บทที่ 6 อารมณ์แปรปรวน
แค่นางบำเรอรัก
ตอนที่ 6 อารมณ์แปรปรวน
อนุชิตที่เดินเข้าไปห้องทำงานก่อนนั่งลงสักพัก พร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างแรง เข้มตามเข้ามาในห้องทำงาน แล้วเคาะประตูก่อนเข้าห้อง อนุชิตเงยหน้าขึ้นมามอง...
"นายครับนายครับ คุณรุ้งบอกว่า" เข้มลังเลก่อนที่จะตอบออกมา
" ว่าอะไรอย่ามัวแต่มายืนอ้ำๆ อึ้งๆ " ชายหนุ่มบ่นให้ลูกน้องคนสนิท... “คุณรุ้งบอกว่า...เธอไม่หิวเธอเหนื่อยแล้วก็อยากพักผ่อนครับ..."
เข้มรายงานจบก็ลุ้นตัวโก่งว่าเจ้านายจะมีปฏิกิริยายังไง..และแน่นอนเจ้านายลุกพรวดแล้วเดินออกไปทันทีเข้มวิ่งตามออกมา และดูว่าเจ้านายจะไปทางไหนระหว่างลงไปกินข้าว หรือว่า ตรงไปที่ห้องของรุ้ง
อนุชิตลงไปนั่งที่โต๊ะกินข้าว นั่งซักพักก็มีเด็กผู้หญิงรุ่นราวคราวเดียวกับรุ้ง ยกกับข้าวเข้ามา
"รับใครมาอีกล่ะป้า" ชายหนุ่มถามอย่างหงุดหงิด
"อ๋อ นี่ ปิ่น ค่ะ ลูกสาวนังจวนมัน เพิ่งเรียนจบเลยมาอยู่กรุงเทพฯ" ป้านวลบอกพร้อมกับพยักหน้าให้ปิ่นปิ่นรู้งานรีบไหว้อนุชิต??สวัสดีค่ะคุณใหญ่.
“ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะต้องการอะไรเรียกหาปิ่นได้นะคะ”
“.อืม” อนุชิตตอบแค่นั้น แล้วลุกไปทันที ป้านวลรีบตะโกนถาม
“คุณใหญ่ไม่กินข้าวเหรอคะ??”
..ไม่มีคำตอบ... ก่อนจะมีเสียงตะโกนตามมา
“5นาทีเดี๋ยวมา” เขาตอบแค่นั้น ก่อนที่จะเดินหายไปในตึก ประตูห้องรุ้งถูกเคาะ ไม่สิแทบจะทุบก็ว่าได้ รุ้งรีบหอบสังขารมาเปิดประตู อนุชิตพรวดเข้ามาจึงทำให้ชนกับรุ้งหญิงสาวถึงกับล้มลงบนพื้น โอ๊ย...
อนุชิตอุ้มรุ้งขึ้นมาจากพื้น พร้อมกับเดินไปที่เตียงนอน แล้ววางเธอไว้ที่เตียงนอนพร้อมกับนั่งลงข้างๆ
"ต่อไปห้ามล็อคประตู แล้วทำไมไม่โทรให้ที่บ้านไปรับ ทำไมไม่ลงมากินข้าว รู้มั้ยว่ารอ"
ชายหนุ่มรัวคำถามสารพัดออกมา ทำเอารุ้งเองแทบตั้งตัวไม่ติดเลยทีเดียว
“รอ?? ค่ะต่อไปจะไม่ล็อคประตู โทรไม่ได้ค่ะคุณใหญ่ทำโทรศัพท์รุ้งพัง และที่ไม่กินข้าวเพราะไม่หิวค่ะ”
รุ้งตอบตามความจริงทุกอย่างออกมา โดยที่ไม่ทันคิดเลยด้วยซ้ำว่าอะไรจะเกิดขึ้นมาอีกต่อจากนี้
“ให้เวลา5นาทีตามลงไปกินข้าว หรือจะให้อุ้มไป เลือกเอาว่าจะใช้วิธีไหน 5 นาที”
และแน่นอนว่ามันได้ผล เมื่อรุ้งที่ได้ยินดังนั้นรีบเอ่ยออกมาในทันที
“จะไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ “ รุ้งรีบเดินนำหน้าออกไปทันที เมื่อมาถึงโต๊ะกินข้าวป้านวลและปิ่นที่ยืนรออยู่ รีบตักข้าวให้ทั้งสองป้านวลทักรุ้ง..
“ ไม่สบายรึเปล่ารุ้ง "
“ เรียกให้ถูกด้วยครับป้า" อนุชิตตำหนิป้านวลเบาๆพร้อมมองด้วยสายตาที่น่ากลัว รุ้งหันมามองอนุชิตแบบงงๆ ก่อนที่ป้านวลจะตอบออกมา
"ค่ะ ป้าขอโทษ"
ป้านวลกล่าวคำขอโทษออกมาเบาๆ ทำเอารุ้งเองถึงกับงงเหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น
“ไม่สบายรึเปล่าคะคุณรุ้ง ดูเพลียๆ หน้าซีดๆ ไม่ไหวบอกป้านะคะ ป้าจะได้หายาไว้ให้ค่ะ”
ป้านวลพูดใหม่เพราะอนุชิตตำหนิเมื่อก่อนหน้านั้นนั่นเองทำเอารุ้งหันมามองแล้วเอ่ยขึ้นมาเสียก่อน
"คุณอะไรกันคะป้า เรียกรุ้งเหมือนเดิมดีกว่าค่ะ" รุ้งหันมาบอกป้านวล พร้อมกับยิ้มให้ก่อนที่นายใหญ่ของบ้านจะเอ่ยออกมา
“เธอคิดว่าที่นี่ใครใหญ่สุด...”
" คุณใหญ่ค่ะ " รุ้งตอบแทบจะไม่ต้องคิดอะไรเลยทีเดียว
“กินข้าวเหอะหิวแล้ว”..ชายหนุ่มตั้งหน้าตั้งตากินข้าว ตาก็ชำเรืองมองรุ้ง ทุกครั้งที่มองทำไมหัวใจมันเต้นแรงขนาดนี้นี่เราหมกมุ่นเรื่องบนเตียงเกินไปรึเปล่า ชายหนุ่มได้แต่คิดอยู่ตลอดเวลา แต่ก็อดที่จะแอบมองร้องไมได้ นี่มันอะไรกันความรู้สึกแบบนี้นี่มันอะไรกันเนี่ย
กว่าจะผ่านการกินข้าวมื้อเย็นไปนั้นช่างแสนลำบากสำหรับชายหนุ่ม เมื่อกินข้าวเรียบร้อยแล้วนั้นต่างแยกย้ายกันไปพัก รุ้งเองรีบกลับห้องเพื่อไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อที่จะเข้านอน เพราะว่าวันนี้เธอเหนื่อยมากมายเหลือเกิน
เช่นเดียวกันกับอนุชิตหนุ่มใหญ่ที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วนั้น พลันนึกขึ้นได้ว่าเขาลืมโทรศัพท์เอาไว้ที่ห้องทำงาน ชายหนุ่มหันไปหยิบเสื้อคลุมมาใส่ ก่อนที่จะเดินออกไปเอาโทรศัพท์ เพราะว่าเขามีเรื่องที่ต้องโทรสั่งงาน เข้มสักหน่อย แต่เมื่อ....
พอเปิดประตูออกมาจึงทำให้เขาชนเข้ากับปิ่นที่ถือน้ำส้มคั้น และทำให้น้ำส้มกระเด็นใส่คนทั้งสอง
“ว๊ายยย..” ปิ่นอุทานทั้งที่เกือบล้มทำให้อนุชิตคว้าเอวบางของหญิงสาวเอาไว้ สองคนมองหน้ากัน อกบางร่างเล็กเสียดสีกับอกหนาของชายหนุ่ม และนั่นทำให้อนุชิตถึงกับหายใจไม่เป็นจังหวะ
ปิ่นรู้สึกได้ถึงการเต้นของหัวใจนายใหญ่ รวมไปถึงรับรู้ได้ว่าช่วงล่างของนายใหญ่ที่ต้อนนี้นั้นมันค่อยๆพองตัวขึ้นมาทุกที แต่กระนั้นปิ่นก็ยังแกล้งทำตัวไร้เดียงสา และยังคงกอดเอวชายหนุ่มเอาไว้ไม่ยอมปล่อย
"คุณใหญ่เปื้อนหมดเลยปิ่นขอโทษนะคะ"
หญิงสาวพูดพร้อมกับเอามือลูบแผงอกที่เปื้อนน้ำส้มเล็กน้อยของชายหนุ่ม พร้อมกับลูบไล้ไปทั่วร่างกายของเขาก่อนที่จะส่งสายตายิ้มหวานให้กับอนุชิต
" ขึ้นมาทำอะไรที่นี่ " อนุชิตถามปิ่นทั้งที่ยังกอดเอวหญิงสาวเอาไว้ พร้อมกับมองมาที่ใบหน้าเรียวไข่ได้รูป
