บทที่ 7 ชอบไม่ใช่เหรอ

ตอนที่7 ชอบไม่ใช่เหรอ

“ฉันถามว่าคบกันไหม” พี่เซฟตอบย้ำในสิ่งที่พูดออกมาอีกครั้งราวกับว่าตอบสิ่งที่ฉันถามอย่างซื่อตรงไม่ได้อธิบายอะไรสักนิด

“เอ่อ... พี่เซฟเมาหรือเปล่าคะ” ฉันมองหน้าเขาอย่างค้นหาอะไรบางอย่างในดวงตาคู่นั้นด้วยความอยากรู้ แล้วอดถามเชาออกไปอย่างไม่ค่อยมั่นใจไม่ได้

“ฉันไม่ได้เมา ถ้าเมาคงลากคนมาผิดแล้ว” พี่เซฟตอบออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งสายตาที่จ้องมองกันก็ไม่ได้ปรือฉ่ำที่ดูเหมือนคนเมาด้วยอย่างที่พูด

“เอ่อ... ฟ้าว่าเราลงไปหาเพื่อนข้างล่างดีกว่านะคะ” พอฉันได้รับการยืนยันและสายตาที่จ้องมองกันอยู่ตลอดจนเริ่มทำตัวไม่ถูก ฉันเลยบอกพี่เซฟออกไปอย่างต้องการหาเวลาหาคำอธิบายกับตัวเองกับสถานการณ์นี้ เพราะตอนนี้ฉันกำลังช็อกกับสิ่งที่เขาพูดมากจนกลายเป็นคนมึนเบลอไปเองแล้ว

“เธอยังไม่ได้ตอบคำถามฉัน” แต่พี่เซฟกลับไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ และเร่งรัดเอาคำตอบจากกันอย่างกับมันเป็นเรื่องมื้ออาหารทั่วไปที่จะตอบได้ทันที

“พี่เซฟมาขอฟ้าคบทำไมคะ” แม้ว่ามันจะยังมึนงงอยู่ไม่น้อย แต่ฉันก็ต้องหาเหตุผลของการกระทำนี้จากเขาให้ได้

ทั้งที่อาการเขาก็ดูออกง่ายๆ เลยว่ายังไม่ลืมแฟนเก่า แล้วจะมาขอฉันคบไปเพื่ออะไร จะทำแบบนี้ไปทำไม เขาคิดจะใช้ฉันเป็นเครื่องมือลืมคนเก่าหรือยังไง

“ทำไม เธอไม่ชอบฉันเหรอ” แต่นอกจากฉันไม่ได้คำตอบที่สงสัยแล้ว กลับโดนเขาย้อนถามออกมาแทนเหมือนกับเป็นฉันเองที่ทำให้เรื่องซับซ้อน

“มันไม่ใช่ว่าไม่ชอบค่ะ แต่ฟ้าแค่ไม่เข้าใจ” ฉันตอบกลับไปอย่างที่ไม่ได้รู้สึกว่าไม่ชอบเขา แต่มันก็ไม่ได้ชอบจนจะตอบรับอะไรออกไปง่ายๆ ทั้งที่เต็มไปด้วยคำถามเช่นกัน

“ไม่เข้าใจยังไง” เขาย้อนขึ้นเหมือนกับทุกอย่างมันดูง่ายไปหมด

“พี่จะมาขอคนอื่นคบเพื่ออะไรทั้งที่พี่ยังไม่ลืมแฟนเก่าตัวเอง หรือว่าพี่อยากคบกับใครสักคนเพื่อลืมคนเก่า?” ในเมื่อเขาถามออกตรงๆ ฉันก็ถามเขาออกไปตรงๆ เหมือนกันอย่างไม่อ้อมค้อม

และถ้าเขาจะคบคนอื่นเพื่อลืมแฟนเก่าฉันมองว่าเขาเห็นแก่ตัวเกินไปนะ มันไม่แฟร์กับคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย แต่หากใครเต็มใจจะคบกับเขานั่นก็สิทธิ์ของคนอื่น แต่สำหรับฉันไม่คิดเอาตัวเองเป็นตัวแทนของใครแบบนี้

“เปล่า” แล้วพี่เซฟก็ตอบกลับสั้นๆ ด้วยสีหน้าเรียบนิ่งเป็นการปฏิเสธคำพูดของฉัน แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี

“แล้วยังไงคะ หรือพี่เซฟจะเถียงว่าพี่ลืมแฟนเก่ายังได้แล้ว” ครั้งนี้ฉันเป็นฝ่ายย้อนต้อนเขากลับไปคืนบ้างว่าสิ่งที่เขาปฏิเสธกับสิ่งที่เขาเป็นมันย้อนแย้งกัน และฉันก็ไม่ได้โง่ที่จะมองไม่ออกจนตอบรับอะไรจากเขาง่ายๆ

“.....” และพอเจอคำถามนี้ไปก็ทำให้พี่เซฟถึงกับเงียบไม่ตอบอะไรออกมา เอาแต่มองหน้าฉันนิ่งๆ ด้วยสีหน้าที่นิ่งจนเดาไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

“พี่ไม่ควรเอาคนที่เขาไม่ได้รู้เรื่องของพวกพี่สองคนมาเป็นเครื่องมือนะคะ” แม้ว่าเขาจะไม่ตอบแต่ฉันก็รู้ว่าการไม่ปฏิเสธมันคือการยอมรับ และนั่นก็ทำให้ฉันเลือกจะพูดออกมาอย่างไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่กับความคิดและการกระทำแบบนี้ของเขาที่มาทำต่อฉัน

“ฉันยังไม่ได้บอกสักคำว่าจะคบเพื่อลืม หรือใช้เป็นเครื่องมือ” แล้วครั้งนี้พี่เซฟก็ตอบกลับมาเสียงเรียบนิ่งเหมือนเดิม ยังคงสบตากันเสมอราวกับคนไม่มีอะไรให้กลัวหรือปิดบังกัน

“ค่ะ พี่ไม่ได้บอก แต่การที่พี่จะคบกับใครพี่ต้องมั่นใจก่อนนะคะ ว่าลืมคนรักเก่าได้แล้ว เพราะไม่งั้นพี่อาจจะทำร้ายคนๆ หนึ่งได้เลยนะคะ” แต่คำปฏิเสธครั้งนี้ของเขามันไม่ได้ทำให้ฉันมองว่าเขาบอกว่าลืมได้แล้ว และย้อนบอกเขาออกไปอีกครั้งให้เขารับรู้ว่าบางการกระทำที่เราไม่สนใจมันอาจจะเห็นแก่ตัวจนทำร้ายคนอื่นได้ง่ายๆ

“ตอนนี้ฉันไม่มีแฟน แล้วฉันก็รู้มาว่าเธอชอบฉัน แล้วฉันก็มาขอเธอคบก็แค่นั้น” แล้วพี่เซฟก็อธิบายในส่วนของเขาที่มันดูง่ายจนเกินไปจนเหมือนไม่ได้คิดอะไรให้มากเลยสักนิด

“แน่ใจเหรอคะว่าแค่นี้” ฉันหรี่ตามองพี่เซฟอย่างจับผิดอย่างไม่คิดเชื่อว่าแค่นั้นของเขาจะมีแค่นี้

แล้วไอ้ที่เขาเอาแต่นั่งก้มหน้าก้มตากินเหล้าไม่สนใจใครมาตั้งหลายสิบนาทีนี่ไม่ใช่เพราะยังเฮิร์ทเรื่องแฟนเก่าตัวเองอยู่เหรอ ไม่ใช่เพราะยังอยู่ในโมเม้นท์อกหักหรือไง

“ก็ใช่ไง จะถามอะไรมากมายวะ ขอคบไม่ได้ขอให้ไปฆ่าคนให้” พี่เซฟพูดออกมาอย่างหงุดหงิดราวกับไม่อยากตอบอะไรมากมายที่ฉันไม่ได้ง่ายไปกับเขา

“ขอโทษค่ะ” ฉันขอโทษออกไปเสียงเรียบที่ถามเซ้าซี้ แต่มันก็เป็นสิทธิ์ของฉันไม่ใช่เหรอที่จะถามในสิ่งที่สงสัย

“ตอบมา จะคบกับฉันไหม” แล้วพี่เซฟก็วกกลับมาเรื่องเดิมเพื่อเอาคำตอบเดิมที่ถามฉันไปในตอนแรก

“ฟ้าต้องตอบตอนนี้เลยเหรอคะ” ฉันได้ยินแบบนั้นก็ถามออกไปเมื่อเห็นว่าเขาเร่งเอาคำตอบมากเกินไปทั้งที่ฉันยังไม่ได้คิดอะไรเลยสักนิด

“ไม่ตอบตอนนี้แล้วจะตอบตอนไหน” พี่เซฟยังคงย้อนถามด้วยท่าทางที่ดูนิ่งแต่ติดเอาแต่ใจตัวเองไม่น้อย

“แต่ฟ้าไม่เคยรู้จักพี่เซฟเลยนะคะ แค่เคยเห็นผ่านๆ อยู่ๆ ก็จะให้มาคบเลยเหรอ” ฉันบอกเขาออกไปอย่างไม่รู้ว่าควรตอบรับหรือปฏิเสธดีเพราะไม่รู้นิสัยใจคอเขาเลยสักนิด ไม่อยากเร่งรีบอะไรเลยโดยเฉพาะการถูกต้อนขอคบแบบนี้

“คบกันไปก็รู้” แล้วพี่เซฟก็ยังคงพูดง่ายไปหมดจนฉันไปไม่เป็น

“ฟ้าเคยเห็นแต่รู้นิสัยแล้วคบนะคะ” ฉันแย้งออกไปในมุมมองของการคบหากันของฉันที่เรียนรู้กันไปสักพักก่อนแล้วค่อยตัดสินใจคบ ไม่ใช่คบก่อนจะรู้จักอะไรสักอย่างแล้วเรียนรู้ไปตั้งแต่ก้าวแรก

“แล้วมันไม่เหมือนกันยังไง สุดท้ายก็คบ สุดท้ายก็รู้นิสัยกันเหมือนเดิม” พี่เซฟแย้งออกมาอย่างตรงข้ามกับมุมมองของฉันอย่างสิ้นเชิง

“แล้วทำไมต้องเป็นฟ้า ถ้าฟ้าไม่ได้ชอบพี่หรือถ้าพี่ไม่รู้ว่าฟ้าชอบพี่ พี่จะทำแบบนี้ไหมคะ” ฉันย้อนถามออกไปอีกครั้งในการเข้าหาฉันที่เขารู้ว่าฉันชอบเขาเลยกล้าทำอย่างอุกอาจแบบนี้ แล้วหากเขาไม่รู้ล่ะ

“ก็ไม่แน่ แล้วฉันอาจจะไม่ถามเธอก่อนแบบนี้ก็ได้” พี่เซฟตอบออกมาอย่างง่ายดายเหมือนกับบอกไม่ได้เหมือนกัน

แล้วถ้าไม่ถามก่อนแบบนี้แล้วจะถามยังไง ทำไมเขาดูเข้าใจยากและเอาแต่ใจตัวเองแบบนี้นะ ดูไม่เหมือนกับพี่เซฟที่ฉันรู้จักแบบผิวเผินที่ผ่านมาเลย

“ฟ้าขอเวลาคิดก่อนได้ไหมคะ” ฉันถามเขาออกไปอย่างต้องการเวลาเพราะฉันไม่อยากทำอะไรด้วยอารมณ์ทันทีโดยยังไม่แน่ใจเท่าไหร่

“อืม 1...2...” พี่เซฟตอบรับออกมากับคำว่าขอเวลาอย่างไม่มีปัญหา แต่อยู่ๆ เขาก็นับเลขขึ้นมาจนทำให้ฉันสับสนไม่น้อย

“นับทำไมคะ?” ฉันแทรกถามขึ้นไปทันทีอย่างไม่เข้าใจการกระทำของเขาว่ากำลังทำอะไรอยู่

“ก็ให้เวลาคิดไง...3 หมดเวลา” พี่เซฟตอบให้ฉันเข้าใจว่าเขานับทำไม ตอบเสร็จก็สามวิทันทีพร้อมกับหมดเวลาให้ฉันคิด

“ห๊ะ!?” ฉันได้ยินแบบนั้นถึงกับเอ๋อไปเลยทีเดียว ไม่คิดว่าเขาจะเล่นแบบนี้และให้เวลาที่พึ่งทำได้เพียงหนึ่งลมหายใจเท่านั้นด้วยซ้ำ

“ตอบมาคบไม่คบ” เขาไม่สนใจอาการตกใจของฉันเลยสักนิด เร่งรัดเอาคำตอบจากฉันอีกครั้งหลังให้เวลาฉันในแบบของเขาไปแล้ว

“ฟ้า...” ฉันได้แต่อ้ำอึ้งอย่างมึนงงและสับสนกับทางเลือกไม่น้อยว่าควรตอบว่าอะไรดี

มันเคยชอบและปลื้มเขาด้วยมั้งเลยปฏิเสธไม่ได้อย่างเด็ดขาดทั้งที่ไม่แน่ชัดอะไร แต่ก็อย่างที่บอกว่าไม่ได้ชอบขนาดจะตอบรับออกไปง่ายๆ เพียงได้ยินเขาขอคบด้วยเช่นกัน แล้วพอเขามาเร่งรัดไม่ให้เวลาทบทวนอะไรแบบนี้ก็เล่นเอาเธอเลือกไม่ถูกตัดสินใจไม่ได้เลย

“ตอบ” พี่เซฟกดเสียงต่ำออกมาทันทีอย่างไม่ปล่อยผ่านราวกับต้องตอบเดี๋ยวนี้ ช้ากว่านี้ไม่ได้

“คะ...คบค่ะ” แล้วฉันก็ตอบออกไปอย่างไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรดลใจให้ตอบไปแบบนี้

แต่มันก็อย่างที่เขาบอกนั่นแหละ ว่าเวลาฉันเห็นเขาอยู่กับแฟนเขาแล้วมันน่ารัก ฉันก็ปลื้มเพราะเขาดูเทคแคร์และรักแฟนตัวเองดี ซึ่งมันหมายความว่าฉันก็อยากมีแฟนแบบเขาไง แล้วการที่เขามาขอฉันคบแบบนี้มันก็ไม่แปลกสินะถ้าฉันจะตอบตกลง

และแม้จะไม่รู้ว่ามันจะผิดหรือถูก แต่หากเลือกผิดจริงหรือเข้ากันไม่ได้ก็แค่ถอยออกมาก็คงไม่ใช่เรื่องยากอะไรนี่...ใช่ไหม?

บทก่อนหน้า
บทถัดไป