บทที่ 3 บทที่ 3

  “คุณฟรานคะ วันนี้คุณจะไปดูฟิโอน่าเดินแบบใช่มั้ยคะ”

  ​

  ฟิโอน่า หญิงสาวรูปร่างเพรียวหุ่นนางแบบ เมื่อเห็นฟรานเชสโก้ผู้เป็นคู่หมั้นเดินลงบันไดบ้านมาในชุดสูทหล่ออลังการ ก็รีบดันตัวเองเดินเข้าไปถามเขาด้วยสีหน้าปลื้มปลิ่ม 

  ​

  “ก็ต้องไปสิครับ ในเมื่องานนี้นายเป็นสปอนเซอร์ใหญ่ จะไม่ให้ไปได้ยังไงครับคุณฟิโอน่า”

  ​

  เป็นมาร์โก้ บอดี้การ์ดน่ารำคาญนั่นที่เอ่ยปากตอบเธอแทนคนถูกถามซึ่งเอาแต่ทำหน้าขรึมแล้วเงียบเสมือนรำคาญเธอเต็มที ทำเอาหญิงสาวหน้าเสีย

  ​

  “งั้นฟิโอน่าขอติดรถไปด้วยได้มั้ยคะ ไหนๆเราก็จะไปที่เดียวกัน”

  ​

  เธอยังคงแบกหน้าถาม แม้สายตาคมคู่นั้นจะไม่หันมาเหลียวแลตัวเองเลยสักนิดก็ตาม แล้วมันยังไงล่ะ ในเมื่อเธอเป็นคู่หมั้นของเขานี่ อย่าลืมสิ ความจริงเรื่องแค่นี้เธอไม่จำเป็นต้องถามเลยด้วยซํ้า เพียงแต่ว่าฟรานเชสโก้นั้นไม่ใช่คนที่ใครก็ได้จะไปเล่นต่อปากต่อคำด้วย เพราะถ้าหากเขาเกิดไม่พอใจขึ้นมา จุดจบคนนั้นคงไม่มีทางสวย รวมถึงเธอเองที่มีศักดิ์เป็นถึงคู่หมั้นเขาก็ตาม 

  ​

  อยู่กับเสือต้องอยู่เป็น… นั่นคือตัวตนของฟรานเชสโก้ 

  ​

  “จะไปก็ตามมาเร็วๆ ผมไม่ชอบรอใคร”

  ​

  นั่นคือประโยคแรกจากเขา หลังจากที่เอาแต่ยืนเงียบขรึม มันช่างเป็นคำพูดที่เฉียบขาดและแหลมคม ไม่ต่างจากตัวตนของเจ้าตัวสักนิด จนเธอได้แต่รีบพยักหน้าแล้วเดินตามหลังเขาไปแบบนั้น แม้ในใจจะเจ็บปวดไม่น้อยเลยก็ตาม 

  ​

  เธอไม่เคยได้อยู่ในหัวใจของเขา เธอไม่เคยเป็นผู้หญิงคนนั้นเลยในระยะเวลาสามปีที่เราหมั้นหมายกันมา อย่าว่าแต่พื้นที่ในหัวใจเลย แม้แต่พื้นที่ในสายตา เขาก็ยังไม่เคยให้เธอได้สักครั้ง เธอมันก็ไม่ต่างจากรูปปั้นที่ได้เพียงยืนอยู่ข้างๆเขาอย่างไร้ตัวตน 

  ​

  แม้แต่ชื่อ เขายังไม่อนุญาตให้เธอเรียกฟรานเฉยๆ เธอต้องคอยเติมคำว่า คุณ ก่อนเสมอ เพราะเขาไม่ชอบเปิดเผยพื้นที่ส่วนตัวให้ใครเข้ามาเหยียบ… 

  ​

  ไม่กี่นาทีต่อจากนั้น รถคันหรูก็แล่นเข้ามาจอดหน้างาน เรียกความสนใจจากผู้คนมากมายที่ยืนอยู่แถวๆนั้น เพราะรู้ดีว่ารถหรูคันนี้ที่มีไม่กี่คันในอิตาลี่เป็นของใคร 

  ​

  ​“นายจะเข้าไปในงานเลยมั้ยครับ”

  ​

  บอดี้การ์ดหนุ่มเอ่ยถามเจ้านายอย่างรู้ใจ เขารู้ดีเลยล่ะ ว่าเจ้านายไม่ชอบมีข่าวคราว ไม่เชื่อก็ลองฟังคำตอบของเขาตอนนี้ดูสิ 

  ​

  “ไม่ คุณลงไปก่อนแล้วกันฟิโอน่า”

  ​

  “ทำไมคุณไม่ลงไปด้วยกันเลยล่ะคะ”

  ​

  ฟิโอน่ายังคงปั้นหน้าถาม แม้จะรู้คำตอบอยู่เต็มอก สถานะคู่หมั้นก็แค่ในนาม เพราะเขาไม่เคยทำหน้าที่นั้นหรอก ไม่ว่าจะไปงานไหน เขาไม่เคยควงเธอออกหน้าให้เป็นข่าวคราว แล้วตอนนี้ก็เป็นแบบนั้น เธอมันน่ารังเกียจถึงขั้นที่แม้แต่ลงรถไปด้วยกัน เขายังไม่อยากทำเลยหรือยังไงกัน 

  ​

  “ผมไม่ชอบพูดซํ้า”

  ​

  เพียงแค่คำพูดเย็นชาคำเดียว ฟิโอน่าถึงกับต้องกัดปากตัวเองแน่น เธอได้แต่เงียบแล้วยอมลงรถไปคนเดียวเหมือนหมาที่ถูกเจ้าของทิ้ง 

  ​

  “ไปวนรถก่อนแล้วค่อยกลับมา”

  ​

  เสียงทุ้มเอ่ยสั่งลูกน้องอย่างเฉียบขาดหลังจากที่ฟิโอน่าก้าวลงรถไป เขาก็มักจะเป็นแบบนี้ ชัดเจนกับความรู้สึกตัวเองมาตลอด ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ ต่อให้มายืนแก้ผ้าต่อหน้าก็คือไม่ชอบ ไม่รู้จะฝืนตัวเองไปทำซากอะไร ใครทนไม่ไหวอยากจะตัดความสัมพันธ์ยังไงเขาไม่สนทั้งนั้น เกมส์นี้ใครรู้สึกคนนั้นก็แค่แพ้ ง่ายๆไม่มีอะไรให้ต้องตั้งคำถาม 

  .

  .

  .

  “เชิญทางนี้เลยครับคุณฟราน”

  ​

  พอเข้ามาถึงงาน สปอนเซอร์ผู้อื่นๆก็รีบวิ่งแจ้นเข้ามาต้อนรับเขาเป็นอย่างดี พร้อมกับเดินนำเขาไปยันที่นั่งซึ่งเตรียมไว้ดิบดี จะมองไปมุมไหนก็สามารถมองเห็นนางแบบวนเวทีได้อย่างจัดแจ้ง แน่นอนว่าทุกอย่างมันต้องสมกับเงินมหาศาลที่เขาลงทุนไปอยู่แล้ว 

  ​

  ไม่กี่นาทีต่อมา งานที่ทุกคนเฝ้ารอคอยก็ได้เริ่มขึ้น พูดได้เลยว่านางแบบที่กำลังเดินพรีเซนแบรนด์แฟชั่นอยู่บนเวทีตอนนี้มีแต่อันดันท็อปเท่านั้น ฟรานเชสโก้นั่งดูไปเรื่อยๆด้วยแววตานิ่งเรียบไม่แสดงอารมณ์ไดๆ จนกระทั่งถึงคิวที่ร่างเพรียวระหงคนหนึ่งเดินออกมา 

  ​

  แววตาคมเหมือนจะไปสดุดกับใบหน้าสวยหมวยนั่น ผิวพรรณที่เปร่งปรั่งขาวอมชมพูน่าสัมผัส ริมฝีปากอวบเป็นกระจับน่าหลงไหล โดยเฉพาะแววตากลมโตคู่สวยที่เผลอเหลือบมาสบสายตากับเขาในแว็บหนึ่ง อยู่ๆหัวใจดวงโตที่แข็งเหมือนก้อนหินก็เริ่มเต้นในจังหวะที่ผิดปกติ

   นี่มันความรู้สึกบ้าอะไรกัน…

  ​

  แววตาคมเอาแต่จ้องเธอคนนั้นไม่ละออกไปไหน เสมือนกำลังเผลอไผลไปกับความน่าหลงไหลนั้น ในขณะที่ส่วนหนึ่งของหัวใจกลับรู้สึกคุ้นเคยกับรูปร่างนี้แปลกๆ เหมือนเคยพบเห็นที่ไหนมาก่อน ทว่าคิดยังไงก็คิดไม่ออกเหมือนสมองมันอื้อตันไปหมด 

  ​

  แม่งเอ้ย… 

  อยู่ๆความหงุดหงิดนี้ก็ก่อเกิดมาเสียดื้อๆ เหมือนตอนที่เขาต้องตื่นมาจากฝันแสนแปลกประหลาดนั่นแล้วเกิดความสับสนจนหงุดหงิดตัวเองไม่มีผิด แล้วพอรู้ตัวอีกที ร่างเพรียวระหงเมื่อครู่ก็เดินลับสายตาหายเข้าไปด้านหลังเวทีเสียแล้ว 

  “คุณทราบรึเปล่าครับ ว่านางแบบที่เดินเข้าไปเมื่อครู่คือใคร”

  ​

  อยู่ๆคนที่เงียบมาตลอดทั้งงานก็ยอมปริปากพูดกับสปอนเซอร์ท่านอื่นที่นั่งอยู่ข้างๆ 

  ​

บทก่อนหน้า
บทถัดไป