บทที่ 2 ตอนที่ 1 ใจดำเหี้ย ๆ

ตอนที่ 1 ใจดำเหี้ย ๆ

5 ku y 

Boom : @Kais @Khun รับสายกูไอ้หน้าสัด

Plu : บอกรหัสมาเร็ว ๆ เล่นเหี้ยอะไร

Poom : @Kais @Khun โผล่หัวออกมา

Khun : สัญญาก่อนว่าจะขอบคุณกู

Boom : ขอบคุณ! รหัสอะไร เร็ว ๆ

Kais : 469469 4ท่าหกเก้า

Boom : หน้าสัด

รู้รหัสปุ๊บ รีบกดรีบเพิ่มลายนิ้วมือตัวเองกับไอ้ปลื้มเข้าไปทันที กันไอ้เหี้ยสองตัวแอบมาเปลี่ยน ถ้าไม่ใช่เพื่อนนะมึง!

"สันดานเหี้ยจัด กะจะไม่ให้เข้าห้องเลยนะน่ะ" ปลื้มคลึงขมับพูด ยืนอิงผนังรอไอ้บูมเพิ่มรหัสสำรองเข้าไปอีกชั้น

จนเมื่อประตูห้องหมายเลข B7 ชั้น5 เปิดออก

แก็ก..

ภาพด้านในทำอึ้งกันทั้งสองคน และที่อึ้งกว่าคงเป็นร่างเล็กในห้อง ใบหน้าปราศจากเครื่องสำอาง มุมปากมีรอยแดง ๆ มัดผมด้วยยางมัดแกง ใส่เสื้อยืดตัวโคร่งนั่งอยู่ที่โซฟากำลังตักเส้นมาม่าคัพในถ้วยเข้าปาก

"ผิดห้อง ๆ" บูมรีบกระชากปลื้มให้ถอยหลังกลับ ปิดประตูเสียงดัง ปึง! แต่ก่อนจะปิดได้ยินเสียงโวยวายแว่ว ๆ จนต้องหันสบตา

"ใช่ ไม่ใช่?" ปลื้มถามเพราะไม่มั่นใจว่าคนในห้องใช่ผู้หญิงคนเดียวกันกับที่ไอ้บูมไปนั่งเต๊าะตลอดสามเดือนกว่าหรือเปล่า ถ้าเดาไม่ผิดผู้หญิงคนนั้นมีสง่าราศีมากกว่านี้ สวยกว่าตอนนี้ แต่ถ้าใช่..มาได้ไง?

ใช่ไม่ใช่ไม่รู้แต่โทรหาไอ้ไคซ์ไอ้ขุนไม่ติดเลย มันสองตัวปิดเครื่อง พอโทรหาไอ้ภูมิ คุณพ่อตอบแต่ไม่รู้ ๆ บอกแค่ไอ้สองคนออกไปด้วยกัน ไม่ได้กลับมาบอกอะไรเพราะมีเรื่องวุ่นวายหลายอย่างเลยไม่มีโอกาสได้คุย

บูมตัดสินใจโทรหาพิเพลง รอสายไม่นานนัก

(ว่าไงคะเฮียบูม)

"ไอ้ขุนล่ะ?"

(เฮียขุนอาบน้ำ สำคัญไหมคะ)

"สำคัญ เอาโทรศัพท์เข้าไปให้มัน เปิดลำโพงด้วย" บูมพูดอย่างร้อนใจ เขาว่าคนด้านในน่ะไม่ผิดคนแน่

(มีไร?) ขุนถามเหมือนไม่อยากคุย

"ใครอยู่ในห้อง?" เป็นปลื้มที่ถามแทน

(เพลงออกไปเตรียมชุดให้หน่อย เดี๋ยวจะได้กลับกันเลย) ขุนหันพูดกับเมียรัก พิเพลงพยักหน้ายิ้มรับ

(อะ พูดใหม่ พูดดี ๆ เผื่อเพลงฟังอยู่) ขุนย้ำเพื่อนสองคน

"ใครอยู่ในห้อง! ใช่ ใช่ไหม?" คราวนี้เป็นเจ้าของห้องที่ถามคำถาม

(หน้าไม่คุ้นเหรอ ปากเน่าไหม)

"ไอ้ขุน มึงอย่าเล่นลิ้น"

(ใช่ ใช่คนที่มึงอยากเอาตลอดสามเดือนกว่า พอใจยัง)

"..."

(อย่าลืมซื้อพวงมาลัยมากราบถวายกู อุตส่าห์สานฝันให้เป็นจริง)

ได้ยินคำตอบชัดขนาดนี้คงไม่ต้องถามต่อให้เสียเวลา

"เหี้ยนะ ไอ้ไคซ์อีกตัว" ปลื้มถอนหายใจมองหน้าจอโทรศัพท์ไอ้บูมที่ดับไป ก่อนจะคว้าโทรศัพท์มาปลดล็อกโทรหาณภัส

(ขาเฮียบูม) ณภัสรับสายแล้วตอบเสียงหวาน

"ขอสายไอ้ไคซ์"

(พูดเลยค่ะ นอนคว่ำหน้าอยู่ข้าง ๆ นี่แหละ)

"พูดมา"

(ไม่ใช่เรื่องของมึง) ไคเซอร์ตอบคนถาม เดาจากเสียงคงเป็นไอ้ปลื้มแน่นอน

"พวกมึงทำเหี้ยอะไรวะ หิ้วปัญหามาขังไว้ในห้องกู คิดได้ยังไง" บูมถามอย่างเหลืออด ถ้าอยู่ใกล้ ๆ คงกระโดดไปแดกหัวเรียงตัว ทำห่าอะไรไม่ปรึกษากันบ้างเลย

(ชอบไม่ใช่เหรอ จัดดิ อุ้มมาให้ถึงห้องเลยนะเว้ย)

"ไอ้ไคซ์!"

(ไม่มีใครอยากยุ่งหรอก แต่คนของมึงมายุ่งคนของเราก่อน ไม่เชื่อก็ไปถามเอาเอง)

"มึงพูดอะไร? กูกับไอ้ปลื้มไม่รู้เรื่อง"

(ผู้หญิงคนนั้นมาตบหน้าเพลงถึงร้านอุปกรณ์เลยนะเฮียบูม) ณภัสพูดแทรก

"ขออีกที" บูมถามภัสแม่ของลูกไคเซอร์ซ้ำ

(ที่รักมาตบเพลง หลังเฮียขุนจัดการผู้ชายคนนั้น)

ตืด! บูมกดวางสาย สบตาเพื่อนรักด้านข้างตาแข็งขึ้น ลำพังตัวเขาอะไรก็ได้ ไม่เคยมีปัญหา แต่ถ้ามาวุ่นวายกับคนในครอบครัวแบบนี้มันไม่ถูกต้อง เพลงไม่เกี่ยว ที่รักมีสิทธิ์อะไรมาตบเพลง เพลงที่เปรียบเสมือนส้อคนที่สามในครอบครัวธรีพี

(ณภัสxไคเซอร์ ในเรื่อง แค่เมียครั้งคราว) 

(ซีเซย์xภูภูมิ ในเรื่อง แค่เมียที่ยืมมา) 

(พิเพลงxเจ้าขุน ในเรื่อง แค่คล้ายว่ารัก) 

ประโยคของณภัสทำความอดทนของบูมแทบขาดสะบั้น เขาหันไปสแกนนิ้วแล้วดันประตูอย่างแรง ตรงเข้าไปกระชากร่างเล็กที่ยืนรออยู่ก่อนแล้วมาประชิดตัว

"ทำ ทำไมวะ!" บูมตวาดแสกหน้าเสียงดังลั่น เธอที่โดนกระชากพยายามดันและผลักออก ก่อนจะชะงักอีกครั้ง

"ทำทำไม! ทำกูคนเดียวไม่พอหรือไง!" คราวนี้เขาตวาดแล้วผลักเธอล้มกระแทกพื้นต่อหน้าต่อตา ไม่วายก้าวขาไปคร่อม บีบปลายคางเรียวสวยอย่างแรงจนใบหน้าสวยปราศจากเครื่องสำอางบิดเบี้ยว

"จะ ใจ เย็น ใจเย็น ๆ ได้ไหม ระรักเจ็บนะ" หญิงสาวพยายามใจเย็นเอ่ยเสียงแผ่ว สองมือจับข้อมือใหญ่พลางลูบปลอบให้ชายหนุ่มตรงหน้าใจเย็น ทว่าไม่ได้ผล เขายังคงเพิ่มแรงบีบจนเธอรู้สึกเหมือนกระดูกส่วนนี้พร้อมจะแตกร้าวทุกเมื่อ

"ระรักมีเหตุผล ฟะฟังกันหน่อยได้ไหม.." เธอพยักหน้าถี่ น้ำตาคลอหน่วย นัยน์ตามีความหวัง อย่างน้อยก็ให้คนตรงหน้าปล่อยมือหรือผ่อนแรงลงก็ยังดี

"มึงลองฟังเหตุผลดู แต่ถ้าไม่เอาแล้วกูขอเอาต่อเลยนะ" ปลื้มเดินคาบบุหรี่มาจุดไฟสูบ ย่อตัวลงพ่นควันขาวใส่หน้าขาว ๆ ของมาม่าซังคนสวย ก่อนจะรั้งคอเสื้อยืดดูเนินอกขาวที่เห็นมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนราวกับคนโรคจิต

"ใจเย็นหน่อยแล้วกัน เสียดายของว่ะ" ปลื้มหันไปตบบ่าบูมที่กำลังมีอารมณ์เพื่อเตือนสติ เขาหยัดกายขึ้นเดินไปยังระเบียง ขนาดระเบียงยังมีรหัส นี่สินะ ที่เรียกระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนาของเดอะไลฟ์คอนโด

พริบตาเดียวร่างเล็กบนพื้นก็ถูกกระชากลากถูเข้ามาอยู่ในห้อง ห้องนอนของเขาที่เธอเข้ามานอนพักอาศัย ใช้ข้าวของในห้อง รวมถึงเสื้อที่สวมอยู่

"บะบูม เราคุยกันได้นะ" ร่างเล็กรีบลุกขึ้นยืนสวมกอดเจ้าของห้องแนบแน่น แล้วก็ต้องส่ายหน้ารัว ๆ เมื่อคนตรงหน้าเลือกที่จะแกะแขนเธอ บูมคนนี้ไม่เหมือนบูมคนเดิม ไม่เหมือนบูมวันวานที่ทั้งรักทั้งหลง ยอมเธอทุกอย่าง

ร่างสูงผลักไสอ้อมกอดคนตรงหน้าในพริบตา มือใหญ่ยกขึ้นชี้หน้าเอ่ย..

"รีบพูด! อย่าแตะตัว"

"ใจเย็น ๆ ก่อนได้ไหม"

"รีบพูด!" บูมยืนยันคำเดิม เสียงดังเหมือนเดิม

"เรื่องวันนั้นรักไม่ได้ตั้งใจ รักแค่เรียกลูกน้องมาขู่.."

"แต่กูโดนกระทืบไง!" ตอบเสียงดังแทบจะตะโกนใส่หน้า ต้องให้สาธยายไหมว่าโดนกี่ตีน โดนนานเท่าไหร่ โดนตรงไหนบ้าง เพราะคนที่โดนมันไม่ใช่เธอไง ไม่ใช่เธอ!

"ระรักไม่รู้.." เธอเองก็ไม่รู้ ไม่รู้ทำไมคนอื่น ๆ ถึงผลักประตูห้องเข้ามา มุ่งเป้าไปหาเขา วินาทีนั้นทุกอย่างชุลมุนวุ่นวายไปหมด เธอพยายามห้ามแล้ว แต่แล้วก็ต้องหยุดชะงักเมื่อใครอีกคนเดินเข้ามา

'ถ้าไม่อยากโดนแบบมัน ยืนดูนิ่ง ๆ ซะ'

'รู้ไหม คนทรยศอย่างเธอ มันสมควรตายมากแค่ไหน!'

สองประโยคนี้หนักอึ้งจนไม่สามารถขยับตัวได้ ทำได้เพียงมองแสงสีแดงที่อกข้างซ้ายตาพร่ามัว กระทั่งลำแสงหันเหไปอยู่ที่คนบนพื้น เป็นจังหวะเดียวกันกับที่คนพูดสอดมือมาโอบเอว กระชับกอดแนบแน่นจนสองเราแนบชิดกัน หยดน้ำสีใสถึงได้พรั่งพรูไหลเป็นทางพร้อมเสียงที่ดัง ปึก ตึก ตุบ ซ้ำ ๆ โดยที่เธอไม่สามารถห้ามหรือทักท้วงอะไรได้เลย

ความรู้สึกสุดท้ายก่อนทุกอย่างจะสงบคือเธอกำลังสะอื้นไห้อย่างหนัก หนักจนเสียง ปึก! ดังขึ้นด้านหลัง และภาพทุกอย่างก็ตัดในพริบตา

"พูดง่ายไปไหม? บอกไม่รู้ ไม่รู้ เห็นกูโง่มากใช่ไหม!"

"บูม รักไม่ได้คิดแบบนั้นเลยนะ" สองมือสั่นเทายกขึ้นจับแขนแกร่งที่ชี้หน้าเธออย่างสั่น ๆ

"แล้วมันเป็นแบบไหน! พูดมา!" ตวาดเสียงดังจนเส้นเลือดปูดโปนตามกรอบหน้า ใบหน้าหล่อเหลามีรอยฟกช้ำ รอยแตก หน้าร้อนผ่าวแดงก่ำ บอกให้รู้ถึงอารมณ์ที่คุกรุ่น เรื่องของเรายังไม่เคลียร์ เธอยังกล้าไปสร้างปัญหาต่อ ทำได้ยังไง

"เราจะคุยกันรู้เรื่องใช่ไหม บูมใจร้อน บูมโกรธ"

"แล้วเมื่อไหร่จะพูดสักทีวะ!" พูดแล้วผลักไหล่ที่รักจนเธอเซไปหลายก้าว ทั้งที่ทำขนาดนี้เธอก็ยังไม่ปริปากพูด ไอ้เหี้ยนั้นคงสำคัญกับชีวิตเธอมากสินะ ถึงได้ปกป้องมันไม่ลืมหูลืมตาแบบนี้

"เรื่องนั้นรักไม่รู้จริง ๆ รักไม่มีส่วนรู้เห็น"

"เลยแค่ยืนมอง ไม่ช่วย ใช่ไหม?"

"บะ บูม.."

"เธอรู้ไหม เธอแม่งเป็นผู้หญิงคนแรกเลยที่โคตรเห็นแก่ตัว ใจดำเหี้ย ๆ ทั้งที่ไม่กี่ชั่วโมงก่อนเราเพิ่งจะนอนเอากันไป เธอแม่ง..โคตรใจดำ!" ชายหนุ่มกัดฟันพูดแทบทุกประโยค หากคนตรงหน้านี้ไม่ใช่เธอที่เขาเคยชอบนักชอบหนาคงลากออกไปโยนหน้าห้องให้อับอายขายขี้หน้าแล้ว แต่เพราะเป็นเธอ เป็นที่รัก เขาเลยทำไม่ลง

"บูม รักมีเหตุผลจริง ๆ นะ"

"เหตุผลอะไร? ใช่เหตุผลที่เธอเป็นแม่ของลูกมันไหม!"

"..."

"เฮ้ย! มีผัวแล้วทำไมไม่บอกวะ"

"..."

"มาให้ความหวัง ให้ตามจีบทำไม"

"บูม.." พึมพำเสียงสั่นเครือพลันน้ำตาไหลอาบแก้ม

"เธอบอกให้รอ ฉันก็รอ สะใจหรือยัง?" ถามเสียงสั่นตาแดงก่ำ พร้อมอาละวาดทุกเมื่อ ยิ่งเธอเงียบไม่ปฏิเสธอารมณ์ก็ยิ่งคุกรุ่น

"..."

"เล่นกับหัวใจผู้ชายแบบกูพอหรือยัง!!"

"ไม่ได้เล่นเลย" หญิงสาวเถียงกลับ ก่อนจะสะอื้นไห้หลับตาปี๋เพราะเสียงที่ตวาดกลับมา

"โกหก! ผู้หญิงแบบเธอยังมีหัวใจอยู่ไหม! รักคนอื่นเป็นบ้างไหม หรือรักแค่ตัวเอง ฮะ!"

"..."

"จำสิ่งที่เธอทำกับฉัน ครอบครัวฉันไว้ให้ดี"

"..."

"เวลาโดนทำกลับบ้างจะได้ไม่งง"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป