บทที่ 7 บทที่ 7
“คงไม่ต้องหรอกค่ะ ไม่ได้… ก็แค่ไม่เอา”
เธอยักไหล่ตอบเขาไป ก่อนจะโยนแท่งบุหรี่ในมือเข้าถังขยะที่ตั้งอยู่ไม่ไกล เรียกเสียงหัวเราะจากลำคออีกคนดังแว่วออกมา เหมือนจะชอบใจนักหนากับการกระทำของเธอ
“หึ นั่นสินะครับ”
เหอะ ทำมาเป็นเห็นดีด้วยสะงั้น ไม่รู้ว่าเขากลายเป็นคนโง่ไปแล้วหรือยังไง ถึงได้ไม่รู้ว่าเธอกำลังพูดแซะเขาอยู่น่ะ
“ว่าแต่นางแบบชื่อดังแบบคุณ คิดไม่ถึงเลยนะครับ ว่าจะแตะต้องของแบบนี้ด้วย”
เขาพูดพรางหยิบบุหรี่งับปากก่อนจะจุดไฟแล้วสูบมันไปพรางๆในขณะที่รอคำตอบจากเธอ
“นางแบบแล้วมันยังไงคะ ใช่ว่านางแบบจะไม่ใช่คนสักหน่อย ขนาดพวกคุณยังสูบกันเลยไม่ใช่หรือยังไง“
“นั่นสินะครับ แต่ดูจากท่าทางคุณเมื่อกี้แล้ว เหมือนจะไม่เคยสูบนะ”
“ไม่เคยสูบ แล้วมันสูบไม่ได้รึไงกัน”
เธอพึมพำเสียงเบากับตัวเองอย่างเบื่อหน่ายที่เขาเอาแต่ชวนคุยไม่หยุด ทว่าคนหูดีกลับได้ยินชัดแจ๋ว มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นก่อนร่างโปร่งที่พิงอยู่กับผนังจะผละตัวออก แล้วก้าวเท้าเข้ามาทางเธอ
“อยากลอง?”
ร่างสูงโปร่งร้อยเก้าสิบกว่า ก้าวเข้ามายืนประจันหน้าเธอจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆจากตัวเขาผสมกับกลิ่นควันบุหรี่ที่คนตัวโตถือมาด้วยแตะเข้าปลายจมูก เขาสูงกว่าเธอพอสมควร จนเธอต้องเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบเขาแววตาคมมืดที่ยากจะคาดเดากำลังมองเธออยู่
“ถ้าเมื่อกี้ก็ใช่ค่ะ แต่ตอนนี้ไม่แล้ว” โดยเฉพาะถ้าเป็นของเขา ไม่อยากจะแตะต้องเลยสักนิด
“ไม่อยากลองบุหรี่แล้ว งั้นอยากลองอย่างอื่น?”
เขายังคงยักคิ้วถามเธอ ไม่พอยังจะขยับเข้ามาไกล้ แค่นี้ก็ชิดกันจนแทบจูบได้อยู่แล้วป่ะ แล้วที่พูดว่าอย่างอื่นน่ะ หมายความว่ายังไงกัน เมื่อไม่เข้าใจ เธอก็ถามออกไปตรงๆเลยสิ
“อย่างอื่น?”
“อย่างอื่น?”
“หึ หมายถึงพวกวอดก้าน่ะ หรือว่าคุณคิดเป็นอีกแบบ?”
เขาพูดพรางทำหน้ายียวนเหมือนตั้งใจกวนประสาทกัน ไม่พอยังโน้มหน้าลงมาจนลมหายร้อนรดเข้าไปพวงแก้มนุ่ม ชวนเอาเธอร้อนรุ่มไปด้วย
ไม่ได้นะยัยฟ้า จะมารู้สึกเพียงเพราะความใกล้ชิดแค่นี้มันใช้ได้ที่ไหนกัน
“ไม่แล้วค่ะ ฉันจะกลับเข้าไปหาเพื่อนแล้ว ป่านนี้เพื่อนคงจะตามหาฉันแล้ว”
ข้ออ้างเฉยๆนั่นแหละ พอเธอพูดเสร็จก็ทำท่าจะปรีดตัวออกจากเขาที่แทบจะต้อนเธอจนมุมกับเสาด้านหลัง แต่ร่างเล็กยังไม่ทันจะก้าวพ้นเขา ก็ถูกมือหนาทาบทับลงคํ้ายันกับเสาด้านหลังเพื่อล็อคร่างเธอเอาไว้ไม่ปล่อยให้เธอได้หนีไปไหน
อะไรของเขาเนี่ย…
“แน่ใจเหรอว่าเพื่อนตามหาน่ะ เท่าที่ผมเห็น เหมือนว่าเพื่อนคุณจะไม่อยากให้คุณกลับไปที่โต๊ะมากกว่านะ”
มุมปากหยักเหยียดยิ้มเจ้าเล่ห์ ยังคงนิสัยเอาแต่ใจไม่เปลี่ยนสินะ แต่ก็ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้โกหกนั่นแหละ เพราะเธอเองก็รู้จักยัยเพียงดาวดี ยัยเพื่อนตัวดีป่านนี้คงจะกำลังมีความสุขอยู่กับหนุ่มหล่ออย่างคุณฟาบิโอหรือไม่ก็คงไปควบหนุ่มที่ไหนสักคน
“ผมอยากชวนคุณไปลองวอดก้าด้วยกันจริงๆนะครับ”
เขายังคงเชิญชวนเธอไม่หยุด ใบหน้าหล่อโน้มเข้ามาจนเราสองคนสบตากันในระยะประชิด พอได้มองเขาไกล้ๆแบบนี้อีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้เจอกันสามปี เขาก็ยังคงหล่อดูดีไม่เปลี่ยนเลยสักนิด…
เธอไม่เคยนึกสงสัยตัวเองในอดีตเลยว่าตกหลุมรักเขาไปได้ยังไง ถ้าตัดเรื่องนิสัยเลวทรามนั่นออกไปน่ะนะ
พอคิดถึงเรื่องน่าเจ็บใจนั่น จากที่ยืนนิ่งอยู่ในพันธนาการของเขา มือเล็กก็เริ่มดันอกแกร่งออกจากตัวเอง แต่ดูเหมือนนั่นจะกลายเป็นการทำให้เขาลวนลามเธอได้มากกว่าเดิมเสียอย่างนั้น เมื่อมือหนาทาบทับลงบนแผ่นหลังมือของเธอพลันกดแรงไม่ให้เธอได้ผละมือออกจากแผงอกลํ่าๆของเขา
ก็ยังคงร้ายกาจไม่เปลี่ยน!
“ปล่อยค่ะ”
เธอเริ่มแยกเขี้ยวใส่เขาอย่างไม่พอใจ แต่ใครจะรู้ว่าแทนที่จะน่ากลัว กลับกลายเป็นว่าน่ารักในสายตาเขาเสียอย่างนั้น เขาหัวเราะขำหึๆในลำคออย่างชอบใจ ก่อนจะยิ่งโน้มหน้าเข้าใกล้จนปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่กับพวงแก้มนวลเชิญให้ขนลุกซู่ไปหมด
“น…นี่คุณ”
“ไม่สนจริงเหรอ ห้องผมมีครบนะ ขอแค่คุณต้องการ”
เขาพึมพำอยู่ตรงพวงแก้มนุ่มของเธอเสียงพร่า จะเอาแต่ชักชวนกันไม่หยุดจริงๆหรือยังไงกัน นี่เขาต้องหน้าด้านขนาดไหน ถึงได้มาทำตัวแบบนี้กับแฟนเก่าที่ตัวเองเป็นคนทรยศหักหลังน่ะ…
น่ารังเกียจที่สุด!
“ฉันไม่สนใจค่ะ ปล่อยด้วย”
เธอตอบเขาเสียงแข็ง แม้จะรู้ว่ามันไม่เป็นผลก็เถอะ เธอรู้จักเขาดี คนอย่างฟรานเชสโก้ อยากได้อะไรก็ต้องได้ นั่นคือนิสัยเอาแต่ใจของเขา แต่ฝันไปเถอะว่าคราวนี้เขาจะได้ดั่งใจน่ะ อย่างน้อยมันต้องไม่ใช่กับเธอ
“ว้า แย่จังเลยนะครับ เพราะถ้าหากผมต้องการแล้วล่ะก็ แน่นอนว่าผมไม่เคยปล่อยให้เหยื่อหลุดมือ”
เขาเอ่ยอย่างหน้าตาย แววตาคมกริบจ้องเธอราวกับจะจับเธอกินให้ได้ เหยื่ออย่างนั้นหรอ?
ท้ายที่สุดยังไงเธอก็เป็นได้แค่นั้นในสายตาเขาสินะ
เกลียดที่สุด…
“หึ งั้นก็ต้องโทษทีค่ะ เพราะฉันจะไม่ตกเป็นเหยื่อของใคร โดยเฉพาะคนอย่างคุณ!”
เธอช้อนสายตามองเขาอย่างขุ่นเคือง แล้วดูเหมือนคำพูดเธอจะเข้าไปขยี้ต่อมความอดทนของเขาได้ดีเลยทีเดียว
“คนอย่างผม? คนอย่างผมนี่มันยังไง”
