บทที่ 3 ตอนที่ 3 เช้าแรกในคฤหาสน์
ตอนที่ 3 เช้าแรกในคฤหาสน์
เช้าวันรุ่งขึ้น
แสงแดดยามเช้าส่องผ่านม่านเนื้อดีเข้ามาในห้องนอนฝั่งตะวันออก หญิงสาวตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกมึนหัวเล็กน้อยจากความอ่อนเพลียที่สะสมมาตลอดหลายวัน ร่างเล็กในชุดสายเดี่ยวก้าวออกจากห้องนอนเพื่อลงไปด้านล่าง
เมื่อเดินมาถึงห้องอาหารขนาดใหญ่ โต๊ะอาหารยาวทำจากไม้เนื้อดีถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบ
ชาร์ล เซลิน่า นั่งอยู่ที่หัวโต๊ะในชุดสูทสีเข้ม เขากำลังถือแก้วกาแฟ พลางอ่านเอกสารในไอแพดด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไร้ความรู้สึก
แพทสูดหายใจเข้าลึกๆ ยิ้มรับความสดใสยามเช้าแล้วก้าวเข้าไปในห้องอาหารทันที
“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณชาร์ล” เสียงหวานเอ่ยทักทายอย่างอบอุ่น
ชาร์ลชะงักมือเล็กน้อย แต่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเธอแม้แต่องศาเดียว น้ำเสียงเรียบนิ่งและเหินห่างถูกส่งกลับมาแทนคำตอบ
“เมื่อคืนฉันเตือนเธอเรื่องอะไร?”
แพทชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะขยับเก้าอี้ข้างๆ เขาแล้วนั่งลง
“เรื่องที่ไม่ให้ขึ้นไปรบกวนคุณใช่ไหมคะ แต่เมื่อคืนแพทแค่นำซุปไปให้...”
“และฉันบอกแล้วว่าอย่าทำตัวไร้สาระ” ชาร์ลวางไอแพดลงบนโต๊ะ สายตาคมกริบหันมาจ้องมองเธอด้วยความเย็นชา “นี่คือคำเตือนครั้งสุดท้ายแพทริเซีย อยู่ให้เป็น และอย่าทำตัวรบกวนสายตาฉันในคฤหาสน์หลังนี้”
ป้าแมรี่ที่กำลังเดินนำจานอาหารเช้าเข้ามาจัดวางถึงกับชะงัก ชาร์ลปรายสายตามองจานไข่ดาวและเบคอนตรงหน้าด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
“นายจะไม่รับอาหารเช้าก่อนเหรอคะ?” ป้าแมรี่เอ่ยถาม
“ไม่” ชาร์ลตอบเสียงแข็ง “เห็นหน้าคนบางคนแล้วกินไม่ลง”
คำพูดขวานผ่าซากตรงไปตรงมาทำเอาบรรยากาศในห้องอาหารเย็นเยือกขึ้นมาทันที แพทริเซียสบตาเขาตรงๆ แม้หัวใจจะเจ็บเหมือนถูกเข็มแทง แต่เธอก็ยังคงรักษารอยยิ้มหวานๆ บนใบหน้าไว้ได้
“ถ้ามองหน้าแพทแล้วกินไม่ลง งั้นคุณชาร์ลก็หลับตาแล้วกินสิคะ ซุปเมื่อคืนคุณยังทานจนหมดถ้วยได้เลย” แพทเอ่ยสวนกลับน้ำเสียงเรียบนิ่ง ไร้ซึ่งความประชดประชัน
ชาร์ลชะงักไปทันที ดวงตาคมกริบฉายแววขึ้นด้วยความโกรธ เมื่อรู้ว่าเธอจับได้เรื่องซุปเมื่อคืน เขาก้าวเข้ามาหาเธอช้าๆ ความกดดันมหาศาลแผ่กระจายไปทั่วห้องจนป้าแมรี่ต้องค่อยๆ ถอยห่างออกไปทันที
“อย่าคิดว่าการที่ฉันแค่อยากกำจัดของเหลือทิ้ง จะทำให้เธอมีสิทธิ์มาพูดจาอวดดีกับฉัน” ชาร์ลโน้มตัวลงมาประจันหน้ากับเธอ น้ำเสียงต่ำกดลึกกระซิบข้างหูขาวเนียน “ฉันกินเพราะมันตั้งอยู่ตรงหน้า ไม่ได้กินเพราะซาบซึ้งในความพยายามโง่ๆ ของเธอ”
“แพทก็ไม่ได้บอกนี่คะว่าคุณซาบซึ้ง” แพทเงยหน้าสบตาเขาในระยะห่างเพียงคืบเดียว “แพทแค่อยากให้คุณทานอาหารเช้า ทำงานหนักทั้งวันถ้าไม่กินอะไรเลย มันจะไม่ดีต่อสุขภาพของคุณนะคะ”
“นั่นไม่ใช่เรื่องของเธอ!” ชาร์ลตวาดเสียงดัง บีบต้นแขนเนียนนุ่มของเธอแน่นจนแพทริเซียต้องขมวดคิ้วด้วยความเจ็บ “อย่ามาทำเป็นหวังดีกับฉัน แพทริเซีย... ความหวังดีของคนที่เข้ามาเพราะผลประโยชน์ มันดูน่าขยะแขยง”
“คุณจะมองแพทว่าน่าขยะแขยงยังไงก็ได้ค่ะ” แพทริเซียตอบเสียงสั่นเล็กน้อยแต่สายตายังคงเด็ดเดี่ยว “แต่ตราบใดที่แพทอยู่ในฐานะภรรยา แพทก็มีสิทธิ์ที่จะดูแลคุณ”
“ภรรยา?” ชาร์ลแค่นหัวเราะในคอ เสียงหัวเราะเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและเย็นชา “กระดาษแผ่นเดียวกับคำสาบานโกหกพวกนั้นไม่ได้ทำให้เธอเป็นภรรยาฉันจริงๆ หรอกนะ สำหรับฉัน เธอเป็นได้แค่ภาระ... ภาระทางการเมืองที่ฉันต้องจำใจแบกไว้ก็เท่านั้น”
เขาสลัดแขนเธอออกอย่างแรงจนร่างเล็กเซเล็กน้อย ชาร์ลยืดตัวขึ้นจัดเสื้อสูทให้เรียบร้อย สายตามองเธอเหมือนมองสิ่งของไร้ค่า
“จำใส่หัวเอาไว้ด้วย ถ้ายังอยากจะเสวยสุขอยู่ในตระกูลเซลิน่าอย่างสงบสุข อย่าได้คิดจะมาเพ้อเจ้อเรื่องการเป็นภรรยาจริงจังกับฉันอีก”
“แล้วถ้าแพททำให้คุณยอมรับแพทได้ล่ะคะ?” แพทยกมือกอดอก จ้องมองเขาอย่างท้าทาย “ถ้าแพททำให้หัวใจของคุณเปิดรับแพทได้ คุณจะยอมถอนคำพูดพวกนี้ไหม?”
ชาร์ลมองหน้าหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาดูถูก เขาแค่นยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจ
“ไม่มีวัน!” เขาตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “คนอย่างฉันไม่มีหัวใจให้ผู้หญิงคนไหนทั้งนั้น โดยเฉพาะ... ผู้หญิงอ่อนแอที่คิดว่าความรักจะเปลี่ยนโลกได้แบบเธอ”
“เรามาดูกันค่ะ” แพทเอ่ยยิ้มๆ แม้ขอบตาจะเริ่มร้อนผ่าว “แพทมีความอดทนสูงกว่าที่คุณคิดนะคะคุณชาร์ล”
“ความอดทนของเธอจะกลายเป็นน้ำตาในไม่ช้า” ชาร์ลหมุนตัวกลับ หันไปหามาร์คที่ยืนรออยู่หน้าประตูทันที “มาร์ค! เตรียมรถ ฉันจะไปเข้าประชุม”
“ครับนาย” มาร์ครับคำอย่างนอบน้อม
ชาร์ลก้าวเดินออกจากห้องอาหารไปโดยไม่หันกลับมามองเธออีกแม้แต่วินาทีเดียว เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นดังก้องและหายลับไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบและความอึดอัดที่ครอบคลุมไปทั่วห้อง
ป้าแมรี่รีบขยับเข้ามาหาแพทริเซียด้วยสีหน้าเห็นอกเห็นใจ
“คุณแพทคะ... เจ็บไหมคะ?” ป้าแมรี่มองรอยแดงบนต้นแขนของหญิงสาว “คุณชาร์ลเป็นคนใจร้อนแบบนี้มาตลอด อย่าถือสาเลยนะคะ”
แพทมองรอยแดงที่แขนตัวเอง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ สลัดความอ่อนแอทิ้งไป เธอหันมาส่งรอยยิ้มหวานให้ป้าแมรี่
“แพทไม่เจ็บหรอกค่ะป้า” แพทพูดด้วยน้ำเสียงเข้มแข็ง “คำพูดของคุณชาร์ลแรงกว่ารอยกดที่แขนตั้งเยอะ แต่แพททนได้ค่ะ”
“คุณแพทใจเย็นและอดทนมากเลยนะคะ เป็นคนอื่นคงร้องไห้หนีกลับบ้านไปแล้ว” ป้าแมรี่เอ่ยชมจากใจจริง
“การหนีไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไรนี่คะ” แพทหยิบขนมปังปิ้งขึ้นมาถือไว้ “ในเมื่อแพทเลือกที่จะก้าวเข้ามาในชีวิตเขาแล้ว แพทก็จะใช้วิธีของแพท ละลายน้ำแข็งในใจเขาให้ดูค่ะ”
“ป้าเอาใจช่วยนะคะคุณแพท” ป้าแมรี่ยิ้มอบอุ่น “รับประทานอาหารเช้านะคะ”
“ขอบคุณมากค่ะป้า”
แพทริเซียนั่งรับประทานอาหารเช้าเพียงลำพังในห้องอาหารใหญ่ แม้ตัวบ้านจะเงียบเหงาและสามีของเธอจะใจร้ายเย็นชาขนาดไหน แต่นัยน์ตาคู่สวยกลับฉายแววประกายแห่งความมุ่งมั่น
เวลา 13:34 น.
แพทริเซียใช้เวลาตลอดทั้งวันในการเดินสำรวจบ้านและสวนหลังคฤหาสน์ เธอพบว่าแม้คฤหาสน์จะหรูหราและกว้างขวาง แต่ทุกอย่างกลับดูเป็นระเบียบเรียบร้อยจนขาดความมีชีวิตชีวา ป่าไม้รอบข้างและกำแพงหินสูงทำให้ที่นี่เหมือนป้อมปราการมากกว่าบ้าน
ขณะที่เธอกำลังช่วยป้าแมรี่จัดแจกันดอกไม้ในห้องรับแขก เสียงเครื่องยนต์ของรถหรูก็ดังขึ้นที่หน้าบ้าน
“นายกลับมาแล้วเหรอคะ?” ป้าแมรี่ชะงักมือ
แพทวางดอกกุหลาบลงในแจกันแล้วเดินไปที่ประตูหน้า ชาร์ลเดินเข้ามาในคฤหาสน์พร้อมกับลูกน้องชุดดำสามสี่คน ใบหน้าของเขายังคงบึ้งตึงและดูเคร่งเครียดมากกว่าเมื่อเช้าเสียอีก
“เตรียมน้ำเย็นกับเหล้าให้ฉันในห้องทำงาน” ชาร์ลหันมาเอ่ยสั่งมาร์คน้ำเสียงห้วน
“ค่ะคุณชาร์ล” แพทเอ่ยแทรกขึ้นมา ส่งรอยยิ้มให้เขา “เดี๋ยวแพทจัดการให้เองค่ะ”
ชายหนุ่มหยุดเดิน สายตาคมกริบหันมามองเธอด้วยความหงุดหงิดทันที
“ฉันสั่งมาร์ค ไม่ได้สั่งเธอ” เขาตอบเสียงเรียบ “อย่ามายุ่ง!”
“แต่แพทเป็นภรรยาของคุณนะคะ การดูแลเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้เป็นหน้าที่ของแพท” แพทยังคงเดินเข้าไปหาเขาด้วยท่าทางอ่อนโยน
“หน้าที่ของเธอคือการไม่ทำตัวรำคาญในสายตาฉัน!” ชาร์ลตวาดเสียงแข็ง ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอจนแพทต้องถอยหลังไปชนกับเสาหิน “ฉันบอกกี่ครั้งแล้วแพทริเซีย ว่าอย่ามาทำตัวเป็นภรรยาแสนดีแถวนี้ มันน่ารำคาญ!”
“คุณชาร์ล...”
“ออกไปให้พ้นหน้าฉัน!” ชาร์ลชี้หน้าเธอ สายตาไม่มีความอ่อนโยนเลยแม้แต่น้อย “ถ้าเธอยังพยายามเข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ของฉันอีก ฉันจะสั่งให้ลูกน้องย้ายเธอไปอยู่อาคารหลังเก่าท้ายสวน”
ลูกน้องของชาร์ลต่างก้มหน้าก้มตาพากันเงียบ ไม่มีใครกล้าแทรกแซงอารมณ์ร้อนของชายหนุ่ม มาร์คทำได้เพียงมองแพทริเซียด้วยสายตาลำบากใจ
แพทเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกจุกอกคล้ายจะร้องไห้เริ่มก่อตัวขึ้น แต่เธอกะพริบตาไล่ความอ่อนแอนั้นออกไปอย่างรวดเร็ว
“ถ้าการอยู่อาคารท้ายสวนทำให้คุณสบายใจขึ้น... แพทก็จะไปค่ะ” แพทเอ่ยพูดน้ำเสียงนิ่งๆ สบตาเขาอย่างท้าทาย “แต่แพทจะไม่หยุดดูแลคุณหรอกนะคะ ถึงคุณจะไล่แพทไปไกลแค่ไหน แพทก็จะกลับมาตรงนี้อยู่ดี”
ชาร์ลจ้องมองใบหน้าสวยที่เต็็มไปด้วยความดื้อรั้นของเธอนิ่งๆ ความหงุดหงิดในใจพลุ่งพล่านจนเขาอยากจะอาละวาด แต่รอยยิ้มและสายตาไม่ยอมแพ้ของเธอกลับทำให้เขารู้สึกแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก
“ดื้อด้าน!” ชาร์ลสถบเสียงต่ำ ก่อนจะสะบัดหน้าเดินขึ้นบันไดไปห้องทำงานด้วยความโมโห
มาร์คเดินเข้ามาหาแพทริเซียพร้อมถอนหายใจเบาๆ
“คุณแพทครับ... นายกำลังเครียดเรื่องงาน อย่าเก็บคำพูดของนายมาใส่ใจเลยนะครับ”
“แพทเข้าใจค่ะ แต่แพทเชื่อว่าสักวัน แพทจะทลายมันได้”
เธอมองตามแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่เดินลับหายไป แม้หนทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยคำขู่และความเย็นชา แต่แพทริเซียรู้ดีว่า เธอไม่มีวันถอยหลังกลับได้อีกแล้ว
