บทที่ 4 บทที่ 4
“อ๋อ คนที่สวยๆสดุดตาเมื่อกี้น่ะหรือคะ เธอชื่อฟ้าลันดาค่ะ เพิ่งจะเข้าวงการนางแบบได้สองปีกว่า ก็สร้างชื่อเสียงดังติดท็อปแข่งกับนางแบบรุ่นพี่หลายคนจนน่าตกใจเลยล่ะค่ะ อีกอย่างเธอเป็นลูกครึ่งไทยฮ่องกง มาจากตระกูลหลิวที่รํ่ารวยและมีชื่อเสียงพอสมควรค่ะ”
ตระกูลหลิวงั้นเหรอ ก็พอจะได้ยินชื่อเสียงของตระกูลนี้มาบ้าง แต่ก็ไม่คิดว่าลูกสาวตระกูลนี้จะดันมาเข้าตาเขาได้ขนาดนี้มาก่อนนี่สิ
“ฟ้าลันดา หลิวอย่างนั้นหรอ…”
ยิ่งชื่อนี้เขากลับรู้สึกคุ้นเป็นพิเศษ คุ้นมากๆ ทว่ากลับจำไม่ได้เลยว่าเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน
แม่งเอ้ยหงุดหงิดชิบหาย!
“นายจะกลับเลยรึเปล่าครับ“
มาร์โก้รีบปริดตัวเดินเข้ามาถามเจ้านาย หลังจากที่งานแฟชั่นโชร์สุดหรูหราจบสิ้น เพราะรู้ดีว่าเขาไม่ชอบสุงสิงอยู่ในที่แออัดแบบนี้ มันน่ารำคาญจะตายไป ทว่าวันนี้กลับแปลกไป เมื่อเจ้านายหนุ่มเอ่ยปากปฏิเสธสะงั้น
“ไม่ กูจะอยู่ต่ออีกนิดหน่อย มึงมีอะไรก็ไปทำก่อนเลย”
ไม่รู้อะไรดลใจเขาให้ตอบลูกน้องออกไปแบบนั้นเหมือนกัน ทว่าพอกล่าวเสร็จ แววตาคมก็เหลือบมองรอบๆโดยไม่สนสายตางุนงงจากลูกน้อง ที่ขมวดคิ้วมองเขาอย่างไม่เข้าใจ จะอะไรก็ช่างเถอะ ตอนนี้หัวใจเขามันบอกว่ายังไม่อยากกลับ ซึ่งเขาก็เลือกที่จะเชื่อฟังมัน
ไม่นานแววตาคู่คมก็เหลือบไปสะดุดกับร่าเพรียวระหง ที่เอาแต่ติดอยู่ในความคิดของเขาตั้งแต่เมื่อครู่ เธอกำลังยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่คุยกันเป็นมิตรอยู่กับสปอนเซอร์คนอื่นๆ อะไรกัน เขาเป็นถึงสปอนเซอร์ใหญ่ในวันนี้ ทว่ากลับถูกเธอมองข้ามแล้วไปคุยกับสปอนเซอร์เล็กๆพวกนั้นเนี่ยนะ
อยู่ๆความไม่พอใจก็บังเกิด ไม่รู้ทำไมต้องหงุดหงิดด้วยวะ ทั้งที่นิสัยเขาไม่ใช่แบบนี้ ปกติเขาจะชอบอกชอบใจด้วยซํ้าที่ได้อยู่เงียบๆ โดยไม่มีใครมายุ่ง ทว่าตอนนี้กลับตรงกันข้ามสะงั้น นึกแล้วเท้ายาวก็เตรียมพร้อมจะเดินเข้าไปร่วมวงสนทนาด้านหน้าด้วยทันที ทว่าก็ต้องหยุดฝีเท้า เมื่อร่างเพรียวของใครอีกคนเดินแทรกเข้ามาตัดหน้าไว้เสียก่อน
“คุณจะกลับรึยังคะ ฟิโอน่าว่าจะกลับพร้อมคุณเลย ไหนๆเราก็มาด้วยกัน”
จึ๊… แม่งโครตหงุดหงิดขึ้นทวีคุณเลย เขาเงียบไม่ตอบเธอเลยทันที แววตาคมยังคงจับจ้องไปทางร่างเพรียวของใครอีกคนจนฟิโอน่าที่จับสังเกตได้ก็ต้องกำมือแน่น
ผู้หญิงคนนั้น…
“กลับ!”
อยู่ๆเขาก็หันมาพูดกับเธอเสียงแข็งกร้าวจนฟิโอน่าสดุ้ง แม่งมีอะไรได้ดั่งใจบ้างวะ โครตไม่สบอารมณ์เลยว่ะ เพียงเห็นร่างเพรียวของใครคนนั้น พอคุยกับสปอนเซอร์พวกนั้นเสร็จ ก็ยืนคุยยิ้มแย้มต่อกับผู้ชายอีกคนด้วยสีหน้ามีความสุขนั่น…
แล้วทำไมเขาต้องหงุดหงิดขนาดนี้ด้วยวะ โครตไม่เข้าใจตัวเอง คงต้องกลับไปดื่มไวน์รสชาติโปรดพรางนั่งคิดทบทวนความคิดตัวเองหน่อยแล้ว
“ไม่เจอกันนานหลายปี คุณฟ้าก็ยังคงสวยสง่าสมกับชื่อเหมือนเดิมเลยนะครับ”
ชายตรงหน้าคนนี้ที่เดินเข้ามาทัก เธอจำได้แม่นยำ ฟาบิโอ คู่อริของฟรานเชสโก้ หลานชายของคุณหญิงจูเลีนน่า ซึ่งก็คือแม่เลี้ยงของฟรานเชสโก้ ดูจากรูปร่างหน้าตา ฟาบิโอเองก็ถือว่าหล่อเหลาพอสมควร แม้จะน้อยกว่าผู้ชายคนนั้นที่เธอเกลียดเข้าไส้ก็เถอะ
“ฟ้า…ก็ต้องเป็นฟ้าอยู่แล้วสิคะ”
เธอกล่าวตอบเขาไปอย่างไม่จริงจังมากนัก เรียกเสียงหัวเราะชอบใจจากอีกคนได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว
“ฮะๆ คุณฟ้านี่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเท่าไหร่ ก็ยังเป็นคนที่น่าสนใจอยู่ตลอดเลยนะครับ”
แน่นอนสิ เธอมันไม่ใช่พวกผู้หญิงหัวอ่อนที่จะมองอะไรไม่ออกนี่นา แล้วเธอก็มองออกด้วยว่าเขายังสนใจเธอ ไม่ต่างจากเมื่อก่อนที่เธอคบอยู่กับผู้ชายคนนั้น ไม่ใช่ว่าเธอหลงตัวเองเลยนะ เพราะแววตาเจ้าชู้ที่เขากำลังใช้สำรวจเธออยู่ตอนนี้ต่างหาก ที่ทำให้เธอกล้าพูดเต็มปากหน่ะ
“ฟ้าคงไม่น่าสนใจเท่าญาติคุณฟาเท่าไหร่หรอกมั้งคะ”
นั่นไม่ใช่ประโยคกดตัวเองหรอก แต่เป็นประโยคประชด พอแววตาคู่สวยเหลือบไปเห็นแผ่นหลังของสองคนที่พากันเดินออกไป อยู่ๆหัวใจดวงน้อยก็ปวดขึ้นมาเสียดื้อๆ
บ้าเอ้ย… เธอไม่ได้ต้องการแบบนี้สักหน่อย ความรู้สึกบ้าๆนี่เธอเกลียดมันที่สุด มันควรจะหายไปนานแล้วไม่ใช่หรือยังไงกัน
“ยัยฟิโอน่าน่ะเหรอครับ”
แววตาคมหันไปมองตามเธอ ก็เห็นว่าสองคนที่เธอกำลังมองด้วยสีหน้านิ่ง คือฟรานเชสโก้กับฟิโอน่า ผู้ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องเขาเองแหละ หลานสาวอีกคนของคุณหญิงจูเลียน่า อยู่ๆมุมปากหนาก็เกิดยกยิ้มขึ้นเมื่อนึกอะไรสนุกๆออก
“ไม่คิดจะไปทักทายไอ้ฟรานมันหน่อยเหรอครับ ผมเองก็ว่าจะไปแสดงความยินดีกับยัยฟิโอน่าสักหน่อยที่ได้มาเดินแบบในงานนี้สำเร็จ”
ผู้ชายคนนี้ไม่รู้คิดอะไรอยู่ ที่อยู่ๆก็ชวนเธอไปทักแฟนเก่ากับคู่หมั้นใหม่ของเขา เหอะ… แต่แล้วเธอก็เหมือนจะบ้าจี้ตามนี่สิ เพราะปากดันตอบตกลงไป
“หึ เอาสิคะ”
