บทที่ 4 ตอนที่ 4 คนนี้เหรอเมียมึง

ตอนที่ 4 คนนี้เหรอเมียมึง

พิเพลงนั่งเขี่ยหน้าจอโทรศัพท์เรื่อยเปื่อยเนื่องจากรู้สึกเกร็ง เกร็งตั้งแต่ได้ยินวิวบอกว่ามาธรีพี เลือกช่างขุน เป็นไปได้เธออยากรั้งอยากห้ามแต่ก็ไม่ทัน เพราะวิวจ่ายเงินไปแล้ว รู้อีกทีก็ตอนมาเจอหน้าเขา 

สภาพเฮียขุนวันนี้แย่กว่าเมื่อวาน เหมือนคนอดหลับอดนอน หวังว่าคงจะไม่อดหลับอดนอนตั้งแต่วันนั้นที่เธอบอกเลิกหรอกใช่ไหม? 

วิวที่เลือกช่างขุนตอนนี้มีช่างปลื้มประกบ สักให้แทน เป็นรอยสักมินิมอลในร่มผ้าแต่หลายจุด พอลองคุย ๆ ช่างขุนไม่ถนัดเลยเป็นช่างปลื้มแทน 

"เพลง ดูชุดนี้สวยไหม ซื้อใส่ด้วยกันดีไหม" แอร์ยิ้มถาม อิงซบไหล่เพลงอ้อน ๆ เชยปลายคางเพลงให้หันมาสบตา จนคนถูกถามยิ้มพยักหน้า 

"ผู้ชายคนเมื่อวานขอไอดีเพลงด้วยนะ แต่แอร์ไม่ได้ให้ โกรธหรือเปล่า" แอร์ถามซ้ำ 

"ไม่โกรธ เพลงไม่ได้ชอบเขา" 

"เหรอ แน่ใจนะ" 

"แน่ใจ" 

"ดีใจจัง" แอร์บอกดีใจแล้ววางโทรศัพท์มาโอบกอดเพลงแน่น โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาใครอีกคนจ้องอยู่ไม่ห่าง แทบไม่วางตา และกำลังพิจารณาท่าทีของคนสองคนเงียบ ๆ 

จากสายเป็นบ่ายคล้อย สามสาวต้องสั่งอาหารมากินที่ร้านแทนเพราะเพื่อนยังสักไม่เสร็จ แม้จะเป็นรอยสักเล็ก ๆ แต่ก็ต้องแปะยาชาเพราะทนความเจ็บไม่ไหว 

เวลาล่วงเลยจนภูมิที่ออกไปข้างนอกกับเมียรักกลับเข้ามาหน้าตายิ้มแย้ม ต่างจากไอ้ขุนที่นั่งนิ่ง ไอ้บูมสักลูกค้าคนอื่น ปลื้มก็ด้วย จนต้องถาม..

"ไหนลูกค้ามึง?"

"ไอ้ปลื้มสัก"

"?"

"มินิมอล ไม่ถนัด" 

"ถ้าไม่มีงานก็ขึ้นไปนอน นั่งทำไม"

"อยากนั่ง" ตอบท่าทางสบาย ไม่จิกไม่กัด จนคนฟังขมวดคิ้ว ขุนมองตามหลังภูมิจนลับสายตา มั่นใจว่ามันคงกล่อมเมียนอนก่อนกว่าจะลงมา 

แต่ก็ดี จะได้ไม่มีใครสงสัยไล่ต้อนถามไถ่เขา ลำพังไอ้ปลื้มก็หัวหมุนกับรอยสักจิ๋ว ๆ ไอ้บูมก็หน้าดำคร่ำเครียด ดีจะตาย 

18.00 นาฬิกา 

ขุนหรี่ตามองตามเสียงฝีเท้าที่ดังเป็นระยะ หลับตาเฝ้าพระอินทร์ยังเดาได้ว่าเสียงตีนใคร 

"กูลงมารอรับอาหารเซย์ มึงยังไม่นอนอีกเหรอ" ภูมิถามขุน หันไปพยักหน้าให้สองสาวที่คงมานั่งรอเพื่อนอย่างเป็นมิตร โดยไม่ได้สนใจใครหนึ่งในนั้นเลย 

จากไม่สนใจ เริ่มสนใจ เมื่อนั่งโซฟาตัวเดียวกับเพื่อนรัก มองไปทิศทางที่มันมอง ไม่ผิดแน่ 'มันมองผู้หญิงผมดำ!' เขาเลยหยั่งเชิง 

"รอเพื่อนสักนานเลย กินอะไรกันหรือยังครับ" ภูมิถามสองสาว 

"ถามเราเหรอคะ" แอร์สาวผมสีน้ำตาลชี้ที่ตัวเองและพิเพลง ก่อนจะหันมองเสียงหัวเราะของช่างสักชื่อขุน ที่เอาแต่นั่งมองเพลงมาหลายชั่วโมงแล้ว

"ครับ" 

"อ๋อ เรียบร้อยค่ะ เมื่อสี่โมงเย็นเอง" 

"เบื่อไหม สักด้วยก็ได้นะ ช่างขุนมือเบา" ภูมิกระตุกยิ้มถาม จนเผลอสบตากับหญิงสาวผมดำ นัยน์ตาเธอวูบไหวเหมือนกำลังหวาดกลัวคงไม่แคล้วกลัวไอ้คนข้างเขาแน่นอน เล่นนั่งจ้องขนาดนี้ ถ้าปวดขี้ ขี้หดตดหายหมดพอดี 

"สักไหม? ชั้นสองมีเตียงสักว่าง" ขุนเลียริมฝีปากพูดหลังจากเพื่อนรักเสนอแนะ

"เตียงข้างล่างก็มี ทำไมต้องชั้นบนเหรอคะ" แอร์ถาม 

"เผื่ออึดอัด ข้างบนอากาศถ่ายเท" 

"อือ..ร้านใหญ่มากค่ะ" แอร์ระบายยิ้มกว้างอย่างไม่ได้ใส่ใจให้ช่างสักทั้งสอง ก่อนจะก้มหน้าพิมพ์ตอบข้อความยิก ๆ เลยไม่ได้ตั้งใจฟังบทสนทนา 

"คนก็ใหญ่ ลองถามดู" ขุนขยิบตาใส่เพลง แต่เพลงกลับถลึงตาใส่ ทำบุคคลที่สามที่นั่งมองดูเหตุการณ์อยู่ค่อนข้างมั่นใจ แต่ก็ยังไม่พูดอะไร 

"ไง" 

"..." พิเพลงกลอกตาไปมา เมินต่อเสียงที่เฮียขุนพยายามเรียกให้หันไปสนใจ จนเมื่อแอร์ขอออกไปคุยโทรศัพท์ เธอเลยกอดอกมองเฮียขุน หน้าบึ้ง ๆ 

ภูมิเห็นท่าทางเอาเรื่องเลยเนียนลุกไปนั่งที่เคาน์เตอร์แทน ระหว่างนั่งก็สังเกตพลาง คิดไว้ว่าจะโยนระเบิดเป็นพัก ๆ เอาให้ใครบางคนนั่งไม่ติดเล่น ๆ 

"บอกเลิกทำไม" ขุนถามหน้านิ่ง ยกขาขึ้นพาดโต๊ะกระจกท่าทางสบาย ๆ ต่างจากเพลงที่ถลึงตาใส่จนแทบหลุดจากเบ้า 

"เลิกกันแล้วก็เลิกกันเลยเถอะ" 

"ขอเหตุผล"

"เราเข้ากันไม่ได้หรอก เหมือนขั้วบวกขั้วลบ"

"เข้าไปตั้งหลายที ยังบอกเข้าไม่ได้" 

"เพลงไม่พร้อมมีแฟน นิสัยแย่เองค่ะ"

"มาขอคบเพื่อหลอกฟันใช่ไหม?"

"เปล่านะ" ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย 

"แล้วทำไมไม่คบต่อ ไม่ชอบอะไรก็บอก จะปรับให้" 

"เฮียขุนดีเกินไปอะ" 

"ดีแค่กับเพลงไง เพลงคนเดียว" 

"ก็ดีเกินไป เพลงเกร็ง" 

"เกร็งอะไรบอกมาดิ จะแก้ไข" 

"ไม่เอา เรากลับมาเป็นพี่น้องข้างห้องกันเหมือนเดิมเถอะ" 

"มันได้เหรอ" กูทำไม่ได้แน่! 

"ได้สิ คิดซะว่าพลาด" 

"โห พลาดหลายท่าเลยงั้นอะ" 

"อย่าทะลึ่ง" เพลงส่ายหน้า ยกมือกากบาทปฏิเสธ 

"ชอบจริง ๆ ไม่เล่น ไม่อยากเลิกด้วยเพลง" 

"แค่ชอบเอง เดี๋ยวก็เลิกชอบ"

"หลายปีแล้วนะ ถ้าจะเลิกชอบก็เลิกนานแล้ว" 

"ลองหาแฟนสักคน" พิเพลงเสนอทางออก อาจจะดีต่อเขาและเธอ แต่คำตอบของเขานั้น..

"ก็มีแล้ว โดนทิ้งอยู่นี่ไง" ขุนตอบแล้วนวดคลึงขมับ ไม่รู้ทำไมกับคนนี้เขาใจเย็นได้มากขนาดนี้ ทั้งที่ใจร้อนรุ่มอยากจะกระชากลากขึ้นห้องไปกดกระแทกซะให้จบ แต่พอเห็นหน้าสวย ๆ น่ารักจิ้มลิ้มแบบนี้กลับอยากคุยดี ๆ อยากคุยให้เข้าใจกันมากกว่า อาจเป็นเพราะอยากถนอมมั้ง ก็ชอบ..ชอบเธอมาก 

ขณะกำลังนั่งคุยกันเรียบ ๆ เรื่อย ๆ เสียงตัวเสือกก็ดังขึ้น 

"ไอ้ขุน มึงไม่นอนมากี่วันแล้ว"

"สี่" ชูสี่นิ้วให้ดูต่างหน้า สบตาคนบอกเลิกกันตาไม่กะพริบ 

"ขึ้นไปนอนบ้างไป ทำตัวเหมือนคนอกหักตรอมใจไปได้" 

"ก็อกหัก" ตอบไม่สะทกสะท้าน ไม่ละสายตาจากเพลง 

"มึงอย่ามาอำ"

"..." ขุนเพียงแค่ยิ้มจาง ๆ

จนปลื้มที่นั่งสักฟังบทสนทนาเงียบ ๆ ปิดเครื่องสักหันมาถามขุน

"มึงแอบไปมีเมียตอนไหน ทำไมพวกกูไม่รู้"

"พวกมึงไม่ได้ถาม" 

"ตกลงมึงมีเมียใช่ไหม? กกเงียบเหรอวะ" ปลื้มคะยั้นคะยอถาม อุตส่าห์ลุกจากเก้าอี้เดินมามองเพื่อน แต่ก็ต้องแปลกใจที่มันเอาแต่มองน้องผมดำ ไม่หันมาสนใจเขาเลย ดูจากที่มันเงียบไม่ตอบ หน้าเศร้า ๆ ไม่ร่าเริงเหมือนเดิมเลยลองพูด..

"อย่าทำหน้าเหมือนโดนเมียทิ้งได้เปล่าวะ" 

"ก็ถูกทิ้งจริง" ขุนสบตาพิเพลง ตอบคำถามปลื้ม ดูเหมือนเพื่อนจะเป็นงาน ยิงคำถามกันรัว ๆ ขนาดไอ้ภูมิที่เงียบปากแล้วยังอุตส่าห์ถามขึ้นอีก..

"มึงมีเมียเหรอไอ้ขุน?" 

"อ่า มี" นั่งอยู่ตรงนี้แหละ ตรงหน้าพวกมึงทุกตัวเลย 

"ไหนเมียมึง?" ประโยคนี้บูมปิดเครื่องสักแล้วหันมาถามขุน แต่กลับไม่ได้คำตอบ เพราะไอ้คนที่ควรจะตอบเอาแต่จ้องหน้าน้องผมดำตาไม่กะพริบ 

"ที่มึงนอนไม่หลับสี่วันติด ตาลอย ๆ เพราะเมียทิ้ง?" ปลื้มตบบ่าถามขุน จนมันหันมาสบตา ยักคิ้วใส่ แค่นี้ก็ชัดเจนแล้วว่าผู้หญิงผมดำที่มันบอกจองนี่แหละ คนของมัน! 

"ถามจริง?" บูมถามย้ำ แทบไม่เชื่อสายตา ไม่อยากจะเชื่อว่าไอ้ขุนยักคิ้ว แต่เมื่อนึกถึงช่วงสายที่คุยกัน แข้งขาเขาก็อ่อนแรงดื้อ ๆ มิน่ามันบอกงัดหน้าไหม ไม่งัดก็บ้า นั่นเด็กมัน 

ทุกคำถาม ทุกประโยคทำพิเพลงนั่งเกร็ง หันไปทางไหนก็ยากลำบาก แอร์ขอออกไปคุยโทรศัพท์ วิวก็คงเจ็บจนหลับคาเตียง เหลือก็แต่เธอ..ตัวคนเดียว

"คนนี้เหรอเมียมึง ที่ทิ้งมึง" ภูมิเดินมาหยุดยืนข้างปลื้มปรายตามองน้องผมดำคนสวยด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์สลับสบตาไอ้ปลื้ม กลั้นหัวเราะมองสภาพหงอย ๆ ของไอ้ขุน 

"ที่หายไปช่วงก่อน กกคนนี้?" 

"คนนี้แหละ มีคนเดียว" มองแฟนเก่า แฟนคืนเดียวของตัวเองตาไม่กะพริบ ต่างจากพิเพลงที่นั่งก้มหน้าบีบมือแน่น 

"น้องชื่ออะไรครับ?" ปลื้มเดินไปนั่งด้านข้าง สะกิดแขนถามน้องผมดำจนเมื่อได้คำตอบ เขาก็รีบหันไปส่งสายตาให้ไอ้ภูมิ ก่อนจะเอ่ย..

"โอ๋ ๆ น้องเพลงทิ้งไม่ต้องร้องนะ เดี๋ยวพวกกูร้องเพลงให้ฟัง" ไม่แค่พูด แต่ทำมือโอ๋เอ๋ด้วย จนมันหันมามองค้อน น่าแปลกที่ไม่มีถ้อยคำหยาบคายหลุดจากปากมันเลย ผิดจากขุนปกติมาก หรือกับคนนี้มันสุภาพเรียบร้อย ทะนุถนอม? 

พิเพลงที่หวาดกลัวค่อย ๆ ขยับยกสะโพกย้ายไปนั่งข้างเฮียขุน อย่างน้อยเฮียขุนก็ไม่ใจร้ายกับเธอแน่นอน แต่กับคนอื่นเธอไม่รู้ ถึงแม้เฮียขุนจะดูร้าย ๆ หยาบ ๆ แต่เธอเชื่อเขาหวังดี พอขยับเข้าใกล้ปุ๊บ แขนแกร่งก็ตวัดมาโอบรอบเอวปั๊บ ทำอาการเกร็ง หวาดกลัวผู้ชายแปลกหน้าทุเลาลง

"แม่ง..เอาเรื่องว่ะไอ้ขุน" บูมตบหน้าขา ยกนิ้วโป้งให้สองนิ้ว ร้ายฉิบหาย! 

"ไหนว่าเลิกกันแล้วไงครับน้องเพลง?" ปลื้มถามแฟนเก่าเพื่อน 

"เราเลิกกันด้วยดีค่ะ ยังมีความหวังดีให้กันเสมอ" พิเพลงตอบไม่หลบสายตา อาจเป็นเพราะรู้สึกปลอดภัยที่มีมือเฮียขุนโอบประคองอยู่ไม่ห่าง 

"น้องหวังดี แต่ระวังเพื่อนพี่หวังฟันนะครับ" ปลื้มยิ้มเตือน ก่อนจะหน้าเหวอ..

"อันนี้มึงบอกน้องดีกว่า เพราะผู้ถูกกระทำคือกู" ขุนตอบเสียงเรียบหน้าเศร้า ๆ ทั้งที่ในใจแอบดีใจที่เธอกล้าขยับมาหากันแบบนี้ ถือเป็นการเปิดตัวเลยแล้วกัน จะได้ไม่ต้องพูดมากให้เปลืองน้ำลาย 

"แต่ไม่ต้องห่วง กูเอาคืนแน่ จะเอาให้หนักเลย" โทนเสียงที่ดูไม่มีพิษภัยนี้ พูดเสียงดังฟังชัดต่อหน้าพิเพลงจนม่านตาเธอเริ่มขยายราวกับไม่เชื่อว่าจะได้ยิน 

"เธอทิ้งเฮีย ระวังตกหลุมรักเฮีย แล้วเฮียทิ้งเธอคืน ระวังไว้ ระวัง ๆ" ขุนพูดให้รู้ตัว ยืนขึ้นเต็มความสูง วางมือบนศีรษะ แตะ ๆ ลูบ ๆ อย่างที่ชอบทำ ในตอนที่บอกให้ระวังตัว ก่อนจะเดินไปทางบันได หนีขึ้นห้องไปนอนพักเอาแรง หลังจากที่อดทนกัดฟันฝืนมาหลายวัน 

พิเพลงจะมีปัญหาหรือไม่มี จะโกรธหรือกลัว มันเรื่องของเธอ แต่ในเมื่อดีกับเธอคนเดียวแล้วไม่รักไม่ชอบ เขาจะเป็นตัวของตัวเอง จะด่าจะว่าจะทำกับเธอเหมือนที่ทำกับคนอื่น อยากรู้นัก จะรักขุนคนไหน 'ขุนคนดีหรือขุนคนเหี้ย?' 

"สงสัยจะชอบเหี้ย ๆ ก็ได้นะ ถนัดเลย"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป