บทที่ 6 แค่ห่วงไม่ได้หวง

ตอน แค่ห่วงไม่ได้หวง

"บ้าเอ๊ย!"

เสียงสบถกับตัวเองมาพร้อมเสียงทุบโต๊ะแรงๆ ด้วยความหงุดหงิดที่ได้รับข่าวไม่ดีแต่เช้า ตะวันวาดพยายามสูดลมหายใจให้ลึกที่สุดเพื่อตั้งสติก่อนเขาจะระเบิดอารมณ์มากไปกว่านี้...ชายหนุ่มทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ที่โต๊ะทำงานอย่างอ่อนล้า ท้าวข้อศอกไว้บนโต๊ะแล้วก้มหน้าซุกซบลงบนสองมือที่ประสานกันเอาไว้ ปัญหามากมายที่รุมเร้าทำเอาเขาเดินเซจนเกือบจะล้ม ไม่รู้จะแก้ปมชีวิตเรื่องไหนก่อนดี

ตะวันวาด วิศวกรหนุ่มที่ผันตัวมาจับธุรกิจรับเหมาก่อสร้างด้วยมีทุนความรู้ด้านวิศวะโยธาที่ร่ำเรียนมา เขาร่วมหุ้นกับเพื่อนเปิดบริษัทเล็กๆ ขึ้นมาแข่งขันกับบริษัทใหญ่ๆ ในแวดวงที่มีอยู่ดาษดื่น แรกเริ่มทำทุกอย่างดูเหมือนจะไปได้สวยมีเงินกำไรเข้าบริษัทเป็นกอบเป็นกำ แต่...ความที่ยังใหม่ประสบการณ์น้อยนิดปัญหาที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นมาในระยะปีสองปีมานี้ ทำให้บริษัทเริ่มขาดทุนอย่างต่อเนื่อง มีหนี้หมุนเวียนในระบบอยู่มาก...ธุรกิจที่กำลังไปได้สวยต้องหยุดชะงักลง เมื่อสาเหตุใหญ่ที่ตามมาคือคนงานที่เริ่มลาออกไปทีละคนสองคน

‘ค่าใช้จ่ายเยอะแยะมากมายขนาดนี้ เราจะหาจากไหนมาหมุนได้ทัน’

ชายหนุ่มคิดไม่ตก เคราะห์ซ้ำกรรมซัดเมื่อคนงานของตนขับ

รถของบริษัทไปประสบอุบัติเหตุ ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตผู้อื่นและทรัพย์สินอีกหลักล้านที่เขาต้องตามชดใช้...เมื่อการเงินสะดุดเขาจึงพยายามเซฟทุกอย่างในบ้านเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย ทำแม้กระทั่งยอมขายรถที่มีอยู่หลายคันจนเหลือแค่ของภรรยาและของตนคนละคัน เพื่อนำเงินมาหมุนเวียนใช้หนี้บริษัทซัพพลายเออร์ นำบ้านและที่ดินไปจำนอง ลดเงินเดือนของปานจันทร์ลงไม่ให้หล่อนใช้มือเติบเหมือนเคย

ปัญหาความไม่ลงรอยทางความคิดระหว่างตนกับภรรยาจึงตกตะกอนฝังอยู่ในใจมานานวัน ชายหนุ่มรู้ดีว่ามันคือสาเหตุที่ทำให้หล่อนเปลี่ยนไป เมื่อเงินหมดทุกอย่างก็เปลี่ยนผัน นั่นคือเรื่องจริง

ร่างสูงลุกเดินไปที่เปลนอนของลูกสาว ร่างเล็กที่นอนหลับตาพริ้มอย่างไร้เดียงสาทำให้แววตาคู่คมสั่นระริก ชายหนุ่มขบกรามแน่นเมื่อความรู้สึกหลายอย่างประเดประดังจนตีตื้นขึ้นมาสั่นสะท้านอยู่ในหัวอกลูกผู้ชาย...เขาจะท้อไม่ได้เมื่อมีอีกสองชีวิตที่กำลังเติบโต  ตะวันวาดท่องจำไว้ในใจ

รอยจูบฝากฝังลงบนแก้มนุ่มนิ่มของสองแฝดด้วยความรักและหวงแหน ปลายนิ้วแกร่งจับและบีบอุ้งมือน้อยๆ เพื่อเรียกกำลังใจคล้ายหนูน้อยจะสัมผัสได้ถึงการถูกก่อกวน ร่างเล็กจึงขยับยุกยิกจนคนเป็นพ่อต้องผละออกมาก่อนจะทำลูกตื่นมาร้องไห้โยเย

"ย่าหยา ยาหยี พ่อจะท้อไม่ได้ก็เพราะหนูสองคน...ไม่เป็นไรนะถ้าแม่เขาไม่กลับมาเราก็อยู่กันแค่สามคน..."

ตะวันวาดกระซิบเบาๆ หัวใจเขากระตุกสั่นไหวพร้อมๆ กับที่

ฝ่ามือแกร่งลูบลงบนศีรษะเล็กนุ่มนิ่ม...ก่อนเขาจะหันไปมองทางหน้า

ห้องเมื่อได้ยินเสียงเคาะเบาๆ

เขาเดาเอาว่าน่าจะเป็นน้องเมียจอมยุ่งจุ้นจ้าน เมื่อเปิดประตูออกแล้วเห็นหน้า จึงได้รู้ว่าเขาเป็นคนเดาอะไรได้แม่นเสมอ

สายตาคู่คมปรายมองคนที่ยืนยิ้มเฝื่อนอยู่ตรงหน้า...ชุดที่เธอสวมใส่บอกให้รู้ว่าอีกสักพักบ้านก็จะเงียบไม่มีคนมาคอยกวนใจ

"ใบตองจะไปทำงานแล้วนะคะ...พี่แทน...เอ่อ...พี่แทนอยู่คน

เดียวได้มั้ยคะ"

หล่อนหมายถึงสองฝาแฝดที่ต้องทิ้งเอาไว้ คุณพ่อที่อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ เพราะเมียหายต้องเลี้ยงลูกเพียงลำพัง อดเป็นห่วงไม่ได้เพราะแม่บ้านก็อายุมากคงช่วยอะไรได้ไม่มากเท่าตน

การที่เขาไม่หือไม่อือแม้หล่อนจะมาร่ำลา แต่กลับมองแต่ช่วงล่างของตนแล้วทำเหมือนจะพูดอะไร ทำให้รู้สึกประหม่าจนต้องเบือนสายตาหนีด้วยการชะเง้อมองหลานที่นอนอยู่ในห้อง

"หลับอยู่เหรอคะ"

"อืม…"

"พี่แทนจำได้ใช่มั้ยคะ ว่าชงนมต้องใส่น้ำและนมแค่ไหน...น้ำอาบก็ผสมเป็นแล้วใช่มั้ยคะ"

"คิดว่าจำได้...มั้ง..."

เขาคิดว่าน่าจะได้...นั่นคือการคิดเอาเองแบบยังไม่ได้ลองทำโดยไม่มีวาดจันทร์ เมื่อคืนที่รอดมาได้เพราะวาดจันทร์ชงนมแล้วแช่ตู้เย็นเอาไว้ให้ ตอนเขาจะใช้ก็แค่นำมาอุ่นในน้ำร้อนก่อนจะให้ลูกดื่มเข้าไป

คำพูดของเขาทำให้วาดจันทร์ชักไม่ไว้ใจ หล่อนกลัวว่าหลาน

จะเป็นอะไรไปเพราะคุณพ่อมือใหม่...ยังพอมีเวลาที่จะสอนเขาอีกรอบ คิดยามก้มลงมองดูเวลาที่ข้อมือ

"เดี๋ยวใบตองสอนให้อีกรอบก็ได้ค่ะ เผื่อป้ากุลไปตลาดแล้วพี่แทนอยู่คนเดียว"

"อืม..."

คราวนี้เขาไม่ปฏิเสธ ชายหนุ่มเปิดทางให้เธอเข้ามา พากันเดินไปยังชั้นวางขวดนมที่อบฆ่าเชื้อแล้ว  วาดจันทร์หยิบมาแล้วเทน้ำจาก

เหยือกเก็บความร้อนใส่ลงไป กะให้ได้ตามปริมาณที่ต้องการ

"ถ้าน้ำสองออนซ์ นมแค่ช้อนเดียวค่ะ สี่ออนซ์ก็สองช้อน เขย่าให้เข้ากันแล้วลองหยดบนหลังมือดูด้วยนะคะ เดี๋ยวร้อนเกินไปน้องปากพองล่ะแย่เลย"

แววตาคมกล้าจับจ้องมองดูอีกฝ่ายกระทำอย่างคล่องแคล่ว พร้อมๆ กับที่นึกออกพอดีว่าจะถามอะไร

"เจ้านายเธอเขาเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายกันล่ะ"

คนฟังถึงกับชะงัก เพราะไม่คุ้นเคยกับความรู้สึกที่เขาถามไถ่ใคร่รู้เรื่องของตน

"เป็นผู้ชายค่ะ"

"มีลูกมีเมียหรือยัง"

"ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ ใบตองไม่ได้ใส่ใจ...ว่าแต่...พี่แทนถามทำไมเหรอคะ"

"เปล่า ไม่มีอะไร"

"พี่แทนเลี้ยงคนเดียวได้ใช่มั้ยคะ...หรือว่าจะให้ใบตองลางานสักหนึ่งวันเพื่อช่วยเลี้ยงไปก่อน"

"ไม่ต้อง เธอไปทำงานเถอะ อย่ามาเสียงานเสียการเพราะฉันเป็นต้นเหตุ"

ชายหนุ่มแย่งขวดนมที่ชงแล้วมาจากมือนุ่ม ถือเดินไปแช่ตู้เย็นทิ้งเอาไว้ เอ่ยโดยไม่หันมามอง "ไปทำงานได้แล้วเดี๋ยวสายกันพอดี ฉันอยู่คนเดียวได้ไม่ต้องห่วง"

เขาไม่สนใจหล่อนอีก เดินหนีไปเก็บผ้าอ้อมรวบรวมใส่ตะกร้า เมื่อเห็นว่าเขาไล่ตนทางอ้อม วาดจันทร์จึงคว้ากระเป๋ามาสะพายเพื่อออกไปทำงาน

"เดี๋ยว!"

เสียงเรียกให้หยุดที่ดังขึ้นมาขณะกำลังจะปิดประตู เมื่อหันกลับไปมองก็เห็นแววตาคู่คมกำลังมองตนอย่างสำรวจ

"กระโปรงเธอน่ะมันสั้นไปนิด ทีหลังอย่าใส่แบบนี้อีกเพราะเจ้านายเธอเป็นผู้ชาย...ผู้ชายไม่ใช่พระอิฐพระปูนที่จะไม่รู้สึกอะไร"

หญิงสาวยืนนิ่งไปไม่เป็น ทำตัวไม่ถูกกับการที่จู่ๆ เขาก็สั่ง

ห้ามราวหวงไม่อยากให้ใครมอง

"กลับบ้านมืดๆ ค่ำๆ มันอันตราย เธอก็เห็นว่าข่าวฆ่าข่มขืนนั้นเกิดขึ้นแทบทุกวัน อยากเป็นคนในข่าวรึไง"

"ขอบคุณนะคะที่เตือน ใบตองจะระวังตัวมากกว่านี้ค่ะ"

หญิงสาวหันหลังหนีเพราะกลัวเขาเห็นว่าตนกำลังอมยิ้มหัวใจพองโต สองขารีบก้าวเร็วๆ เพื่อไปให้พ้นจากสายตาของเขาที่มองแล้วพานให้ใจเต้นระส่ำควบคุมมันไม่ได้...คิดอย่างแปลกใจว่าเขานึกยังไงมาสนใจเรื่องการแต่งตัวของเธอ ทั้งที่ร้อยวันวันปีเขาไม่เคยพูดเรื่องนี้มาก่อนเลยสักครั้งเดียว

วาดจันทร์นับแบ็งค์สีเทาทวนอีกรอบเพื่อให้ครบตามจำนวนที่ต้องการ ใจหายไม่น้อยเพราะเงินหนึ่งพันจำนวนหลายใบเช่นนี้หล่อนสามารถใช้ได้เป็นเดือนๆ บางทีอาจจะมากกว่าหนึ่งเดือนด้วยซ้ำถ้าหากประหยัดและเซฟค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยที่ไม่จำเป็น

แต่...ทุกคนก็ต้องใช้เงินเหมือนกัน ปากท้องไม่รอใครอีกทั้งภาระค่าใช้จ่ายที่ต้องรับผิดชอบ หล่อนเดินกำเงินออกไปจากห้องเพราะมันเป็นทางเดียวที่จะทำได้ดีที่สุดแล้ว

"คุณใบตองเอามาจากไหนคะ"

