บทที่ 2 บทที่ 2
“ลูกทำได้มิยู พ่อเตรียมเอกสารและข้อเสนอทุกอย่างไว้ให้ลูกหมดแล้ว” ชัยณรงค์รีบพูดโน้มน้าว น้ำเสียงเริ่มมีความกดดันแกมขอร้อง “ลูกแค่เดินทางไปพบเขาที่โตเกียว ยื่นข้อเสนอตามที่พ่อเตรียมไว้ และแสดงความจริงใจให้เขาเห็นว่าตระกูลเราต้องการร่วมมือกับเขาจริง ๆ พ่อแก่เกินกว่าจะเดินทางไกล และสถานการณ์ทางนี้พ่อต้องอยู่เคลียร์กับเจ้าหนี้รายย่อย ถ้านี่ไม่ใช่ทางรอดเดียว พ่อไม่มีวันส่งลูกสาวสุดที่รักของพ่อไปเผชิญความลำบากคนเดียวที่ต่างแดนหรอก...”
ชายวัยกลางคนแสร้งก้มหน้าลงซ่อนหยาดน้ำตาปลอม ๆ ที่คลอเบ้า ภาพนั้นบาดลึกเข้าไปในใจของราณี ความทรงจำในวัยเยาว์หลั่งไหลเข้ามาในหัวสมอง ภาพที่เด็กหญิงกำพร้าเนื้อตัวมอมแมมถูกโอบอุ้มด้วยมือคู่เดิมนี้ ภาพที่เธอได้รับเสื้อผ้าสวย ๆ มีห้องนอนอุ่น ๆ และได้รับความรักความเอาใจใส่ราวกับเป็นลูกแท้ ๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ตระกูลเรืองวรากุลมีบุญคุณต่อเธอเหนือหัวชีวิต
‘นี่คือโอกาสสำคัญที่สุดในชีวิตแล้ว... ถึงเวลาแล้วที่เธอจะต้องตอบแทนคุณผู้มีพระคุณ’ ราณีคิดในใจ ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟ หรือไปเจรจากับปีศาจร้ายที่ไหน เธอก็ไม่อาจปฏิเสธหยาดเหงื่อและคราบน้ำตาของพ่อบุญธรรมได้
ราณีสูดหายใจเข้าลึก ความกลัวและความประหม่าถูกกดลงไปลึกสุดใจ แทนที่ด้วยความเด็ดเดี่ยว แววตาของเธอฉายประกายมุ่งมั่น “ตกลงค่ะคุณพ่อ มิยูจะไปญี่ปุ่นแทนคุณพ่อเองค่ะ มิยูจะเอาสัญญาฉบับนี้กลับมาให้ได้ บริษัทของเราจะต้องรอดพ้นจากวิกฤตครั้งนี้ค่ะ”
ชัยณรงค์เงยหน้าขึ้น รอยยิ้มพึงพอใจจุดประกายบนใบหน้า เขารีบดึงร่างบางของบุตรสาวบุญธรรมเข้ามาสวมกอดไว้แน่น “ขอบใจมากนะมิยู... พ่อภูมิใจในตัวลูกที่สุด ลูกคือนางฟ้าของครอบครัวเราจริงๆ”
ภายใต้อ้อมกอดอันอบอุ่นนั้น ราณีหลับตาลงด้วยความโล่งใจที่สามารถทำให้พ่อคลายความทุกข์ได้ ทว่าเธอไม่มีวันรู้เลยว่า ภายใต้แววตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งของชัยณรงค์นั้น ซ่อนความอำมหิตและเห็นแก่ตัวไว้อย่างลึกล้ำ
ชัยณรงค์รู้ดีว่าอัศวเมศ เมธาวิน คือใคร และรู้ดียิ่งกว่าใครว่าชายหนุ่มคนนั้นกำลังตามล่าล้างแค้นเขาที่เป็นคนบงการฆ่าล้างตระกูลเมธาวินเมื่อสิบกว่าปีก่อน การส่งราณีไปในครั้งนี้ ไม่ใช่การไปเจรจาธุรกิจ... แต่เป็นการส่ง ‘หมาก’ หรือ ‘เหยื่อล่อ’ ไปรับแรงกระแทกจากเพลิงแค้นแทนตัวเอง เพื่อที่เขาจะได้มีเวลาโยกย้ายทรัพย์สินและหลบหนีไปเสวยสุขที่อื่น ราณีถูกเก็บมาเลี้ยงเพื่อให้นำมาใช้เป็นโล่มนุษย์ในวันนี้ โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่าสายเลือดที่แท้จริงของเธอนั้นไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับความแค้นพยาบาทนี้เลยแม้แต่น้อย
วันเดินทางมาถึงอย่างรวดเร็ว สามวันต่อมา ราณียืนอยู่ท่ามกลางความจอแจของผู้โดยสารภายในสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ เธอกระชับเสื้อโค้ทตัวยาวสีครีมเข้าหาตัวเพื่อบรรเทาความหนาวจากเครื่องปรับอากาศ มือข้างหนึ่งลากกระเป๋าเดินทางใบย่อม ส่วนอีกข้างกอดซองเอกสารสำคัญสีน้ำตาลแน่นราวกับมันคือชีวิตของเธอและครอบครัว
ชัยณรงค์ไม่ได้มาส่งเธอที่สนามบิน โดยอ้างว่าต้องเข้าประชุมด่วนกับบอร์ดบริหารเพื่อยื้อเวลา มีเพียงคนขับรถที่มาส่งเธอที่หน้าอาคารผู้โดยสารเท่านั้น ความอ้างว้างเริ่มกัดกินหัวใจดวงน้อยทีละนิด การเดินทางไปต่างแดนเพียงลำพังครั้งแรก แถมยังต้องแบกรับอนาคตของครอบครัวไว้บนบ่า ทำให้หญิงสาวรู้สึกเหมือนตัวเล็กจ้อยท่ามกลางโลกอันกว้างใหญ่ที่เธอไม่รู้จัก
“สู้ ๆ นะมิยู เธอต้องทำได้เพื่อคุณพ่อและคุณแม่” ราณีพึมพำกับตัวเองเบา ๆ เพื่อเรียกกำลังใจให้ตนเองคลายความประหม่า
เธอก้าวเดินผ่านจุดตรวจหนังสือเดินทางและมุ่งหน้าไปยังประตูขึ้นเครื่อง เสียงประกาศจากลำโพงของสนามบินแจ้งเตือนเที่ยวบินมุ่งหน้าสู่ท่าอากาศยานนานาชาตินาริตะ ประเทศญี่ปุ่น ราณีเดินเข้าไปในงวงช้างและก้าวเข้าสู่ห้องโดยสารของเครื่องบินลำใหญ่ แอร์โฮสเตสสาวชาวญี่ปุ่นส่งรอยยิ้มต้อนรับอย่างสุภาพพร้อมกล่าวคำทักทายที่เธอเริ่มคุ้นเคยจากการฝึกฝนภาษาและข้อมูลมาอย่างหนักตลอดสามวันที่ผ่านมาเพื่อเตรียมตัวสำหรับงานสำคัญนี้
เมื่อได้นั่งประจำที่ฝั่งติดหน้าต่าง ราณีทอดสายตามองออกไปด้านนอก เครื่องบินเริ่มเคลื่อนตัวช้า ๆ ออกจากรันเวย์ ก่อนจะเร่งความเร็วและทะยานตัวขึ้นสู่ท้องฟ้าสีครามเข้มยามค่ำคืน แสนศิวิไลซ์และแสงไฟระยิบระยับของกรุงเทพมหานครค่อย ๆ เล็กสลัวลงและเลือนหายไปใต้กลุ่มเมฆหนาที่ลอยตัวอยู่เบื้องล่าง
หัวใจของราณีสั่นไหวด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด มันไม่ใช่แค่ความตื่นเต้นธรรมดา แต่มันวูบโหว่งแปลก ๆ คล้ายกับลึกลงไปในจิตใต้สำนึกกำลังเตือนว่าเธอกำลังก้าวเข้าสู่เส้นทางที่ไม่มีวันหวนกลับ ท้องฟ้าเบื้องหน้ามืดมิดและเต็มไปด้วยพายุเมฆที่ตั้งเค้า
ราณีซุกหน้าลงกับหมอนรองคอ หลับตาลงพร้อมกับสวดอ้อนวอนในใจ ขอให้การเจรจาธุรกิจกับนักธุรกิจหนุ่มที่ชื่อ ‘เรียว’ ผ่านพ้นไปด้วยดี และขอให้เธอช่วยชุบชีวิตตระกูลเรืองวรากุลได้สำเร็จ
เธอนอนหลับไปพร้อมความหวังและหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความกตัญญู... โดยไม่รู้เลยว่าการเดินทางข้ามขอบฟ้าในครั้งนี้ ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของอนาคตอันสดใส แต่คือการก้าวขาเข้าสู่กรงขังแห่งเพลิงแค้นของซาตานในคราบนักธุรกิจ ที่พร้อมจะแผดเผาชีวิต ร่างกาย และจิตวิญญาณของเธอให้มอดไหม้ และเปลี่ยนแปรโชคชะตาของเธอไปตลอดกาล...
