บทที่ 4 ตอนที่ 4 บททดสอบแรก

ตอนที่ 4 บททดสอบแรก

หลังจากที่ชาร์ลสะบัดหน้าเดินขึ้นห้องทำงานไปพร้อมกับอารมณ์ที่โกรธ บรรยากาศในคฤหาสน์ก็ตกอยู่ในความเงียบสงบอีกครั้ง หญิงสาวมองตามหลังเขาไปด้วยสายตาครุ่นคิด เธอยังคงยืนอยู่ที่โถงกลาง แม้บอดี้การ์ดหลายคนจะเริ่มมองเธอด้วยสายตาเห็นอกเห็นใจ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการ

“คุณแพทครับ” มาร์คเอ่ยขึ้นเบาๆ “ผมว่าคุณแพทกลับไปพักผ่อนที่ห้องก่อนดีกว่าครับ ตอนนี้นายกำลังอารมณ์ไม่ดี ถ้าคุณแพทเขาไป... อาจจะถูกเผาเลยก็ได้นะครับ”

“แพททราบค่ะ” แพทริเซียหันกลับมายิ้มให้มือขวาหนุ่มเบาๆ “แต่แพทไม่ได้กลัวไฟหรอกนะคะ ถ้าไฟนั้นมันมาจากคนที่แพทเลือกแล้ว”

“แต่นายเป็นคนพูดจริงทำจริงนะครับ เรื่องที่จะส่งคุณแพทไปอยู่อาคารท้ายสวน...”

“ถ้าเขาจะส่งแพทไปจริงๆ แพทก็คงขัดไม่ได้หรอกค่ะ” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “แต่ตอนนี้แพทยังอยู่ที่นี่ และแพทก็ยังมีหน้าที่ที่ต้องทำ”

ร่างเล็กเดินกลับเข้าไปในห้องครัวทันที ป้าแมรี่กำลังยืนเตรียมวัตถุดิบสำหรับอาหารเย็นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“คุณแพทคะ...” ป้าแมรี่หันมามองด้วยความเป็นห่วง “เมื่อกี้ป้าได้ยินเสียงคุณชาร์ลตวาด... คุณแพทไม่เป็นไรใช่มั้ยคะ?”

“แพทสบายดีค่ะ” แพทริเซียเดินเข้าไปช่วยหยิบผักมาล้างอย่างคล่องแคล่ว “คุณชาร์ลเขาแค่อารมณ์ไม่ดีเรื่องงานน่ะค่ะ ป้าอย่ากังวลเลย”

“แต่คุณชาร์ลพูดแรงเกินนะคะ ป้าเห็นแล้วยังตกใจเลย”

“คนเราเวลาโมโห มักจะพูดอะไรที่เกินจริงเสมอแหละค่ะ” เธอคลี่รอยยิ้มเอ่ยตอบ “เครื่องดื่มของคุณชาร์ล เดี๋ยวแพทนำขึ้นไปให้เขาเองค่ะ”

“จะดีเหรอคะคุณแพท? คุณชาร์ลเพิ่งจะ...”

“ไม่เป็นไรค่ะ” แพทขัดขึ้นอย่างอ่อนโยน “ยิ่งเขาไม่อยากเจอ แพทก็ยิ่งต้องทำให้เขาชินค่ะ”

เวลาผ่านไปจนกระทั่งแสงสีส้มยามเย็นเริ่มลับขอบฟ้า เปลี่ยนบรรยากาศรอบคฤหาสน์ให้กลายเป็นความมืดมิด แพทริเซียยกถาดที่มีแก้วทรงสวย เครื่องดื่มชั้นดี และเหยือกน้ำเย็นจัด เดินขึ้นไปยังชั้นสามอีกครั้ง

เธอหยุดอยู่หน้าประตูห้องทำงาน เสียงเคาะประตูเบาๆ ดังก้องในความเงียบสองสามครั้ง

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

ไร้เสียงตอบรับจากคนข้างใน แพทริเซียจึงตัดสินใจหมุนลูกบิดประตูเปิดเข้าไปช้าๆ

ภาพที่เห็นคือชาร์ลกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน เสื้อสูทตัวนอกถูกถอดทิ้งไว้บนโซฟา กระดุมเสื้อเชิ้ตถูกปลดออกสามเม็ด เผยให้เห็นแผงอกแน่นและรอยสักลวดลายดุดันที่โผล่พ้นขอบเสื้อออกมา เขานวดขมับตัวเองด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า แต่เมื่อได้ยินเสียงประตูเปิด สายตาคมกริบก็ตวัดมามองเธอทันที

“ฉันบอกว่าไม่ต้องเข้ามาไง!” ชาร์ลตวาดเสียงดังลั่น ความหงุดหงิดที่ยังไม่หายไปกลับมาฉายชัดในแววตาเขาอีกครั้ง “ฟังภาษาคนไม่เข้าใจหรือไงแพทริเซีย”

“แพทแค่นำเหล้ากับน้ำเย็นมาให้ตามที่คุณสั่งไว้ค่ะ” เธอเดินเข้าไปวางถาดลงบนโต๊ะข้างๆ เขา อย่างใจเย็น ไม่แสดงอาการตกใจหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย

“ฉันสั่งมาร์ค!” ชาร์ลย้ำเสียงหนักแน่น ยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “ไม่ได้สั่งเธอ ยุ่งไม่เข้าเรื่อง!”

“คุณมาร์คมีงานอื่นต้องทำค่ะ” แพทริเซียสบตาเขาตรงๆ “และแพทก็อยู่ว่างๆ การดูแลเรื่องแค่นี้ไม่ได้เหนื่อยอะไรเลย”

“แต่ฉันรำคาญ!” ชาร์ลยกมือขึ้นชี้หน้าเธอ “ฉันรำคาญการกระทำเสแสร้งพวกนี้ของเธอ! เธอต้องการอะไรกันแน่แพทริเซีย ต้องการให้ฉันสงสาร หรือต้องการเรียกร้องความสนใจจากฉันเพื่อเอาไปรายงานพ่อของเธอ”

คำครหาเรื่องพ่อของเธอทำเอาแพทชะงักไปเล็กน้อย ความรู้สึกเจ็บปวดวิ่งผ่านหัวใจ แต่เธอก็ยังคงเชิดหน้าขึ้นอย่างท้าทายเหมือนเดิม

“แพทไม่เคยเสแสร้ง” น้ำเสียงของเธอเริ่มแข็งขึ้นเล็กน้อย “และแพทก็ไม่เคยเอาเรื่องในบ้านไปรายงานใครทั้งนั้น พ่อของแพทอาจจะคุกเข่าขอร้องตระกูลคุณเพื่อช่วยธุรกิจ แต่แพท... ไม่เคยขอร้องให้ใครมารักหรือมาสงสาร!”

“แล้วสิ่งที่เธอทำอยู่มันคืออะไร?” ชาร์ลแค่นหัวเราะในคอ ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนกลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวเขาปะทะเข้ากับจมูกของเธอ “เดินตามฉันเป็นเงา ทำตัวเป็นภรรยาที่แสนดี ทั้งๆ ที่ฉันแสดงออกชัดเจนขนาดนี้ว่า ขยะแขยงเธอ”

คำว่า ‘ขยะแขยง’ ทำให้น้ำตาของแพทริเซียคลอเบ้าอย่างห้ามไม่อยู่ แต่เธอก็กลั้นมันไว้สุดชีวิต ไม่ยอมให้หยดน้ำตาไหลร่วงลงมาต่อหน้าชายหนุ่มใจร้ายคนนี้

“ถ้าคุณขยะแขยงแพทขนาดนั้น...” แพทเอ่ยเสียงสั่นเล็กน้อย “ทำไมคุณถึงไม่ปฏิเสธการแต่งงานครั้งนี้ตั้งแต่แรกดูล่ะคะ ทำไมคุณถึงยอมแต่งกับคนที่คุณขยะแขยง”

ดวงตาคมเข้มฉายแววโมโหที่ถูกต้อนกลับ เขาคว้าเข้าที่ข้อมือบางของเธอแล้วดึงเข้าหาตัวอย่างแรงจนเรือนร่างเล็กปะทะเข้ากับอกแกร่ง

“อย่ามาทำเป็นฉลาดกับฉัน” ชาร์ลบีบข้อมือเธอแน่นขึ้น สายตาดุราวกับสัตว์ร้าย “ฉันยอมแต่งงานเพราะมันเป็นข้อตกลงของตระกูล เพราะผู้ใหญ่ต้องการความสงบ ไม่ใช่เพราะฉันเสน่หาในตัวเธอ”

“แล้วแพทก็บอกคุณไปแล้ว...” แพทริเซียสบตาเขาโดยไม่หลบสายตา แม้จะรู้สึกเจ็บที่ข้อมือ “ว่าแพทแต่งงานเพราะแพทเต็มใจ! แพทเลือกคุณ! ไม่ใช่เพราะข้อตกลงอะไรทั้งนั้น”

“โกหก!” ชาร์ลตวาดเสียงดังลั่นห้อง “ผู้หญิงทุกคนก็พูดแบบนี้กันทั้งนั้น เวลาที่ต้องการเงินและอำนาจของตระกูลเซลิน่า เธอคิดว่าฉันโง่จนดูความร่านอยากได้ตระกูลฉันไม่ออกหรือไง”

เพี๊ยะ!

เสียงฝ่ามือกระทบเข้ากับใบหน้าคมเข้มดังไปทั่วห้องทำงาน ชาร์ลหน้าหันไปตามแรงตบ ความเงียบปกคลุมห้องทำงานทันทีราวกับถูกหยุดเวลา

ชาร์ลค่อยๆ หันหน้ากลับมา สายตาที่มองเธอเต็มไปด้วยความโกรธ รอยแดงจากฝ่ามือเล็กปรากฏขึ้นบนแก้มของเขาอย่างชัดเจน

แพทริเซียยืนหอบหายใจ มือที่ตบเขาไปสั่นระริก เธอมองหน้าชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความเสียใจและผิดหวัง

“คุณจะดูถูกแพทยังไงก็ได้” แพทเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “คุณจะหาว่าแพทน่ารำคาญ จะหาว่าแพทวุ่นวาย หรือจะส่งแพทไปอยู่อาคารท้ายสวนแพทก็ยอม... แต่คุณไม่มีสิทธิ์มาใช้คำพูดต่ำช้าแบบนั้นดูถูกเกียรติของแพท!”

ชาร์ลจ้องมองหญิงสาวตรงหน้านิ่งๆ บรรยากาศรอบตัวเขากดต่ำลงจนน่ากลัว ชายหนุ่มขยับเข้ามาหาเธอช้าๆ จนแพทต้องถอยหลังไปจนติดขอบโต๊ะทำงาน

“กล้าตบฉันงั้นเหรอ?” น้ำเสียงของชาร์ลเบาลงจนกลายเป็นเสียงกระซิบที่อันตรายยิ่งกว่าการตวาด “เธอรู้ไหมแพทริเซีย... คนที่กล้าลงมือกับฉันในคฤหาสน์หลังนี้ จุดจบของพวกมันเป็นยังไง”

“แพทไม่สน!” แพทเชิดหน้าขึ้น สบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว “ถ้าคุณจะฆ่าแพทเพราะเรื่องแค่นี้ ก็เชิญเลยค่ะ! เพราะการต้องมาฟังคุณดูถูกเกียรติและศักดิ์ศรีของแพท มันก็ไม่ได้ต่างอะไรจากการถูกฆ่าตายอยู่แล้ว”

ชาร์ลยื่นมือออกไปจับที่ลำคอขาวของเธอหลวมๆ แม้ไม่ได้ออกแรงบีบ แต่สัมผัสที่ร้อนผ่าวและสายตาดุดันนั้นกลับทำให้หัวใจของแพทเต้นรัว

“เธอนี่มันดื้อด้านจริงๆ” ชาร์ลจ้องมองเข้าไปในดวงตากลมโตที่คลอน้ำตาของเธอ “คิดว่าทำแบบนี้แล้วฉันจะประทับใจงั้นเหรอ คิดว่าการทำตัวดื้อรั้นท้าทายฉัน จะทำให้ฉันมองเธอเปลี่ยนไปงั้นเหรอ”

“แพทไม่ได้คิดจะเรียกร้องอะไรทั้งนั้น!” แพทตอบโต้ทันควัน “แพทแค่ต้องการให้คุณปฏิบัติต่อแพทในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ใช่ขยะหรือสิ่งของที่ คุณจะใช้วาจาต่ำช้ายังไงกับแพทก็ได้”

เขาจ้องมองใบหน้าหวานที่กำลังสั่นคลอนด้วยความโกรธและเสียใจ นัยน์ตาของเธอไม่มีความกลัวตาย แต่มีแต่ความผิดหวังซ่อนอยู่ ชาร์ลค่อยๆ ปล่อยมือออกจากลำคอของเธอ เขาถอยหลังออกไปหนึ่งก้าว หันหลังให้เธอแล้วเดินไปยกแก้วเหล้าขึ้นจิบจนหมดในคราวเดียว

