บทที่ 5
อดิรานั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานพลางหวนนึกถึงภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านหลังใหม่ของเธอเมื่อเช้านี้
“แกมีความรู้สึกให้ผู้หญิงคนนี้” อดิรามองลงไปยังซาช่าแล้วกระซิบ “ใช่ไหม ที่รัก?”
เมื่อได้ยินคำพูดของอดิรา แชดวิกกับอีซ่าก็พากันกลั้นหายใจชั่วขณะ พวกเขาไม่คาดคิดว่าจะได้ยินคำพูดนี้ออกมาจากปากของอดิราโดยตรง
เมื่อไม่มีใครในสองคนนั้นตอบอะไรเธอ อดิราจึงดึงมือออกจากมือของแชดวิก แล้วเหลือบมองผู้หญิงที่นั่งอยู่บนพื้นอย่างน่าสมเพช
“คุณอีซ่า ไม่ต้องเก็บของพวกนั้นขึ้นมาหรอกค่ะ เดี๋ยวฉันจะให้คนอื่นมาทำความสะอาดเอง เพราะยังไงซะ... คุณก็เป็นแขกคนสำคัญของสามีฉันนี่คะ”
อดิรายิ้มให้อีซ่า เป็นรอยยิ้มที่น่าขนลุกและเย็นเยียบ ราวกับภาพสะท้อนในกระจกที่แตกร้าว อีซ่ารู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แล่นไปทั่วผิวหนัง
“แล้วก็ ที่รัก” อดิราเรียกแชดวิกที่ยืนนิ่งตะลึง เธอโน้มตัวเข้าไปหาเขา สอดขาของเธอเข้าไประหว่างต้นขาของเขาก่อนจะจัดปกเสื้อให้
ดวงตาของแชดวิกเบิกกว้างเมื่ออยู่ต่อหน้าหญิงสาวสวยสง่าตรงหน้า ใบหน้าของเขาบูดบึ้ง แม้แต่กลิ่นหอมหวานเลี่ยนของอดิราก็ยังช่างยั่วยวน ทั้งที่เขาเกลียดกลิ่นแบบนี้จะตาย
“ฉันต้องไปทำงานแล้ว ขอให้มีความสุขกับแขกของคุณนะคะ”
เธอถอยห่างจากเขาสองก้าว และไม่ลืมที่จะประดับรอยยิ้มเยาะไว้บนริมฝีปาก เมื่อเธอหันหลังกลับ ผมสีแดงของเธอก็สะบัดปลิวในอากาศ อดิราทิ้งคนทั้งสองไว้โดยไม่หันกลับมามองอีก ราวกับว่าการมองพวกเขาอีกครั้งเป็นเรื่องเสียเวลา
“ท่านประธานคะ?”
เมื่อหลุดจากภวังค์แห่งความทรงจำอันแจ่มชัด อดิราก็พบว่าเธอกำลังจ้องหน้าเลขานุการของตัวเองอยู่
“มีอะไรรึเปล่าคะ” คุณแฮนเซลถาม
เลขานุการแฮนเซลสังเกตว่าอดิราเอาแต่มองเหม่อลอย ซึ่งเธอคิดว่ามันแปลก เพราะปกติแล้วเจ้านายของเธอไม่เคยเสียสมาธิ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างทำงาน
อดิราเอ่ยปากอย่างระมัดระวัง “คุณเลขาแฮนเซล”
เลขานุการรีบตอบกลับ “คะ ท่านประธาน?”
“คุณแต่งงานกับสามีมานานเท่าไหร่แล้ว”
ไม่ใช่แค่เหม่อลอย แต่ยังมาถามคำถามส่วนตัวกับพนักงานอีกเหรอเนี่ย?!
แฮนเซลแอบมองออกไปนอกหน้าต่างเพื่อให้แน่ใจว่าพระอาทิตย์ยังคงตกทางทิศตะวันตก
เมื่อแรกเห็น อดิราดูเป็นมิตรและเข้าถึงง่าย อย่างไรก็ตาม คนที่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับเธอจะบอกได้ว่าอดิราสร้างกำแพงกั้นระหว่างตัวเองกับคนอื่น เธอยิ้ม แต่ในขณะเดียวกันก็เกลียดการผูกมัดกับใครหรืออะไรก็ตาม
ดังนั้น เมื่ออดิราถามแฮนเซลเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของเธอ แฮนเซลจึงคิดว่ามันอาจเป็นสัญญาณที่ดี
“เอ่อ... ฉันกับสามีแต่งงานกันมาสี่ปีแล้วค่ะ” แฮนเซลตอบอย่างเขินอาย
อดิราเท้าคางกับมือที่ประสานกัน เธอครางรับในลำคอ “อืมมม” แล้วก็มองหน้าเธออีกครั้งพร้อมกับคำถามใหม่ “คุณจะทำยังไงถ้าจับได้ว่าสามีของคุณชอบคนอื่น”
“คะ...คะ?”
