บทที่ 5 ตอนที่ 5 บาดแผล

ตอนที่ 5 บาดแผล

เช้าวันรุ่งขึ้น

ความเงียบสงบในยามเช้าของคฤหาสน์เซลิน่าถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าที่หนักแน่น แพทริเซียในชุดเดรสกระโปรงยาวสีฟ้าอ่อนสบายตา เดินลงมาจากชั้นบนตั้งแต่ยังไม่เจ็ดโมงเช้า หลังจากได้รับรู้เรื่องราวในอดีตจากป้าแมรี่เมื่อคืน แววตาของเธอไม่มีความลังเลหรือท้อแท้อยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความมุ่งมั่นที่ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม

เมื่อก้าวเข้ามาในห้องอาหาร เธอพบว่าชาร์ลนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะแล้วตามคาด บนใบหน้าคมเข้มของเขายังคงปรากฏรอยแดงจางๆ ตรงแก้มข้างที่ถูกเธอตบเมื่อคืน ชาร์ลในชุดสูทสีเทาเข้มกำลังจิบกาแฟด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าบรรยากาศรอบตัวเขากลับแผ่ความกดดันเย็นเยือกออกมาอย่างเห็นได้ชัด

หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะก้าวเข้าไปหยุดอยู่ข้างโต๊ะอาหาร

“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณชาร์ล” เสียงหวานเอ่ยทักทายทันที

ชาร์ลชะงักมือที่กำลังยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ สายตาคมกริบตวัดมามองเธอด้วยความเหินห่างและเย็นชา นัยน์ตาคู่นั้นไม่มีความวูบไหวแม้แต่น้อย

“ยังไม่ออกไปจากคฤหาสน์หลังนี้อีกเหรอ?” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามเรียบนิ่ง แต่คำพูดกลับบาดลึก “ฉันคิดว่า จะร้องไห้กลับบ้านไปแล้วซะอีก”

“แพทบอกคุณแล้วไงคะว่าแพทจะไม่ไปไหน” แพทขยับเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามแล้วนั่งลง สบตาเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง “และแพทก็ไม่ได้จะมาขอโทษเรื่องเมื่อคืนด้วยค่ะ”

ชาร์ลแค่นหัวเราะในคอ เสียงหัวเราะเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน

“ไม่คิดจะขอโทษ? ตบหน้าเจ้าพ่อมาเฟียในบ้านของเขาเอง แต่กลับนั่งพูดหน้าตาเฉยว่าไม่คิดจะขอโทษ เธอเอาความมั่นใจมาจากไหนแพทริเซีย?”

“เพราะคุณสมควรโดนค่ะ” แพทตอบเสียงนิ่งๆ “คุณดูถูกเกียรติและศักดิ์ศรีของแพทก่อน ถ้าคุณอยากให้แพทเคารพคุณ ในฐานะสามีหรือในฐานะเจ้าของบ้าน คุณก็ต้องรู้จักเคารพคนอื่นด้วย”

“เคารพ?” ชาร์ลวางแก้วกาแฟลงบนจานรอง เขาจ้องมองเธอด้วยสายตาเรียบนิ่ง “ในโลกของฉัน ไม่มีคำว่าเคารพให้คนที่ก้าวเข้ามาเพราะผลประโยชน์ และฉันก็ไม่จำเป็นต้องเคารพหมากทางการเมืองอย่างเธอ”

“คุณจะมองแพทเป็นหมากก็เรื่องของคุณค่ะ” แพทยิ้มบางๆ แม้ในใจจะเจ็บก็ตาม “แต่ตราบใดที่แพทยังอยู่นี่ แพทก็จะทำหน้าที่ของแพท”

“หน้าที่ของเธอคือการไสหัวไปให้พ้นหน้าฉัน!” ชาร์ลตวาดเสียงดัง ความหงุดหงิดที่อัดแน่นเริ่มปะทุขึ้นมาอีกครั้ง “อย่าคิดว่าการที่ฉันยอมปล่อยเธอไว้เมื่อคืน แปลว่าฉันจะใจดีกับเธอตลอดไป”

“แพทไม่ได้ขอให้คุณใจดีค่ะ” แพทเอ่ยสวนกลับทันที “แพทแค่ขอให้คุณหยุดใช้คำพูดดูถูกแพท... เท่านั้นเอง”

ชาร์ลจ้องมองใบหน้าสวยที่เชิดขึ้นอย่างถือดีของเธอ รอยแดงบนแก้มของเขายังคงเตือนความจำถึงฝ่ามือเล็กเมื่อคืน แต่สิ่งที่ทำให้เขาหงุดหงิดที่สุด กลับเป็นความจริงที่ว่า... คำพูดของเธอปั่นป่วนอารมณ์ของเขาได้มากกว่าใครทั้งหมด

“มาร์ค!” ชาร์ลตะโกนเรียกเสียงดังลั่นห้องอาหาร

มาร์คที่ยืนคอยอยู่ด้านนอกรีบก้าวเข้ามาทันที

“ครับนาย”

“สั่งคนเตรียมรถ” ชาร์ลยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดสายเนกไทให้เข้าที่ “และยกเลิกการเข้าพบของสมาคมทั้งหมด วันนี้ฉันจะไปตรวจงานที่ท่าเรือเอง”

“เอ่อ... นายครับ เรื่องท่าเรือวันนี้มันอันตรายมากนะครับ” มาร์คเอ่ยเตือนด้วยสีหน้ากังวล “คนของแก๊งมังกรดำเริ่มเคลื่อนไหวแถวนั้น...”

“ฉันสั่งอะไรก็ทำตามนั้น!” ชาร์ลตัดบทเสียงห้วน สายตาตวัดมามองแพทริเซียเป็นครั้งสุดท้าย “อยู่เฝ้าบ้านไปซะ และอย่าให้ฉันเห็นว่าเธอเพ้อเจ้อเข้ามาวุ่นวายกับฉันอีก”

ชาร์ลหมุนตัวเดินออกจากห้องอาหารไปอย่างรวดเร็ว มาร์คค้อมหัวให้แพทริเซียเล็กน้อยด้วยสีหน้าลำบากใจก่อนจะรีบเดินตามผู้เป็นนายไป

หญิงสาวมองตามหลังชายหนุ่มไปจนลับสายตา เธอถอนหายใจยาวๆ แล้วหันไปหาป้าแมรี่ที่ยืนมองอยู่ห่างๆ

“ป้าคะ... ท่าเรือที่คุณมาร์คพูดถึง มันอันตรายมากเลยเหรอคะ” แพทเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

“อันตรายมากค่ะคุณแพท” ป้าแมรี่ตอบเสียงเบา “ที่นั่นเป็นจุดขนส่งสินค้าสำคัญ และมักจะมีกลุ่มอิทธิพลอื่นมาคอยก่อเรื่องอยู่เรื่อยๆ คุณชาร์ลชอบไปจัดการด้วยตัวเองเวลาอารมณ์ไม่ดี ป้าละเป็นห่วงจริงๆ ค่ะ”

คำเตือนของป้าแมรี่ทำให้หัวใจของแพทริเซียหลุดลงไปที่ตาตุ่ม แม้ชาร์ลจะใจร้ายและปากร้ายกับเธอขนาดไหน แต่ความห่วงใยในใจกลับทำงานมากกว่าความโกรธ

เวลา 15:23 น.

เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง แต่ไร้ข่าวคราวจากชาร์ลและมาร์ค แพทริเซียนั่งไม่ติดอยู่ภายในห้องรับแขก เธอเดินวนไปวนมาด้วยความกระวนกระวายใจ สายตาคอยมองไปที่ประตูหน้าบ้านอยู่ตลอดเวลา

จนกระทั่งเวลาเกือบสี่โมงเย็น เสียงเครื่องยนต์รถหรูหลายคันก็ดังขึ้นที่หน้าคฤหาสน์ รถสปอร์ตสีดำของชาร์ลเลี้ยวเข้ามาจอดอย่างรวดเร็ว ตามด้วยรถคุ้มกันอีกสองคัน

แพทริเซียรีบวิ่งออกไปที่หน้าประตูทันที

ภาพที่เธอเห็นทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น มาร์คและบอดี้การ์ดสองคนกำลังช่วยกันพยุงร่างสูงใหญ่ของชาร์ลลงมาจากรถ เสื้อเชิ้ตของเขามีรอยเลือดเปรอะเปื้อนเป็นวงกว้างบริเวณไหล่ซ้าย ใบหน้าคมคายซีดเซียวแต่ยังคงแสดงสีหน้าบึ้งตึงและดุดัน

“เกิดอะไรขึ้นคะ!” แพทริเซียวิ่งเข้าไปหาด้วยความตกใจ

“นายโดนลอบยิงครับ มาร์คเอ่ยเสียงเหนื่อยหอบ “สายของเราส่งข่าวผิดพลาด แก๊งมังกรดำดักซุ่มอยู่”

“พวกแกจะโวยวายทำไม!” ชาร์ลสถบเสียงดัง แม้ใบหน้าจะเริ่มไร้สีเลือด แต่เขากลับสะบัดตัวออกจากบอดี้การ์ดอย่างดื้อรั้น “ฉันไม่ได้เป็นอะไรมาก ถอยไป!”

“คุณชาร์ล! เลือดออกเยอะขนาดนี้ยังจะบอกว่าไม่เป็นไรอีกเหรอคะ” แพทริเซียก้าวเข้ามาประชิดตัวเขา ยื่นมือไปตั้งใจจะช่วยพยุง

“อย่ามาแตะตัวฉัน!” ชาร์ลตวาดเสียงแข็ง แม้ลมหายใจจะเริ่มติดขัด “ถอยไปแพทริเซีย ฉันไม่ต้องการความสงสารจากเธอ!”

“แพทไม่ได้สงสาร” แพทริเซียตวาดกลับเสียงดังลั่น จนบอดี้การ์ดและมาร์คถึงกับชะงักทันที “แต่คุณกำลังเลือดไหลจนจะหมดตัวอยู่แล้ว หยุดทำตัวเป็นเด็กดื้อสักทีได้ไหมคะ”

ชาร์ลชะงักไปทันที ดวงตาคมเข้มจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความโมโห แต่ความเจ็บปวดที่บาดแผลก็ทำให้เขาต้องกัดฟันแน่น

“คุณมาร์ค พาคุณชาร์ลขึ้นไปที่ห้องนอนเดี๋ยวนี้ค่ะ” แพทริเซียสั่งการเสียงเด็ดขาด “ตามหมอประจำตระกูลมาหรือยังคะ?”

“ตามแล้วครับคุณแพท หมอกำลังเดินทางมา” มาร์คตอบน้ำเร่งรีบ

“ดีค่ะ พามาเฟียปากดีคนนี้ขึ้นข้างบนก่อนที่เขาจะสลบ”

ชาร์ลจ้องมองแพทริเซียด้วยสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

“แพทริเซีย... เธอ...”

“เงียบไปเลยค่ะ!” แพทริเซียขัดขึ้นทันที “ตอนนี้คุณไม่มีสิทธิ์สั่งใครทั้งนั้น”

มาร์คและลูกน้องไม่รอช้า รีบช่วยกันพยุงชาร์ลขึ้นไปที่ห้องนอนใหญ่ทันที โดยที่ชาร์ลได้แต่ส่งเสียงสถบในคอด้วยความหงุดหงิด แต่เนื่องจากบาดแผลและความเจ็บที่เริ่มเล่นงาน ทำให้เขาไม่มีแรงจะขัดขืนมากนัก

ภายในห้องนอนใหญ่

ห้องนอนของชาร์ลตกแต่งด้วยโทนสีดำและเทา ร่างสูงใหญ่นอนลงบนเตียงกว้าง แพทริเซียก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับกะละมังน้ำอุ่นและผ้าสะอาด เธอสั่งให้บอดี้การ์ดออกไปรอข้างนอก ให้เหลือเพียงเธอกับมาร์ค

“คุณมาร์คไปช่วยดูทางหมอเถอะค่ะ เดี๋ยวตรงนี้แพทดูแลเอง” แพทริเซียเอ่ย

“จะดีเหรอครับคุณแพท นายอารมณ์ไม่ดี...”

“แพทจัดการได้ค่ะ” แพทเอ่ยยืนยัน

มาร์คมองหญิงสาวด้วยความรู้สึกเคารพและเกรงใจ ก่อนจะค้อมหัวแล้วเดินออกจากห้องไป

เมื่ออยู่กันตามลำพัง แพทริเซียนั่งลงบนขอบเตียงข้างๆ ชาร์ล ชายหนุ่มนอนหลับตาแน่น ลมหายใจติดขัด เหงื่อซึมตามกรอบหน้าคมเข้ม เสื้อเชิ้ตชุ่มไปด้วยเลือด

หญิงสาวใช้กรรไกรตัดเสื้อเชิ้ตของเขาออกอย่างระมัดระวัง เผยให้เห็นบาดแผลเฉี่ยวจากลูกปืนที่ไหล่ซ้าย แม้จะไม่เข้าจุดสำคัญแต่ก็ลึกพอสมควร และนอกจากแผลใหม่แล้ว สิ่งที่ทำให้แพทชะงักมือ คือรอยแผลเป็นขนาดใหญ่กลางอกของเขา

รอยแผลเป็นเก่าที่ดูคล้ายรอยมีดและรอยไหม้ บาดแผลจากอดีตที่ป้าแมรี่เคยเล่าให้ฟัง

แพทริเซียน้ำตาคลอเบ้า มือบางที่ถือผ้าชุบน้ำอุ่นสั่นเทาเล็กน้อย เธอค่อยๆ เช็ดคราบเลือดรอบๆ แผลให้อย่างเบามือที่สุด

ชาร์ลรู้สึกได้ถึงสัมผัสที่อ่อนโยนและแผ่วเบา เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้น สายตาพร่ามัวมองเห็นใบหน้าหวานของแพทริเซียที่อยู่ห่างเพียงนิดเดียว หยดน้ำตาใสๆ ของเธอหยดลงบนอกแกร่งของเขา

“ร้องไห้ทำไม...” ชาร์ลเอ่ยถามน้ำเสียงแหบพร่าและอ่อนแรง แต่ก็ยังคงความแข็งกระด้างเอาไว้ “ฉันยังไม่ตายซะหน่อย... เพ้อเจ้อ!”

แพทริเซียเช็ดน้ำตาออกอย่างรวดเร็ว สบตาเขาด้วยความรู้สึกหลากหลาย

“แพทไม่ได้ร้องไห้เพราะคุณจะตายค่ะ”

“แล้วร้องทำไม?” ชาร์ลขมวดคิ้วแน่น พยายามขยับตัวแต่ความเจ็บก็แปลบขึ้นมาจนต้องชะงัก

“อยู่นิ่งๆ สิคะ!” แพทริเซียกดไหล่ขวาของเขาไว้เบาๆ “แพทแค่... เจ็บแทนคุณ”

ดวงตาคมเข้มสบตาเธอตรงๆ ความอ่อนโยนในน้ำเสียงและสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยจริงใจของเธอ ทำให้ความรู้สึกของเขาสั่นสะเทือนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“อย่ามาเสแสร้ง” ชาร์ลแค่นเสียงพูด แม้จะแผ่วเบาก็ตาม “เธอก็แค่ทำตามหน้าที่... ไม่ได้รู้สึกอะไรจริงๆ สักหน่อย”

“คุณคิดว่าแพทเสแสร้งมาตลอดเลยเหรอคะ” แพทเอ่ยถาม “คุณคิดว่าผู้หญิงคนหนึ่งจะยอมทนฟังคำดูถูก ยอมทนความเย็นชา เพียงเพราะต้องการเงินทองของตระกูลคุณจริงๆ เหรอคะ”

ชาร์ลเงียบไป เขาจ้องมองดวงตากลมโตที่ไร้ซึ่งความโกหกของเธอ

“แพทไม่ได้ต้องการเงินของคุณ” แพทริเซียเอ่ย “สิ่งที่แพทต้องการ... มีแค่หัวใจของคุณเท่านั้น”

“ไร้สาระ” ชาร์ลพึมพำเสียงเบา “ออกไปซะ... หมอคงใกล้จะมาแล้ว”

แพทริเซียมองใบหน้าด้านข้างของเขา คลี่รอยยิ้มอย่างอบอุ่น เธอซับเหงื่อบนหน้าผากให้เขาอย่างอ่อนโยน ก่อนจะลุกขึ้นยืน

“แพทจะรอข้างนอกนะคะ” แพทเอ่ย

แพทริเซียเดินออกจากห้องนอนไป ทิ้งให้ชาร์ลนอนอยู่บนเตียงกว้างเพียงลำพัง ชายหนุ่มค่อยๆ ยกมือข้างที่ไม่เจ็บขึ้นมาวางบนอกตำแหน่งที่หยดน้ำตาของเธอเพิ่งหยดลงมา...

ความอบอุ่นที่แปลกประหลาดที่เขากลัวมาตลอด ตอนนี้กลับกำลังซึมลึกเข้ามาในใจอย่างช้าๆ โดยที่เขาไม่สามารถขัดขืนได้อีกแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป