บทที่ 8 ตอนที่ 8 เงาแห่งความร้าวฉาน
ตอนที่ 8 เงาแห่งความร้าวฉาน
ความเงียบที่ชวนอึดอัดปกคลุมคฤหาสน์เซลิน่าตลอดทั้งวัน หลังจากเหตุการณ์ปะทะอารมณ์บนโต๊ะอาหาร ชาร์ลสั่งให้มาร์คเพิ่มกำลังคนคุ้มกันเข้มงวดขึ้นสองเท่า เขาขังตัวเองอยู่ในห้องทำงานใหญ่ หมกมุ่นอยู่กับเอกสารและรายงานการเคลื่อนไหวของตระกูลฝั่งตะวันออก แม้บาดแผลที่ไหล่ซ้ายจะเริ่มระบมขึ้นมาอีกครั้งเพราะอารมณ์เดือดดาลเมื่อเช้า แต่เขากลับเลือกที่จะมองข้ามความเจ็บปวดนั้นไป
ความสับสนปั่นป่วนในหัวใจยังคงตามหลอกหลอน คำยืนยันจากมาร์คและป้าแมรี่ที่ว่าแพทริเซียไม่เกี่ยวข้อง สะท้อนดังก้องอยู่ในหัว ทว่าความตั้งใจที่จะปกป้องตัวเองจากความผิดหวัง ทำให้ชาร์ลสร้างกำแพงความเย็นชาขึ้นมาหนากว่าเดิมเป็นเท่าตัว
‘ถ้าเธอไม่ได้ทำ ก็ถือว่าโชคดีไป... แต่ฉันไม่มีวันตกหลุมพรางละครน้ำตาของผู้หญิงหน้าไหนทั้งนั้น’ เขาบอกตัวเองในใจ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นบนริมฝีปากหนา
จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงช่วงค่ำ แพทริเซียเดินลงมาจากชั้นสองในชุดเสื้อแขนยาวเรียบๆ ใบหน้าหวานยังคงมีความหมองเศร้า ดวงตาคู่สวยสวมรอยบอบช้ำจากการร้องไห้
คนตัวเล็กเดินเข้าไปในห้องครัว ช่วยป้าแมรี่ยกถาดอาหารเย็นและยาขึ้นไปให้ชาร์ลที่ห้องทำงานตามหน้าที่ แม้ป้าแมรี่จะอาสาทำแทนด้วยความสงสาร แต่แพทริเซียกลับปฏิเสธด้วยรอยยิ้มจางๆ
“แพททำตามหน้าที่ค่ะป้า จะได้ไม่มีใครหาว่าแพทละเลย”
แพทริเซียถือถาดอาหารเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องทำงานใหญ่ เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ สะกดอารมณ์หวั่นไหวเอาไว้ ก่อนจะยกมือขึ้นเคาะประตูสองสามครั้ง
ก๊อก ก๊อก
“เข้ามา” เสียงทุ้มต่ำติดจะห้วนดังมาจากข้างใน
แพทริเซียดันประตูเข้าไป ชาร์ลนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานไม้สักขนาดใหญ่ แสงไฟจากโคมไฟส่องกระทบใบหน้าคมเข้มที่ดูอิดโรย ทว่าแววตาที่เขายกขึ้นมองเธอกลับเย็นชาและแข็งกระด้าง
หญิงสาวก้าวเข้าไปอย่างเงียบๆ วางถาดอาหารและแก้วยาไว้ตรงมุมโต๊ะไกลจากตัวเขาพอสมควร
“อาหารเย็นกับยาค่ะ” แพทริเซียเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความนุ่มนวลหรือความเป็นกันเองเหมือนวันก่อนๆ “คุณมาร์คบอกว่าคุณยังไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่เช้า ทานสักหน่อยแล้วค่อยทานยานะคะ”
ชาร์ลเอนหลังพิงเก้าอี้หนัง กอดอกมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาประเมิน ท่าทางที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลันของเธอ ไม่ว่าจะเป็นการหลบสายตา น้ำเสียงเหินห่าง หรือการเว้นระยะห่างอย่างชัดเจน กลับทำให้เขาหงุดหงิดใจอย่างบอกไม่ถูก
“ทำหน้าเรียกร้องความสงสารให้ใครดู?” ชาร์ลแค่นเสียงพูด “ฉันบอกไว้ก่อนนะแพทริเซีย ถึงมาร์คจะยืนยันว่าเธอไม่ได้ส่งข่าว แต่การที่เธอเป็นคนของตระกูลไร้ค่าตระกูลนั้น มันก็ทำให้เธอเป็นขยะในสายตาฉันอยู่ดี”
คำพูดกัดแขวะและดูถูกอย่างร้ายกาจไม่ได้ทำให้แพทริเซียแสดงอาการสะทกสะท้านเหมือนเมื่อเช้า เธอยืนนิ่ง มือประสานไว้ข้างหน้า สบตาเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า
“ทราบดีค่ะว่าสำหรับคุณ แพทก็เป็นแค่ขยะหรือหมากทางการเมือง” แพทริเซียเอ่ย “เพราะฉะนั้น คุณชาร์ลไม่จำเป็นต้องกังวลว่าแพทจะมาเรียกร้องความสงสารหรือความรักอะไรจากคุณอีก”
ชาร์ลขมวดคิ้วแน่น นัยน์ตาคมเข้มวูบไหวด้วยความขัดใจกับท่าทีไม่ยินดียินร้ายของเธอ
“จำคำพูดตัวเองไว้ก็แล้วกัน” ชาร์ลตอบกลับเสียงแข็ง “อย่าคิดว่าการทำตัวเย็นชาใส่ฉัน แล้วจะทำให้ฉันรู้สึกผิดหรือสนใจเธอขึ้นมาได้ ผู้หญิงอย่างเธอ... ไม่มีค่าพอให้ฉันต้องไปใส่ใจหรอก”
“แพทไม่เคยคิดแบบนั้นค่ะ” แพทริเซียเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “แพทแค่เข้าใจสถานะของตัวเองแล้ว ในเมื่อคุณเห็นความหวังดีของแพทเป็นเพียงละครฉากหนึ่ง หลังจากนี้แพทก็จะเป็นแค่ภรรยาตามกฎหมาย ทำหน้าที่รับใช้ ดูแลเรื่องในบ้านตามที่ตระกูลคุณต้องการ แต่เรื่องส่วนตัว หรือเรื่องหัวใจของคุณ... แพทจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวอีกต่อไปค่ะ”
“หึ! ทำเป็นปากดี” ชาร์ลลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาหาเธออย่างคุกคาม ร่างสูงใหญ่ข่มร่างบางจนมิด “เธอคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์มาตั้งเงื่อนไขกับฉันงั้นเหรอ? ในบ้านหลังนี้ ฉันสั่งอะไร เธอก็ต้องทำ!”
“แพทไม่ได้ตั้งเงื่อนไขค่ะ” แพทริเซียไม่ได้ขยับถอยหนี แม้หัวใจจะสั่นระรัวด้วยความกลัวและความเจ็บปวด แต่เธอยังคงเชิดหน้าสบตาเขาอย่างเด็ดเดี่ยว “แพทแค่กำลังทำตามความต้องการของคุณ คุณไม่อยากให้แพทเข้าไปยุ่ง ไม่อยากให้แพทเสแสร้ง แพทก็กำลังถอยออกมาให้ไกลที่สุดเท่าที่คุณต้องการไงคะ”
ชาร์ลจ้องมองดวงตากลมโตที่ไร้ซึ่งร่องรอยความอ่อนหวานคู่นั้น ความรู้สึกอึดอัดแทรกซึมเข้ามาในหัวใจของเขาดื้อๆ ชายหนุ่มยกมือขึ้นจะคว้าข้อมือเธอเพื่อคาดคั้นให้เธอเลิกทำท่าทางเหินห่างแบบนี้ แต่แพทริเซียกลับก้าวถอยหลังหลบสัมผัสของเขาได้อย่างรวดเร็ว
ฝ่ามือหนาคว้าได้เพียงความว่างเปล่า ทำให้ชายหนุ่มชะงักมือค้างกลางอากาศ ความหงุดหงิดปนความรู้สึกโหว่เหว่แล่นริ้วขึ้นมาจุกอยู่ที่คอ
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว แพทขอตัวนะคะ” แพทริเซียค้อมหัวให้เขาอย่างมีมารยาท “ทานยาด้วยค่ะ ถ้าแผลฉีกหรืออักเสบขึ้นมา มันจะกระทบกับงานของคุณ”
ร่างเล็กหมุนตัวเดินตรงไปยังประตูห้องทำงานโดยไม่หันกลับมามองชายหนุ่มอีก ชาร์ลยืนนิ่งมองแผ่นหลังเล็กที่ก้าวพ้นประตูไป เสียงปิดประตูปิดลงเบาๆ ทว่ากลับส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งห้องใหญ่
ปัง!
เจ้าพ่อมาเฟียตบโต๊ะทำงานเสียงดังลั่นด้วยความโมโห ความเจ็บปวดที่บาดแผลสู้ความหงุดหงิดในหัวใจไม่ได้เลยแม้แต่น้อย เขามองถาดอาหารและแก้วยาที่เธอวางทิ้งไว้ คำพูดเย็นชาและสายตาเหินห่างของเธอยังคงหลอกหลอนเขาไม่หยุด
“ขยะงั้นเหรอ? ไร้ค่างั้นเหรอ?” ชาร์ลสถบเสียงต่ำในลำคอ ชายหนุ่มยกมือขึ้นเสยผมอย่างแรงด้วยความหงุดหงิดที่ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้เลย
ทั้งที่เขาควรจะสะใจที่ขจัดความวุ่นวายของเธอออกไปได้ ทั้งที่เขาควรจะดีใจที่ไม่มีผู้หญิงมาคอยเวียนวนน่ารำคาญข้างกาย แต่ทำไม... ความเหินห่างที่เธอมอบคืนให้ในวันนี้ กลับทำให้หัวใจที่เคยแข็งแกร่งของเขา รู้สึกหนาวเย็นและโดดเดี่ยวยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า
