บทที่ 9 ตอนที่ 9 เงาสนิทในความเงียบ

ตอนที่ 9 เงาสนิทในความเงียบ

สามวันผ่านไป

ผ่านไปสามวันเต็มๆ หลังจากค่ำคืนที่ห้องทำงาน บรรยากาศภายในคฤหาสน์เซลิน่าก็แปรเปลี่ยนเป็นความเงียบสงบที่ชวนให้อึดอัด ชาร์ลยังคงออกไปจัดการงานที่ท่าเรือและสะสางบัญชีแค้นกับสายสืบภายในตระกูลฝั่งตะวันออก บาดแผลที่ไหล่ซ้ายเริ่มแห้งและสมานตัวดีขึ้นตามลำดับ แต่บาดแผลทางอารมณ์ที่อบอวลอยู่ในบ้านกลับไม่มีท่าทีว่าจะเยียวยาได้ง่ายๆ

แพทริเซียรักษาคำพูดของเธอได้เป็นอย่างดี เธอตื่นแต่เช้ามาช่วยงานป้าแมรี่ ดูแลความเรียบร้อยของห้องหับ ดอกไม้ในแจกันถูกเปลี่ยนใหม่ทุกวัน อาหารทุกมื้อถูกเตรียมอย่างประณีตไม่มีขาดตกบกพร่อง ทว่าทุกการกระทำล้วนทำไปในฐานะ ‘ภรรยาแต่งตามกฎหมาย’ ผู้เคร่งครัดในหน้าที่เท่านั้น

ยามใดที่ชายหนุ่มเดินผ่าน เธอจะค้อมหัวให้อย่างสุภาพ หลบสายตา และเดินเว้นระยะห่างไปอีกทางเสมอ ไร้ซึ่งคำทักทาย ไร้ซึ่งรอยยิ้มสดใส และไร้ซึ่งสายตาที่เคยฉายแววห่วงใยอย่างบริสุทธิ์ใจ

ความห่างเหินที่เรียบเฉยนั้น ทำให้อารมณ์ของเจ้าพ่อมาเฟียพุ่งสูงขึ้นทุกวัน เขาหงุดหงิดง่ายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ลูกน้องและบอดี้การ์ดต่างพากันเดินเกร็งเพราะกลัวจะกลายเป็นที่ระบายอารมณ์ของนายใหญ่

“นายครับ เอกสารสรุปงบประมาณการขนส่งสินค้าชุดใหม่ครับ” มาร์ควางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานในห้องรับแขกชั้นล่าง ชาร์ลที่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนพยักหน้ารับเรียบๆ แต่สายตาคมกลับคอยชะเง้อมองไปทางห้องครัวเป็นระยะ

“คุณแพทริเซียอยู่ในครัวครับ กำลังช่วยป้าแมรี่อบขนม” มาร์คที่สังเกตเห็นอาการของผู้เป็นนายเอ่ยขึ้นเบาๆ

“ฉันไม่ได้ถาม!” ชาร์ลตวาดเสียงห้วน ตวัดสายตาคมมามองมาร์คอย่างหงุดหงิด “ใครสั่งให้มึงเพ้อเจ้อเรื่องผู้หญิงคนนั้น”

“ขอโทษครับ” มาร์คค้อมหัวยอมรับ แต่ในใจกลับถอนหายใจยาวๆ ชายหนุ่มรู้ดีว่า ผู้เป็นนายกำลังปากไม่ตรงกับใจขนาดไหน

ขณะเดียวกัน แพทริเซียก็เดินถือถาดกาน้ำชาและแก้วกาแฟเข้ามาในห้องรับแขก เธออยู่ในชุดชุดกระโปรงเรียบง่าย เรือนผมยาวถูกรวบขึ้นอย่างหลวมๆ เผยให้เห็นลำคอระหงขาวเนียน หญิงสาววางแก้วกาแฟดำไว้ฝั่งของชาร์ล และวางแก้วชาไว้ตรงหน้ามาร์คด้วยท่าทางสุภาพอ่อนโยน

“ชาร้อนค่ะคุณมาร์ค” แพทริเซียส่งรอยยิ้มบางๆ ให้มาร์คอย่างเป็นกันเอง

“ขอบคุณครับคุณแพท” มาร์คค้อมหัวรับ

ทว่าเมื่อแพทริเซียหันมาทางชาร์ล รอยยิ้มบนใบหน้าหวานพลันหายไปในทันที เหลือเพียงสีหน้าเรียบเฉยตามมารยาท

“กาแฟดำของคุณค่ะคุณชาร์ล”

ชาร์ลจ้องมองรอยยิ้มที่พายเรือหายไปต่อหน้าต่อตา ความโมโหก็แล่นริ้วขึ้นมาจุกอยู่ที่คอทันที เธอยิ้มให้บอดี้การ์ดของเขาอย่างอ่อนโยน แต่กลับทำหน้าเหมือนเห็นก้อนหินเมื่อมองหน้าเขา

“ฉันบอกตอนไหนว่าอยากดื่มกาแฟ?” ชาร์ลแค่นเสียงเอ่ยถาม เอนหลังพิงเก้าอี้กอดอก กวนประสาทและตวาดใส่เธอทันที “ทำหน้าที่ประสาอะไร ไม่รู้จักถามความต้องการของสามีก่อนหรือไง?”

แพทริเซียนิ่งไปเล็กน้อย แต่แววตาไม่ได้แสดงความตกใจหรือเสียใจเหมือนแต่ก่อน เธอประสานมือไว้ข้างหน้าแล้วเอ่ยตอบน้ำเสียงนิ่งๆ

“ขออภัยค่ะ แพทเห็นว่าปกติเวลาทำงานคุณชอบดื่มกาแฟดำ ถ้าคุณชาร์ลไม่ต้องการ แพทจะยกไปเก็บ แล้วเปลี่ยนเป็นน้ำชาหรือน้ำเปล่าให้แทนค่ะ”

หญิงสาวโน้มตัวลงไปจะยกแก้วกาแฟกลับ แต่ฝ่ามือหนาของชาร์ลกลับยื่นมาคว้าข้อมือบางของเธอไว้แน่น

สัมผัสที่ไม่ได้สัมผัสมาหลายวันทำให้แพทริเซียชะงัก ชาร์ลออกแรงดึงเบาๆ บังคับให้เธอต้องสบตากับเขาตรงๆ ดวงตาคมของเขายังคงดุดัน เย็นชา และฉายแววถือดีอย่างร้ายกาจ

“อย่ามาทำเป็นรู้ดีแพทริเซีย” ชาร์ลกระซิบเสียงต่ำ ปล่อยแรงบีบที่ข้อมือเธอพอให้รู้สึกเจ็บ “เธอคิดว่าการทำตัวเย็นชา เดินหนี สะบัดหน้าใส่ฉัน แล้วฉันจะรู้สึกเดือดร้อนงั้นเหรอ? อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย”

แพทริเซียมองฝ่ามือหนาที่จับข้อมือเธอไว้ ก่อนจะเงยหน้าสบตาเขาด้วยความสงบ ไร้ซึ่งความกลัว

“แพทไม่ได้สำคัญตัวผิดค่ะ” แพทริเซียตอบกลับน้ำเสียงเรียบ “และแพทก็ไม่ได้สะบัดหน้าใส่คุณ แพทแค่ทำตามคำสั่งที่คุณเคยพูดเอาไว้... คุณบอกว่าแพทเป็นแค่ขยะ เป็นแค่หมากทางการเมือง และไร้ค่าเกินกว่าที่คุณจะใส่ใจ แพทก็แค่ถอยออกมาอยู่ในที่ของแพท เพื่อไม่ให้เป็นที่รำคาญตาของคุณไงคะ”

“แพท!!” ชาร์ลขบฟันแน่น คำพูดเรียบร้อยที่ย้อนคืนคำดูถูกของเขาอย่างคมคาย ทำให้อารมณ์เดือดดาลของเขาพุ่งสูงขึ้นอีกเท่าตัว

“ปล่อยมือด้วยค่ะคุณชาร์ล คุณมาร์คยังอยู่ตรงนี้” แพทริเซียเอ่ยเตือนเสียงนิ่ง

ชาร์ลตวัดสายตาไปมองมาร์ค มาร์คที่รู้กาละเทสะรีบค้อมหัวแล้วก้าวถอยหลังเดินออกจากห้องรับแขกไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้ทั้งสองอยู่ตามลำพัง

เมื่อไม่มีบุคคลที่สาม ชาร์ลก็กระชากข้อมือเล็กเข้าหาตัวมากขึ้นจนร่างบางเกือบจะถลาลงมาทับอกแกร่ง กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอพุ่งเข้าปะทะจมูก กระตุ้นความทรงจำในค่ำคืนที่เธอกอดประคองและกุมมือเขาไว้

“ฉันสั่งให้เธอเลิกทำท่าทางเหินห่างแบบนี้ซะ!” ชาร์ลตวาดเสียงต่ำ “อยู่ในบ้านหลังนี้ เธอไม่มีสิทธิ์มาเล่นสงครามประสาทกับฉัน!”

“แพทไม่ได้เล่นสงครามประสาทค่ะ” แพทริเซียสบตาเขาอย่างไม่ลดละ “และแพทก็ไม่ได้ทำอะไรผิด แพทดูแลบ้าน ดูแลอาหารการกินของคุณทุกอย่างตามหน้าที่ ส่วนเรื่องอารมณ์หรือจิตใจ มันเป็นสิ่งเดียวที่คุณไม่มีสิทธิ์สั่งให้แพทมอบให้คุณอีกแล้วค่ะ”

คำว่า ‘ไม่มีสิทธิ์’ ราวกับมีดสั้นที่แทงเข้ากลางหัวใจของเจ้าพ่อมาเฟีย เขาที่เคยควบคุมทุกอย่างได้ในชีวิต กลับไม่สามารถควบคุมหัวใจและสายตาของผู้หญิงตรงหน้าได้เลยแม้แต่น้อย

“คิดว่าฉันแคร์งั้นเหรอ?” ชาร์ลสะบัดข้อมือเธอออกอย่างแรง รอยยิ้มเย้ยหยันและปากร้ายกลับมาทำงานอีกครั้ง “หัวใจของเธอ มันไม่มีราคาพอให้ฉันอยากได้อยู่แล้ว ผู้หญิงที่มาจากตระกูลที่พร้อมจะขายลูกสาวกินอย่างเธอ อย่าคิดว่าตัวเองมีคุณค่ามากนักเลย!”

คำดูถูกที่ถูกโยนใส่หน้าตระกูลเดิมของเธอ ทำเอาแพทริเซียเม้มริมฝีปากแน่น ความเจ็บปวดวูบผ่านดวงตาคู่สวยเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เธอจะสะกดมันไว้ได้อย่างรวดเร็ว

“ค่ะ แพททราบดี” แพทริเซียเอ่ยบอกเสียงเรียบ “ถ้าอย่างนั้น กรุณาปล่อยกาแฟไว้ตรงนั้นแหละค่ะ แพทขอตัว”

แพทริเซียค้อมหัวให้เขาอย่างมีมารยาท หมุนตัวเดินออกจากห้องรับแขกไปด้วยท่าทางสง่างามและเย็นชา ทิ้งให้ชาร์ลยืนมองแผ่นหลังเล็กของเธอด้วยความรู้สึกอัดอั้นจนแทบบ้าคลั่ง

ชายหนุ่มกระแทกตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ยกแก้วกาแฟที่เย็นชืดขึ้นจิบ รสชาติขมขื่นของกาแฟในวันนี้ กลับไม่ขมเท่าความรู้สึกที่แน่นจุกอยู่ในหัวใจของเขา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป