บทที่ 1 ตอนที่ 1 ท่านโปรดประทาน
ถ้าคืนนั้นผมไม่รับสายท่านโปรด ผมคงไม่ต้องรับขยะเปียกมาเป็นภาระหรอก
และ..ถ้าคืนนั้นผมไม่รับสายท่านโปรด ผมกับเขาคงไม่ต้องมีวันเป็นแค่คนที่เดินสวนทางกันแบบนี้
แต่..ถ้าคืนนั้นผมไม่รับสายท่านโปรด วันนี้ที่ว่างข้างตัวผม ก็ยังคงเป็นที่ว่างต่อไป
ดิว Part
"น้องดิวเป็นน้องรหัสของไอ้โปรดเหรอ ชาติที่แล้วไปทำชั่วอะไรไว้วะน้องชาตินี้ถึงซวยได้พี่รหัสแบบไอ้โปรดมันน่ะ"
"แล้วพี่ล่ะชาติที่แล้วทำบาปทำกรรมอะไรไว้เยอะเหมือนกันล่ะสิ ชาตินี้ถึงได้เป็นเพื่อนรักของท่านเขาน่ะ" ผมเหลือบตามองพี่โยเพื่อนของท่านโปรดพี่รหัสของตัวเองด้วยความเอือมกับความช่างจ้อของพี่เขา เฮ้อ ถ้ารู้ว่าท่านชวนออกมาดื่มกับเพื่อนของท่านที่เผอิญเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนแบบนี้ ผมไม่ออกมาให้เสียเวลาหรอกน่าเบื่อชะมัด โดยเฉพาะพี่โยที่ได้ชื่อว่าจอมเลื้อยจอมเต๊าะเป็นที่หนึ่งตั้งแต่สมัยม.ปลาย กับพี่ตุลย์ผู้ชายคนที่ถือว่าเป็นศัตรูหัวใจอันดับหนึ่งของผม
แต่ใครจะรู้ว่าต่อมาผมนายดิษดินทร์น้องรหัสของท่านโปรดที่เป็นตำนานในหลายเรื่อง จะโดนท่านหวังดีแอบแฝงไปด้วยความประสงค์ร้ายโดยการเอาขยะเปียกมาทิ้งไว้ให้กันล่ะ ระหว่างผมกับรุ่นพี่โยตัวปัญหาที่เป็นจอมเต๊าะ จอมเลื้อย จอมเรื้อน จอมตื๊อ จอมต๊อง จอมโวยวาย จอมกวนตีน จอมทะเล้น จอมกะล่อนบ้าบอ จอมหลี ไร้สาระ พูดมาก และน่ารำคาญ เรื่องของเราถึงเกิดขึ้นตั้งแต่คืนนั้น
"เฮ้ย! อะไรวะพี่โปรด"
"ไอ้โยรุ่นพี่โรงเรียนเก่ามึงไงคืนนี้กูฝากมันให้นอนด้วยคนนะ แค่นี้แหละกูไปละง่วงว่ะ" เพราะมัวแต่คว้าตัวประคองไอ้รุ่นพี่ติดลบไม่ให้ลงไปนอนกองเป็นขยะอยู่กับพื้นนั่นแหละ พอตั้งตัวได้อีกทีท่านโปรดก็เผ่นแน่บขึ้นรถบึ่งไปละ แล้วที่ทิ้งไว้นี่ตัวอะไร?
"อืออ แจบ ๆ น้องหนูจ๋าพาพี่โยคนหล่อขึ้นเตียงหน่อยถึงขาพี่โยจะอ่อนแรงแต่หัวจาย เอือก! และหัวล่างของพี่โยแข็งแกร่งดั่งหินผาเลยนะค้าบ มามะเบบี๋คืนนี้เราจะโซเดมาคอมกันสุดเหวี่ยงเลยนะค้าบ อยู่หนายเอ่ยเบบี๋ จ๊วบบ"
"เฮ้ย!" มือซ้ายผมรั้งเอวไอ้คนตัวอ่อนเป็นขี้ผึ้งโดนไฟลนไว้ไม่ให้ลงไปนอนกองอยู่กับถนน แต่มือขวาก็ต้องยันปากจู๋ที่ยื่นมาจะแพร่เชื้อบ้าให้น่ะสิ คนอะไรวะน่ากลัวชะมัด
"เอ่อ มีอะไรให้ช่วยมั้ยครับคุณดิว"
"ไม่เป็นไรครับลุงนี่รุ่นพี่ผมเองเขาเมาน่ะ เดี๋ยวผมพาขึ้นไปก่อนนะครับ" หลังจากเมียงมองสักพัก ลุงรปภ.ก็เดินปรี่มาถามทันทีที่เห็นไอ้ขี้หลีมันพยายามจะปีนป่ายเนื้อตัวผม เพื่อทำการผสมพันธุ์ในสถานที่สาธารณะอย่างหน้าคอนโด ฮึ่ม! ท่านโปรดนะท่าน อุตส่าห์ยกย่องให้เป็นไอดอลแต่ทำไมท่านถึงทำกับผมแบบนี้ได้วะ!
"เอือก เบบี๋ค้าบพาหมอไปอาบน้ำหน่อยนะค้าบ" เข้าห้องมาได้ผมก็โยนตัวภาระให้นอนกองกับพื้นนั่นแหละ คนอะไรวะมือจะเลื้อยเก่งไปไหน มันเลื้อยล้วงเข้าล้วงออกจนไอ้หนูผมจะแข็งสู้ตั้งแต่ในลิฟต์ละ
"พี่โยพี่จะนอนกองกับพื้นตรงนี้ปะล่ะเดี๋ยวเอาที่นอนปิกนิกมาปูให้"
"อือ ม่ายอาว เบบี๋อย่าปายอย่าเทหมอหล่อสิค้าบ เอือก! อยากอาบน้ำจัง" ว่าแล้วคนที่เรียกตัวเองว่าหมอหล่อก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่งถอดเสื้อตัวเองออกอย่างยากเย็น ผมยืนกอดอกดูตัวอะไรสักอย่างนอนเลื้อยดิ้นไปดิ้นมาเพื่อดึงกางเกงยีนฟิตจัดออกจากตัวอย่างทุลักทุเล ปากก็เพ้อเจ้อไปจนน่าอนาถใจ ทำไมในแก๊งที่มีแต่คนสมบูรณ์แบบของท่านโปรดถึงมีขยะเปียกหลุดมาอยู่ด้วยกันได้วะ
"เบบี๋จ๋าอยู่หนายมาถอดกางเกงให้หมอหล่อหน่อยสิค้าบ ถ้าเบบี๋ไม่ถอด เอือก! หมอโยจะฟัดเบบี๋ได้ยางงายค้าบ" ใจผมนี่อยากจะเดินไปคว้าโทรศัพท์มาถ่ายคลิปไว้ซะจริงเชียว เนี่ยนะไอ้พี่โย กีรติ คนที่ฟันหนุ่มฟันสาวดะตั้งแต่ม.ปลาย คนที่เกาะกลุ่มอยู่กับพี่ตุลย์เจ้าชายในฝันพี่นัทเจ้าชายน้ำแข็งตั้งแต่สมัยม.ปลาย จนมาเกาะกลุ่มกับท่านโปรดตำนานแห่งวิศวะ อะไรมึงจะเมาแล้วแปลงร่างได้ขนาดนี้วะ
"เว้ย! ไอ้ท่านโปรดจำไว้เลยนะพี่ นี่พี่โยอยู่เฉย ๆ สิวะเดี๋ยวถอดให้เห็นแล้วรำคาญว่ะ โอ๊ย! ก็บอกให้อยู่เฉย ๆ ไงมึงจะล้วงลูกกูทำไมวะพี่" เกือบแล้วนะผมเกือบซัดเปรี้ยงไปที่หน้าละ คนรึอุตส่าห์หวังดีจะดึงกางเกงยีนตัวรัดติ้วออกให้แต่ไอ้ขยะเปียกมันดันเอามือมาจับลูกชายผมทั้งบีบทั้งขยำโดยไม่สนใจอะไรเลยน่ะสิ
"อ้าว เบบี๋ทำไมไอ้จู๋ใหญ่กว่าของพี่หมอโยล่ะค้าบ แต่ไม่เป็นไร ถึงพี่โยจะเล็กสั้นแต่พี่ขยันซอย เบบี๋ไม่ต้องห่วงนะยางงายพี่โยคนเน้ก็ทำให้เสร็จได้แน่ค้าบบ" ถ้าผมถีบเพื่อนรักของท่านโปรดท่านจะตัดสายผมไหมวะ ก็ไอ้ขยะเปียกนี่มันเกินจะรับไหวจริง ๆ
"เฮ้อ พี่มึงอยู่เฉย ๆ ก่อนเดี๋ยวผมพาไปจุ่มน้ำสติจะได้กลับคืนมาบ้าง นี่แดกไปกี่ลิตรวะถึงเรื้อนได้ขนาดนี้ หึหึ แต่ยังดีที่รู้ตัวว่าไอ้หนูเล็กสั้นนี่หว่า" กว่าจะจับขยะเปียกแก้ผ้าได้หมดผมก็แทบหมดสภาพเหมือนกัน แต่พอเห็นตัวขาว ๆ นอนแก้ผ้าตาฉ่ำตาหวานอยู่กลางพื้นห้องแบบนี้มันก็ ก็อยากจะ.. คิดได้ปุ๊บมือก็ควานหาโทรศัพท์ มากดถ่ายรูปและถ่ายคลิปไว้ปั๊บ
"ขอเถอะเผื่อได้ใช้ประโยชน์นะขยะเปียก ไปอาบน้ำ" ถ่ายทุกช็อตทุกมุมจนพอใจแล้วผมถึงลากขยะเปียกเข้าห้องน้ำ ครับใช้คำตามการกระทำจริง ๆ ผมลากไม่ได้อุ้ม ขี้เรื้อนแบบนี้ไม่รู้จะอุ้มทำไมให้เป็นภาระเหนื่อยเปล่า ๆ
ซ่าาา "อือ เบบี๋ เอาน้ำอุ่นสิค้าบ"
"เรื่องมากนะพี่เรื้อน กูไม่น่ารับโทรศัพท์ท่านเลยแม่งซวยชะมัด เพียะ! มือมึงน่ะอยู่นิ่งบ้าง จะขยันเลื้อยมาลูบมาคลำกูทำไมวะพี่" ฝ่ามือผมฟาดเพียะเข้าที่ก้นงอน ๆ ความหงุดหงิดรำคาญเริ่มครอบงำ จนไม่อยากจะหลงเหลือความนับถือให้มันละ ขยำเข้าไปไข่กูน่ะถ้ามันขึ้นแล้วลงไม่ได้กูจะซั่มมึงนี่แหละ
"อือ อยากว่ะ เบบี๋อมให้พี่หมอหน่อยกล้วยหอมพี่หมอหวานน้า" นิ้วเรียวของขยะเปียกคว้าหมับที่ไอ้หนูของมันและทำการช่วยเหลือตัวเอง ปากก็อวดอ้างสรรพคุณว่าหวานแบบนั้นอร่อยแบบนี้จนน่าหมั่นไส้ เดี๋ยวลองแดกของกูบ้างนะพี่เผื่อมึงสำนึกได้บ้างว่าอร่อยของจริงมันเป็นยังไง
"โย พี่ เฮ้ย ขยะเปียกไปนอนได้แล้วเสร็จแล้ว" อาบน้ำถูสบู่ให้เสร็จผมก็ทั้งประคองทั้งลากตัวภาระไปนอนโซฟาด้านนอก โยนทิ้งไว้แถวนี้แหละหวังว่าคงไม่ก่อเรื่องอะไรอีกก็แล้วกัน ไม่งั้นกูส่งมึงไปนอนหน้าคอนโดแน่ไอ้ตัวภาระ!
"อืมม"
"จ๊วบบ อื้ออ เบบี๋ค้าบ หมออยากเอาค้าบขอใส่หน่อยน้า"
"เฮ้ย! ไอ้สัสขยะเปียกขี้เรื้อน" พอกำลังจะเคลิ้มหลับก็มีมือเย็นนิ่ม ๆ จากใครสักคน ล้วงลูบไอ้หนูของผมก่อนจะงัดมาคลึงเล่น ความเชี่ยวชาญที่รูดรั้งอยู่มันทำให้เพลินจนลืมคิดถึงความจริงว่าฝ่ามือแผ่วเบานิ่มนวลนี้เป็นของใคร จนได้ยินประโยคเรื้อน ๆ กระซิบข้างหูพร้อมกับลิ้นชื้นซอกซอนเข้ามาดูดเม้มเบา ๆ นั่นแหละ ถึงทำให้อารมณ์กระเจิดกระเจิงมันกลับมาเข้าที่เข้าทาง และสำนึกได้ว่าไอ้คนที่กำลังคร่อมตัวเล้าโลมลักหลับผมนี่คือไอ้ขี้เรื้อนขยะเปียกคนข้างนอกนี่หว่า
"จุ๊บ อือ ขอจุ๊บน้องหน่อยนะเบบี๋" ยังไม่ทันได้ห้ามปราม เพราะส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าผมกำลังเคลิ้มไปกับการโอ้โลมที่เชี่ยวชาญพอสมควร เผลอแป๊บเดียวขยะเปียกมันก็เลื้อยตัวรูดกางเกงวอร์มผมลงพร้อมกับลิ้นเย็นชื้นตวัดเลียท่อนเนื้อทันควัน
"ซี้ด โย อืม ดูดแรง ๆ" เสียวจนถึงสมองนี่คือความรู้สึกแรกเมื่อคนที่กำลังดูดกินท่อนเนื้อทำตามคำสั่ง ด้วยการดูดเม้มรูดรั้งรัวแรงขึ้นอีกจนต้องขยับเอวสวนปากอย่างอดใจไม่อยู่
"ซี้ดด ฮึ่มม" เมื่อสุดจะทนผมก็ผลักคนที่สนุกอยู่กับการอมดูดไอ้หนูออกแล้วลุกขึ้นยืนข้างเตียง มือขวาลากดึงอีกคนให้มานั่งขอบเตียงก่อนจะจับท่อนเนื้อตัวเองยัดปากเข้าไปอีกครั้ง ปากอุ่นร้อนก็อ้างับทำให้อย่างถึงอกถึงใจเช่นกัน
พั่บ ๆ ๆ "ซี้ด โคตรเสียวว่ะโย แม่งดูดเก่งฉิบหาย"
"อื้ออ จ๊วบบ" ผมก้มสบสายตาที่เงยหน้าขึ้นมามองพอดี ไม่รู้ว่าอะไรทำให้ทุกการกระทำของเราทั้งคู่หยุดไปรู้แต่ตอนนี้ผมแค่อยากลองจูบไอ้รุ่นพี่ที่เคยเห็นหน้าค่าตากันบ่อย ๆ ตั้งแต่ม.ปลาย จนตอนนี้ผมเพิ่งจะเป็นน้องใหม่ปีหนึ่งของมหาวิทยาลัยเดียวกันเพียงแค่คนละคณะ และเราก็ไม่ได้มีความสนิทสนมอะไรกันมากมายนอกจากมันเป็นเพื่อนสนิทของพี่รหัสผมก็แค่นั้น
"ขอจูบหน่อยสิ" ผมก้มหน้าลงไปแนบปากโดยไม่ต้องให้เขาเอ่ยคำเรียกร้องเป็นครั้งที่สอง ลิ้นเราทั้งคู่ต่างโรมรันพันตูพอ ๆ กับฝ่ามือที่ลูบไล้ไปทั่วโดยไม่มีใครยอมใคร
"ดิวพรุ่งนี้ไปกินข้าวซอยกัน มีร้านเปิดใหม่มินอยากลองไปกินดูน่ะ"
เสียงคนที่เพิ่งโทรศัพท์คุยกันเมื่อเย็นแว่วเข้ามาในหู ทำให้การกระทำทุกอย่างต้องหยุดชะงักลงและรีบผลักไสคนที่พยายามเหนี่ยวรั้งตัวผมออกไปทันที
"อื้อ เป็นอะไรอะเบบี๋ ไม่เอาไม่ดื้อสิเดี๋ยวพี่โยคนหล่อไม่รักน้า มามะจ๊วบกันต่อพี่โยชอบ" หมับ! กำลังละล้าละลังตัดสินใจว่าจะทำยังไงดีไอ้ขยะเปียกนี่ก็คว้าท่อนเนื้อผมเข้าปากมันอีกละ ตกลงมึงจะให้กูเอาให้ได้ใช่ไหมตอบ!
"ซี้ด เสียวฉิบ เอาไงดีวะ"
"อือ จ๊วบบ" เสียงมินกระเด็นไปไกลเมื่อก้มหน้าก็เจอกับมือเรียวข้างหนึ่งกำลังกำรอบท่อนเนื้อของผมพร้อมกับห่อปากตวัดลิ้นเลียอยู่ด้านใน อีกมือก็ยังขยับไอ้เล็กสั้นที่เจ้าตัวว่าอย่างเมามัน โทษทีนะมินดิวขอแค่วัดขนาดก็แล้วกันนะ พอหลับหูหลับตาขอโทษมินเสร็จผมก็ผลักขยะเปียกตัวภาระให้นอนบนเตียงพร้อมกัน จากนั้นจึงจัดการรวบตึงไอ้หนูสองตัวให้แนบชิดพลางขยับข้อมือตัวเองรัวแรงให้มันจบ ๆ ไป
"ซี้ด เสียว อื้ออ จูบนะ จูบกันหน่อย" เสียงเว้าวอนเอ่ยออกมาอย่างสั่นพร่าตามแรงสะท้านของร่างกาย ปากและลิ้นเราทั้งคู่ต่างโผเข้าเกี่ยวรัดกันจนคนในอ้อมแขนเริ่มตัวสั่นแรงขึ้นและเกร็งกระตุกพ่นน้ำออกมาเรียบร้อย ผมถึงจัดการสาวข้อมือตัวเองรัวเร็วขึ้นอีก
"อืมม" หน้ามินตอนยิ้มตอนหัวเราะความอบอุ่นความอ่อนโยนแวบเข้ามาในห้วงเวลาที่ใกล้ถึงจุดหมายปลายทาง รอยยิ้มหวานนั้นเป็นภาพสุดท้ายก่อนที่ผมจะเสร็จกิจตามตัวภาระที่เสร็จนำหน้าไปก่อน ขยะเปียกมันตาปรือลงและหลับสนิทในเวลาต่อมา
แต่ผมนี่สิที่ตายังค้างเติ่งอยู่พอเสร็จถึงมาคิดได้ ใช่ว่าผมจะไม่เคยนอนกับใครในระหว่างที่ยังปักใจกับมิน ใช่ว่าผมจะครองความบริสุทธิ์เอาไว้ในช่วงเวลาที่ผ่านมา เพียงแต่ทุกครั้งที่นอนกับใครผมไม่เคยรู้สึกผิดและละอายต่อมินจนไม่กล้าล่วงล้ำคนอื่นเหมือนครั้งนี้ เพราะระหว่างผมกับมินมันเป็นแค่ผมที่คิดไปเองฝ่ายเดียวและมินเองก็ไม่เคยห้ามปรามหรือสนใจว่าผมจะไปมีอะไรกับใครบ้าง สำหรับมินผมคงเป็นได้แค่เพื่อนที่ดีคนหนึ่งเท่านั้นเอง
"พี่โยตื่น ตื่นสิวะผมจะไปเรียนแล้วนะ นอนหรือตายวะเนี่ย เฮ้ย ตื่นโย ไอ้โย!"
ตุบ! "โอ๊ย เหี้ยใครถีบกูวะ!" ผมนี่แหละที่ถีบขยะเปียกตกเตียง คิดแล้วอดด่าตัวเองไม่ได้เมื่อคืนไม่น่าหวังดีกลัวมันจะตายเลยไม่ได้ปิดประตูห้องนอนจนปล่อยให้มันเข้ามาลวนลามถึงบนเตียง มิหนำซ้ำพอเสร็จกิจมันก็นอนกางแขนกางขายึดเตียงผมเสียจนสบายตัว เป็นผมนี่ที่ต้องอพยพตัวเองไปนอนโซฟาข้างนอกแทนมัน ไอ้ขยะเปียก! แม่งเป็นตัวภาระซะจริง
"อือ แจบ ๆ น้องดิวมาอยู่ห้องพี่โยได้ยังไงค้าบ แล้วน้องดิวถีบพี่หมอโยเหรอมาทำร้ายร่างกายพี่หมอได้ยังไงเนี่ย นี่ถ้าพี่หมอสึกหรอไม่หล่อขึ้นมาน้องดิวบาปเลยนะที่ทำให้สาว ๆ ทั้งมหาลัยต้องเสียใจฟูมฟายกันน่ะ เอ๋..แล้วพี่โยแก้ผ้าทำไมวะ เฮ้ย! อย่าบอกนะว่าเมื่อคืนพี่แดกน้องดิวไปแล้ว ฉิบหาย! มิน่าถึงกับต้องลงไม้ลงมือกับพี่หมอเลย
"โธ่ถัง..น้องดิวคงทั้งโกรธทั้งเจ็บทั้งอายสิครับไม่ต้องเขินนะพี่โยไม่เอาไปบอกใครหรอกว่าได้ฟันน้องดิวแล้วน่ะ ว่าแต่ลีลาพี่หมอโยดีใช่มั้ยล้าถ้าติดใจอยากโดนอีกเมื่อไหร่มิสคอลมาแล้วกัน พี่หมอโยจะรีบไปรับใช้น้องดิวตามคำสั่งทันที" ผมกอดอกยืนดูคนที่ตัวเองตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะไม่เคารพมันเป็นพี่อีก ขยะเปียกมันเอาสมองส่วนไหนไปละเมอเพ้อพกว่าได้แดกผมแล้ววะ สภาพหัวฟูนั่งแก้ผ้าขัดสมาธิบนพื้นเพราะโดนถีบจนตกเตียง มือยกขึ้นมาปาดน้ำลายตัวเองแถมมีทำเสียงแจบ ๆ อีก กับผมที่ยืนกอดอกกระดิกเท้าใส่มันด้วยสภาพเสื้อผ้าหน้าผมพร้อมจะออกไปข้างนอกทุกนาที ตรงไหนที่สื่อว่าผมโดนมันแดกไปแล้ว? มึงเอาอะไรมาตัดสินวะขยะเปียก
"แหกตาดูให้ดีก่อนจะแหกปากพูด ถามจริงที่สอบติดนักเรียนแพทย์ได้เนี่ยไปบนบานศาลกล่าวที่ไหนมาวะหรือจับฉลากได้มา รีบลุกไปใส่เสื้อผ้าแล้วไสหัวออกจากห้องผมได้แล้วขยะเปียก"
"อ้าวห้องน้องดิวเหรอมิน่าล่ะไม่ค่อยคุ้นแหะ ๆ ไปก็ได้ เอ๊ะ! ไอ้เหี้ยน้องดิวเมื่อกี้น้องเรียกอะไรขยะเปียกวะ"
"เฮ้อ ผมจะพูดครั้งสุดท้ายแล้วนะพี่นั่นแหละขยะเปียกรู้ตัวมั้ยว่าเป็นตัวภาระชาวบ้านเขา เมาแล้วเรื้อนเลื้อยไปเรื่อยแถมขี้เสี้ยนอีกต่างหาก ผมเตือนด้วยความหวังดีถ้าเมาครั้งหน้าอย่าไปทำตัวอย่างนี้กับใครเขาอีกล่ะ นอกจากจะไม่ได้แดกใครพี่น่ะจะเป็นคนโดนเสียบซะก่อนแต่เป็นมีดนะที่เสียบมิดด้ามน่ะ วุ่นวายฉิบหายรีบไปเลยไปผมจะได้ไปเรียนหนังสือหนังหาบ้าง"
"ไอ้น้องดิว! พูดจาอะไรก็หัดให้เกียรติกันบ้างนะเว้ย อย่างน้อยกูก็เป็นรุ่นพี่มึงตั้งแต่สมัยม.ปลายยันมหาลัยหัดมีสัมมาคารวะบ้างอย่าปีนเกลียวกับพี่นะน้อง แล้วไอ้เหี้ยอะไรพากูมาเจอเด็กปากปีจอแบบมึงวะ! " ร่างกายเปลือยเปล่าลุกขึ้นยืนพรวดพราด พอตั้งลำได้ก็ยืนเท้าเอวด่าฉอด ๆ ไอ้หนูก็ยืนชี้หน้าผมอยู่โด่เด่อย่างนั้นโดยที่เจ้าของมันไม่คิดจะสนใจเลยสักนิด
"เฮ้อ ผมว่าพี่ใส่เสื้อผ้าเถอะว่ะอุจาดตาชะมัดมันไม่ได้น่าดูเหมือนสาว ๆ ที่มีนมมีอกมีเอวสักหน่อย แล้วไอ้เหี้ยตัวที่ถามหาน่ะพี่ก็ลองไปถามท่านโปรดดูก็แล้วกัน อ้อไหน ๆ ก็ไหน ๆ ละ ผมฝากถามด้วยเลยนะว่าท่านคิดยังไงถึงเอาขยะเปียกเน่ามาทิ้งให้เป็นภาระผมวะ ถ้าทำแบบนี้อีกผมจะขอลาออกจากการเป็นน้องรหัสท่านจริง ๆ ผมยอมไม่มีพี่รหัสดีกว่าจะมาเจอตัวภาระอย่างนี้อีก ไปเร็วให้ไวผมรีบ" ผมต้องอดทนข่มใจเรียกขยะเปียกว่าพี่โดยไม่สนใจหน้าตาท่าทางที่พร้อมจะกระโดดตบผมได้ทุกวินาที คนอะไรจะเปิดเผยได้ขนาดนี้วะ นี่อุตส่าห์บอกไปตามตรงแล้วว่ายืนล่อนจ้อนอยู่พี่แกก็ยังไม่รู้จักอาย ความหนาของหน้าสุดยอดเลยว่ะ
"ชิ มึงไม่ต้องมาทำหน้าขยะแขยงรังเกียจรังงอนกูเลยไอ้เด็กหยาบคาย ทำไม? อิจฉากูล่ะสิที่มีเจี๊ยวใสขาวอมชมพูวิ้งกว่าหนังหน้ามึงน่ะ ฮ่า ๆ ๆ ทำใจว่ะไอ้หนูพี่น่ะมันหมอหล่อและดูดีตั้งแต่รากผมยันไส้ติ่ง ถ้าน้องดิวอยากชิมเจี๊ยวหวานพี่หมอโยเมื่อไหร่นัดหมายมาได้ทุกเมื่อนะ เดี๋ยวพี่หมอโยคนนี้จะสละเวลาอันมีค่ามาทำทานให้น้องโยปากหมาเอง
"แน่ะ ๆ ว่าแล้วก็ตาวาวเลยน้า อยากกินล่ะสิแต่วันนี้พี่หมอไม่ไหวแฮงค์ว่ะ ติดไว้ก่อนว่าง ๆ อยากเมื่อไหร่ค่อยนัดเจอกันแล้วจะให้น้องดิวมีวาสนาได้ชิมเจี๊ยวหวานของพี่หมอโย ฮ่า ๆ ๆ มีความสุขได้อวดของดีโอทอปของตระกูลเว้ย!" ไอ้ตัวขาวตามสไตล์คนมีเชื้อจีนมันแอ่นไอ้หนูร่อนเอวไปมาโดยไม่มียางอายสักนิด จนเป็นผมเองที่ต้องถอนหายใจแล้วเดินออกมายืนสงบสติอารมณ์ตัวเองที่ระเบียง ไม่งั้นคงมีการฆาตกรรมคนบ้าเกิดขึ้นในห้องนอนนี้โดยมีผมเป็นฆาตกรแน่ ๆ
คนอะไรจะจัญไรได้ขนาดนี้วะ แค่เพียงข้ามคืนเดียวความเคารพนับถือในฐานะรุ่นพี่ที่กูมีให้มึง มันต้องพังพินาศราบคาบเพราะท่ายืนแอ่นร่อนไอ้หนูของมึงนี่แหละไอ้โย!
"ป๋ากลับแล้วนะน้องดิว ดิษดินทร์ ศิริธนานันท์ นักศึกษาวิศวะโยธาปี 1 อาศัยอยู่ที่ชั้นสิบแปดห้องศูนย์แปด อ้อป๋าทิ้งค่าขนมไว้บนหัวเตียงแล้วนะครับอาทิตย์นี้ป๋าคงไม่ได้มาทั้งอาทิตย์น้องดิวไม่ต้องงอแงโทรไปออดอ้อนป๋านะครับ ป๋าไม่ค่อยมีเวลาต้องเรียนหนักน่ะเพื่ออนาคตของเราสองคนน้องดิวเข้าใจป๋านะ วันนี้ก็อย่าเดินเร็วล่ะเดี๋ยวจะเจ็บรูตูด!!" ลงลิฟต์มาพร้อมกันแต่ไอ้ขยะเปียกมันรีบเดินจ้ำอ้าวไปหน้าล็อบบี้ ไอ้ผมก็ไม่ได้ใส่ใจจะทักถามอะไร
แต่ใครจะรู้ว่าพอไปถึงหน้าล็อบบี้ในเวลาเจ็ดโมงกว่าทั้งผู้คนที่ออกจากลิฟต์มาพร้อมกันทั้งคนที่ยืนอออยู่หน้าล็อบบี้เพื่อยืนรอแท็กซี่ และเกือบครึ่งจะเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเดียวกันต่างก็พร้อมใจหันหน้ามาทางผมเป็นจุดเดียวเมื่อได้ยินประโยคของไอ้ขยะเปียกเมื่อกี้ ที่มันแหกปากตะโกนลั่นสนั่นไปทั้งล็อบบี้แล้วหันหลังวิ่งออกไปโดยไม่หันกลับมามองหายนะที่มันทิ้งไว้ให้กับผม
ไอ้โย กีรติ จิรวัฒน์ นักศึกษาแพทย์ปีที่ 2 ฝากไว้ก่อนเถอะพี่มึง กูสัญญาถ้ามีเหตุการณ์แบบเมื่อคืนเกิดขึ้นอีกกูจะใส่ให้จุกให้มึงรู้ว่าการเดินเร็วมันจะแสบรูตูดของจริงเป็นยังไง อย่าพลาดมาเชียวนะไม่งั้นกูจะหลับหูหลับตาแดกขยะเปียกแน่!
"เอ่อ พี่ครับ"
"อ้าว น้องลาบหายดีแล้วเหรอแขนเป็นยังไงบ้างล่ะ" เสียงทักเบา ๆ ดังมาจากด้านหลังทำให้ผมหันไปดูแล้วต้องพบกับน้องลาบหรือ ปอรัก เด็กของท่านโปรด ที่เรียกว่าลาบเพราะน้องเขาทำงานอยู่ร้านลาบมันไม่ได้หมายความว่าผมจะเรียกแบบดูถูกดูแคลนในอาชีพของน้องเขา แต่เรียกเพราะรู้สึกเอ็นดูในตัวของเด็กคนนี้มากต่างหากล่ะ ไม่รู้ว่าน้องไปทำเวรทำกรรมอะไรมาถึงต้องกลายเป็นของเล่นท่านโปรดน่ะสิ
"หายแล้วครับขอบคุณมากนะพี่ แต่ผมขอรบกวนอะไรหน่อยได้มั้ยครับคือผมไม่รู้จะไปรบกวนใครจริง ๆ" สีหน้าอึกอักท่าทางลำบากใจของน้องลาบมันยิ่งทำให้ผมรู้สึกเอ็นดูน้องขึ้นมาอีก
"ว่ามาสิลาบ ไม่ต้องเกรงใจถ้าพี่ช่วยได้ก็จะช่วย"
"งั้นผมรบกวนให้พี่ขนของไปคืนพี่โปรดหน่อยนะ นี่ครับพี่รายการของที่จะฝากไปคืนน่ะคือห้องเช่าผมมันเล็กไม่รู้ว่าจะเก็บไว้ทำไมเหมือนกัน อีกอย่างพี่โปรดคงไม่ได้มาที่นี่อีกแล้วล่ะเก็บไว้ผมก็ไม่ได้ใช้อยู่ดีจะเสียของเปล่า ๆ ยังไงผมขอรบกวนหน่อยนะครับ" กระดาษสีขาวถูกยัดใส่มือ ผมกวาดสายตาอ่านรายการที่จดมาให้แล้วอดค่อนขอดท่านในใจไม่ได้
เนี่ยนะที่บอกไม่จริงจังถึงจะไม่ได้หาห้องให้ลาบอยู่แต่เล่นซื้อของให้ซะขนาดนี้โคตรจะเปย์ตัวพ่อเลยว่ะท่าน ใจหนึ่งก็อยากปฏิเสธไปแต่พอเห็นแววตาอมทุกข์ของลาบมันก็อดเห็นใจไม่ได้ สุดท้ายเช้าวันอาทิตย์รุ่งขึ้นผมเลยต้องเปลี่ยนสถานะเป็นเจ้าหน้าที่ขนย้ายข้าวของขนสมบัติของท่านโปรดไปไว้ใต้คอนโดของตัวเองน่ะสิ อะไรไม่น่าเซ็งเท่ากับผมต้องโดนลุงรปภ. ถามมาอีกจนได้ เรื่องอะไรน่ะเหรอ หึหึ
"อ้าว คุณดิวของใครครับเนี่ยเยอะแยะไปหมดเลยหรือว่าของป๋าคุณดิวคนที่เขาพูดถึงกันทั้งคอนโดวันก่อน ผมก็ว่าแล้วเชียวปกติคุณดิวไม่ค่อยพาใครขึ้นไปบนห้องที่แท้ขี้เมาวันก่อนเป็นป๋าของคุณดิวนี่เอง"
"ก็ตามนั้นครับลุง ผมฝากไว้สักวันสองวันนะครับ" ยัดแบงก์สีม่วงใส่มือลุงพร้อมฝากฝังสมบัติท่านโปรดเสร็จก็รีบจ้ำอ้าวขึ้นห้องทันที ที่ไม่ปฏิเสธลุงน่ะไม่ใช่อะไรหรอกผมแค่ขี้เกียจต่อความยาวสาวความยืดก็แค่นั้น
จะว่าไปตั้งแต่วันที่สร้างเรื่องไว้ให้ผมก็ยังไม่เคยเห็นหัวไอ้ขยะเปียกเลยสักครั้งนะ ไม่รู้ว่ามันไปก่อเรื่องไว้ให้ใครที่ไหนหรือเปล่า สาธุขออย่าให้ไปพ่นมลพิษจนชาวบ้านเขาเดือดร้อนอีกก็แล้วกันนะขยะเปียก เพราะถ้ามันไปเรื้อนใส่คนอื่นแบบที่ทำกับผมรับรองได้ว่าแม้จะมีเก้าชีวิตเหมือนแมวมันก็คงเอาตัวไม่รอดจนถึงวันได้ใส่เสื้อกาวน์เป็นหมอแน่นอน
กูไว้อาลัยให้คนไข้มึงล่วงหน้า ใครจะเป็นมนุษย์ที่โคตรซวยโดนมึงรักษาเป็นคนแรกวะ กูจะได้แนะนำวัดจองศาลาให้ญาติโกโหติกาเขาซะเลย
ตรู๊ด ๆ ๆ "ว่าไง ปันปัน"
"แหม นายดิวพอไม่ใช่มินก็ทำเสียงแข็งรับสายเลยนะยะ แต่ถึงนายจะทำเสียงอ่อนเสียงหวานไปก็แค่นั้นเพราะว่ามินเขาแพ้หมอไม่ใช่นายช่างย่ะ" ปลายสายทั้งจิกทั้งกัดจนผมอยากปาโทรศัพท์ทิ้งสักที ปันปันเพื่อนรักของมินและเพื่อนผมเองมันปากกรรไกรชะมัด มิน่าทั้งที่หน้าตาก็ดีแต่ไม่มีผู้ชายมาจีบมันสักทีเพราะอย่างนี้นี่เอง
"เธอมีอะไรก็รีบพูดเปลืองเวลาอันมีค่าของเรา เสียเวลาโทรไปหามินว่ะ"
"ต๊าย ยังไม่สำนึก ก็ได้ย่ะตอนนี้เราอยู่ร้านข้าวซอยวันก่อนตรงข้างคอนโดนายน่ะ จะมากินด้วยกันหรือเปล่าถ้ามาก็รีบมานะยะ" ยังไม่ทันที่ปันปันจะพูดจบผมก็ชิงตัดสายซะก่อนแล้วรีบคว้ากุญแจห้องวิ่งลงบันไดจากชั้นสิบแปดลงไปทันที ที่ไม่ลงลิฟต์เพราะผมไม่อยากชักช้ารอให้เสียเวลาแม้สักนาทีเดียว
ไม่ว่าจะทำมากแค่ไหนผมรู้ว่าสุดท้ายก็ไม่ได้ใจมินมาอยู่ดี ไม่ว่าจะทุ่มเทมากเท่าไหร่ผมรู้ว่าท้ายสุดมินก็ยังรักเขา รักพี่ตุลย์คนที่ครอบครองมินตั้งแต่ม.ปลายอยู่ดี ไม่ว่าจะรักมากแค่ไหนที่สุดแล้วผมก็รู้ว่าจะเป็นได้แค่เพื่อนรักที่รักเพื่อนอยู่ดี แต่ไม่ว่าจุดจบจะเป็นยังไงผมก็อยากกอบโกยทุกวันเวลาทุกวินาทีที่มีกับมินให้มากที่สุดเผื่อสักวันมันจะเป็นวันที่มินมองผ่านมาทางผมบ้าง ต่อให้ในวันนั้นมินจะนอนกับพี่ตุลย์ไปแสนครั้งล้านครั้งก็ช่างมัน เพราะคุณค่าของความเป็นมินสูงส่งเกินที่จะวัดด้วยคุณสมบัติทางร่างกายกับเรื่องแค่นั้น
"ทางนี้ดิว" เสียงอ่อนโยนพร้อมกับรอยยิ้มสว่างไสวอบอุ่นของมินที่ส่งตรงมาทำให้ผมหยุดเดินสูดหายใจลึก ๆ สองเท้าก้าวไปหาคนที่ลุกขึ้นยืนโบกไม้โบกมือมาให้
"มานานหรือยัง สั่งอะไรไปบ้างล่ะ"
"เพิ่งมาถึงเมื่อกี้มินสั่งเผื่อดิวไปแล้วนะ"
"มินรู้ด้วยเหรอว่าดิวจะกินอะไรน่ะ สั่งมาถ้าดิวไม่กินมินรับผิดชอบเองเลยนะ"
"ที่มินสั่งมาดิวต้องกินแน่นอน เพื่อนรักของมินทั้งคนชอบกินอะไรทำไมมินจะไม่รู้ล่ะขนาดปันปันมินยังสั่งให้ถูกใจเลยถามดูสิ" เพื่อนรักคำนี้ยังคงเป็นคำที่มินพยายามย้ำเตือนผมอยู่เสมอ ที่ผ่านมามินไม่เคยให้ความหวังในฐานะชู้สาวแต่มินไม่เคยหันหลังให้ผมในฐานะเพื่อนเลยสักครั้ง นั่นทำให้ผมพยายามจำกัดตัวเองและอยู่ในที่ที่ควรอยู่เพื่อรักษามิตรภาพนี้ไว้ให้ยืนยาวตลอดไป
"ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหนอยากให้มินรู้ไว้ยังไงดิวก็ห่วงใยมินเหมือนเดิมนะ" รอยยิ้มของมินที่ส่งกลับมามันยืนยันถึงคำตอบที่มินเคยให้ไว้ตั้งแต่ครั้งแรกตอนม.หก ว่าสถานะเดียวที่มินจะให้ผมได้นั่นก็คือ...เพื่อนรักเพียงเท่านั้นเอง
