บทที่ 9 9

เมื่อคืนนี้ พีรดาเพิ่งขึ้นมาถึงกรุงเทพฯ เนื่องจากว่าต้องมาคุยกับนักธุรกิจที่สนใจว่าจะเป็นหุ้นส่วนธุรกิจโรงแรมของครอบครัว แต่แล้วความเหงา ความเศร้าก็ถาโถมเข้ามาใส่หัวใจดวงน้อยทำให้เธอตัดสินใจออกไประบายความหดหู่ในใจตามสถานบันเทิง โดยใช้แอลกอฮอล์กล่อมสติให้เมามัวจะได้ลืมเรื่องเก่าๆ แม้จะแค่ชั่วคราวก็ยังดี

 แต่ดูเหมือนโลกใบนี้จะกลมเป็นลูกฟุตบอล ต่างกันก็แค่มันหนักเกินกว่าจะเตะออกไปไกลๆ จึงพาให้พบเจอกับผู้ชายที่เป็นต้นเหตุของความเศร้าทั้งหมดกำลังนั่งดื่มอยู่ในร้านเดียวกัน เธอพยายามมองข้ามเขาไป แต่สภาพของอีกฝ่ายนั้นแทบดูแลตัวเองไม่ได้ จนไม่สามารถปล่อยเฉยผ่าน จำต้องเข้าไปช่วยเหลือ

“ไม่ต้อง! ไม่ต้องทำเครื่องดื่มให้เขาแล้ว!” 

พีรดาพูดกับบาร์เทนเดอร์ที่กำลังจะชงเครื่องดื่มให้ปริญอีกแก้ว ก่อนที่จะนั่งลงข้างๆ ชายหนุ่มซึ่งแทบจะไม่มีสติหลงเหลือกับตัว เขาหันมองมาที่เธอด้วยดวงตาหรี่ปรือพร้อมรอยยิ้มเหมือนเย้ยหยันอะไร หรือใครสักคนอยู่

“ปริญ เป็นบ้าอะไรทำไมเมาขนาดนี้” 

หญิงสาวเขย่าตัวคนเมามายอย่างแรงเพื่อเรียกสติ ตั้งแต่รู้จักกันมา เธอไม่เคยเห็นปริญเมาขนาดนี้ หรืออาจเป็นเพราะไม่ได้เจอกันนาน เขาก็อาจจะเปลี่ยนไปแล้วก็เป็นได้

“อือ…เธอนี่ตามมาหลอนฉันเรื่อยเลยนะ” ปริญพูดด้วยน้ำเสียงอู้อี้และเนิบช้าในลำคอ แต่ก็พอให้จับความได้ แล้วหันกลับไปทางเดิม

“หลอนอะไรของนายเนี่ย พอได้แล้ว!” 

พีรดาเอ็ดเสียงแข็งเมื่อเห็นว่าปริญพยายามจะยกแล้วแก้วเหล้าที่ตอนนี้ไม่มีหลงเหลือแม้แต่หยดเดียวขึ้นดื่ม บ่งบอกให้รู้ว่าเขาตอนนี้ไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะใดๆ เธอเอื้อมไปคว้าแก้วเครื่องดื่มจากมือเขาอย่างรวดเร็ว แล้ววางมันลงบนเคาน์เตอร์ด้านหลังตนเอง

“น้อง รู้ไหมทำไมเขาดื่มหนักขนาดนี้” พลางหันไปเอ่ยถามกับบาร์เทนเดอร์หนุ่ม เพราะบางที คนที่มานั่งดื่มคนเดียวเช่นนี้ก็มักจะระบายความในใจให้ใครสักคนฟัง

“ผมก็ไม่แน่ใจนะครับ เห็นว่าพูดแต่ว่า เมื่อไหร่จะลืมใครสักคนนี่แหละครับ คิดว่าพี่เขาน่าจะอกหักเพราะมีผู้หญิงสวยๆ มาขอนั่งด้วยก็ไม่สนใจใครเลย” บาร์เทนเดอร์หนุ่มพูดในสิ่งที่รับรู้แล้วคาดคะเนไปแบบนั้น และนั่นก็ทำให้พีรดาถึงบางอ้อทันที

“อกหักงั้นเหรอ? แค่อกหักถึงกับต้องปล่อยให้ตัวเองเมาขนาดนี้เลยหรือไง ปริญ” พีรดาเขย่าแขนคนตัวสูงอีกครั้ง แต่เขากลับหันมามองหน้าเธอด้วยความงุนงง

“พาย…ไม่ใช่หรอก เธอไม่มีทางมาอยู่ตรงนี้” 

ปริญพูดพร้อมกับเอามือมาจับใบหน้าของพีรดาอย่างถือวิสาสะ ทำเอาหญิงสาวสะดุ้งตกใจไม่น้อย รีบคว้ามือใหญ่ไว้แน่นก่อนที่มันจะป่ายแปะต่ำลงไปจับส่วนอื่น 

