บทที่ 6 ตอนที่ 6 เกราะที่เริ่มแตกร้าว

ตอนที่ 6 เกราะที่เริ่มแตกร้าว

หมอประจำตระกูลเดินทางมาถึงคฤหาสน์เซลิน่าในเวลาอันรวดเร็ว การทำแผลผ่านพ้นไปได้ด้วยดี นายแพทย์วัยกลางคนกำชับเรื่องการพักผ่อนและการระวังไม่ให้แผลฉีกขาด ก่อนจะขอตัวกลับไปพร้อมกับมาร์คที่ต้องออกไปจัดการความเรียบร้อยทางฝั่งท่าเรือต่อ

ความเงียบสงบกลับมาปกคลุมคฤหาสน์หรูอีกครั้ง

แพทริเซียก้าวเข้าไปในห้องนอนใหญ่ เธออยู่ในชุดเดรสตัวเดิมเดินถือถาดที่มีแก้วน้ำอุ่นและยาตามแพทย์สั่งเข้ามาหยุดข้างเตียงกว้าง ชาร์ลยังคงนอนหลับตาแน่น แผงอกกว้างขยับขึ้นลงเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ร่างกายที่เคยแข็งแกร่งดุดัน ทว่าตอนนี้กลับดูอ่อนแรงลงไป

หญิงสาววางถาดลงบนโต๊ะข้างเตียง เธอพพยายามเดินให้เบาที่สุดเพราะไม่อยากรบกวนเวลาพักผ่อนของเขา แต่เพียงแค่ออกแรงก้าวถอยหลัง เสียงของชายหนุ่มก็ดังขึ้นมาทันที

“จะไปไหน...”

น้ำเสียงแหบพร่าและแผ่วเบาลอยมาจากบนเตียง ชาร์ลค่อยๆ ปรือตาขึ้นมองเธอ ดวงตาคู่คมที่เคยดุดันตอนนี้ฉายแววอิดโรย แต่ก็ยังคงความเย็นชาเอาไว้ไม่เปลี่ยน

“แพทเห็นคุณนอนหลับอยู่ค่ะ ก็เลยกะว่าจะออกไปรอข้างนอก” แพทริเซียหยุดชะงัก หันกลับมามองเขาด้วยสายตาห่วงใย “คุณรู้สึกยังไงบ้างคะ เจ็บแผลมากไหม”

“ฉันไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น” ชาร์ลพยายามดันตัวลุกขึ้นนั่ง แต่ความเจ็บแปลบที่ไหล่ซ้ายก็ทำให้้เขาต้องขมวดคิ้วแน่นและชะงักไปทันที

“อย่าเพิ่งขยับสิคะ!” หญิงสาวรีบก้าวเข้ามาประชิดเตียง เธอยื่นมือไปประคองแผ่นหลังกว้างของเขาไว้อย่างระมัดระวัง กลิ่นยาลอยมาแตะจมูก ระยะห่างที่ใกล้ชิดกันทำให้เธอสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายเขา

ชาร์ลชะงักไปเล็กน้อย ร่างกายเกร็งขึ้นทันทีเมื่อได้รับสัมผัสอันอ่อนโยนจากฝ่ามือเล็ก เขามองใบหน้าหวานที่อยู่ห่างเพียงนิดเดียว นัยน์ตาของแพทริเซียเต็มไปด้วยความห่วงใยที่เด่นชัด ไร้ซึ่งร่องรอยของการเสแสร้ง

“กินยาก่อนนะคะ หมอบอกว่าต้องทานยาแก้ปวดกับยาฆ่าเชื้อ” แพทริเซียเอ่ยน้ำเสียงเรียบ ขณะช่วยปรับหมอนหนุนหลังให้เขาอย่างเบามือ แล้วยื่นแก้วน้ำและเม็ดยาให้

ชาร์ลจ้องมองเม็ดยาในมือเธออยู่ครู่หนึ่ง ชายหนุ่มรับมันไปกินแต่โดยดีอย่างว่าง่าย เขาจิบน้ำตามเล็กน้อยก่อนจะส่งแก้วคืนให้เธอ โดยไม่พูดคำว่าขอบคุณแม้แต่คำเดียว

“คุณหิวไหม? แพทให้ป้าแมรี่เคี่ยวข้าวต้มร้อนๆ ไว้ให้...”

“ฉันไม่หิว” ชาร์ลเอ่ยตัดบทน้ำเสียงเรียบ เขาเอนหลังพิงหัวเตียง สายตาคมกริบมองสบตาเธออย่างจริงจัง “เธอออกไปได้แล้ว ฉันอยากอยู่คนเดียว”

แพทริเซียยิ้มรับคำไล่นั้นอย่างชินชา เธอรับแก้วน้ำมาวางไว้บนถาด แต่แทนที่จะหมุนตัวเดินออกไป ร่างเล็กกลับทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียง

“แพทจะนั่งอยู่ตรงนี้ค่ะ”

“แพทริเซีย...” ชาร์ลขมวดคิ้วแน่น น้ำเสียงเริ่มติดความหงุดหงิด “อย่ามาดื้อรั้นเวลานี้”

“แพทไม่ได้ดื้อค่ะ แต่คุณมาร์คบอกให้แพทคอยดูแลคุณ” หญิงสาวยกมือกอดอก สบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว “ถ้าคุณขยับตัวทำแผลฉีกขึ้นมา คนที่ลำบากก็คือป้าแมรี่กับคุณมาร์ค ไม่ใช่แพท เพราะฉะนั้น... อยู่เงียบๆ แล้วนอนพักไปเถอะค่ะ”

ชาร์ลมองหน้าหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก ปกติแล้วไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งเขา ไม่มีใครกล้าจ้องตาเขาด้วยความดื้อรั้นขนาดนี้ แต่ผู้หญิงตรงหน้ากลับทำมันอย่างง่ายดาย ท่าทางอ่อนน้อมแต่แฝงไปด้วยความเข้มแข็งของเธอ กำลังค่อยๆ ทลายกำแพงที่เขาเพียรสร้างขึ้นมาตลอดหลายปีทีละน้อย

ความเงียบปกคลุมห้องนอนใหญ่อีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงฝนที่ยังคงตกโปรยปรายอยู่นอกหน้าต่าง

ชาร์ลหลับตาลง พยายามบังคับจิตใจให้จดจ่ออยู่กับการพักผ่อน ทว่าความเจ็บจากบาดแผลบวกกับความเหนื่อยล้าที่สะสมมานานก็ค่อยๆ เล่นงานเขา ยาแก้ปวดเริ่มออกฤทธิ์ทำให้สติของเขาเริ่มพร่ามัว

ในความฝันชั่วครู่... ภาพเหตุการณ์ในอดีตเมื่อสิบปีก่อนก็ไหลทะลักกลับเข้ามา ฉากควันปืน เสียงระเบิด และภาพหญิงสาวคนที่เขาเคยไว้ใจที่สุดส่งรอยยิ้มเย็นชาให้ ขณะยื่นส่งข้อมูลของเขาให้ฝ่ายตรงข้าม ความรู้สึกถูกทรยศ ความเจ็บปวดจากการถูกแทงข้างหลัง มันเด่นชัดจนทำให้มาเฟียหนุ่มต้องละเมอเพ้อออกมาด้วยความทรมาน

“อย่า... อย่าเข้ามา...” ชาร์ลสถบเสียงพร่า เหงื่อเม็ดโตผุดซึมตามกรอบหน้าคมเข้ม ร่างกายแกร่งสั่นสะท้านและขยับเกร็งด้วยความอึดอัด

แพทริเซียที่นั่งสังเกตอาการอยู่ข้างเตียงรีบลุกขึ้นทันที เธอมองเห็นความเจ็บปวดที่ฉายชัดบนใบหน้าของสามีในยามหลับใหล

รอยแผลเป็นเก่ากลางอกที่เธอเห็นเมื่อบ่าย ผสานกับเสียงเพ้อ ยิ่งย้ำเตือนให้เธอรู้ว่า ชายหนุ่มตรงหน้าต้องผ่านบาดแผลทางใจที่เจ็บปวดขนาดไหนกัน

“คุณชาร์ลคะ” แพทริเซียเอ่ยเรียกเสียงเบา เธอหยิบผ้าชุบน้ำอุ่นขึ้นมาค่อยๆ ซับเหงื่อบนหน้าผากและกรอบหน้าให้เขาอย่างเบามือที่สุด

“อย่าทรยศฉัน...” ชาร์ลคำรามในลำคอ มือหนาข้างที่ไม่เจ็บไขว่คว้าหาที่ยึดเหนี่ยวในความมืดมนของฝันร้าย และในที่สุด เขาก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางของแพทริเซียไว้อย่างแรง

แรงบีบมหาศาลทำเอาแพทริเซียต้องขมวดคิ้วด้วยความเจ็บ แต่เธอไม่ได้สะบัดมือออก ร่างบางค่อยๆ โน้มตัวลงไปใกล้ ทับซ้อนฝ่ามืออีกข้างลงบนมือหนาของเขาที่กำลังสั่นเทา

“แพทอยู่นี่ค่ะ” เสียงหวานกระซิบข้างหูเขาอย่างอ่อนโยน “ไม่มีใครทรยศคุณทั้งนั้น... แพทอยู่ตรงนี้แล้วค่ะ”

สัมผัสที่อบอุ่นและน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความจริงใจ คล้ายกับยาที่ช่วยชโลมจิตใจที่ปั่นป่วนของชาร์ล ร่างกายที่เกร็งแน่นค่อยๆ ผ่อนคลายลง ลมหายใจที่ติดขัดเริ่มกลับมาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ มือหนาที่บีบข้อมือเธอแน่นเปลี่ยนเป็นกุมไว้หลวมๆ ราวกับกลัวว่าความอบอุ่นนี้จะหายไป

แพทริเซียนั่งมองใบหน้ายามหลับของเขาด้วยรอยยิ้มจางๆ ทั้งน้ำตา เธอรู้ดีว่าคำว่า ‘การทรยศ’ คือฝันร้ายที่กัดกินหัวใจเขามาตลอดสิบปี และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมเขาถึงปิดประตูหัวใจ ผลักไสทุกคนออกไป และมองว่าความรักเป็นเรื่องไร้สาระ

“แพทจะไม่ทิ้งคุณ” เธอพึมพำเบาๆ ขณะใช้นิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาบดบังหน้าผากของเขาอย่างเบามือ “แพทจะทำให้คุณรู้เองว่า บนโลกนี้ยังมีคนที่รักและซื่อสัตย์กับคุณจริงๆ”

เวลาล่วงเลยไปจนกระทั่งเที่ยงคืน

แสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียงยังคงส่องสว่าง ชายหนุ่มค่อยๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา ความมึนงงและอาการปวดแผลลดน้อยลงไปมากแล้ว สายตาคมปรับโฟกัสในความมืด ก่อนจะพบว่าฝ่ามือข้างขวาของเขากำลังถูกกุมไว้ด้วยมือเล็กๆ

แพทริเซียนั่งฟุบหลับอยู่ข้างเตียง หัวของเธอหนุนอยู่บนฟูกใกล้ๆ มือของเขา เรือนผมยาวสลวยสีน้ำตาลเข้มแผ่กระจายเต็มหมอน ใบหน้ายามหลับดูอ่อนหวาน และไร้เดียงสา

ชาร์ลจ้องมองหญิงสาวตรงหน้านิ่งๆ ความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามปฏิเสธและกดทับไว้มาตลอด พลุ่งพล่านขึ้นมาในหัวใจอย่างรุนแรง

ผู้หญิงคนนี้... คนที่เขาเคยดูถูกว่าเป็นเพียงหมากบนกระดาน คนที่เขาเคยตวาดและขับไล่อย่างใจร้าย

คนที่เขาบอกว่าขยะแขยง... กลับเป็นคนเดียวที่ยืนหยัดอยู่ข้างเตียงเขา คอยเช็ดเหงื่อ และกุมมือเขาไว้ตลอดทั้งคืน โดยไม่เกรงกลัวความเย็นชาของเขาเลยแม้แต่น้อย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป