บทที่ 8 ตอนที่ 7 คนพูดไม่จำ
ตอนที่ 7 คนพูดไม่จำ
วันเวลาหมุนเวียนผ่านไปนานนับเดือนที่ไร้การติดต่อ พบหน้าหรือพูดคุยกับณภัส นับตั้งแต่วันนั้น วันที่ตัดสินใจกลับคอนโดโดยไม่รอให้ฟ้าสว่างเสียก่อน
นานวันเข้า เหตุการณ์คืนนั้นกลับหลอกหลอนให้เขาต้องยอม ยอมเป็นฝ่ายขอโทษเธอ เพราะตั้งแต่มีสัมพันธ์ลึกซึ้งกันเขายังไม่เคยรุนแรงกับภัสมากขนาดนี้มาก่อน ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน เป็นเพราะอะไร ทำไม? ทำไมถึงทำกับเธอได้ลงคอ
เพราะเรื่องนี้ใช่ไหม ตลอดหนึ่งเดือนเต็ม ๆ เธอถึงไม่ตอบข้อความ ไม่รับสาย หลีกเลี่ยงการเจอหน้า จะเห็นก็แค่แผ่นหลังแวบ ๆ รู้อีกทีภัสก็ไม่อยู่แล้ว
"มาทำไมตั้งแต่เช้า? หรืออยากสักเสือหงอยให้เสร็จ"
"มึงหายเมาขี้ตาแล้วเหรอ" ถามไอ้ภูมิที่อุตส่าห์เจียดเวลามาสักให้เล็ก ๆ น้อย ๆ มันส่ายหน้าแทนคำตอบ เดินไปนั่งเก้าอี้ด้านข้างเตียงสัก หยิบอุปกรณ์ออกมาเช็ดทำความสะอาดพลาง
"วันนี้มึงติดลูกค้าไหม ถ้าไม่ก็แทงให้เสร็จเลย"
"หึ ถ้ากูแทงมึงจริง ๆ มึงตายห่าไปนานแล้ว" ภูมิแค่นหัวเราะตอบ หันมองเพื่อนรักที่เดินมานั่งบนเตียง
รอยสักเสือของไอ้ไคซ์อยู่ที่ลำคอ ถ้าเขาคิดจะทำ ไม่กี่วินาทีมันก็ขาดใจตายแล้ว เผลอ ๆ ตายไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ เขาแค่..ไม่อยากทำ
"กูหมายถึงแทงเข็ม หรือมึงคิดจะฆ่ากู?" ไคเซอร์กำลังจะเอนหลังลงนอน ดีดลุกขึ้นนั่งกระโดดลงจากเตียงก้าวถอยหลังหลายก้าวมองเพื่อนรักอย่างหวาดระแวง จนเห็นรอยยิ้มจาง ๆ ถึงได้ถอนหายใจโล่งใจ
"กูไม่เล่น ตายจริงนะไอ้สัด คอนะเว้ย!"
"มึงก็รู้นี่ว่าที่คอมันอันตราย ทำไมยังทำ?"
"พูดอะไรวะ งง" มันพูดเหมือนมีอะไร หรือเขาไปทำอะไรให้ไม่พอใจ?
"ไม่มีอะไร ตกลงจะสักไหม ถ้าสักก็มานอน" ภูมิตอบปัด ตบเบาะตรงหน้าเรียกเสือหงอยให้ลงมานอน เสือหงอยจะได้ไม่หงอยอีกต่อไป
ไคซ์นอนกัดฟัน ซี้ดปากนับครั้งไม่ถ้วนกับการนอนให้เพื่อนรักลงสีไล่เงาเสือหงอยที่คอ สาเหตุที่ใคร ๆ เรียกเสือหงอยก็เพราะรอยสักเสือที่คอใช้เวลาสักนานมาก เดี๋ยวไอ้ภูมิไม่ว่าง เขาไม่ว่าง เดี๋ยวเจ็บมากบ้าง ระบมบ้างเพราะผิวช่วงลำคอมันบอบบาง บ่อยครั้งที่สักเสร็จแล้วซึมไปเลย บางทีก็จับไข้ อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน ทั้งที่รู้ว่าเจ็บแต่ก็ยอมเจ็บซ้ำ ๆ ทีละนิด วันละหน่อย แต่ถ้าให้จบภายในวันทำไม่ได้จริง ๆ
ชายหนุ่มนอนดิ้นอยู่นานนับชั่วโมง กระทั่งเสียงหวานดังมาจากบันได มือใหญ่ก็เอื้อมไปดันข้อมือไอ้ภูมิ แล้วมองตามเสียงนั้นจนเจ้าของเสียงเดินผ่านไป
"เฮีย ทำไมไม่เคลียร์หน้าร้านก่อนอะ แล้วเปิดประตูแค่นี้เองเหรอ" ร่างเล็กเดินบ่นอุบอิบไม่ได้หันมองเฮียเพราะสายตาโฟกัสด้านนอกร้าน
ณภัสทั้งกวาดและเก็บขยะจัดการเคลียร์หน้าร้าน จนสะอาดสะอ้านถึงได้กลับเข้ามาด้านใน เธอระบายยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นลูกค้าของเฮียบนเตียงสัก ใจคิดดีใจที่เมื่อครู่ไม่ได้บ่นหรือโวยใส่เฮียเสียงดัง ไม่อย่างนั้นละก็..
"เสร็จแล้วเหรอ วันนี้ไปไหนไหม" ภูมิเดินถือขวดสี สีดำมาย่อตัวนั่งด้านข้างเตียงสัก
"ไม่แน่ใจ แต่คิดว่าจะเก็บห้องสักหน่อย มันรก"
"ห้องเธอรกห้องเฮียเรียกอะไร"
"รังหนู"
"จ้างสองพัน" หมายถึงจ้างเก็บห้องน่ะสองพัน
"เงินมางานเดิน" ณภัสยืนยิ้มแบมือยื่นแขนไปทางที่เฮียนั่งอยู่ ก่อนจะตกใจที่เฮียสอดมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของคนนอน
"สองพัน" ภูมิหยิบแบงก์สีเทาจากกระเป๋าสตางค์ลูกค้าวีไอพีวางให้บนฝ่ามือน้องสาว
"นิสัยเสีย ขโมยเงินลูกค้า" เธอพูดพร้อมกับยัดเงินคืนใส่มือเฮีย ขืนลูกค้าตื่นมารู้ว่าเงินหาย ซวยกันหมดพอดี
"เอา ๆ ไปเถอะ บ้านมันไม่จนหรอก เงินแค่นี้"
เฮียภูมิพูดเหมือนว่าคนบนเตียงไม่ใช่ลูกค้า และถ้าไม่ได้คิดไปเองกระเป๋าสตางค์ในมือเฮียนั้นมันเหมือนกระเป๋าของ..ไคซ์
"ไม่เจอกันเดือนเดียว ลืมกันเลยหรือไง?" ไคเซอร์รอจังหวะที่ณภัสเดินเข้ามาใกล้จึงเอื้อมมือไปคว้าข้อมือเรียวเล็กเอาไว้ เธอตกใจสะบัดออกอย่างแรงทำคิ้วเรียงสวยขมวดเข้าหากัน
"ต ตก ตกใจหมดเลย" หญิงสาวพูดตะกุกตะกักมองไคซ์ที่นอนขมวดคิ้ว ก่อนจะไปดึงเก้าอี้อีกตัวมานั่งฝั่งตรงข้ามเฮียภูมิ วางมือลงบนหน้าท้องแกร่งของคนบนเตียง ลูบไล้แผ่วเบาจนโดนเฮียตีมือ
"โอ๊ย!" ชักมือกลับแทบไม่ทัน
"ใช่ที่ลูบหรือไง เป็นผู้หญิงนะภัส"
"ล้อเล่นน่า ~ ทีของเฮียภัสยังลูบได้เลย" ไม่แค่พูดหยอก ร่างเล็กกึ่งเดินกึ่งวิ่งดุกดิกไปดึงเก้าอี้อีกตัวมานั่งด้านหลังเฮียแล้วเนียนสวมกอดสอดมือเข้าไปใต้สาบเสื้อ ลูบไล้อกแน่นของเฮียจนเกือบถึง..
หมับ!
"หยุดเล่นภัส ซนจังวะฮะ?" ภูมิเอ็ดน้องสาวเสียงเบา เอ็ดแบบนี้หยุดไหมก็ไม่ แค่พอทำให้เด็กแสบยอมผละมือออกได้
"คนกันเองทั้งนั้น"
"เว้นระยะห่างหน่อย นมทิ่มหลังขนลุก"
"ก็มีแต่เฮียละมั้งที่ขนลุก คนอื่นอย่างอื่นลุกเลยนะ"
"อะไร?" คราวนี้เขาวางอุปกรณ์ในมือกระแทกถาดสเตนเลสเสียงดัง สบตาเด็กแสบตาแข็ง
"เปล่านะ.." ตอบปฏิเสธ ก้าวขาถอยห่าง เก็บเก้าอี้กลับที่เดิมยิ้ม ๆ ก่อนจะวิ่งหัวเราะไปทางบันได
แอบแปลกใจอยู่ไม่น้อยที่บังเอิญเจอไคซ์ เพราะหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเราแทบไม่ได้คุยอะไรกันเลย แถมเขายังเหมือนเดิม แกล้งกันเหมือน..วันนั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"คนทำไม่เคยจำ คนถูกกระทำ จำไม่ลืม" ภัสส่ายหน้ามองเงาสะท้อนตัวเองในกระจก
เดิมทีเธอไม่ใช่คนขี้ริ้วขี้เหร่อะไร ทำไมต้องอดทนยอมอยู่ในความสัมพันธ์ลับ ๆ ไม่มีชื่อเรียกแบบนี้ แทนที่จะหาใครสักคนที่พร้อมเป็นที่พักพิง เป็นความสบายใจให้ พร้อมให้สถานะ..ไม่ดีกว่าเหรอ?
ครืด ครืด
Kais : เหมือนจะไม่สบาย สักตั้งแต่เช้า
เธออ่าน ไม่ตอบ
Kais : วันนี้ออกไปไหนหรือเปล่า
Kais : ไม่ต้องไป อยู่ดูแลหน่อย
Kais : อ่านแล้วก็ตอบ อย่าอ่านไม่ตอบ ไม่มีมารยาท
Naphat : วันนี้ไม่ว่าง เดี๋ยวเก็บห้องภัส ห้องเฮียเสร็จภัสจะไปร้าน ไม่สะดวกจริง ๆ
Kais : ขอโทษ
Kais : เปิดประตูห้องหน่อย มันออกไปซื้อข้าว
เธออ่าน ไม่ตอบ เพียงแค่หันมองบานประตูที่มีเสียงเคาะเบา ๆ ก่อนจะเมินเฉยหยิบแอร์พอร์ตมาใส่แล้วเปิดเพลงกลบเสียงเคาะประตู จะว่าน้อยใจก็ไม่ใช่ โกรธก็ไม่เชิง แต่มันชินจนชาแล้วมากกว่า
12.00 นาฬิกา
ไคซ์นอนตัวสั่น เกร็งมือเกร็งเท้าเข้าหากัน บ้างก็ผลักข้อมือไอ้ภูมิออกให้พ้นทาง ไม่รู้คนปกติใช้ยาชากันหรือเปล่า แต่กับเขามันบอกว่า 'อย่าใช้ยา เดี๋ยวสีไม่ติดไม่สวย' ครับ ไม่ติดไม่สวย เจ็บฉิบหายไอ้สัด! จับไข้แทบทุกครั้ง ยิ่งวันนี้มันกดหัวกดคอบอกให้นอน ใครมันจะหลับลงถามตรง ๆ เข็มไม่รู้กี่สิบเล่มจิ้มแล้วจิ้มอีก เลือดซิบตั้งเท่าไหร่ สัด!
"ไปไหน ใส่ชุดน่ารักเชียว" ปลื้มเดินกางแขนกว้างมองความสดใสของบ้านยิ้ม ๆ จนณภัสเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด เขาเลยช่วยปัดผมยาวสลวยไปไว้ด้านหลังให้อย่างเอ็นดู
"ไปคาเฟ่ ~ เฮียว่างไหม ไปกับภัสเปล่า นั่งแป๊บเดียวก็ได้ กลับพร้อมกัน"
"แบล็กเย็นสองแก้ว" เปล่งเสียงแทบขาดใจแทรก ทำไอ้ปลื้มเดินกอดคอภัสมาหยุดยืนมองข้างเตียง
"มึงกะจะรอเรียกพระมาสวดมันเลยหรือไง แดงไปหมดทั้งตัวแล้ว พอได้แล้วมั้ง" ปลื้มพูดแล้วไล่มองลำตัวใบหน้าคนบนเตียง สีหน้าท่าทางมันดูแทบไม่ได้ ต่างกับคนสักที่ดูไม่สะทกสะท้านเอาซะเลย
"ก็เห็นชอบความรุนแรง" ภูมิเงยหน้าตอบนิ่ง ๆ ก่อนจะมองค้อนณภัสที่แต่งตัวน้อยชิ้นขัดตา
"โป๊ไป" ไคเซอร์หรี่ตามองร่างเล็กแล้วกลอกตามองบนถอนหายใจ
