บทที่ 4 4

เช้าวันต่อมา ปริญขยับร่างพร้อมกับดึงหมอนข้างเข้ามากอดรัดแล้วซุกซนอยู่ระหว่างซอกหูกับซอกคอหอมจางๆ

“หอมพาย หิวพายอีกล้ว” เมื่อคืนนี้เขาฝันดี แต่ความรู้สึกไม่เหมือนกับว่าเขาได้กอดหมอนข้างเหมือนทุกเช้าที่ผ่านมา มันเหมือนกำลังกอดร่างกายของใครสักคน นั่นจึงทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ในอาการสะลึมสะลือกลับมามีสติและลืมตาขึ้นมาด้วยความตกใจ

“พาย! พายเธอจริงๆ เหรอนี่”

ปริญเรียกชื่อ ‘เพื่อนรัก’ ด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบปล่อยร่างบางจากอ้อมกอดของตนเองอย่างรวดเร็ว เมื่อกวาดตามอง แล้วขยี้ตาซ้ำก็พบว่า ตอนนี้ พีรดาอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า เขามองสำรวจตัวเองอย่างรวดเร็วว่าตอนนี้ก็อยู่ในสภาพเปลือยเปล่าเช่นเดียวกัน ไม่เสียเวลาคิดนาน ชายหนุ่มก็รู้ได้ทันทีว่าเหตุการณ์เมื่อคืนมันไม่ใช่ความฝัน!

“จะเรียกเสียงดังทำไม ฉันตกใจนะ” พีรดามองหน้า ‘เพื่อนรัก’ ของตัวเองอย่างเอาเรื่องที่เขาปลุกเธอจนตื่นแต่เช้าแบบนี้

“นี่มันเรื่องอะไร เมื่อคืนนี้ เราสองคน…”

ปริญบิกตากว้าง ริมฝีปากอ้าค้างอย่างไม่เคยทำมาก่อน พยายามไล่เลียงเหตุการณ์ต่างๆ อีกครั้ง แต่ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้เขาเมาเสียจนเรียกได้ว่าภาพตัดและจำอะไรไม่ได้ เหตุการณ์สุดท้ายที่พอจะระลึกได้ก็คือตอนสั่งให้บาร์เทนเดอร์จัดเครื่องดื่มที่แรงที่สุดมาให้เท่านั้น

“เดี๋ยวนะ ประโยคนี้ ถ้าตามละครแล้ว ฉันต้องเป็นฝ่ายพูดไหม” พีรดาเอ่ยถามปริญด้วยสีหน้ากวนอารมณ์ให้ขุ่น ก่อนจะดึงผ้าห่มมาปิดกายตนเองเอาไว้

“ไม่สิ ฉันแค่งงว่ามันเกิดอะไรขึ้น คือ...ฉันคิดว่า…” อยากจะพูดออกไปว่า ‘นึกว่ามันคือความฝัน’ แต่อีกใจหนึ่งก็กลัวอีกฝ่ายจะจับได้ ว่าเขาเก็บเอาเธอไปนอนฝันลึกซึ้งแบบนั้นทุกคืน แต่ถ้ายามตื่นก็จินตนาการถึงเธอตอนอยู่ในห้องน้ำเป็นประจำ ก็ใครมันจะคิดว่า ครั้งนี้จะตื่นมาแล้วเจอกับ ‘ฝันเป็นจริง’ เข้าจังๆ เล่า!

“คิดว่าอะไร? นายจะงงทำไม ในเมื่อนายเป็นคนพาฉันมาที่นี่เอง แล้วนายก็...ช่างมันเถอะ”

พีรดาเสยผมมองหน้าปริญอย่างไม่เข้าใจ ราวกับว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรทั้งที่จริงเธอหัวใจจะวายในเหตุการณ์เมื่อคืน

”นายมันหื่นจัด จนฉันกลัวจะท้องแล้ว”

“พระเจ้า!โอเค ไม่ว่าจะยังไง แต่ที่แน่ๆ ฉันต้องขอโทษเธอก่อน คือฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้” ปริญพูดด้วยสีหน้าจริงจัง เขาวางเธอไว้ในฐานะเพื่อนมาตลอด และก็ไม่เคยคิดเอาตัวเองเข้าไปแทรกกลางระหว่างความสัมพันธ์ของพีรดากับ ‘ภาคภูมิ’ พี่ชายที่ตนเองเคารพ ซึ่งทั้งคู่ได้คบหากันเป็นแฟนตั้งแต่สมัยที่ยังเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกันจนถึงเวลานี้

“อื้ม ฉันรู้ ก็นายเหงา นายอกหักแล้วก็มีอารมณ์อยากกินตับ โอเค เก็ต”

พีรดายักไหล่ พร้อมกับส่งยิ้มให้อย่างร่าเริง นั่นยิ่งทำให้ปริญงงเข้าไปใหญ่ว่าทำไมเธอถึงได้ใจเย็นและทำเหมือนว่ามันเป็นเรื่องปกติเช่นนี้

“ทำไม? เธอไม่รู้สึกอะไรบ้างเหรอ เสียใจ ด่าฉันก็ได้ เราเป็นเพื่อนกันนะพาย และฉัน…ฉันทำไม่ดีกับเธอ” เขารู้สึกผิดเอามากจนกลัวว่าจะสูญเสียพีรดาในฐานะเพื่อนไป

“ฉันต้องรู้สึกอะไร นายจะไปคิดอะไรมาก นี่มันสมัยไหนแล้ว ฉันรู้ว่านายไม่ตั้งใจ เมื่อคืน ฉันเพิ่งขึ้นมาจากภูเก็ต แล้วก็เหงาๆ เซ็งๆ เลยออกไปหาอะไรดื่ม ใครจะไปคิดว่า ดันเจอนายนั่งดื่มเหล้าเมาเสียทรงแบดบอย นี่ละมั้งที่มาของเพลงทรงอย่างแบดแซดอย่างบ่อย บาร์เทนเดอร์บอกฉันว่านายน่าจะอกหักมา นี่โชคดีนะที่ฉันเจอนายก่อน ไม่อย่างนั้น นายอาจจะถูกสาวๆ พาไปรุมทำไม่ดีไม่ร้ายเอานะ ยิ่งหล่อๆ รวยๆ อยู่ด้วย” ประโยคสุดท้าย พีรดาพูดไปขำไป เธอแค่อยากจะพูดแซวเพื่อให้เขารู้สึกดีมากขึ้นเท่านั้น

“แล้วระหว่างฉันกับเธอ มันมาถึงขั้นนี้ได้ยังไง” ปริญยกมือขึ้นกุมศีรษะ ก่อนก้มหน้าแล้วยีผมตัวเองด้วยความเคร่งเครียด เขาโกรธตัวเองที่ปล่อยให้แอลกอฮอล์ครอบงำเสียจนทำเรื่องไม่ดีจนได้

“เอ้า ก็บอกแล้วไงว่าฉันเจอนาย ทีนี้ยังดีที่นายจำได้ว่า คอนโดฯ ตัวเองอยู่ไหน แล้วก็เปิดห้องให้ฉันเข้ามาได้ พอเข้ามา จู่ๆ นายก็จับฉันนอนลง จับกด บด ขยี้ กอดจูบลูบคลำจนมันถลำไปถึงจุดนั้น นี่ต้องให้เล่าถึงฉากไหนคะคุณปริญ….นี่นายจำอะไรไม่ได้ขนาดนั้นเลยเหรอ”

พีรดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงประชดและแทบไม่อยากจะเชื่อว่าปริญจำอะไรไม่ได้จริงๆ เพราะเมื่อคืนนี้ เขาทำราวกับว่ามีสติสัมปชัญญะครบทุกอย่าง

“ฉันจำได้ แต่ฉันแค่ไม่คิดว่ามันคือเรื่องจริง”

ปริญพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเบาแผ่ว ตอนนี้ทางที่ดีสุดคือต้องหาทางแก้ไขเรื่องที่เกิดขึ้นให้ได้ เพราะได้ทำผิดและล่วงเกินพีรดาไปแล้ว เขาก็ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป