บทที่ 10 บทที่ 8 ธันโอเค...
บทที่ 8 ธันโอเค...
“ในเรื่องของแผนการตลาดทาง TTY จะเข้ามามีส่วนช่วยในการผลักดันดูแลอยู่แล้ว ตรงนี้ทางคุณจีไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ติดตรงไหนติดต่อธันโดยตรงได้เลยค่ะ”
ธันยวีร์ส่งยิ้มไปก่อนจะกดเลื่อนจอโพรเจกเตอร์ที่แขวนอยู่กลางห้องประชุมเป็นหน้าถัดไป
หุ้นส่วนคนใหม่ของฟิตเนสสาขานี้เป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้าแห่งใหม่ที่ตั้งอยู่แถบชานเมือง เป็นห้างสรรพสินค้าครบวงจรที่แรกและบริเวณโดยรอบนี้ไม่มีสถานที่ออกกำลังกายที่จะอำนวยความสะดวก
TTY เล็งเห็นส่วนสำคัญตรงนี้ อยากจะทำสถานที่ออกกำลังกายครบวงจรบนทำเลชั้นบนสุดของห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ แต่ติดตรงที่เจ้าของพื้นที่ปฏิเสธการเช่าพื้นที่แบบไม่ให้เหตุผลว่าทำไม
ซึ่งตรงนี้ทำให้ทางทีมหาพื้นที่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน เจ้านายไม่ได้ว่าอะไรไม่มีที่นี่ก็มีที่อื่น เพียงแต่ผ่านไปไม่นานทางห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ติดต่อมาซื้ออุปกรณ์เพื่อเปิดฟิตเนส ตอนแรกก็คงเฉย ๆ เพราะเรื่องธุรกิจมีชวดเจ้านั้นเจ้านี้กันได้ แต่บริษัทอื่นที่ขายอุปกรณ์ฟิตเนสแน่นอนว่า TTY ต้องมาเป็นอันดับหนึ่งอยู่แล้ว แต่การที่ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ปฏิเสธไม่ให้ TTY เช่าพื้นที่แต่มาซื้อของด้วยนี่มันหยามกันไปหน่อยไหม
เจ้านายก็เลยลงมาดูเรื่องนี้เอง สรุปก็ได้พบคุณขจีวรรณ หรือ คุณจี ที่เป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้าตัวจริง
ไม่เกินความคาดหมายของความเป็นไฮโซไฮซ้อ ฝั่งนั้นก็ชวนเจ้านายเธอมาร่วมหุ้นกันโดยให้ส่วนแบ่งเจ้านายเธอ 70/30 ส่วนแบ่งที่มากของเจ้านายเธอถามจริงมีใครเขาทำกัน ถ้าไม่เกิดมาหลงเสน่ห์อะไรบางอย่างเข้าน่ะนะ
เจ้าของห้างอย่างคุณขจีวรรณมีเงื่อนไขแบบนั้น และในแถบชานเมืองแบบนี้คู่แข่งก็เยอะ เจ้านายเธอมีหรือจะไม่รับข้อเสนอนี้กัน ก็ได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง แถมคุณขจีวรรณก็ใช่ว่าจะไม่สาวไม่สวยเสียเมื่อไหร่
“จีไม่ติดหรอกค่ะ แค่คุณวัชรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะก็พอ”
ธันยวีร์ยิ้มตามมรรยาทมองไปทางเจ้านายที่นั่งหน้านิ่งเหมือนรูปปั้นเทพเจ้ากรีกโดนแดด คือเจ้านายเธอไม่ใช่คนผิวขาว แต่ก็ไม่ได้คล้ำแบบกร้านแดดหรอกนะ เป็นคนผิวเข้มมาดแมนแบบนายหัวภาคใต้อะไรเทือกนั้น
อวัชมองหน้าเลขาแสนสวยวันนี้ที่สวมชุดสีส้มอิฐทาปากสีเดียวกัน ในขณะที่เขาสวมใส่เธอผ้าโทนเดียวกันกับธนิกคือสีน้ำเงินเข้ม
“คุณวัชไม่ได้คิดแบบนั้นหรอกค่ะ” ธันยวีร์เห็นเจ้านายมองเธออยู่นาน เลขาสาวก็นึกไปเองว่าเจ้านายคงหาคำพูดปลีกตัวไม่ได้ก็เลยตอบแทนไปแบบนั้น
อวัชกะพริบตาเชื่องช้าก่อนจะยิ้มมุมปากส่งไปทางคนที่ช่วยเขาแก้หน้า ชายหนุ่มยังคงไม่รู้ร้อนรู้หนาวขจีวรรณคิดแบบนั้นจริง ๆ
ตอนแรกเจ้าของห้างคิดว่าทางฝั่งอวัชจะมาตื๊อเอาพื้นที่ตรงนี้เพราะตอนนี้ก็มีคู่แข่งติดต่อเข้ามาหลายเจ้าเหมือนกัน
แต่ทาง TTY พอโดนปฏิเสธก็ไม่สนใจจะมายื่นข้อเสนอซ้ำราวกับว่าไม่ได้สนใจจริง ๆ จนเดือดร้อนเธอที่ต้องลงมาง้อเขาเอง บอกตรง ๆ ว่าขจีวรรณชอบผู้ชายคนนี้และอยากได้เขา!
“เราเซ็นสัญญากันห้าปีแล้ว ผมยังต้องรับปากอะไรกับคุณจีอีกครับ”
ที่จริงอวัชไม่ได้แคร์ด้วยซ้ำว่าจะได้ส่วนแบ่งกี่เปอร์เซ็นต์ ได้ก็คือได้คือจบแค่เขาไม่ขาดทุนก็พอ และขจีวรรณผู้หญิงคนนี้มอง ๆ ดูแล้วเขาก็น่าจะต่อทุนกับเธอได้อีกหลายเรื่อง ในเมื่อเธอเปิดโอกาสแล้วเขาควรจะปิดโอกาสทำไม
“จีถึงบอกคุณธันว่าคุณวัชเหมือนจะงอน ๆ จีเลย ห้างไม่ใช่ของจีคนเดียวนะคะก็มีพี่น้องคนอื่นด้วย จีก็อยากจะให้คุณวัชเช่าคนเดียวแต่ครอบครัวก็สำคัญ”
การที่ขจีวรรณทำเสียงเล็กเสียงน้อยและแสดงท่าทีน้อยอกน้อยใจนี่มันทำให้ทั้งเจ้านายและลูกน้องอย่างธันยวีร์และอวัชขนลุกขนพอง
“ผมไม่ได้คิดแบบนั้นครับ ธันเอาสัญญามาให้คุณจีดูอีกที” อวัชบอกตัดจบขจีวรรณก็หน้าเสียไป
“คุณวัชก็รีบจังเลย จียังพูดไม่จบเลยนะคะ” ขจีวรรณกระฟัดกระเฟียด
“เดี๋ยวไปทานข้าวกันถึงตอนนั้นค่อยคุยก็ได้ครับ” และเมื่อชายหนุ่มพูดแบบนี้ขจีวรรณจะยื้อคุยต่อก็ใช่เรื่อง แค่เขาชวนไปดินเนอร์ก็ถือว่าโอเคแล้ว
“คุณธันแอดไลน์กันใหม่นะคะ เหมือนว่าไลน์คุณธันหายไป” ธันยวีร์กำลังรวบรวมเอกสารต่าง ๆ เก็บกลับบริษัทเพราะตอนนี้เจ้านายและหุ้นส่วนเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว แต่อยู่ ๆ ขจีวรรณที่กำลังพูดคุยกับเจ้านายดันหันมาพูดกับเธอแบบนั้น
ไม่ได้หายแต่เธอบล็อก! ปกติธันยวีร์ไม่ใช้ไลน์ส่วนตัวรวมกับไลน์ทำงาน เธอมีโทรศัพท์อีกเครื่องที่ใช้ทำงาน แต่ขจีวรรณมาขอแอดไลน์ส่วนตัวก็ต้องโดนบล็อกไหมล่ะ
“ไลน์ธันเสียน่ะค่ะ เอาเป็นว่าแอดเครื่องนี้ดีกว่านะคะ” หญิงสาวกำลังจะหยิบเครื่องที่เป็นเบอร์บริษัทเพื่อแอดไลน์ แต่ขจีวรรณบอกปฏิเสธและเอื้อมมือมาแทบจะหยิบโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของเธอที่วางไว้ข้าง ๆ กันไป
“คุณจีไปไหนต่อหรือเปล่าครับ”
เมื่อธันยวีร์โดนต้อนจะเอาไลน์ส่วนตัวให้ได้อวัชก็เอ่ยถามขจีวรรณเสียงเรียบ และก็เป็นผลให้คู่ค้าคนใหม่หันไปสนใจเจ้านายเธอต่อทันที
เลขาสาวไม่ทิ้งโอกาสนี้รีบเก็บข้าวของปลีกตัวออกมาด้านนอกห้องประชุมก่อนที่จะโดนไล่บี้ละลาบละล้วงเอาความเป็นส่วนตัวไป
“เฮ้อ!” ธนิกเหลือบสายตาไปมองคนที่ถอนหายใจออกมาเสียงดังเมื่อเดินออกมาพ้นประตูห้องประชุม
“คุณธันพักเลยไหมครับเดี๋ยวทางนี้ผมดูต่อเอง” เลขาสาวหันไปมองหน้าคนถามก่อนจะส่ายหน้าและเดินตรงเข้าไปหาคุณธนิก
“มะ มีอะไรครับ…” ธนิกขยับแว่นตาและเอ่ยปากถามเลขาสาว รู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ ชอบกล
“คุณธนิก…ธันโอเคทั้งหมดไม่ว่าเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว คุณเลิกทำท่าเหมือนว่าสงสารธันเถอะค่ะ” ธันยวีร์บอกและส่งยิ้มเล็กน้อยให้กับผู้ชายที่เป็นเหมือนพี่ชายเธอ
ธนิกอยากจะปฏิเสธว่าเขาไม่ได้คิดแบบนั้น แต่ก็รู้ตัวเองดีว่าแสดงออกมากเกินไป
“ผมรู้ว่าคุณธันเก่ง แต่คือ…ผมก็อดห่วงไม่ได้ แต่ถ้าคุณโอเคผมก็หายห่วงครับ” ธันยวีร์ยิ้มก่อนจะยกมือไหว้ขอบคุณ
ความห่วงใยในรูปแบบพี่ชายที่ธนิกมักจะแผ่ซ่านออกมาให้ธันยวีร์รู้สึก หญิงสาวน้อมรับมันด้วยความยินดีเพราะความรู้สึกดีที่ธนิกมีให้กับเธอนั้น มันคือคำว่าพี่น้องไม่ใช่ความรู้สึกดีแบบชู้สาว
“ธันจะยิ่งโอเคเลยถ้าคุณธนิกเลี้ยงไวน์ธันสักขวดหนึ่ง” ดวงตาหลังแว่นสายตาเป็นประกายก่อนจะพยักหน้าและบอกว่าคืนนี้หลังจากจบงานเลี้ยงของเจ้านาย ธนิกจะเลี้ยงไวน์ธันยวีร์หนึ่งขวด!!
“สามขวดได้ไหมคะ คืนนี้ธันอยากจะดื่มเพื่อลืมความเฮงซวย…”