“ออกไปซะ” ชาร์ลพูดเสียงเรียบนิ่ง ไร้อารมณ์ใดๆ “ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจทำอะไรที่เธอต้องเสียใจไปตลอดชีวิต”

แพทริเซียมองแผ่นหลังกว้างของเขาด้วยความรู้สึกเสียใจ เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ เช็ดน้ำตาที่คลออยู่ออกอย่างรวดเร็ว

“แพทจะไปค่ะ” เธอเอ่ยเสียงนิ่ง “แต่จำไว้ด้วยนะคะคุณชาร์ล... ถึงคุณจะใจร้ายและใจดำแค่ไหน แพทก็จะอยู่ตรงนี้ และแพทไม่มีวันยอมให้คุณมาทำลายเกียรติของแพทอีกเด็ดขาด”

ร่างเล็กหมุนตัวเดินออกจากห้องทำงานไปทันที ประตูบานหนาปิดลงพร้อมกับเสียงดังสนั่น

ชายหนุ่มยืนนิ่งอยู่กลางห้องทำงานเพียงลำพัง เขายกมือลูบแก้มข้างที่ถูกตบ รอยสัมผัสและความร้อนผ่าวยังคงเด่นชัด มือหนากำแก้วเหล้าในมือแน่น

“หึ!” ชาร์ลแค่นหัวเราะในคอเบาๆ สายตาจ้องมองไปยังประตูที่ปิดสนิท “อวดดี”

(ด้านแพทริเซีย)

หญิงสาวนั่งอยู่บนเตียงใหญ่ เธอปล่อยให้น้ำตาไหลร่วงลงมาตามแก้มเนียนอย่างเงียบๆ ความอดทนและเข้มแข็งที่เธอแสดงออกไปเมื่อครู่พังทลายลงในความมืด ความเจ็บปวดจากคำพูดดูถูกของชายหนุ่มที่เธอเคยรักและประทับใจในวัยเด็ก กัดกินหัวใจของเธอจนแหลกสลาย

“ทำไมคุณถึงใจร้ายขนาดนี้นะคุณชาร์ล...” แพทพึมพำกับตัวเองเบาๆ ในความมืด

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น แพทรีบเช็ดน้ำตาออกก่อนจะเอ่ยอนุญาต

ป้าแมรี่เดินถือถาดชาร้อนเข้ามาด้วยสีหน้าเป็นห่วง

“คุณแพทคะ... ป้าเอาชาร้อนมาให้ค่ะ เมื่อกี้ป้าได้ยินเสียง...”

“แพทไม่เป็นไรค่ะ” แพทยิ้มจางๆ แม้ดวงตาจะบวมแดง “ขอบคุณสำหรับชาร้อนนะคะ”

“คุณแพทอย่าถือสาคุณชาร์ลเลยนะคะ นายเติบโตมาในโลกที่กลืนกินความอ่อนโยนไปหมดแล้ว นายไม่เคยไว้ใจใคร และไม่เคยเชื่อว่าจะมีใครรักจริงๆ”

“คุณชาร์ล... เคยเจออะไรมาเหรอคะ?” แพทเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“เมื่อสิบปีก่อน... นายเคยถูกคนที่รักที่สุดและไว้ใจที่สุด ทรยศหักหลังจนแทบเอาชีวิตไม่รอดค่ะ ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา คุณชาร์ลก็ปิดประตูหัวใจ ไม่เคยยอมให้ใครก้าวเข้ามาในชีวิตอีกเลย”

คำสารภาพของป้าแมรี่เหมือนแสงสว่างที่จุดประกายในความมืดของแพทริเซีย ความโกรธและความเสียใจในใจของเธอเริ่มลดลง

“ขอบคุณนะคะที่เล่าให้ฟัง” แพทยิ้มรับแก้วชา “แพททราบแล้วค่ะว่าต้องทำยังไงต่อไป”

“พักผ่อนนะคะ พรุ่งนี้ยังมีวันใหม่รออยู่ค่ะ”

เมื่อป้าแมรี่ออกไป แพทริเซียนั่งจิบชาร้อนมองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงดาวบนท้องฟ้าคืนนี้ช่างสว่างไสว แม้คฤหาสน์เซลิน่าจะเต็มไปด้วยความมืดมนและเย็นชา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป