บทที่ 14 ตอนที่ 14 วิธีง้อแบบมาเฟีย

ตอนที่ 14 วิธีง้อแบบมาเฟีย

สายลมยามเช้าโชยผ่านระเบียงคฤหาสน์เซลิน่า แต่กลับไม่ช่วยให้อากาศที่ตึงเครียดรอบตัวชายหนุ่มผ่อนคลายลงได้เลย เขายืนกอดอกพิงขอบประตูห้องครัว สายตาคมเข้มจ้องมองแพทริเซียที่กำลังจัดวางถ้วยกาแฟและจานขนมปังอย่างคล่องแคล่ว ท่าทีของเธอราบเรียบ ไร้ร่องรอยแห่งความโกรธเกรี้ยว ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยความเหินห่างที่กั้นเขาไว้ภายนอก

ชาร์ลกระแอมไอเสียงดัง หวังเรียกร้องความสนใจ แต่แพทริเซียกลับทำเพียงแค่ค้อมหัวให้อย่างมีมารยาทโดยไม่เงยหน้าขึ้นสบตาเขา

“กาแฟกับอาหารเช้าพร้อมแล้วค่ะ” เสียงหวานเอ่ยเรียบๆ ก่อนจะทำท่าจะเดินเลี่ยงออกไปทางประตูครัว

“เดี๋ยว!” ชาร์ลเอ่ยเสียงห้วน ขยับตัวก้าวไปดักหน้าเธอไว้ทันที ชายหนุ่มพยายามวางมาดนิ่งๆ ยอมรับกับตัวเองว่าเขาไม่อยากให้เธอเดินหนีไปเหมือนทุกวัน แต่คำพูดที่หลุดออกจากปากกลับยังคงแข็งกระด้างตามสัญชาตญาณ “ใครสั่งให้เธอเดินหนี? นั่งลงกินข้าวด้วยกันเดี๋ยวนี้”

แพทริเซียชะงัก ช้อนสายตากลมโตขึ้นมองใบหน้าคมที่ยังมีรอยซีดจางๆ จากพิษไข้ แววตาของเธอราบเรียบราวกับผิวน้ำไร้ระลอกคลื่น

“แพททานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้วค่ะ”

“ฉันบอกให้นั่งก็คือนั่ง!” ชาร์ลขมวดคิ้วแน่น กดเสียงต่ำพยายามข่มความขุ่นเคือง “ทำไม? กินข้าวร่วมโต๊ะกับสามีมันจะตายหรือไง หรือว่าตอนนี้ถือดีคิดว่าตัวเองใหญ่โต จนไม่ต้องฟังคำสั่งสามีอย่างฉันแล้ว?”

สรรพนามที่เขายกขึ้นมาอ้างไม่ได้ทำให้แพทริเซียสะท้อนสะท้าน หญิงสาวเพียงแค่ประสานมือไว้บนตัก รอยยิ้มตามมารยาทบางเบาปรากฏบนริมฝีปาก ทว่าเป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความรู้สึก

“ถ้าเป็นคำสั่งของคุณชาร์ล... แพทก็นั่งได้ค่ะ”

หญิงสาวขยับเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามแล้วทิ้งตัวลงนั่งอย่างเรียบร้อย ท่าทางว่าง่ายแต่เหินห่าง ยิ่งทำให้ชาร์ลรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนบ้าที่เอาแต่ตวาดใส่หินผา ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม ก่อนที่จะผลักจานขนมปังและถ้วยซุปร้อนๆ ไปตรงหน้าเธออย่างแรงจนน้ำซูปกระฉอกเล็กน้อย

“กินเข้าไป!” ชาร์ลสั่งเสียงห้วน ท่าทางดุดัน “ดูทำหน้าทำตาเข้า ผอมแห้งแรงน้อยจนคนนอกเขาจะหาว่าฉันเลี้ยงดูภรรยาไม่ดี น่ารำคาญตาชะมัด!”

แพทริเซียมองจานซุปร้อนที่ถูกผลักมาตรงหน้า เธอรู้ดีว่านี่คือวิธี ‘ง้อ’ และ ‘แสดงความห่วงใย’ ในแบบของคนปากแข็งที่ยอมหัก แต่ไม่ยอมงออย่างชาร์ล

“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวเอ่ยตอบเสียงนิ่งๆ ยอมหยิบช้อนขึ้นมาตักซุปเข้าปากช้าๆ โดยไม่โต้ตอบหรือตัดพ้ออะไรแม้แต่คำเดียว

การยอมทำตามอย่างไร้อารมณ์ของเธอ ยิ่งตบหน้าชาร์ลด้วยความเงียบ ชายหนุ่มจ้องมองเธอตักซุปกินเงียบๆ ด้วยความรู้สึกที่อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ชัยชนะที่ได้บังคับให้เธอนั่งลงตรงนี้ กลับไม่ได้ทำให้เขารู้สึกยินดีเลยสักนิด

เวลา 13:12 น.

ห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง

มาร์คเดินตามหลังชาร์ลที่กำลังก้าวเดินเข้าไปในร้านอัญมณีและเครื่องประดับหรูระดับไฮเอนด์ พนักงานในร้านต่างรีบออกมาต้อนรับเจ้าพ่อมาเฟียใหญ่ด้วยความนอบน้อม

“เลือกชุดเครื่องประดับเพชรที่แพงที่สุดและสวยที่สุดในร้านมาให้ฉันดู” ชาร์ลสั่งเสียงเรียบ ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนัง

“ครับนาย” มาร์คแอบถอนหายใจยาวๆ ก่อนจะเอ่ยเบาๆ “คุณแพทริเซียไม่ใช่คนชอบของหมั้นหรือของหรูหรานะครับ ถึงนายจะซื้อเพชรเม็ดโตแค่ไหนไปให้ เธอคงไม่...”

“กูไม่ได้ถามความเห็นมึงไอ้มาร์ค!” ชาร์ลตวาดสายตาคมเข้มใส่ลูกน้องคนสนิท “ผู้หญิงคนไหนก็ชอบของสวยๆ งามๆ ทั้งนั้นแหละ! ที่ผ่านมากูอาจจะใจร้ายกับเธอไปบ้าง ซื้อของไปไถ่โทษให้สักชิ้นสองชิ้น เธอก็ต้องดีใจจนยิ้มออกอยู่แล้ว”

มาร์คได้แต่ค้อมหัวรับคำอย่างระอา รู้ดีว่าผู้เป็นนายกำลังพยายามหาทางง้อภรรยาด้วยวิธีงี่เง่าของคนถือดีที่ไม่ยอมลดอีโก้ของตัวเองลงแม้แต่น้อย

ไม่นานนัก กล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มก็ถูกนำมาวางตรงหน้า ชาร์ลเปิดออกดู สร้อยคอเพชรน้ำงามเปล่งประกายวับวาบดูหรูหรา ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากด้วยความพอใจ

‘เหอะ! เจอสร้อยเส้นนี้เข้าไป ให้มันรู้ไปสิว่าจะยังทำหน้าเรียบเฉยใส่ฉันได้อีกไหม’

คฤหาสน์ตระกูลเซลิน่า

ชาร์ลเดินทางกลับมาถึงคฤหาสน์ในช่วงเย็นๆ ชายหนุ่มก้าวขึ้นไปยังชั้นสอง ตรงไปยังห้องนอนเล็กทันทีโดยไม่แวะห้องของตัวเอง เขายกมือขึ้นเคาะประตูสองสามทีด้วยน้ำเสียงดุดันกลบความประหม่าของตัวเอง

“แพทริเซีย เปิดประตู!”

เพียงครู่เดียว ประตูห้องก็ถูกเปิดออก แพทริเซียยืนอยู่ตรงหน้าในชุดกระโปรงเรียบง่าย ดวงตากลมโตสบตาเขาด้วยความเรียบเฉย ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ

“มีอะไรหรือเปล่าคะ?”

ชาร์ลแค่นหัวเราะในลำคอ พยายามยืดอกวางท่าใหญ่โต ชูกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มขึ้นตรงหน้าเธอ แล้วยัดมันใส่ฝ่ามือบางของเธออย่างแรง

“รับไปซะ!” ชาร์ลสั่งเสียงห้วน นัยน์ตาคมจับจ้องใบหน้าหวานอย่างคาดหวัง “ฉันแวะไปดูงานที่ห้าง แล้วพนักงานเสนอขายสร้อยเส้นนี้ รบเร้าให้ซื้อน่ารำคาญ ฉันเห็นว่ามันขยะแขยงตาเลยซื้อๆ มาทิ้งไว้ให้เธอ... ใส่ซะด้วยล่ะ อย่าให้ฉันเห็นว่าเอาไปเก็บไว้ในตู้!”

แพทริเซียมองกล่องกำมะหยี่ในมือ ก่อนจะค่อยๆ เปิดออกดู สร้อยเพชรราคาแพงลิบลิ่วส่องประกายวาววับ ทว่าแววตาของหญิงสาวกลับไร้ซึ่งความตื่นเต้น หรือดีใจเลยแม้แต่น้อย

เธอกระชับกล่องในมือ แล้วยื่นส่งคืนกลับไปให้ชายหนุ่มตรงหน้าทันที

“ขอบคุณมากค่ะ... แต่ของมีค่าและแพงขนาดนี้ แพทคงรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ”

คำปฏิเสธเรียบๆ ทำให้ชาร์ลชะงัก ชายหนุ่มขมวดคิ้วแน่นด้วยความโมโหที่ถูกปฏิเสธ

“ทำไมจะรับไม่ได้ ฉันซื้อให้เธอ ก็คือของเธอ!” ชาร์ลกดเสียงต่ำ “หรือว่าเธอจะรังเกียจของที่ฉันซื้อให้?”

“แพทไม่ได้รังเกียจค่ะ” แพทริเซียสบตาเขานิ่งๆ “แต่แพทมาอยู่ที่นี่ในฐานะลูกหนี้และคนที่ตระกูลส่งมาล้างหนี้ แพทไม่มีความจำเป็นต้องใส่เครื่องประดับหรูหราพวกนี้ และแพทก็ไม่อยากรับสิ่งของที่คุณชาร์ลซื้อให้ด้วยความรู้สึกว่ามันเป็น ‘ของขยะแขยง’ หรือซื้อมาแค่เพราะ ‘รบเร้า’ หรอกค่ะ”

คำพูดของเธอเหมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่แทรกทิ่มเข้ากลางใจของชาร์ลอย่างจัง ชายหนุ่มอ้าปากค้าง ปากแข็งๆ ที่เคยใช้อวดดีกลับกลายเป็นหอกที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงตัวเอง

“แพทริเซีย...” ชาร์ลเค้นเสียงเหี้ยมเพื่อกลบความอายและความผิดหวัง “อย่ามาทำเป็นเล่นตัว! ฉันุตส่าห์...”

“ถ้าคุณไม่มีอะไรแล้ว แพทขอตัวพักผ่อนนะคะ” แพทริเซียตัดบทน้ำเสียงเรียบ ค้อมหัวให้เล็กน้อยตามมารยาท ก่อนจะค่อยๆ ดึงบานประตูให้ปิดลงช้าๆ

“แพทริเซีย! เดี๋ยว! เดี๋ยว!” ชาร์ลตะโกนเรียก ยื่นมือหมายจะยั้งประตูไว้ แต่บานประตูกลับถูกปิดลงจนสนิท เสียงล็อกประตูดังจากด้านใน

ชาร์ลยืนนิ่งอยู่หน้าประตูห้องนอนเล็ก กล่องกำมะหยี่ใส่สร้อยเพชรราคาหลายล้านยังคงอยู่ในมือของเขา ชายหนุ่มกำกล่องแน่นจนมือสั่น เส้นเลือดบนหลังมือปูดด้วยความโกรธ และความพ่ายแพ้

เขาวางมาดใหญ่โต ใช้คำพูดปากร้ายข่มขู่ และใช้เงินทองซื้อของหรู แต่กลับไม่สามารถพังทลายกำแพงความเย็นชาของเธอได้เลยแม้แต่นิ้วเดียว

มาร์คที่ยืนคอยอยู่ตรงหัวบันไดทำได้เพียงมองภาพผู้เป็นนายด้วยความสงสารและถอนหายใจ ชาร์ลค่อยๆ ละมือลงจากประตู เขาก้มลงมองกล่องเพชรในมือ แล้วยิ้มเยาะให้กับความโง่เขลาและทิฐิที่ไร้สาระของตัวเอง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป