโอกาสให้เขาได้เอ่ยปากพูดอะไรแม้แต่คำเดียว ชายหนุ่มจ้องมองตามหลังแผ่นหลังบางนั้นไป มือหนาที่ค้างอยู่กลางอากาศค่อยๆ ตกลงข้างลำตัว ชายหนุ่มยิ้มเยาะให้กับความพ่ายแพ้ของตัวเองในใจ