“แล้วผู้หญิงที่เขาชอบก็ยังเข้าออกบ้านของคุณได้อย่างอิสระด้วย คุณจะทำยังไง”
แฮนเซลรู้สึกถึงความหงุดหงิดที่พลุ่งพล่านขึ้นมาในใจ แค่ลองนึกภาพตาม เธอก็รู้สึกเหมือนจะคลั่งตายให้ได้!
ใบหน้าของแฮนเซลแดงก่ำ เธออ้าปากและตะโกนออกมาโดยไม่รู้ตัว “ฉันจะซ้อมพวกมันให้ตาย!”
ให้ตาย...
ให้ตาย...
ให้ตาย...
เสียงตะโกนดังก้องไปทั่วห้องทำงาน
แฮนเซลใช้เวลาหลายวินาทีกว่าจะตระหนักถึงความผิดพลาดร้ายแรงของตัวเอง
นี่เธอเพิ่งตะโกนใส่หน้าซีอีโอของบริษัทงั้นเหรอ?
ไม่ใช่แน่ๆ เธอแค่ทำไปโดยไม่รู้ตัวเพื่อระบายความโกรธกับสถานการณ์ในจินตนาการเท่านั้น
แฮนเซลสูดหายใจเฮือก ก้มหน้าลงแล้วกล่าวขอโทษ “ขอโทษค่ะท่านประธาน! ฉันไม่ได้ตั้งใจจะตะโกนแบบนั้น”
อดิราเพียงแค่หัวเราะเบาๆ แล้วเอ่ยว่า “ไม่เป็นไร” เธอตรวจดูเอกสารตรงหน้าและเซ็นชื่อในส่วนที่ต้องเซ็น
แฮนเซลเหลือบมองใบหน้าสวยของซีอีโอ เธออยากรู้ใจจะขาดว่าทำไมจู่ๆ อดิราถึงถามคำถามนั้น ตามมาด้วยความกระวนกระวายใจ
‘หรือว่าที่ท่านประธานถามแบบนี้... เป็นเพราะสามีของท่านพาผู้หญิงคนอื่นเข้าบ้าน?’ เธออดสงสัยไม่ได้
ฮันเซลเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่รู้ว่าการแต่งงานของอดิรากับแชดวิกเป็นเพียงเพื่อผลประโยชน์ ถึงกระนั้น นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่ดีพอที่แชดวิกจะพาผู้หญิงของเขาเข้ามาในบ้านที่เพิ่งสร้างใหม่ของพวกเขา!
เลขานุการสาวผู้เป็นกังวลกำหมัดแน่นด้วยความโกรธจัดแทนนายหญิงของเธอ แต่ถึงอย่างนั้น ถ้าฮันเซลซึ่งไม่ใช่คนในยังโกรธได้ขนาดนี้ เธอก็ได้แต่จินตนาการว่ามันจะหนักหนาแค่ไหนสำหรับอดิรา
‘หวังว่าคุณผู้หญิงจะเข้มแข็งไว้นะคะ’ ฮันเซลได้แต่หวัง
ทว่าอดิรากลับไม่ได้รู้สึกน่าสมเพชเลยแม้แต่น้อย เหตุผลที่เธอถามคำถามนั้นกับฮันเซลก็เพราะเธอแค่สงสัยว่าภรรยาทั่วไปจะรู้สึกอย่างไรในสถานการณ์เช่นนี้
อดิราไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดา ดังนั้นเธอจึงไม่สามารถเข้าใจเรื่องนี้ได้
“คุณไม่ต้องไปส่งฉันที่บ้านหรอก เลขาฮันเซล”
“คะ?”
ฮันเซลหยุดเซ็นเอกสารขณะที่อดิราหันกลับมามองเธอ
“ฉันจะไปที่โปรดของฉันแล้วก็จะดื่มสักหน่อย”
ฮันเซลพยักหน้า “รับทราบค่ะ คุณผู้หญิง”
อดิราก้มศีรษะลง และนั่นคือเหตุผลที่เธอไม่เห็นสีหน้าเห็นอกเห็นใจของฮันเซล ฮันเซลคิดว่าอดิราจะไปดื่มเหล้าเพราะเธอกำลังลำบากใจกับชีวิตแต่งงานแบบคลุมถุงชนของเธอ
แต่จริงๆ แล้ว อดิราแค่ต้องการจะดื่มเท่านั้น
ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น ไม่มีอะไรน้อยไปกว่านั้น
—————— ------------------------------------------ -------------------------
อดิราไปยังบาร์หรูเจ้าประจำของเธอตอนหกโมงเย็น
เธอมาที่นี่เสมอเมื่อไหร่ก็ตามที่เธอเหนื่อยจากงาน และวันนี้ เธอมาที่นี่ไม่ใช่เพราะสามีของเธอหรือผู้หญิงของสามีเธอ
แม้ว่าเธอจะวางแผนยั่วยวนแชดวิก แต่เธอก็ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เขาตกหลุมรัก ดังนั้น อดิราจึงไม่สนใจแม้ว่าแชดวิกจะใช้เวลาอันแสนหวานอยู่กับผู้หญิงของเขา
‘ฉันแก่เกินกว่าจะมาเสียเวลาเล่นเป็นนางร้ายเพื่อไอ้พวกงี่เง่านั่นแล้ว’ อดิราคิดพลางส่ายหัว
ด้วยหัวใจที่เบิกบาน อดิราต้องการจะดื่มคนเดียวหลังจากทำงานมาทั้งวัน หากจะมีสิ่งหนึ่งที่เธอภาวนาถึง นั่นก็คือการมีลูกน่ารักๆ สักคนที่จะได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่าผมขาว
อดิรามุ่งมั่นกับอาชีพการงานจนไม่เคยมีประสบการณ์รู้สึกดึงดูดหรือสนใจที่จะออกเดตกับผู้ชายหรือผู้หญิงคนไหน เธอคิดว่าความรักมีแต่จะเป็นอุปสรรค และนั่นคือเหตุผลที่เธออายุ 31 ปีโดยไม่เคยคบหากับใคร ยิ่งไปกว่านั้น อดิรารู้ดีว่ามันเปล่าประโยชน์ที่จะลองในเมื่อสุดท้ายเธอก็ต้องแต่งงานกับสามีที่พ่อของเธอเลือกให้ จะมัวเสียเวลาร้องไห้และต่อสู้เพื่อความรักโง่ๆ และแสร้งทำตัวเป็นตัวละครในนิยายโศกนาฏกรรมไปทำไมกัน?
“จู่ๆ ก็อยากอ่านนิยายรักโศกนาฏกรรมอย่างโรมิโอกับจูเลียตขึ้นมาเลย” เธอบ่นพึมพำขณะนั่งลงหน้าเคาน์เตอร์บาร์
อดิรามองไปรอบๆ
ทันใดนั้น ก็มีชายคนหนึ่งโผล่พรวดขึ้นมาจากใต้เคาน์เตอร์ เขาสวมเครื่องแบบบาร์เทนเดอร์และกำลังเช็ดป้ายชื่อที่เขาเพิ่งเก็บขึ้นมาจากพื้น
รูปลักษณ์ของชายคนนั้นดึงดูดความสนใจของอดิรา เธอเฝ้ามองเขาติดป้ายชื่อกลับเข้าที่บนเครื่องแบบซึ่งมีชื่อว่า [“เจฟฟรีย์”]
อดิราเป็นลูกค้าประจำของที่นี่ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นชายคนนี้
ชายหนุ่มมีผมสีบลอนด์ที่เสยขึ้น คิ้วของเขาโก่งได้รูป เขามีดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยว แต่กลับมีเปลือกตาที่ดูหนักอึ้ง จมูกของเขาโด่งเป็นสัน ดูสง่างามยิ่งนัก เขามีริมฝีปากรูปหัวใจพร้อมกับไฝเม็ดเล็กๆ ใกล้ริมฝีปากบน เขายังตัวสูงและมีรูปร่างที่ยอดเยี่ยม
สรุปสั้นๆ คือเขาหล่อมาก เป็นคนประเภทที่ไปที่ไหนก็ขโมยซีนได้ทุกที่
‘ทักษะการโฆษณาของบาร์นี่ไม่ธรรมดาเลยนะ’ อดิราชื่นชมการจัดการของบาร์ในใจ
ในที่สุด ชายคนนั้นก็จับจ้องสายตามายังผู้หญิงที่นั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์ ทันทีที่เขาเห็นใบหน้าของเธอ เขาก็แข็งทื่อราวกับรูปปั้น ราวกับว่าเขาได้เห็นบางสิ่งที่น่าตกใจอย่างยิ่ง
อ้อ อดิราคุ้นเคยกับปฏิกิริยาแบบนี้ดีอยู่แล้ว ก็เธอสวยนี่นา แต่ทว่ามันมีบางอย่างแปลกๆ ในท่าทีที่บาร์เทนเดอร์คนนั้นมองเธอ ราวกับว่าเขารู้จักเธอมาก่อนแล้ว
บาร์เทนเดอร์ หรือเจฟฟรีย์ ปิดริมฝีปากที่เผยอออกเล็กน้อยหลังจากนั้นครู่หนึ่ง
หลังจากจ้องมองใบหน้าของอดิรา เขาก็เลื่อนสายตาไปยังนิ้วของเธอ และเมื่อเขาเห็นว่าเธอไม่ได้สวมแหวนใดๆ รอยยิ้มพึงพอใจก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
