บทที่ 1 ความทรงจำที่สูญหาย
เพดานห้องสูงลิบตระการตาด้วยคิ้วบัวปูนปั้นสไตล์โมเดิร์นคลาสสิก คือสิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตา เมื่อเปลือกตาบางค่อยๆ ปรือเปิดขึ้น แสงสว่างจ้าจัดของแสงแดดอุ่นๆ ยามเช้าทอดตัวผ่านกระจกบานโตส่องสาดเข้ามาจรดพื้น
กลิ่นหอมสะอาดบริสุทธิ์คล้ายกลิ่นของดอกลิลลี่ที่น้ำหอมจัด เหมือนกับสบู่เหลวราคาแพงยี่ห้อหนึ่งที่เธอใช้อยู่ ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ
โยเดียวสูดหายใจเข้าลึกด้วยความมึนงง ความรู้สึกหนักอึ้งและชาหนาแล่นริ้วไปทั่วศีรษะ ราวกับเพิ่งผ่านการเดินทางอันยาวนาน และเหน็ดเหนื่อยอย่างแสนสาหัส
เธอยันกายลุกขึ้นนั่งบนเตียงนอนขนาดคิงไซส์ ความนุ่มนิ่มของฟูกนอนและผ้าปูเนื้อละเอียด ทำเอาหัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ
สายตาสับสนเริ่มสำรวจไปรอบกาย เพนต์เฮาส์หรูหราระดับห้าดาวที่ถูกตกแต่งอย่างประณีต และเปี่ยมไปด้วยรสนิยมแบบลักชัวรี...
‘ที่นี่ที่ไหนกัน? เหตุใดฉันถึงมานอนอยู่ที่นี่ได้?’
พลันสายตาตื่นตระหนก เธอได้ลดต่ำลงมองร่างตนเอง หัวใจของหญิงสาวร่วงหล่นลงไปถึงตาตุ่ม
ชุดเดรสตัวเดิมที่เธอสวมใส่เมื่อเย็นวานหายไปแล้ว กลับถูกแทนที่ด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวผ้าซาตินตัวใหญ่เกือบครึ่งเนื้อครึ่งตัว เนื้อผ้าลื่นนุ่มสัมผัสผิวเนียนละเอียด แต่กลับเรียกร้องความสะพรึงกลัวให้แล่นผ่านไปทั่วสรรพางค์กาย
โยเดียวรีบเปิดเลิกผ้าห่มออกดู ร่องรอยบางอย่างที่ความรู้สึกเจ็บแปลบๆ บอกเล่าว่าร่างกายของเธอเกิดความผิดปรกติขึ้น
ความทรงจำสุดท้ายมีเพียงภาพของคฑา... แฟนหนุ่มผู้คบหากันมาร่วมห้าปี เขายื่นแก้วน้ำผลไม้รสหวานปานกลางให้เธอในห้องพักของเขา พร้อมด้วยคำออดอ้อน และแววตาวิตกกังวลเกี่ยวกับหนี้สินทางธุรกิจ
‘ดื่มก่อนนะโย จะได้ไม่เครียด... เรื่องสัญญาค้ำประกัน เดี๋ยวเราค่อยๆ คิดหาทางออกกัน’
นั่นคือประโยคสุดท้าย ก่อนที่สติสัมปชัญญะของเธอจะดับวูบและหลุดลอยไปในห้วงความมืดมิด
“ฟื้นแล้วหรือ?” เสียงนุ่มลึกเยือกเย็นเปี่ยมด้วยพลังอำนาจดังกังวานขึ้นจากอีกฝั่งของห้อง
โยเดียวสะดุ้งสุดตัว ร่างบางสั่นสะท้าน พลางกระชับปกเสื้อเชิ้ตเข้าหากันด้วยความพรั่นพรึง เธอหันขวับไปตามต้นเสียงทันที
ริมหน้าต่างกระจกบานกว้างที่มองเห็นทัศนียภาพของกรุงเทพมหานครแบบพาโนรามา เธอเห็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีเทาเข้มปลดกระดุมคอสองเม็ดกำลังนั่งเอนกายอยู่บนเก้าอี้หนังเงางาม ในมือของเขามีแก้วกาแฟดำที่ส่งควันกรุ่นๆ
ชายแปลกหน้าผู้นั้น มีโครงหน้าคมคายราวกับรูปสลัก สันจมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากหยักได้รูป ทว่าสิ่งที่ทำให้โยเดียวรู้สึกเย็นวาบไปถึงขั้วหัวใจ คือสายตานิ่งลึกทรงอำนาจและเงียบขรึมคู่นั้น ที่กำลังจ้องมองตรงมาที่เธอ... สายตาของชายผู้ถือไพ่เหนือกว่าทุกอย่างในชีวิต
อรรณพ กันต์พิธาน นั่งมองหญิงสาวบนเตียงด้วยความรู้สึกหลากหลายอยู่ในอก เด็กสาวในอดีตผู้เคยเป็นรักแรกฝังใจ เธอเจริญเติบโตเป็นหญิงสาววัยยี่สิบห้าปีที่งดงาม สะอาดตา แม้กระทั่งในยามที่เส้นผมยาวสลวยยุ่งเหยิง และใบหน้าซีดเซียวด้วยความตกใจ
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หุ่นผายไหล่กว้างสมส่วนเดินตรงเข้ามาหาเธออย่างช้าๆ ทุกก้าวเดินของเขาสร้างแรงกดดันมหาศาล จนโยเดียวต้องขยับถอยร่นไปจนชิดหัวเตียง
“คุณ... คุณเป็นใคร? แล้วทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่”
โยเดียวละล่ำละลักถามด้วยเสียงหวานสั่นเครือ น้ำตาแห่งความหวาดกลัวเริ่มเอ่อคลอสองเบ้าตา
อรรณพหยุดห่างจากเตียงเพียงไม่กี่ก้าว เขาปรายสายตามองท่าทีหวาดกลัวนั้นด้วยความแปลกใจเล็กน้อย
หากแต่ความคิดในหัวที่ได้รับรายงานจากคนสนิทว่า ‘เธอตกลงรับข้อเสนอเพื่อช่วยแฟนหนุ่ม’ กลับทำให้เขาสร้างปราการความเย็นชาขึ้นมากลบทับความอ่อนโยนในใจ
“เมื่อคืนเธอเหนื่อยมาก... นอนพักอีกสักหน่อยดีกว่าไหม ไม่ต้องกังวล ถ้าเธอรู้สึกดีขึ้นสักเล็กน้อย เธอค่อยไป” น้ำเสียงของเขาราบเรียบ ทว่ากลับสลักลึกเข้าไปในใจของคนฟังอย่างโหดร้าย
“หมายความว่ายังไง คุณทำอะไรฉัน? เมื่อคืนนี้” โยเดียวตวาดกร้าว ร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาจกั้น
“คำถามนั้น เธอควรจะรู้อยู่แก่ใจดีที่สุด ไม่ใช่หรือ?” อรรณพตอบพลางยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ สายตาที่มองมายังคงเต็มไปด้วยความนิ่งลึกยากจะอ่านออก
“เมื่อสติกลับมาสมบูรณ์แล้ว ก็ค่อยๆ คิดดูก็แล้วกัน ว่าทำไมมันออกมาในรูปนี้”
ความสะพรึงกลัว และความอดสูตีตื่นเข้ามาในความรู้สึกของหญิงสาว โยเดียวไม่รอฟังคำอธิบายใดๆ อีกต่อไป
เธอใช้แรงกายทั้งหมดที่มีลุกออกจากเตียง มองหาเสื้อผ้าชุดเดิมของตนเอง ที่ถูกซักแห้งและวางเรียบร้อยอยู่บนโซฟาข้างเตียง หญิงสาวรีบคว้ามันไว้อย่างรวดเร็ว แล้วโผเข้าห้องน้ำ พลางล็อกประตูแน่นหนา
มือบางสั่นระริก ขณะเปลี่ยนกลับมาสวมชุดเดิม น้ำตาไหลพรั่งพรูอาบใบหน้าด้วยความยับเยินในจิตใจ
‘ไม่จริง... มันต้องไม่ใช่เรื่องจริง คฑาไม่มีวันปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับฉันแน่ๆ’ เธอยังคิดในทางที่ดี และไม่อาจจะเชื่อได้
ในหัวของโยเดียวพยายามปะติดปะต่อว่า มันคืออะไรกันแน่? แต่ไม่มีคำตอบไหน...ให้เธอได้เลย
....
เพียงไม่กี่นาทีต่อมา โยเดียวก็ผลักประตูห้องน้ำออกมา เธอไม่แม้นแต่จะมองหน้าชายแปลกหน้าผู้ทรงอำนาจคนนั้น
ร่างบางวิ่งปรี่ตรงไปยังประตูเพนต์เฮาส์ แล้วเปิดพรวดออกไปทันที โดยไม่ฟังเสียงเรียกที่ดังไล่หลังมาจากชายหนุ่ม
จิตใจของโยเดียวแหลกสลายไม่มีชิ้นดี ลมหายใจหอบพี่รุนแรง ขณะที่เธอวิ่งลงมาจากคอนโดหรูระดับไฮเอนด์ เธอแทบไม่รอเรียกลิฟต์ เพราะไม่อาจจะทนรับสภาพของตัวเองได้
หญิงสาววิ่งลงมาจากชั้นที่เก้าโดยใช้บันได เธอเรียกรถแท็กซี่ด้วยมือสั่นเทาที่โบกสะบัด พอมีรถจอด เธอก็บอกให้คนขับพามายังคอนโดมิเนียมเก่าๆ ของคฑา แฟนหนุ่มที่เธอรัก และเชื่อใจที่สุด
.
