บทที่ 2 ตอนที่ 2 กฎของคฤหาสน์เซลิน่า

ตอนที่ 2  กฎของคฤหาสน์เซลิน่า

มาร์ค มือขวาคนสนิทของชาร์ลยืนมองร่างเล็กที่ยังคงยืนนิ่งอยู่กลางโถงคฤหาสน์ใหญ่ แววตาของหญิงสาวเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนไว้ไม่มิด ทว่าท่าทางกลับยังคงสงบนิ่ง

“คุณแพทริเซียครับ” มาร์คเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและสุภาพ “เชิญทางนี้ครับ ผมจะพาไปที่ห้องพักฝั่งตะวันออก”

แพทริเซียสูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกสติและรวบรวมความเข้มแข็งกลับคืนมา เธอหันมาก้มหัวให้มาร์คเล็กน้อย พร้อมกับส่งรอยยิ้มจางๆ ไปให้

“ขอบคุณค่ะ รบกวนด้วยนะคะ”

ร่างเล็กในชุดเจ้าสาวค่อยๆ ก้าวเดินตามมาร์คไปตามระเบียงยาวของคฤหาสน์ ทางเดินฝั่งตะวันออกสว่างไสวด้วยแสงไฟโทนส้มอบอุ่น แต่บรรยากาศโดยรอบกลับเงียบสงบ จนได้ยินเพียงเสียงส้นสูงของเธอและเสียงรองเท้าหนังของบอดี้การ์ดหนุ่ม

“คุณมาร์คทำงานกับคุณชาร์ลมานานแล้วเหรอคะ?” แพทริเซียเอ่ยถามขึ้นเพื่อทำลายความเงียบที่ชวนอึดอัด

“ครับ” มาร์คตอบโดยไม่ลดความเร็วของการก้าวเดิน “เกือบสิบห้าปีแล้วครับ ตั้งแต่สมัยที่นายเริ่มเข้ามาดูแลธุรกิจตระกูลใหม่ๆ”

“สิบห้าปี... นานมากเลยนะคะ” หญิงสาวพึมพำ ก่อนจะเอ่ยถามสิ่งที่ติดค้างในใจ “เขา... เป็นคนที่เย็นชาและใจร้ายแบบนี้มาตลอดเลยเหรอคะ?”

มาร์คชะงักฝีเท้าไปเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเดินต่อ เขาเงียบไปครู่หนึ่งราวกับกำลังชั่งใจว่าควรจะพูดมากน้อยแค่ไหน

“นายผ่านอะไรมาเยอะครับคุณแพทริเซีย” น้ำเสียงของมาร์คราบเรียบแต่แฝงความจริงจัง

“โลกของนายไม่ได้สวยงาม การโอบอ้อมอารีหรือไว้ใจใครง่ายๆ อาจหมายถึงชีวิต ความใจแข็งและเด็ดขาดคือสิ่งที่ทำให้นายอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้”

“รวมถึงการใจร้ายกับคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘ภรรยา’ ด้วยเหรอคะ?” แพทริเซียยิ้มหยันให้ความโชคร้ายของตัวเอง

“นายคง... ยังไม่ชินกับการมีใครสักคนเข้ามาในชีวิตน่ะครับ” มาร์คหยุดเดินเมื่อมาถึงหน้าประตูบานใหญ่ที่สลักลวดลายงดงาม “ถึงแล้วครับ นี่คือห้องพักของคุณแพทครับ”

ชายหนุ่มผลักประตูเปิดออก เผยให้เห็นห้องนอนขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยโทนสีครีมและน้ำตาล สดใสและสว่างกว่าโถงด้านนอกมาก

“ขอบคุณมากนะคะ” แพทริเซียเอ่ยขอบคุณจากใจจริง

“ถ้าต้องการอะไรเพิ่ม บอกแม่บ้านได้ตลอดเวลานะครับ” มาร์คค้อมตัวลงเล็กน้อย “ส่วนเรื่องกฎของที่นี่... นายสั่งไว้เพียงข้อเดียวครับ”

“กฎอะไรคะ?” แพทขมวดคิ้วเล็กน้อย

“ห้ามขึ้นไปชั้นสามเด็ดขาดครับ” มาร์คเอ่ยน้ำเสียงหนักแน่น “นั่นคือพื้นที่ส่วนตัวของนาย รวมไปถึงห้องทำงานด้วย หากไม่มีคำสั่ง ห้ามใครเข้าไปเด็ดขาดครับ”

แพทพยักหน้ารับรู้ แม้ในใจจะรู้สึกว่ามันเกินไปนิดหน่อยสำหรับคนที่แต่งงานกันแล้วก็ตาม

“ค่ะ”

หลังจากมาร์คขอตัวกลับไป แพทริเซียก็จัดการอาบน้ำชำระร่างกาย ล้างเครื่องสำอางหนาเตอะบนใบหน้าออกจนเหลือเพียงผิวขาวใสบริสุทธิ์ เธอเปลี่ยนมาสวมชุดนอนผ้าซาตินสายเดี่ยวทับด้วยเสื้อกาวน์ตัวยาว

ความเหนื่อยล้าตลอดทั้งวันเริ่มถาโถม แต่ความหิวกลับกำลังเล่นงานเธออย่างหนัก งานเลี้ยงเมื่อหัวค่ำเธอแทบไม่ได้กินอะไรเลยนอกจากจิบไวน์ตามพิธี

แพทริเซียตัดสินใจเปิดประตูห้อง แล้วเดินลงไปยังชั้นล่างเพื่อหาอะไรทานในครัว คฤหาสน์ยามดึกเงียบสงัด มีเพียงบอดี้การ์ดเดินตรวจตราอยู่ห่างๆ เมื่อเห็นเธอ พวกเขาก็ค้อมหัวให้อย่างนอบน้อมแต่ไม่เข้ามาวุ่นวาย

เมื่อก้าวเข้าไปในห้องครัวขนาดกว้างขวาง แพทริเซียก็พบกับแม่บ้านวัยกลางคนกำลังจัดเก็บอุปกรณ์อยู่

“อุ้ย! คุณแพทริเซีย” ป้าแมรี่ตกใจเล็กน้อยก่อนจะรีบยกมือไหว้

“เอ่อ...” หญิงสาวยืนนิ่ง ไม่กล้าที่จะขยับ

“ป้าชื่อ ป้าแมรี่นะคะ เป็นแม่บ้านของคฤหาสน์นี้ค่ะ”

“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” เธอเอ่ยขึ้นยิ้มๆ

“ต้องการอะไรหรือเปล่าคะ”

“แพทหิวน่ะค่ะ” แพทริเซียยิ้มหวานอย่างเป็นกันเอง “ขอโทษที่มารบกวนดึกๆ นะคะ ยังพอมีอะไรในตู้เย็นให้แพททำกินง่ายๆ ไหมคะ?”

“ไม่รบกวนเลยค่ะ คุณแพทนั่งรอเลยเดี๋ยวป้าทำให้เองค่ะ” ป้าแมรี่ทำท่าจะรีบไปเปิดตู้เย็น แต่แพทริเซียเดินเข้าไปจับมือแม่บ้านวัยกลางคนไว้เบาๆ

“ไม่ต้องลำบากหรอกค่ะป้า ให้แพททำเองดีกว่า แพทพอทำอาหารเป็นค่ะ อีกอย่าง... แพทอยากทำเผื่อคุณชาร์ลด้วย”

ป้าแมรี่มองหน้าหญิงสาวด้วยความเอ็นดู

“คุณชาร์ลยังอยู่ในห้องทำงานค่ะ คงยังไม่ได้ทานอะไรเหมือนกัน แต่คุณแพทคะ... คุณชาร์ลไม่ชอบให้ใครไปยุ่งเวลาทำงานนะคะ”

“แพทแค่อยากยกซุปร้อนๆ ไปวางไว้ให้ค่ะ ไม่รบกวนแน่นอน” แพทริเซียตอบ

หญิงสาวเริ่มลงมือทำซุปข้าวโพดเนื้อปูอย่างคล่องแคล่ว กลิ่นหอมอบอวลไปทั่วห้องครัว ป้าแมรี่ยิ้มมองหญิงสาวด้วยความรู้สึกอบอุ่น คฤหาสน์หลังนี้ไม่เคยมีบรรยากาศแบบนี้มานานมากแล้ว

เมื่อทำเสร็จ แพทริเซียจัดวางถ้วยซุปร้อนๆ และแก้วน้ำลงบนถาดไม้ดูน่าทาน ก่อนจะถือถาดเดินขึ้นไปยังชั้นสาม พื้นที่เขตหวงห้ามของชาร์ล

ไฟในห้องทำงานของชาร์ลยังคงเปิดสว่าง ลอดผ่านช่องใต้ประตูบานหนา แพทริเซียสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ยืนรวบรวมความกล้าอยู่หน้าประตูครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือขึ้นเคาะเบาๆ สองสามที

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“ฉันบอกว่าอย่ามากวนไง!” น้ำเสียงทุ้มต่ำตวาดหงุดหงิดลอยออกมาจากด้านใน

แพทริเซียไม่ได้ถอยหนี เธอถือวิสาสะหมุนลูกบิดประตูและก้าวเข้าไปข้างในทันที

“แพทเองค่ะ”

ชายหนุ่มที่กำลังนั่งตรวจเอกสารอยู่ที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่ ชะงักมือทันที เขาเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ

“เธอเข้ามาทำไม?” ชาร์ลเอนหลังพิงเก้าอี้ ปิดแฟ้มเอกสารลงเสียงดัง “มาร์คไม่ได้บอกกฎของบ้านนี้ให้เธอฟังหรือไง?”

“บอกค่ะ” แพทเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน วางถาดซุปลงบนมุมโต๊ะอย่างระมัดระวัง “บอกว่าห้ามขึ้นชั้นสาม และห้ามมารบกวนคุณ”

“รู้แล้วยังกล้าขัดคำสั่ง?” ชาร์ลขมวดคิ้วเข้ม น้ำเสียงดุๆ “กลับไปห้องของเธอซะแพทริเซีย ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน”

“แพทแค่เห็นว่าดึกมากแล้ว และคุณน่าจะยังไม่ได้ทานอะไร” แพทริเซียพยายามทำน้ำเสียงให้อ่อนโยน สบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว “แพททำซุปข้าวโพดมาให้ค่ะ ทานสักหน่อยนะคะ จะได้นอนหลับสบาย”

ชายหนุ่มเหล่ตามองถ้วยซุปควันฉุยบนโต๊ะด้วยสายตาเหยียดๆ ก่อนจะเค่นหัวเราะในคอเบาๆ

“เรียกร้องความสนใจ?” ชาร์ลพูดเสียงเย็นๆ “คิดว่าทำตัวเป็นภรรยาแสนดี เอาอาหารมาประเคน แล้วฉันจะซาบซึ้งจนยอมเปิดใจให้เธออย่างนั้นเหรอ”

คำพูดขวานผ่าซากทำเอาแพทหน้าชา แต่เธอสูดหายใจเข้า กล้ำกลืนความน้อยเนื้อต่ำใจลงไป

“แพทไม่ได้เรียกร้องความสนใจค่ะ” เธอเอ่ยตอบเสียงนิ่ง “แพทแค่เป็นห่วง ในฐานะเพื่อนมนุษย์คนหนึ่ง หรือในฐานะคนที่อาศัยอยู่ร่วมบ้านเดียวกันก็ได้ ถ้าคุณไม่ชอบคำว่าภรรยา”

“ฉันไม่ต้องการความเป็นห่วงจากเธอ” ชาร์ลยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ออร่าความน่าเกรงขามและกดดันแผ่กระจายไปทั่วห้อง เขาก้าวเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ “เก็บของของเธอแล้วออกไปซะ อย่าให้ฉันต้องพูดเป็นครั้งที่สอง”

แพทริเซียยืนนิ่ง เธอจ้องมองใบหน้าคมเข้มที่เต็มไปด้วยความโกรธของเขา แทนที่จะหวาดกลัว เธอกลับก้าวเข้าไปหาเขาอีกหนึ่งก้าว จนระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่นิ้ว

“ทำไมคุณต้องโกรธขนาดนี้ด้วยคะคุณชาร์ล” หญิงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงใส “แค่ซุปถ้วยเดียว มันทำลายเกราะความเย็นชาของคุณขนาดนั้นเลยเหรอคะ”

“แพทริเซีย!!” ชาร์ลตวาดเสียงดังลั่น คว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของเธออย่างแรง แต่ไม่่ได้แรงถึงขั้นทำให้เจ็บ “อย่ามาเล่นลิ้นกับฉัน! เธอคิดว่าเธอเป็นใครถึงกล้ามาท้าทายฉันแบบนี้”

“แพทไม่ได้ท้าทายค่ะ” แพทสบตาเขาตรงๆ นัยน์ตาคู่สวยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย “แพทแค่อยากให้คุณรู้ว่า ถึงคุณจะผลักไสแพทแค่ไหน จะใจร้ายกับแพทยังไง แพทก็ไม่ไปไหนทั้งนั้น”

“ทำไม?” ชาร์ลขมวดคิ้ว มองเธอด้วยความแคลงใจ “เพราะเงิน? เพราะชื่อเสียงตระกูลเซลิน่า หรือเพราะตระกูลของเธอกำลังจะจมน้ำ?”

“เพราะคุณต่างหากค่ะ!” แพทตอบโต้ทันควัน น้ำเสียงของเธอหนักแน่น “เพราะคนที่แพทแต่งงานด้วยคือคุณ... ชาร์ล ไม่ใช่เพราะเงินหรือชื่อเสียงอะไรทั้งนั้น”

ชาร์ลชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่คมฉายแววสับสนครู่หนึ่ง ก่อนที่มันจะกลับกลายเป็นความเย็นชาดังเดิม เขาสะบัดมือออกจากต้นแขนของเธออย่างแรง

“ไร้สาระ!” ชาร์ลหันหลังให้เธอ “ฉันเตือนเธอไว้เลยนะแพทริเซีย ความอดทนของฉันมีจำกัด อย่าคิดว่าความใจกล้าของเธอจะเปลี่ยนอะไรได้ เพราะสำหรับฉัน เธอไม่ได้มีความหมายอะไรไปมากกว่า ‘ข้อตกลง’ ที่ฉันต้องจำใจรับไว้”

แพทมองหลังกว้างของชายหนุ่ม หัวใจของเธอเจ็บแปลบ แต่รอยยิ้มจางๆ กลับปรากฏขึ้นที่มุมปากเล็ก

“ซุปถ้วยนี้ทานตอนร้อนๆ จะอร่อยนะคะ” แพทพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “แพทจะวางไว้ตรงนี้ ถ้าคุณไม่ทาน จะเททิ้งก็ได้ค่ะ”

ร่างเล็กหมุนตัวเตรียมจะเดินออกจากห้อง แต่ก่อนที่จะก้าวพ้นประตู เธอหันกลับมามองเขาอีกครั้ง

“ฝันดีนะคะ... คุณชาร์ล”

แพทริเซียปิดประตูห้องทำงานลงอย่างเบามือ ทิ้งให้ชาร์ลยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบสงบในห้องทำงานเพียงลำพัง

ชาร์ลถอนหายใจยาวๆ ด้วยความหงุดหงิด เขามองไปที่ประตูที่ปิดสนิท ก่อนจะหันกลับมามองถ้วยซุปร้อนๆ บนโต๊ะทำงาน กลิ่นหอมของซุปข้าวโพดอบอวลไปทั่วห้อง รบกวนสมาธิในการทำงานของเขาอย่างรุนแรง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป