บทที่ 3 ตอนที่ 2 เมียไอ้บูม

ตอนที่ 2 เมียไอ้บูม

ปึง!

ประตูห้องนอนปิดลงเสียงดังสนั่น ตามด้วยเธอที่ค่อย ๆ ทรุดตัวลงนั่งกอดเข่าก้มหน้าร้องไห้ลำพังบนพื้นเย็นเฉียบของห้องนอน

บูมคนนี้ไม่ใช่ผู้ชายที่เธอรู้จัก เขาคนเดิมน่ารัก ออกจะกวนตามประสา ไม่เคยหยาบคายหรือแข็งกระด้างด่ากราดเธอแบบนี้ ที่เป็นแบบนี้เพราะเขาโกรธใช่ไหม โกรธที่วันนั้นเธอไม่ได้ห้าม ไม่ได้ช่วย ใช่หรือเปล่า ถ้าใช่ล่ะก็..อยากจะบอกให้รู้เหมือนกัน 'เขาน่ะแค่โดนกระทืบ แต่ถ้าเธอช่วย เราอาจจะตายกันทั้งสองคน'

ที่รัก มาม่าซังเลิฟเอกซ์ เป็นชื่อเรียกในแวดวงอโคจร เธอก้าวขาเข้าสู่วงการนี้เต็มตัวตั้งแต่อายุสามสิบปี จนตอนนี้เธออายุ 34 ปีแล้ว สี่ปีเต็ม ๆ ที่เป็นหน้าเป็นตาให้คลับ ผับ บาร์ เลานจ์ในเครือของพี่โฬม

แรกเริ่มหญิงสาวไม่ได้อาศัยในจังหวัดนี้ เธออาศัยอยู่อีกสองจังหวัดถัดไป หากขับรถคงใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมง ระยะทางราว ๆ สี่ร้อยกว่ากิโลเมตร แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรค เพราะการมีงานก็เท่ากับว่ามีเงิน เดิมทีเป็นคนรักสวยรักงามมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แค่ไม่รู้ว่าต้องตาใครเขาเข้า จนวันเวลาผ่านไป เธอกลายเป็นผู้หญิงกลางคืน เป็นผู้หญิงที่ใครต่างก็อยากแตะต้อง จับจอง ทว่าไม่เคยมีใครกล้าขัดแข้งขาคนผู้นั้นได้สักครา เพียงแค่พูดชื่อ 'ที่รัก' หลายคนก็ยอมถอย ยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม

ในชีวิตผู้หญิงสู้ชีวิตอย่างเธอมีแค่แม่กับยาย แม่กับยายคือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต แม้ฐานะทางบ้านจะไม่ได้ร่ำรวย ออกจะยากจนข้นแค้นแต่เธอก็ไม่เคยหวั่น เธอเรียนจบแค่ ม.6 ลาออกมาทำงานหามรุ่งหามค่ำ ทำทั้งงานประจำและงานเสริม ยอมนอนวันละไม่กี่ชั่วโมงมาตลอดหลายปี สิบปีกว่าเห็นจะได้ จากครอบครัวที่ขัดสนเปลี่ยนมาเป็นพอมีพอกิน ไม่ได้ยากจนข้นแค้นหมุนเงินเดือนชนเดือนเหมือนอย่างเคย จนอายุย่างเข้าเลขสาม สวรรค์คงเมตตา ส่งผู้ชายมีอายุคนหนึ่งมาให้ผู้เป็นแม่ ชายคนนั้นเลี้ยงดูแม่และยายรวมถึงเธอเป็นอย่างดี เขาให้บ้าน ให้รถ ให้เงินทอง สร้างบ้านหลังเก่าของเราให้เป็นบ้านใหม่ กระทั่งอายุขึ้นเลขสาม

'ตกเขียว' รู้จักคำนี้ไหม เธอน่ะไม่ต่างอะไรจากความหมายของคำนี้เลย เพียงแค่เธอไม่ได้เป็นเด็ก ไม่ได้ถูกจองตัวตั้งแต่เด็ก แต่ถูกเพ่งเล็งในช่วงอายุยี่สิบเก้าย่างสามสิบปี ชายมีอายุคนนั้นให้เงินให้ทองให้ทุกอย่างให้ความสุขสบาย และสุดท้ายก็ให้แม่มาเจรจา

หญิงสาวในวัยสามสิบปีไม่ได้เข้าไปขายตัวในซ่อง แต่เธอถูกยกยอปอปั้นให้เป็นผู้ดูแลหญิงค้าประเวณี เธอที่เก้ ๆ กัง ๆ ถูกจับแต่งแต้มเติมป้ายให้เปื้อนราคี จากหญิงสาวบริสุทธิ์กลายมาเป็นมาม่าซังที่ทุกคนรู้จักมักคุ้น

หากย้อนเวลากลับไปได้คงต้องแก้ที่แม่ เริ่มจากแม่ที่รับเงิน รับจนหลงใหลในเงินตราถึงขั้นผลักไสชีวิตเด็กบ้าน ๆ อย่างลูกสาวของตัวเองมาอยู่ในสถานที่อโคจรแบบนี้

'คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า' ประโยคนี้ไม่เกินจริง เพราะใครต่างก็มองว่าสุขสบาย มีกินมีใช้ไม่ขาดมือ แต่ลืมไปหรือเปล่า เงินที่ได้เป็นเงินร้อน เงินสกปรก เงินจากการทำนาบนหลังคนทั้งนั้น..

แก็ก..

ประตูห้องนอนถูกเปิดโดยเพื่อนสนิทของบูม

"อยู่ที่นี่กี่วันแล้ว?"

"หลายวัน เกือบอาทิตย์"

"เธอถูกขัง"

"ใช่ ฉันออกไปไม่ได้" สองมือสั่นเทาเช็ดคราบน้ำตาที่พวงแก้มราวกับมีความหวัง แต่แล้วก็ต้องสิ้นหวังเมื่อเพื่อนบูมเอ่ย..

"เธอพลาด ทำพลาด ใครก็ช่วยอะไรไม่ได้ รวมถึงไอ้โฬมนั่นด้วย"

"ฉันไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ ขะขอยืมโทรศัพท์ของคุณได้ไหม คุณปลื้ม.." ที่รักร้องขอเสียงแผ่ว แม้ความหวังจะริบหรี่

"ถ้าฉันช่วยเธอแล้วฉันจะได้อะไร?"

"อยากได้อะไร" ถามสีหน้าหวาดหวั่นเพราะสายตาที่อีกฝ่ายมองกันเธอพอจะเดาออก

"ร่างกายเธอ ได้ไหม?"

"ไปถามบูม ถามบูม" เธอรีบโบ้ยคำตอบไปให้ชายหนุ่มนอกห้อง อย่างน้อยเราสองคนก็มีความรู้สึกดี ๆ ให้กัน เขาคงไม่ใจร้ายกับเธอไปมากกว่านี้

"ดูเธอหมดฤทธิ์เลยนะที่รัก พอไม่ได้ยืนตรงนั้นรู้สึกยังไงเหรอ?" เขาหมายถึงภาพลักษณ์ภายนอกที่น่าเกรงขามน่ะ เวลานี้แทบไม่หลงเหลืออยู่เลย

เขายังจำได้ วันนั้นวันที่เธอสั่งลูกน้องให้ยกถังน้ำมาสาดไอ้บูม สีหน้าเธอตอนมองมันเย่อหยิ่งจนน่าหมั่นไส้ ไหงวันนี้มาตกอยู่ในสภาพนี้ได้ แตกต่างเหมือนฟ้ากับเหว

"บูมใจเย็นหรือยัง" เธอไม่ตอบ เปลี่ยนเป็นถามคำถามพลางชะเง้อหน้ามองแสงจากนอกห้องที่เล็ดลอดเข้ามาแทน

"ตั้งแต่รู้จักกับมันมา เธอเป็นคนแรกเลยมั้งที่ทำมันดีแตกขนาดนี้ เก่งจัง ผู้หญิงสวย ๆ เนี่ย"

"..."

"ฉันจะเอาใจช่วยนะ แต่ถ้ามันไม่เอาเธอเมื่อไหร่ หันมาซบอกฉันได้เสมอ" จะล่อให้ยับเลย!

ปลื้มพูดทิ้งท้าย เปิดประตูห้องออกไปลูบหัวไอ้คนหัวร้อนให้ใจเย็นลง เดินอ้อมโซฟามานั่งขนาบข้าง กระซิบกระซาบ

"ปากแตกจริง ๆ ช้ำหนัก แต่จางลงแล้ว"

"ทำทำไมวะ" ยิ่งได้ยินไอ้ปลื้มพูดก็ยิ่งหงุดหงิด คนที่ลงมือคงไม่แคล้วไอ้ขุน เพราะภัสบอกว่ารักไปตบเพลง เขาไม่เข้าใจจริง ๆ รักโกรธเคืองอะไรเพลง? ทำไมต้องทำเพลง ในเมื่อเพลงไม่ได้มีส่วนรู้เห็นอะไรด้วยเลย เผลอ ๆ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาตามจีบเธออยู่

"มึงจะให้ไปตบไอ้ขุนเหรอ ไอ้เหี้ยขุนตบกลับนะ อย่าลืมว่าไม่ใช่เมียมัน ไม่ใช่เมียมึง ไม่ใช่เมียใคร"

"เมียกูนี่แหละ" บูมหลับตาถอนหายใจเสียงดัง

"อ้าวเหรอ แล้วแบบนี้..เดี๋ยว! เดี๋ยว มึงพูดอะไร จริงเหรอ?" แทบไม่เชื่อหู รู้ว่ามันอยากล่อ พยายามล่ออยู่ คิดว่าคงได้แค่ลูบคลำจูบล้วง แต่ที่ไม่รู้คือมันได้แล้ว

"..." เจ้าของห้องไม่ได้ตอบ เพื่อนรักเลยขยับถอยออกห่าง ลุกไปยืนพิจารณาอยู่ที่โซฟาตรงข้ามกัน

"มึงสอยมาม่าซังแล้วเหรอ เอ่อ..สอยแบบ เอาอะ เออ เอา มึงเอาแล้วเหรอ?" พูดได้ไม่เต็มปาก กลัวจะโดนกระทืบเหมือนคนแถวนี้

"อืม!" คนถูกถามกระแทกเสียงตอบ

"เล่า ๆ เล่าหน่อย ดีไหม?" ต่อมเสือกทำงานแบบฉับพลัน

"ดีหมด ยกเว้นตอนโดนกระทืบ"

"โห มึงเล่าสั้นอะ"

"แล้วมึงอยากรู้อะไรตอนนี้?"

"กูเพื่อนมึงนะ"

"พี่กู พ่อกู กูยังไม่บอกเลย ไปไกล ๆ"

"หัดมีความลับกับกูเหรอ"

"ก็ดีไง บอกแล้วว่าดี ถ้าไม่โดนกระทืบก่อนคงต่อยาว"

"ต่อยาวคือ?"

"คุยต่อไง มึงงงอะไร"

"งงดิ มึงจะไม่กินสุกี้กับกู นี่กูอุตส่าห์รับงานเสริมจากไอ้ขุนเพื่อความสุขของเราเลยนะ" ทั้งรับเงินไอ้ขุน รับเงินคุณหญิง ไม่เห็นใจเขาที่ทำงานหนักเพื่อความสุขของเราบ้างเลยเหรอ?

"กูชอบไง"

"..."

"แต่จะเลิกชอบแล้ว"

"กลับมาเป็นเหมือนเดิมด่วน อย่าทิ้งกู"

"ขอเวลา"

"เวลาอะไร กูขอแบบเคลียร์ ๆ"

"เห็นหน้ากูไหม? เห็นทำเพลงไหม คิดว่ากูจะปล่อยให้มีความสุขเหรอ"

"เดี๋ยวแพ้ภัยตัวเอง อย่าเหอะ กูขอ"

"..."

"ปล่อยไปเถอะ ผู้หญิงสวยมันอันตราย อีกอย่างที่รักคงผ่านอะไรมาเยอะ เดาทางมึงออกแน่ อย่าเสี่ยง ขอร้อง"

"ผ่านอะไรที่ว่าคือมีกูเป็นผัวคนแรกนะ"

"โอเค งั้นกูกลับ ไว้เจอกัน" ปลื้มพูดแล้วลนลานรีบเดินไปหยิบบุหรี่ใส่กระเป๋ากางเกง ตรงไปสแกนนิ้ว วิ่งออกจากห้อง ไม่วายล้วงหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงต่อสายหาไคเซอร์

รอสายไม่นานนัก ปลายสายกดรับไร้เสียงทักทาย

"ไอ้ขุนตบเมียไอ้บูม!" ปลื้มเอามือป้องปาก พูดใส่ปลายสาย

(...อึก)

"ไม่ต้องกระเดือกน้ำลายลงคอเลย มันเอาแล้ว"

(ก็แค่เอา..) ไคซ์ตอบหวั่น ๆ

"มันจีบ! คนแรกด้วย ฝันร้ายของกูสัด ๆ" ฝันร้ายที่รู้เรื่องเป็นคนแรก ตอนนี้ไม่แปลกใจเลยทำไมมันโดนกระทืบ

(ขออีกที)

"เฮียแบร์มา รู้จักกับไอ้โฬม เฮียแบร์รู้ว่าที่รักเป็นคนของไอ้โฬม แล้วที่เหี้ยสัด ๆ คือไอ้หุ้นส่วนมันจะให้ที่รักเป็นแม่ของลูก ดูดิ! กูว่าแล้วทำไมไม่มีใครกล้ามาเกาะแกะเลย สัดเอ๊ย"

(เตือนแล้วไม่ฟัง พูดแล้วไม่เชื่อ)

"มันเรียกมาม่าซังว่าเมียเต็มปากเต็มคำ โทรเรียก 1669 มารับกูที!" แพทย์สนามไม่ต้องหามมัน มาหามกูก่อน กูไม่อยากรู้ กูอยากปิดหูปิดตา

(ไอ้ขุนรู้ยัง?)

"ยัง มันจริงจังกับคนนี้"

(ไม่แน่หรอก ร้ายจะตาย)

"ตอนนี้ไม่ร้ายเลย ไม่เหลือเค้าร้ายกาจ กราบตีนไอ้บูมได้คงกราบไปแล้ว"

(ก็กราบไป จัดการกันเอง)

"โถ่ ไอ้คนดี! พวกมึงอะตัวดี ไปอุ้มมาขังทำไม"

(ก็เห็นชอบ อยากได้ สมใจแล้วนี่)

"เ ย คืนนี้ อีกวันหามส่งโรงพยาบาล สัด! เป็นกู กูไม่เอา"

(มึงไม่ใช่คนเอา แค่นี้แหละรำคาญ) ตืด! พูดแล้วตัดสายเลย

ปลื้มมองหน้าจอโทรศัพท์ตาละห้อย ถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่าก่อนจะสะดุ้งหันหลังกลับไปมองต้นเสียง

"มึง! เล่าแล้วก็บอกพวกมันเลย กูขี้เกียจจะพูด อ้อ..ไม่ต้องกลัวว่ากูจะกกยาว กูแค่.."

"อย่าพูดออกมา พวกมึงพูดทีไร สวนทางทุกที" ปลื้มรีบยกมือปราม

"กูแค่จะทำให้รักเจ็บเหมือนที่กูเจ็บ พอใจเดี๋ยวก็ปล่อย ไม่นานหรอก"

"..." สาธุ99 กูไม่เชื่อ!

"ได้ยากดีนัก กูจะเอาให้สมใจอยากเลย"

"..." แล้วแต่มึงเลยเพื่อน เอาที่สบายใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป