บทที่ 7 Onenight สักครั้งก็ดีเหมือนกันนะ
เกือบสัปดาห์ที่งานของพราวรวีไม่คืบหน้าเลยสักนิด งานแปลที่รับมาก่อนหน้านั้นเสร็จเรียบร้อยและส่งให้ผู้ว่าจ้างจนได้เงินมานอนอยู่ในกระเป๋า แต่งานส่วนตัวที่ต้องแก้ไขและส่งสำนักพิมพ์ยังไม่ได้เริ่มลงมือเลย สมองของเธอกับว่ามันถูกปิดสวิตซ์ไปแล้ว
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา พราวรวีพยายามอ่านนิยายของนักเขียนท่านอื่นจนตาแฉะ หวังเพียงว่าจะมีไอเดียหรือแนวทางแปลกใหม่เพื่อมาปรับใช้กับงานของตัวเอง แต่สุดท้ายมันก็กลายเป็นเรื่องไร้ประโยชน์ เพราะนักเขียนแต่ละคนต่างก็มีสไตล์ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่สามารถลอกเลียนแบบกันได้ ยิ่งอ่านก็ยิ่งกดดันตัวเองจนเครียด ขืนสถานการณ์ยังคงเป็นแบบนี้ต่อไป งานเขียนที่เธอตั้งใจคงไม่ได้ตีพิมพ์ตามกำหนดการแน่ๆ
เมื่อคิดอะไรไม่ออก พราวรวีจึงถอนหายใจยาว ก่อนจะตัดสินใจเปิดหน้าเพจเฟซบุ๊กแฟนเพจนักเขียนของตัวเองขึ้นมาเพื่อหาที่พึ่งสุดท้าย นิ้วเรียวกดลงแป้นพิมพ์ โพสต์ข้อความระบายความในใจออกไป
สมองตันแล้วใครมีไอเดียดีๆ มาเสนอได้นะคะ
หลังจากกดโพสต์ไปได้ไม่นาน เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นรัวๆ บรรดาแฟนคลับและนักอ่านที่น่ารักต่างพากันเข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจกันอย่างล้นหลามราวกับนัดหมาย
‘สู้นะคะคุณไรท์’
‘ส่งกำลังใจให้นะคะ’
‘ไรท์คะ หาแฟนสักคนสิคะเผื่อจะได้ไอเดีย’
‘ไรท์อย่ามีแฟนนะคะ มีแล้วปวดหัว แค่ Onenight ก็พอค่ะ’
‘แนะนำ FWB ค่ะ’
‘เปลี่ยนบรรยากาศค่ะไรท์ ออกนั่งชิลๆ เดี๋ยวผู้ก็มาเองค่ะ’
‘อย่าให้รอนานนะคะ หยอดกระปุกรอแล้วจ้า’
พราวรวีอ่านแล้วก็ยิ้มตาม แม้ตอนนี้ตัวเองจะโดดเดี่ยวแต่ก็ยังมีบรรดานักอ่านทั้งหลายคอยให้กำลังใจ ในเมื่อยังมีคนรอคอยงานเขียนของเธอ
พราวรวีไล่สายตาอ่านข้อความเหล่านั้นแล้วก็อดที่จะอมยิ้มตามไม่ได้ แม้ว่าในชีวิตจริงตอนนี้เธอจะโดดเดี่ยว แต่อย่างน้อยโลกออนไลน์แห่งนี้ก็ยังมีบรรดานักอ่านทั้งหลายที่คอยอยู่เคียงข้างและส่งพลังบวกให้เธอเสมอ ในเมื่อยังมีคนตั้งหน้าตั้งตารอคอยผลงานเขียนของเธออยู่แบบนี้เธอจะยอมแพ้ง่ายๆ ได้อย่างไร
“คงต้องทำอะไรสักอย่างแล้วล่ะ ยายพราว” หญิงสาวพูดให้กำลังใจตัวเอง
ตอนนี้พราวรวีกำลังคิดถึง One Night Stand ( ความสัมพันธ์แบบข้ามคืน ) หรือ FWB (ความสัมพันธ์แบบเพื่อนร่วมหลับนอนกับเพื่อน เป็นความสัมพันธ์แบบเพื่อนที่สามารถมีเพศสัมพันธ์กันได้โดยไม่ผูกมัด ) แต่ ความสัมพันธ์ทั้งสองแบบนี้มันช่างดูห่างไกลและค่อนข้างอันตรายเหลือเกินสำหรับผู้หญิงไร้ประสบการณ์เรื่องบนเตียงอย่างเธอ
“หรือจะไปบาร์โฮสต์ดีนะ”
หญิงสาวกำลังสับสนและเธอก็ไม่กล้าไปปรึกษาเรื่องนี้กับใคร เพราะมันดูไม่ดีเท่าไหร่สำหรับสาวโสดอย่างเธอ แต่เพราะอยากทำงานออกมาให้ดีที่สุดพราวรวีก็เลยต้องลงมือทำอะไรสักอย่าง
ท้ายที่สุดหญิงสาวก็ตัดสินใจเลือกวิธีที่ซอฟต์ที่สุด นั่นคือการออกไปนั่งชิลข้างนอก เผื่อว่าบรรยากาศแปลกใหม่จะทำให้สมองปลอดโปร่งขึ้นมาบ้าง
เมื่อตัดสินใจได้แล้วพราวรวีก็ขับรถมายังโรงแรมหรูย่านชานเมือง เลือกโรงแรมที่ผู้เข้าพักส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติเพราะกลัวว่าจะเจอคนรู้จัก
เมื่อตัดสินได้แล้ว พราวรวีก็ขับรถตรงไปยังโรงแรมหรูแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ย่านชานเมือง เธอจงใจเลือกโรงแรมที่ห่างไกลและมีผู้เข้าพักส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ เพราะในใจลึกๆ ยังคงหวาดระแวงและกลัวว่าจะบังเอิญไปเจอคนรู้จักเข้า ซึ่งอาจจะทำให้เรื่องราวลุกลามใหญ่โต
เธอเช็กอินที่เคาน์เตอร์ในเวลาหนึ่งทุ่มตรง จากนั้นก็ขึ้นไปยังห้องพักเพื่ออาบน้ำและแต่งตัวใหม่ให้ดูดี ก่อนจะก้าวขาลงมายังผับกึ่งบาร์หรูหราซึ่งตั้งอยู่บริเวณชั้นใต้ดินของโรงแรม
หญิงสาวเลือกนั่งตรงเคาน์เตอร์บาร์ริมสุดเพราะมันเป็นมุมที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว และเธอไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาหรือเป็นจุดสนใจของคนอื่นจนเกินไป
“รับเครื่องดื่มอะไรดีครับ” บาร์เทนเดอร์หนุ่มหน้าตาดีถามพร้อมรอยยิ้มเป็นมิตร
“แนะนำหน่อยสิคะ”
“ขอบแบบไหนครับ”
“ขอแบบเบาๆ ก่อนแล้วกันค่ะ”
“รอสักครู่นะครับ”
บาร์เทนเดอร์หนุ่มหันไปหยิบขวดเหล้าและส่วนผสมต่างๆ เทลงในกระบอกเชกเกอร์อย่างคล่องแคล่วและเสียงน้ำแข็งกระทบกันช่วยดึงความสนใจของเธอได้เป็นอย่างดี รอเพียงไม่นาน เครื่องดื่มสีสดยก็ถูกเลื่อนมาเสิร์ฟตรงหน้า
“เหล้ารัมผสมกับผลไม้ครับ ไม่แรงมากหวังว่าคุณผู้หญิงคงชอบนะครับ”
หญิงสาวรับมาดื่มแล้วรู้สึกถึงความสดชื่นอย่างที่บาร์เทนเดอร์บอก เธอจิบแล้วมองไปรอบๆ บริเวณ วันนี้เป็นวันธรรมดาคนเลยไม่ค่อยมากเท่าไหร่ และส่วนใหญ่ก็เป็นชาวต่างชาติและมากันเป็นคู่
“ขอนั่งด้วยคนนะครับ”
“ค่ะ” พราวรวีตอบรับและขยับให้เขาเล็กน้อย
ชายหนุ่มนั่งลงข้างเธอโดยเว้นเก้าอี้ไว้หนึ่งตัว นั่นทำให้เธอไม่รู้สึกอึดอัดจนเกินไป เขาหันไปสั่งเครื่องดื่มกับบาร์เทนเดอร์ด้วยท่าทางสนิทสนม ก่อนจะหันมาชวนเธอคุยอีกครั้ง
“มาคนเดียวเหรอครับ”
“ค่ะ”
“ปกติมาดื่มคนเดียวแบบนี้บ่อยไหมครับ” ชายหนุ่มชวนคุยต่อ
“ก็ประมาณหนึ่งค่ะ” หญิงสาวตอบอย่างมั่นใจ เธอจะให้เขารู้ไม่ได้ว่าเธอเพิ่งเคยมาสถานที่แบบนี้คนเดียวเป็นครั้งแรก
พอมีเพื่อนคุยหญิงสาวก็รู้สึกสนุกขึ้น เธอสั่งเครื่องดื่มมาอีกหลายแก้ว ดื่มไปด้วยคุยไปด้วยจนตอนนี้ประคองสติแทบไม่อยู่
ทุกการกระทำของเธออยู่ในสายตาของใครคนหนึ่งตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาแล้ว และพอเห็นว่าหญิงสาวเริ่มจะเมาเขาก็ย้ายที่นั่งมาประกบเธออีกด้าน
“เรากลับกันดีไหมครับ คุณพักที่ไหนเดี๋ยวผมไปส่ง” ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ด้วยในตอนแรกเอ่ยชวน
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันจองห้องไว้แล้วกลับคนเดียวได้สบายมากค่ะ” เธอรีบปฏิเสธเพราะถ้าเขาตามขึ้นไปส่งมันคงไม่จบแค่ไปส่งอย่างเดียวแน่ แม้ว่าในใจลึกๆ เธอจะโหยหาและอยากลองมีความสัมพันธ์แบบข้ามคืนเพื่อหาประสบการณ์ไปเขียนนิยายใจจะขาด แต่ต้องไม่ใช่ในสภาพที่เธอไร้สติและช่วยเหลือตัวเองไม่ได้แบบนี้ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น เธอคงไม่มีสติจำความรู้สึกมาเขียนลงในนิยายได้อย่างที่ตั้งใจแน่ๆ
“ให้ผมไปส่งเถอะครับผมว่าคุณคงเดินไปไม่ถึงห้องแน่ๆ” ชายคนเดิมยังคงไม่ยอมแพ้ เขาพยายามพูดเซ้าซี้ แววตาฉายความเจ้าเล่ห์ชัดเจน พร้อมกับขยับเข้าไปใกล้หวังจะรวบรัดหญิงสาวให้ได้ในคืนนี้