"อ๋อ...พี่แทนจ่ายมาแล้วค่ะ เพิ่งได้มาเมื่อเช้าแล้วใบตองก็ออกไปทำงาน"

พิกุลมองหน้าวาดจันทร์แล้วยิ้มเจื่อนคล้ายไม่เชื่อ ก้มลงมองธนบัตรที่เป็นเงินเดือนในมือตนแล้วรู้สึกตะขิดตะขวงใจ

"ไม่ได้เอาเงินตัวเองมาจ่ายป้านะคะ"

"ไม่ใช่ค่ะ สบายใจได้นะคะป้ากุล ใบตองไม่ได้เดือดร้อนอะไร"

“ถ้าป้าไม่ต้องไปหาหมอ ไม่ต้องซื้อนมให้หลานก็คงจะไม่ทวงหรอกค่ะคุณ ป้าเข้าใจว่าตอนนี้คุณแทนกำลังเดือดร้อน ป้าสงสารเขาอยู่เหมือนกัน"

วาดจันทร์ยิ้มเฝื่อนเพราะความขมปร่าแผ่ซ่านอยู่ในลำคอ...วันก่อนเจ้าของบ้านเปรยออกมาว่าหากจะลดค่าใช้จ่ายก็ต้องเลิกจ้างแม่บ้านรายเดือน เขาอาจจะจ้างเป็นรายวันเพื่อทำให้ภาระตรงนี้ลดลง

"ใบตองเข้าใจค่ะ ทุกคนก็มีความจำเป็นต้องใช้เงินเหมือนๆ

กัน รับไว้เถอะนะคะเพราะมันเป็นเงินเดือนที่ป้ากุลทำงานแลกมา"

"ขอบใจมากๆ เลยจ้ะ ที่เป็นธุระให้ป้า"

หญิงสาวส่งยิ้มให้อีกฝ่ายคลายกังวล...ขณะเดินหันหลังจากมาหล่อนก็เริ่มคิดถึงชะตากรรมของตนทันที

'ก้อนที่เหลือหลังจากให้แม่แล้วก็จะเหลืออยู่ไม่กี่พัน จะพอใช้มั้ยนะเรา...ก็คงต้องประหยัดสุดๆ ล่ะเดือนนี้’

เงินเดือนที่เหลืออีกส่วนหนึ่งจะถูกแบ่งไปให้มารดา โชคยังดีที่หล่อนไม่มีภาระต้องผ่อนอะไร เงินเก็บก็มีอยู่ไม่มากหากไม่จำเป็นก็ไม่อยากไปถอนออกมาใช้ วาดจันทร์คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนเดินเข้ามาในบ้านหลังใหญ่...หล่อนเห็นตะวันวาดนั่งดื่มเหล้าอีกเช่นเคยหลังสองฝาแฝดหลับ พักหลังมานี้เขาติดมันขนาดหนักชนิดที่ว่าต้องดื่มทุกวัน

หล่อนชะงักฝีเท้าที่ก้าวเดิน ลังเลและครุ่นคิดว่าจะเดินเข้าไปห้ามปรามหรือปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไป...แต่ยังจำได้ในวันที่เคยเข้าไปขอร้องเขาให้เลิกดื่ม วันนั้นหล่อนถูกเขาโมโหใส่และไล่ตะเพิดกลับมา

แต่แล้วแววตาขุ่นขวางที่เหลือบมองมาทางตน ในที่สุดหล่อนก็ตัดสินใจโดยไม่ลังเล รีบเดินกลับห้องของตนโดยไม่รอให้เขาเอ่ยปากไล่แต่อย่างใด

เสียงร้องไห้จ้าปลุกให้วาดจันทร์ตื่นขึ้นมากลางดึก...ที่จริงหล่อนนอนหลับๆ ตื่นๆ มาตลอดเพราะเป็นห่วงหลาน จนเมื่อจะเคลิ้มหลับเสียงร้องก็ดังขึ้นมาจนไม่อาจข่มตาหลับลงได้อีกต่อไป

‘เป็นอะไรร้อง’ หล่อนคว้าเสื้อคลุมมาสวมแล้วเดินออกไปดู

หลังจากเคาะประตูห้องของพี่เขยแล้วไม่มีสัญญาณตอบรับ วาดจันทร์จึงถือวิสาสะลองบิดลูกบิดประตู...มันเปิดได้เพราะไม่ได้ล็อค หล่อนพาร่างเข้าไปในห้องแล้วตรงไปยังสองแฝดที่กำลังแข่งกันแผดเสียงร้องไห้ระงม

หญิงสาวรีบชงนมแล้วนำไปใส่ปากทีละคนจนเสียงร้องเงียบลง ได้ยินเพียงเสียงดูดนมแล้วเสียงกลืนลงคออึกใหญ่จนแทบไม่หายใจ...หลังจากเปลี่ยนผ้าอ้อมให้หลานแล้วห่มผ้าจัดท่านอนให้สบาย จึงเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าตนอยู่ในห้องนี้เพียงลำพัง

'พี่แทนไปไหน’

บางทีเขาอาจอยู่ตรงนั้น คิดพลางเดินไปเปิดม่านเพื่อชะโงกดูที่ระเบียงหลังห้อง แต่ก็พบเพียงความว่างเปล่าไม่มีใคร

เดินไปเปิดดูในห้องน้ำก็ไม่มี ยืนนึกอยู่สักพักจึงรีบผลุนผลันออกไปจากห้อง  คงเหลืออยู่ที่เดียวที่เขาอาจจะอยู่ตรงนั้น  มุมประจำ

ยามค่ำกับน้ำสีอำพันย้อมใจ

ร่างที่นอนนิ่งอยู่บนโซฟาท่ามกลางแสงไฟสลัว สภาพของเขาเหมือนคนเมามายไม่ได้สติ...เหลือบมองไปยังน้ำสีอำพันที่เหลืออยู่ในขวด เขาคงดื่มเข้าไปมากจึงถึงกับฟุบลุกกลับขึ้นห้องไปไม่ไหว จนต้องฝากร่างไว้บนโซฟานอนตากแอร์ที่ถ้าหากหล่อนไม่ลงมาดูเขาคงนอนอยู่อย่างนี้ทั้งคืน

"พี่แทนๆ"

"....."

"พี่แทนคะ..."

"หืม..."

"ลุกไปนอนในห้องเถอะค่ะ มันดึกมากแล้ว"

หล่อนพยายามเขย่าเรียก...เขาตอบรับด้วยการปรือตามองแล้วขยับกายเล็กน้อยเมื่อถูกรบกวน

"พี่แทนลุกไหวมั้ยคะ"

"ใบบัว..."

"ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่พี่ใบบัว"

"ใบบัว...คุณกลับมาหาผมกับลูกแล้ว คุณกลับมาแล้วจริงๆ"

"ไม่ใช่ค่ะพี่แทน ใบตองเอง พี่แทนเมาจนไม่รู้เรื่องรู้ตัวมั้ยคะ"

"อย่าทิ้งผมไป อย่าไปอีกเลยนะ...ผมรักคุณ ผมพร้อมที่จะให้อภัยคุณ เรามาลืมทุกอย่างในอดีตแล้วเริ่มต้นกันใหม่นะใบบัว"

เขาพร่ำเพ้อละเมอออกมาโดยไม่ฟังเสียงทัดทาน ท่อนแขนแกร่งตวัดร่างเล็กเข้าหาตัวแล้วกอดเอาไว้จนแน่น...หล่อนไม่ทันระวังตัวจึงตกอยู่ในอ้อมกอดของเขา ใบหน้าสวยซุกซบอยู่กับแผงอกแกร่ง ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อเขาจับร่างตนให้พลิกลงไปข้างล่างแล้วร่างหนักก็โถมทับเอาไว้...ยามนี้หล่อนตกอยู่ท่ามกลางพันธนาการของอ้อมแขนแกร่งที่ไม่อาจหลีกหนีเขาไปไหนได้เลย

"ผมคิดถึงคุณ แล้วลูกก็ต้องการคุณนะใบบัว"

"หยะ อย่าค่ะ! ไม่ใช่นะพี่แทน"

หญิงสาวส่ายหน้าหนีสัมผัสสากระคายที่ซุกไซร้มาตามใบหน้าและซอกคอ...ดูเหมือนเขาจะหูอื้อตาลายจนไม่ฟังเสียงที่พยายามจะร้องบอกว่าตนไม่ใช่เมียของเขาอย่างที่เข้าใจ

"ดะ เดี๋ยว! อื๊อ"

วาดจันทร์ดิ้นขลุกขลักเมื่อเรียวปากอิ่มถูกบดขยี้ลงมาหน่วงหนัก หล่อนส่ายหน้าหนีการรุกรานเพราะรู้สึกหวาดกลัวกับสัมผัสแสนเร่าร้อนไม่คุ้นชิน สองมือเล็กพยายามดันแผงอกแกร่งให้ถอยห่าง เพราะปลายลิ้นสากชุ่มฉ่ำดุนดันสอดแทรกรุกเร้าเข้ามาในโพรงปาก เกี่ยวกระหวัดรัดรึงกับเรียวลิ้นเล็กที่พยายามขยับหนีการคุกคาม รสจูบร้อนเร่าเคล้ากลิ่นแอลกอฮอล์ทำให้ใจหล่อนต่อต้านผลักไส...เขากำลังเมาจนไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะที่จะฉุกใจคิดได้ว่าคนใต้ร่างนั้นไม่ใช่เมียตัวเอง

หญิงสาวต่อต้านจนเหนื่อยหอบหมดแรง หล่อนคิดอย่างแปลกใจว่าเรี่ยวแรงคนเมานั้นทำไมมากมายมหาศาลถึงขนาดที่ตนไม่อาจสู้ได้...ส่วนลึกร้องบอกว่ายิ่งขัดขืนนั่นคือการยั่วยุให้เขาอยากเอาชนะ....เสียงที่เข่นรอดไรฟันทำให้หัวใจคนฟังเต้นระรัว

"รังเกียจผัวตัวเองมากใช่มั้ยคุณถึงสะดีดสะดิ้งไม่ยอมให้ถูกตัว หรือคุณติดใจรสรักผัวใหม่จนลืมผัวเก่าฮึ! ใบบัว"

ยิ่งหล่อนขัดขืน ยิ่งตอกย้ำเสียงลือเสียงเล่าอ้าง…เมียของเขามีชู้ คำๆ นั้นตามมาหลอกหลอนจนก่อให้เกิดความรู้สึกเคียดแค้นแทรกซึมเข้ามาในใจ

"ไม่ใช่! พี่แทนเข้าใจผิด...อื๊อ..."

หญิงสาวน้ำตาซึม เมื่อเขาบดขยี้ซ้ำลงบนกลีบปากนุ่มหนักหน่วงตามแรงอารมณ์ที่โหมกระพือ ฟันซี่คมขบเม้มดูดดึงจนแดงช้ำแสบร้อนไปทั่วเรียวปาก สัมผัสหยาบกระด้างนั้นไม่หยุดอยู่แค่รสจูบป่าเถื่อน มันมาพร้อมสองมือแกร่งที่กระชากสาบเสื้อชุดคลุมออกจากกัน ฝ่ามือร้อนตะปบลงบนเนินเนื้ออวบอิ่มแล้วบีบเคล้นตามแรงรักแรงหึงหวง ผสานโกรธและเกลียดที่ปะทุขึ้นมาจนตีกันยุ่งเหยิง สรุปแล้วมันยังหลงเหลือรักให้ปานจันทร์จริงหรือไม่ยากที่เขาจะตอบหัวใจตัวเอง

"ไม่นะ! ไม่"

หญิงสาวกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว เมื่อเขาพยายามใช้เข่าแยกสองขาเรียวออกจากกันแล้วขยับกายส่วนล่างแนบชิด ปกปิดเสียงร้องของหล่อนด้วยปลายลิ้นสากที่สอดรุกเร้าลองลิ้มชิมความหวานราวหิวกระหาย...นานเท่าไหร่กันที่สัมพันธ์ลึกซึ้งนั้นไม่เคยเกิดขึ้น เรื่องบนเตียงนั้นหายไปนับจากวันที่เขาสนใจแต่เรื่องงาน คิดแต่เรื่องสร้างครอบครัวให้มั่นคง

"ฮือๆ อย่านะพี่แทน อย่าทำอะไรแบบนี้!"

เสียงสะอื้นอย่างไร้ซึ่งหนทางหลบหนีดังขึ้น หากแต่ว่าไม่อาจหยุดความต้องการที่ปะทุขึ้นมาของคนบนร่างได้ ข้อมือเล็กถูกกดตรึงเอาไว้หลังจากที่ปลายนิ้วแกร่งเกี่ยวรั้งซับในตัวเล็กออกไปจากเรียวขาขาว ความหวาดกลัวมาเยือนมากขึ้นเมื่อมีบางอย่างดุนดันอยู่ที่กลางกาย ความแกร่งที่เสียดสียั่วเย้าก่อให้เกิดความรู้สึกแปลกๆ แบบไม่เคยพานพบมันมาก่อน...ความกระสันรัญจวนแทรกซึมเข้ามาก่อกวนใจที่ต่อต้าน หลอกล่อให้ระเริงล่องลอยจนความรู้สึกส่วนลึกสับสนหลงทาง...เขาอาศัยจังหวะนั้นสอดแทรกความแข็งขึงเข้าสู่เส้นทางรักนุ่มหยุ่นอุ่น

ซ่านคับแน่น ออกแรงขยับรุกล้ำแทรกลึกจนสุดปลายทาง

"อื๊อ...พี่แทน...เจ็บ..."

"ใบบัวจ๋า...อืม..."

ความรู้สึกแรกที่แวบเข้ามาในสติสัมปชัญญะที่ไม่เต็มร้อย ทำไมมันช่างบีบรัดและคับแน่น...หรือเพราะรสสัมผัสแบบนี้เขาห่างหายมานาน...ความรู้สึกบางอย่างที่ไม่คุ้นในรสสัมผัสสะกิดใจให้หยุดคิด มันมาพร้อมเสียงร้องและผลักไสราวเจ็บปวด หากแต่ว่าทุกอย่างมาไกลเกินจะถอยหลัง ความทะยานอยากตามสัญชาตญาณดิบร้องสั่งให้สะโพกแกร่งออกแรงโยกขยับอย่างบ้าคลั่ง ความสุขล้ำที่คนใต้ร่างมอบให้ทำให้ใจพยายามหลอกตัวเองว่าหล่อนไม่ใช่น้องเมียที่เคยผลักไส...แม้เขาจะคิดว่ามันใช่ก็ตาม

แรงเสียดสีลึกซึ้งผสานแรงโยกขยับหน่วงหนักทำให้วาดจันทร์กัดริมฝีปากจนเจ็บชา หล่อนนอนนิ่งเมื่อหมดแรงหมดหนทางที่จะขัดขืน แวบหนึ่งที่ปรือตามอง เห็นเพียงแต่ร่างกำยำกำลังออกแรงขยับโยกกระแทกกระทั้นอยู่บนร่างเปลือยเปล่าของตนอย่างเอาเป็นเอาตาย เสียงครางกระเส่าดังทุ้มอยู่ในลำคอแกร่งอย่างต่อเนื่อง ผสานเสียงลมหายใจหอบถี่ดังหลอกหลอนอยู่ในสมองที่อื้ออึง

หล่อนไม่อยากให้เสียงร้องจากสัมผัสเสียวกระสันรอดผ่านเรียวปากอิ่ม ใจของหล่อนพยายามต่อต้านและผลักไสว่านี่ไม่ใช่การสมยอม เขาบังคับขืนใจจนต้องตกเป็นของเขาอย่างไม่เต็มใจ...ทว่า...ท่ามกลางการต่อต้านและผลักไส กายของหล่อนกลับทรยศยอมให้เขาล่วงล้ำและตักตวงความสุขอย่างไม่ลืมหูลืมตา...หญิงสาวหลับตานิ่งทบทวนตัวเอง หรือนี่มันคือความรักและความพึงพอใจกายจึงนอนเฉยเลิกต่อต้าน...ความรักที่มีให้เขานั้นคือดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง

เสียงครางกระเส่าถี่กระชั้นราวเคี้ยวพริกแสนเผ็ดร้อนเล็ด

ลอดผ่านริมฝีปากได้รูป มาพร้อมกับจังหวะรักที่หน่วงหนักจนสองมือเล็กต้องผวาเกาะท่อนแขนแข็งแรงของเขาจนแน่น ในช่วงวินาทีที่เขากำลังโจนทะยานขึ้นสู่ฝั่งฝันที่อยู่ไม่ไกล ความอุ่นซ่านที่ฝากฝังไว้ในเส้นทางรักชุ่มฉ่ำคับแน่น คล้ายหูของหล่อนจะได้ยินเสียงพร่ำเพ้อละเมอถึงชื่อตนดังลอยวนอยู่เหนือใบหน้า...มันชัดเจนในการรับรู้ว่าเขาหมายถึงตน หาใช่คนที่ชื่อปานจันทร์...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป