บทที่ 4 ตอนที่ 3 อยากแหกอีกไหมล่ะ?
ตอนที่ 3 อยากแหกอีกไหมล่ะ?
เช้าวันต่อมา
บูมไม่ได้เข้าไปนอนในห้อง ไม่แม้แต่จะย่างกรายเข้าห้องเหมือนกันกับที่รักที่ไม่ยอมออกจากห้องมาเลยทั้งคืน ตาคมเหลือบดูเวลา นาฬิกาบอกเวลาแปดโมงเช้า เป็นเวลาสำหรับอาหารเช้า แต่ก็ไร้เงา
ตลอดคืนเดินสำรวจภายในห้อง ต้องขอบคุณพวกมันที่อุตส่าห์ตุนของสด ผักผลไม้ อาหารแห้งไว้ให้รัก เพราะถ้าพวกมันไม่ซื้อมาไว้ให้ ไม่มีทางที่ที่รักจะติดต่อใครได้เลย โทรศัพท์ที่มีติดห้องเหลือแค่สายไม่มีตัวเครื่อง ส่วนของสำคัญในห้องยังอยู่ครบเหมือนเดิม
แก็ก..
ไม่ทันที่ความคิดจะหายไป เสียงเปิดประตูดังเรียกความสนใจ เรียกสายตาให้หันมอง
ที่รักวันนี้ใส่เชิ้ตแขนยาวตัวสีขาวที่ยาวเกือบถึงเข่า ด้านในทะลุปลอดโปร่ง มองเห็นปลายถันสีชมพูระเรื่อกับไรขนอ่อนที่ความเป็นสาวเด่นชัด
"บูม อารมณ์ดีขึ้นหรือยัง.."
"อ่อยเหรอ?" เสมองไปทางอื่น ลุกขึ้นยืนเดินไปต้อนที่รักจนเธอก้าวถอยหลัง แผ่นหลังแนบบานประตู โดยมีแขนแกร่งสองข้างกักขังเธอไว้ ตากลมแวววับรอบตาบวมปูดช้อนขึ้นสบตาส่ายหน้าเม้มปาก
"รักไม่มีเสื้อผ้า เมื่อวานก็ใส่อันเดอร์แวร์ของบูม แผ่นปิดจุกก็อันเดิม"
"..."
"แปะทุกวัน ใช้งานบ่อย ไม่ได้สลับเปลี่ยน กาวมันติดไม่อยู่แล้ว"
"บอกทำไม"
"ไม่ได้ยั่ว" สบตาน้ำในตาคลอ ขนาดเธอพูดเสียงแผ่ว พูดกับเขาดี ๆ เขายังเมินเฉยต่อกัน ไม่เหมือนคุณบูมคนนั้นที่ตามติด หยอกล้อเธอให้มีรอยยิ้มได้ตลอดทุกครั้งที่เจอกันเลย
ปฏิเสธไม่ได้ว่าคิดถึงเขาคนเดิม คนที่เป็นรอยยิ้มให้ในทุกวัน คนที่คอยซื้อของอร่อยมาฝาก บ้างก็เนียนแต๊ะอั๋งกัน
หัวใจเธอดวงเล็กนิดเดียว พอถูกใครเอาใจเข้าหน่อยก็ไขว้เขว จากที่เคยปิดใจ ตั้งปณิธานว่าจะไม่สานสัมพันธ์กับชายใดที่เจอในสถานที่นี้เด็ดขาดก็แปรเปลี่ยน เปลี่ยนเป็นค่อย ๆ เปิดกว้างรับเขาเข้ามา ยิ่งบูมสม่ำเสมอ ยิ่งบูมให้ความสุข มันทำให้เธอเกือบจะลืมทุกอย่างที่ผลักเธอมาอยู่ตรงนี้จนสิ้น
สี่ปีเต็มกับการแบกโลกทั้งใบ ทำได้เพียงปั้นหน้า แสร้งยิ้มมีความสุขทั้งที่ไม่เคยสุขกายใจจริง ๆ จนบูมเข้ามา..
"ถ้าฉันเอาเธอ คงจะโดนกระทืบอีก" บูมโน้มหน้ากระซิบชิดข้างหูขาว ทำขนลำตัวที่รักลุกซู่เหมือนอย่างเธอที่ยืนตัวแข็งทื่อ
"แต่ไม่สน กระทืบมากระทืบกลับ ฉันหยอดน้ำข้าวต้มกี่วัน มันต้องหยอดนานกว่า" พูดแล้วกดจมูกโด่งเป็นสันคมของตัวเองคลอเคลียลำคอขาว เธอน่าจะเพิ่งอาบน้ำทาครีม เพราะยังมีกลิ่นโลชันอ่อน ๆ ที่เขาใช้ติดตามเนื้อตัวอยู่ ไม่ว่าจะคอฝั่งนี้ ซ้ายหรือขวา หลังคอ พวงแก้ม ล้วนมีกลิ่นข้าวของเครื่องใช้ที่เขาใช้อยู่เป็นประจำทั้งนั้น
"รักหิว ไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่บูมมา"
"ฉันเอามืออุดปากเธอไว้เหรอ?" เสียงหวาน ๆ ของรักทำเขาหงุดหงิด ผละแขนที่กักขังคืนอิสระ
"กลัวบูมจะหงุดหงิด โวยวายอีก"
"แค่เห็นหน้าเธอฉันก็กินอะไรไม่ลงแล้ว" แต่กูกินแล้ว กินมาม่า กินไปสองคัพ หิว ไม่อยากออกจากห้อง ไม่รู้รักเห็นรหัสหรือยัง ถ้าเห็นคงลำบากต้องไปลากตัวกลับมาอีก ที่รักก้าวขาไปทางซ้ายสองก้าว ชี้ที่กล่องมาม่า
"ถ้าไม่เห็นคงกินลงใช่ไหม ขอโทษนะ" เธอเอ่ย เดินเลี่ยงไปยังห้องครัว รีบหยิบมาม่าแบบซองมาฉีกใส่ถ้วย ตามด้วยต้มน้ำ
ที่รักยืนกินมาม่าตรงนั้น กินด้วยความเร็วจนสำลักต้องรีบเดินไปทางตู้เย็นเพื่อหยิบน้ำมาดื่มล้างปาก เธอไอจนหน้าดำหน้าแดง รู้สึกแสบในคอในจมูก
ที่รักใช้เวลาทำทุกอย่างราว ๆ สิบห้านาที เมื่อแล้วเสร็จจึงรีบสาวเท้ากลับเข้าห้อง ยังไม่ทันจะได้ก้าวขาเข้าห้อง เสียงประชดประชันก็ดังขึ้นจนต้องหันมอง
"สบาย!" เสียงเขาทำเธอหันมาสบตานิ่ง ๆ
"กินอิ่มแล้วจะกลับเข้าห้องนอนเลยเหรอ สบายเกินไปไหม?"
"บูมอยากให้รักทำอะไร"
"ทำความสะอาดห้อง ล้างห้องน้ำ ทำทุกอย่าง" เจ้าของห้องดุนลิ้นสากติดกระพุ้งแก้มพูด ลุกขึ้นยืน เดินไปทางห้องนอน ผลักหลังที่รักออกจากรัศมีประตูแล้วปิดเสียงดัง ปึง! ไม่ลืมล็อกกันเธอเข้ามาในห้อง
บูมกวาดสายตาสำรวจข้าวของในห้อง ทุกอย่างยังเหมือนเดิมแทบไม่มีการเคลื่อนย้าย ที่รักถือเป็นผู้อาศัยที่ดี เพราะไม่ว่าจะใช้อะไรเธอก็เก็บกลับที่เดิม แต่ผ้าที่เต็มตะกร้าคืออะไร? จะซักแล้วตากในห้องไม่ได้เหรอ แล้วกางเกงในเขาที่ถูกเธอใส่ยังไง? มันได้เหรอวะ!
หลังประตูห้องนอนปิดลง น้ำตาใสก็กลิ้งลงบนแก้มไหลย้อยลงปลายคางทันทีโดยที่เธอไม่สามารถเลือกอะไรได้เลย เผลอ ๆ อาจจะเลือกไม่ได้มาตลอดสี่ปีเลยด้วยซ้ำ
ที่รักไม่อยากปลอบตัวเอง เธอไม่อยากโกหกร่างกาย วันนี้แบกรับไม่ไหวคงต้องยอมรับว่าไม่ไหว ในเมื่อที่นี่ไม่มีใคร มีแค่เขากับเธอ ก็ขอให้เป็นเขาคนเดียวที่เห็นความน่าสมเพชนี้ในตัวเธอแล้วกัน
คอนโดบูมค่อนข้างกว้าง กว้างขวางสำหรับคนมีอันจะกิน ภายในห้องมีหลายห้องนอน แต่ ๆ ละห้องเหมือนไม่ใช่ห้องนอน เพราะแทบไม่มีอะไรที่อำนวยความสะดวกเลย มันอาจจะมีของครบ ทว่าไม่มีของที่ใช้ได้จริง ห้องแรกขาเตียงหัก อีกห้องไม่มีฟูก อีกห้องพอนอนได้ อาจจะมีคนนอนบ้างครั้งคราว และห้องที่ดีที่สุดเป็นห้องที่เธอเลือกนอน เดาไม่ผิดคงเป็นห้องเขา ส่วนกลางห้อง ห้องครัว โซนอื่น ๆ สะอาดตามาก ขอแค่อย่าเปิดสองห้องแรกก็พอ
สะอาดที่ว่าคือสะอาดในแบบของผู้ชาย จะให้เนียนกริบเรียบร้อยไร้ฝุ่นเลยก็ไม่ใช่ แต่วันแรกที่มา เธอเบื่อ ไม่มีอะไรทำ เลยไล่ทำความสะอาดแทบทุกซอกทุกมุม บางวันก็ทำเป็นจุด ๆ ตามอารมณ์ แต่วันนี้คง..ต้องทำทุกอย่าง
เมื่อคืนนอนไม่หลับทั้งคืน มัวแต่นั่งนอนมองประตูร้องไห้ ทั้งที่อยากออกไปพูดคุยกับเขาใจแทบขาด แต่เพราะรู้ว่ามีอีกคนอยู่ ความกล้าเลยหดหายไปกว่าครึ่ง เธออายที่จะต้องร้องไห้ต่อหน้าคนอื่นที่ไม่ใช่เขา อายที่จะพูดเรื่องวันนั้นให้คนอื่นฟัง เธออาย อายมากจริง ๆ
ขณะคิดเพลิน ๆ น้ำนัยน์ตาก็คลอหน่วย
"มาเอากางเกงไปใส่" บูมยืนพักสะโพกข้างประตูมองหญิงสาวร่วมห้องนานหลายนาทีกว่าจะตัดสินใจเรียกสติที่เลื่อนลอย พอเปล่งเสียง เธอก็หันมาสบตา เลยได้เห็นน้ำสีใสไหลกลิ้งบนแก้มตามด้วยมือเล็กที่ปัดออก
ที่รักเดินมาหยุดตรงหน้ายื่นมือคว้ากางเกงใน แต่กลับคว้าได้แค่ลม จนเธอเซ อกอวบกระแทกกับแผงอกร่างสูงอย่างจัง จังหวะที่จะผละออก แขนแกร่งกลับตวัดรั้ง ทำให้อกอวบเบียดร่างกายเขาซ้ำ
"หึ จำความรู้สึกตอนเลือดออกไม่ได้แล้วเหรอ?"
"..." จำได้ เธอจำได้ ขนาดของเขามันใหญ่เกินไป
"อยากแหกอีกไหมล่ะ? ผัวคนแรกของเธอมันใหญ่ถึงใจเลยนะ จะบอกให้"
"ตะ ต่อให้ใหญ่แค่ไหน สุดท้ายก็เข้าได้ไม่ใช่เหรอ" ประโยคนี้คืนนั้นเขาเป็นคนพูดเอง เธอแค่จำมาพูดตาม ไม่ได้อยากยอกย้อนอะไร
"ลองดูอีกสักทีไหม?"
"..."
"ฉันสัญญา จะกระแทกให้มดลูกเธออักเสบเลย"
"..." ที่รักสบตาอีกฝ่ายตาไม่กะพริบ นัยน์ตาเขาดูแน่วแน่ไม่มีทีท่าจะอ่อนข้อให้เหมือนเคย ต่างจากเธอที่มีความหวัง อย่างน้อยก็ขอให้เห็นใจกันบ้าง ไม่ใช่อยากจะทำก็ทำ กระแทกไม่สนจนเธอต้องนอนจุกคุดคู้ รีบหายากินเหมือนครั้งสุดท้ายของเรา ก่อนฟ้าสว่าง
"จุก จนต้องคลานไปหายากิน จำได้ไหม?"
"ทั้งที่รู้ว่าเป็นครั้งแรก" กัดฟันพูดกับเขา
"มีอารมณ์มากไง อารมณ์ผู้ชาย เธอจะไปรู้อะไร"
"แล้วทำเบา ๆ ไม่ได้เลยเหรอ เห็นใจกันบ้างได้ไหม"
"มีสิทธิ์อะไรมาร้องขอ?"
"..."
"เธอไม่ใช่เมียฉัน เป็นเมียไอ้โฬมนู้น!"
"ถ้ารักเป็นเมียเขาจริง ๆ จะมีบูมไหม"
"เธอหลอกฉันไงรัก เธอหลอกไง" บูมพูดแล้วกระชากแขนเรียวเล็กเข้าห้อง ปิดประตูเสียงดัง เหวี่ยงร่างเบาหวิวไปล้มกลิ้งบนเตียง ที่รักแสดงสีหน้าเจ็บปวดอยู่ไม่น้อย แต่แล้วยังไง ในเมื่อสามเดือนกว่ายังหลอกกันได้ กับอีแค่แสร้งเจ็บอีกนิดคงไม่ยาก
"เจ็บนะ! เมื่อวานก็ผลัก วันนี้ก็ผลัก!" ที่รักกัดฟันก่อนจะโวยกลับบ้าง น่าแปลกที่ตอนนี้รู้สึกเหมือนเสียงเธอเบาจนแทบไม่ได้ยิน ต่างจากตอนอยู่เลิฟเอกซ์ที่ไม่ว่าจะพูดอะไรก็มีมือซ้ายมือขวาคอยจัดการให้ทุกอย่าง แค่เอ่ยปาก
"หึ อย่างเธอเจ็บเป็นด้วยเหรอ" สาวเท้าเดินมาหยุดตรงหน้า บีบแก้มขาวนวลอย่างแรงจนปากเรียวเล็กน่าจูบเป็นรูปตัวโอ
"ปากดีแบบนี้ กระแทกให้แหกสักทีดีไหม?"
