บทที่ 6 บทที่ 6
“เรียว... ลูกรออยู่บนรถตู้กับมัตสึดะและพวกน้า ๆ บอดี้การ์ดก่อนนะลูก พ่อกับแม่จะขึ้นไปตรวจเช็กความเรียบร้อยของเอกสารและต้อนรับแขกพิเศษบนเครื่องบินส่วนตัวครู่หนึ่ง แล้วเราจะออกเดินทางไปด้วยกัน” บิดาลูบศีรษะเด็กชายสิบขวบด้วยความรัก แววตาอบอุ่นนั้นเป็นสิ่งสุดท้ายที่อัศวเมศได้เห็นจากผู้เป็นพ่อ ก่อนที่ทั้งบิดาและมารดาจะก้าวเดินจูงมือกันขึ้นสู่งวงช้างตรงไปยังประตูเครื่องบินส่วนตัวหรูหราของตระกูลที่จอดแน่นิ่งอยู่กลางรันเวย์ส่วนบุคคล
เด็กชายเรียวนั่งอยู่เบื้องหลังเบาะรถตู้คันหรูที่จอดอยู่ห่างออกไปไม่กี่ร้อยเมตร เขากำลังเปิดสมุดภาพวาดแลนด์สเคปที่ตั้งใจจะเอาไปอวดพ่อและแม่ระหว่างไฟลต์บิน ทว่าความเงียบงันของค่ำคืนนั้นกลับถูกตัดสลับด้วยสิ่งที่ไม่คาดฝัน
บึ้ม!!!
เสียงระเบิดกึกก้องกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย แรงอัดมหาศาลกระแทกกระจกรถตู้จนร้าวละเอียด ลมพายุแห่งเพลิงซัดสาดแสงสีส้มแดงสว่างวาบไปทั่วท้องฟ้ายามวิกาล เครื่องบินส่วนตัวของตระกูลเมธาวินระเบิดเป็นจลน์ แตกกระจายเป็นเศษเหล็กและเปลวเพลิงลุกโชนต่อหน้าต่อตาเด็กชายสิบขวบ
“คุณพ่อ! คุณแม่!” เด็กชายเรียวหวีดร้องลั่นจนสุดเสียง พยายามกระชากประตูรถตู้หมายจะพุ่งตัวออกไปหาบุพการีในกองเพลิง ทว่ามัตสึดะที่ในตอนนั้นยังเป็นเพียงวัยรุ่นหนุ่มและบอดี้การ์ดอีกสองคนพุ่งเข้ามาล็อกตัวเด็กชายไว้แน่น “ปล่อยฉัน! พ่อกับแม่ยังอยู่บนนั้น! ปล่อยยย!!!”
“ไม่ได้ครับคุณหนู! มันเป็นกับดัก! มีคนซุ่มโจมตี!” เสียงบอดี้การ์ดตะโกนแข่งกับเสียงระเบิดระลอกสองที่ตามมา ก่อนที่กระสุนปืนกลนับสิบนัดจะสาดซัดทะลุกระจกรถเข้ามา บอดี้การ์ดที่เอาตัวเข้ากำบังให้เด็กชายล้มฟุบฮวบลงจมกองเลือดทันที
มัตสึดะใช้โอกาสนั้นอาศัยความชุลมุนฉุดกระชากลากพาร่างของเด็กชายเรียวที่ร้องไห้แทบขาดใจ หนีตายลงจากรถฝ่าดงกระสุนปืนของกลุ่มชายนิรนามฉกรรจ์ที่สวมผ้าคลุมหน้าปิดบังตัวตน พวกมันมีรอยสักสัญลักษณ์อันน่าสะพรึงกลัวของกลุ่มยากูซ่าขาใหญ่ที่เบื้องหลังรับคำสั่งจากผู้บงการชาวไทย ร่างของบิดามารดาอันเป็นที่รักรวมถึงน้า ๆ บอดี้การ์ดร่วงหล่นและมอดไหม้ไปกับกองเพลิงที่ไร้ความปรานี
เรียวรอดชีวิตมาได้ราวปาฏิหาริย์จากการช่วยเหลือของ อากิโอะ เพื่อนสนิทนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นของบิดา ผู้ซึ่งบินด่วนมาประสานงานในค่ำคืนนั้นพอดี อากิโอะแอบพาเด็กชายที่ตกอยู่ในสภาวะช็อกกึ่งเสียสติหลบหนีออกจากพื้นที่ ขึ้นเรือขนส่งสินค้าลับเลาะเลียบข้ามน้ำข้ามทะเลมายังประเทศญี่ปุ่นเพื่อความปลอดภัย เพราะรู้ดีว่าตระกูลเมธาวินกำลังถูกล่าล้างบางเพื่อกลืนกินทรัพย์สิน
ในห้องใต้ดินอันมืดมิดของตระกูลอากิโอะที่โตเกียว เด็กชายเรียวนั่งขดตัวอยู่มุมห้องไม่ยอมพูดจาหรือทานอาหารร่วมสัปดาห์ สายตาของเขาเหม่อลอยทว่าลึกลงไปกลับถักทอด้วยความเคียดแค้น แข็งกร้าว และเย็นชาขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งวันหนึ่ง อากิโอะเดินเข้ามาพร้อมกับซองเอกสารหลักฐานที่สายสืบลับสืบพบจากซากปรักหักพังและเครือข่ายใต้ดิน
“เรียว... คนที่หักหลังพ่อแม่ของเธอ คนที่เป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลังกลุ่มยากูซ่าที่ลอบสังหารตระกูลเมธาวิน แท้จริงแล้วคือนักธุรกิจชาวไทยที่พ่อของเธอไว้ใจที่สุด... มันชื่อ ชัยณรงค์ เรืองวรากุล”
ชื่อนั้นเหมือนน้ำมันก๊าดที่ราดลงบนกองไฟที่คุกรุ่น ชัยณรงค์ คนที่เคยมาทานข้าวที่บ้าน คนที่เคยยิ้มแย้มและสวมกอดพ่อของเขาด้วยความสนิทสนม แท้จริงแล้วคืออสูรกายในคราบมนุษย์ที่สั่งฆ่าล้างตระกูลเขาเพียงเพื่อจะฮุบสัมปทานที่ดินและมรดกทั้งหมดไปเป็นของตนเอง
นับตั้งแต่วันนั้น เด็กชายเรียวคนเดิมผู้อ่อนโยนได้ตายไปจากโลกใบนี้อย่างสิ้นเชิง เหลือเพียง อัศวเมศ เมธาวิน สัตว์ป่าผู้หิวโหยที่รอวันล่าล้างแค้น
เขาอุทิศตนให้กับการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงภายใต้การดูแลของอากิโอะ ทุกวันคือการเคี่ยวกรำร่างกายและจิตใจอย่างทารุณ ชายหนุ่มตื่นตั้งแต่ตีสี่เพื่อฝึกศิลปะการต่อสู้ทุกแขนง ทั้งยูโด เคendo มวยสากล และการใช้อาวุธทุกชนิด ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลจากการฝึกซ้อม ทว่าความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับแผลเป็นในหัวใจ ขณะเดียวกัน เขาก็ต้องศึกษาเล่าเรียนด้านการบริหารและเศรษฐศาสตร์ในมหาวิทยาลัยชั้นนำอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น ทุ่มเทสติปัญญาและความเฉลียวฉลาดทั้งหมดเพื่อเป้าหมายเดียว... คือการก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดทางการเงิน เพื่อกลับมาขยี้ตระกูลเรืองวรากุลให้จมดิน
เขาทนทุกข์และจมปลักอยู่กับฝันร้ายชั่วนาตาปี รอคอยอย่างใจเย็นดุจเสือร้ายซุ่มโป่ง จนกระทั่งสิบหกปีผ่านไป เขาสามารถยึดอำนาจเบ็ดเสร็จก้าวขึ้นเป็นประธานแห่งเมธาวาริน กรุ๊ป กุมอำนาจเงินตราของเอเชียสำเร็จ และนั่นคือเวลาที่กระดานล้างแค้นถูกเปิดฉากขึ้น
กลับมาสู่ปัจจุบัน อัศวเมศกระแทกหมัดลงกับราวระเบียงหน้าต่างจนเกิดเสียงดังสนั่น สายตาคุกรุ่นด้วยเพลิงแค้นจ้องลึกเข้าไปในความมืดมิด ทิศทางที่ราณีถูกกักขังอยู่
“สิบหกปี... ที่ฉันต้องอยู่เหมือนตายทั้งเป็น”
อัศวเมศพึมพำด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ทว่าดุดันเฉียบขาดราวกับจะสลักคำพูดไว้บนแผ่นดิน
“ชัยณรงค์... ในเมื่อแกส่งลูกสาวสายเลือดของแกมาเป็นเครื่องสังเวยถึงที่นี่ ฉันก็จะทำให้มันรู้รสชาติของความทรมานยิ่งกว่าที่ฉันเคยได้รับร้อยเท่าพันทวี”
ดวงตาของอัศวเมศเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นผสมปนเปกับความทรงจำอันเจ็บปวด ภาพของเด็กชายวัยสิบขวบเนื้อตัวมอมแมมที่นั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่ท่ามกลางเศษหินและหยาดเลือดซ้อนทับขึ้นมาในกระจกเงา เด็กชายคนนั้นในอดีตเคยหลั่งน้ำตา ทว่านับจากวินาทีนี้ไป น้ำตาเหล่านั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นอาวุธสังหาร