แม้จะรู้ว่า ‘เพื่อนรัก’ ไม่ได้มีนิสัย ‘ปากว่า มือถึง’ และเป็นสุภาพบุรุษมากแต่ไหน จากตอนสมัยเรียนด้วยกันก็แทบจะไม่เคยสัมผัสตัวเธอหากไม่จำเป็นจริงๆ แต่ปัจจุบันจะเอาอะไรมารับประกันว่านิสัยของปริญไม่ได้เปลี่ยนจากเดิม หรือเพิ่มเติมคำว่า ‘สุดหื่น’ ต่อท้ายตวามเป็นสุภาพบุรุษในวันวานเข้าไป 

หญิงสาวเม้มปากแน่นขึ้น จ้องคนร่างสูงตรงหน้าอย่างประเมิน ปริญคนนี้ราวกับไม่ใช่ ‘เพื่อนรัก’ ซึ่งแสนดีคนเดิมของเธออีกต่อไป ดูจากเมื่อกี้ที่จู่ๆ ก็เอามือมาจับหน้าเธอ แถมตอนนี้ เขายังเมามากเสียด้วย! 

“ก็ฉัน พาย ตัวจริงเสียงจริงไง จะใครล่ะ มีสติหน่อยสิ เดี๋ยวฉันจะพานายกลับ โอเคไหม” 

พีรดาถามปริญที่ตอนนี้ส่งสายตาหยาดเยิ้มมาให้แบบที่เธอไม่เคยได้เห็น และมันช่างร้อนแรงจนหญิงสาวต้องหลบมันก่อนจะหันไปพูดกับบาร์เทนเดอร์แทน

“ผู้ชายคนนี้เป็นเพื่อนพี่เอง ช่วยประคองเขาไปที่รถที เดี๋ยวพี่จะไปส่งเขา” หันไปบอกบาร์เทนเดอร์ ในขณะที่หนุ่มรุ่นน้องมองกลับมาอย่างพิจารณาราวกับไม่ไว้วางใจ

“เอ่อ ผมจะมั่นใจได้ไงครับว่าพี่รู้จักกับผู้ชายคนนี้จริงๆ ต้องขอโทษด้วยนะครับ เพราะว่าผู้หญิงในร้านหลายคนต้องการจะหิ้วพี่เขากลับบ้าน เลยต้องถามเพื่อความปลอดภัยของลูกค้าวีไอพี” 

บาร์เทนเดอร์หนุ่มใช้คำพูดสุภาพนุ่มนวลอย่างผู้ใส่ใจในการให้บริการ พีรดายังนึกชื่นชมมาตรการดูแลความปลอดภัยของลูกค้าของที่นี่ รวมถึงการอบรมพนักงานที่ดีเยี่ยมด้วย แต่ตอนนี้ หญิงสาวก็ต้องลำบากในการหาหลักฐานมายืนยันความเป็นเพื่อนของเธอกับปริญ

“เฮ้อ! ฮอตขนาดนั้นเลยเหรอผู้ชายคนนี้เนี่ย” 

พีรดากลอกตามองบน ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือตนเองออกมาเปิดรูปคู่กับปริญที่ถ่ายด้วยกันตั้งแต่สมัยเรียน แม้จะไม่ได้ติดต่อกันแล้ว แต่เธอก็ไม่เคยคิดจะลบรูปพวกนี้ออกจากมือถือ

“นี่เป็นรูปสมัยเรียนของฉันกับเขา หลักฐานแค่นี้พอไหม” เอ่ยถามออกไปอย่างรอฟังคำตอบ เพราะหากบาร์เทนเดอร์ต้องการหลักฐานมากกว่านี้ เธอคงไม่มีให้

“เอ่อ แค่นี้ก็พอครับ มาครับ เดี๋ยวผมช่วยประคองพี่เขาไปที่รถ” 

บาร์เทนเดอร์หนุ่มยอมออกมาช่วยแต่โดยดีหลังเห็นหลักฐาน ก่อนจะช่วยกันประคองร่างสูงใหญ่ของปริญมาที่รถอย่างทุลักทุเล เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย เขาก็ขอตัวไปทำงานต่อ

“เฮ้อ! อยากจะบ้าตาย มีสติหน่อยได้ไหม ปริญ” พีรดาพูดขึ้นเมื่อนั่งอยู่ฝั่งคนขับ ในขณะที่ปริญนอนหลับตาพริ้มอยู่ที่เบาะด้านข้าง

“เดี๋ยวฉันจะพานายกลับคอนโดฯ นาย หวังว่าพอถึงแล้ว นายจะเปิดห้องให้ฉันได้นะ” 

รำพึงกับตัวเองเท่านั้น พีรดาก็เคลื่อนรถออกไปจากลานจอด มุ่งหน้าไปที่คอนโดฯ ของปริญ สมัยที่ยังสนิทกัน เธอเคยเข้าไปนั่งเล่นในคอนโดฯ ของเขา และก็ยังจำเส้นทางไปที่นั่นได้อย่างแม่นยำ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป